น้องสาว เธอปีนกำแพงเป็นด้วยเหรอ?
กว่าจะนั่งแท็กซี่กลับมาถึงร้านเล็กๆ ก็บ่ายสองโมงกว่าแล้ว
ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดร้านแล้ว
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูข้อมูลของนิติบุคคล เตรียมจะเช่าที่จอดรถ
อย่างไรเสียก็เป็นรถหรูราคา 3 ล้านกว่า จะจอดทิ้งไว้ริมถนนก็ไม่ใช่เรื่อง
[ภารกิจสำเร็จ (ไม่อยากกลับบ้าน): รางวัลการ์ดคืนเงิน x1, ค่าประสบการณ์ 30 แต้ม]
[NPC: ฉิน โยวโยว]
[ค่าความสนิทสนม: 20]
หืม?
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนของเกมที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภารกิจสำเร็จแบบนี้เลยเหรอ?
วืด วืด วืด—
ข้อความของ ฉิน โยวโยว ถูกส่งมา
ฉิน โยวโยว: พี่เจียง การปรากฏตัวของพี่ ทำให้แม่ฉันล้มเลิกความคิดที่จะให้ฉันกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ
หลินเจียง: เอ๊ะ? ทำไมล่ะครับ?
ฉิน โยวโยว: น่าจะโดนแม่เข้าใจผิด คิดว่าพี่เป็นแฟนฉัน คงจะดูแลฉันได้ ก็เลยไม่ใส่ใจมากแล้ว อย่างไรเสียฉันก็โตแล้วนี่นา
หลินเจียง รู้สึกทั้งอยากจะร้องไห้ทั้งอยากจะหัวเราะ มันมีความหมายของคำว่า ‘ไม่ได้ตั้งใจปลูกหลิวแต่หลิวกลับเติบโตให้ร่มเงา’(1) อยู่หน่อยๆ
อืมม…แต่ก็ใหญ่จริงๆ นั่นแหละ
ฉิน โยวโยว: พี่เจียง ฉันอยากจะเลี้ยงข้าวพี่สักมื้อ ไม่ทราบว่าว่างเมื่อไหร่คะ?
หลินเจียง: เวลาของผมค่อนข้างสะดวก รอให้เท้าคุณดีขึ้นอีกหน่อยดีกว่า
ฉิน โยวโยว: งั้นตกลงตามนี้นะคะ รอข้อความจากฉันนะ
หลินเจียง: ได้ครับ
เพิ่งจะคุยกับ ฉิน โยวโยว เสร็จ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาสองสามครั้ง
เป็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร มีคนโอนเงินให้เขา 100,000 หยวน
หลินเจียง ชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้รับข้อความจาก เฉิน จิ้งเจีย
เฉิน จิ้งเจีย: ได้รับเงินรึยัง?
หลินเจียง เข้าใจแล้วว่าเป็นเงินอะไร สินสอดที่ให้เธอไปตอนแรกนั่นเอง
หลินเจียง: ได้รับแล้ว
เมื่อมองดูเงิน 100,000 หยวนที่เพิ่มขึ้นมาในบัญชี หลินเจียง ก็คำนวณเงินในมือของเขา
รวมกับเงินเก็บก่อนหน้านี้ ที่ตอนนี้มี 253,000 หยวน
หลังจากอีกฝ่ายคืนเงินแล้วบวกกับเงินที่ได้มาก็จะเป็น 506,000 หยวน เยี่ยม…สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขาได้ แถมยังมีเหลืออีกด้วย
ไนซ์มากๆ
ภารกิจต่อไปคือการใช้เงินเหล่านี้ให้หมด
เขาเก็บของในร้านเล็กน้อย แล้วก็เตรียมตัวจากไป มุ่งหน้าไปใช้จ่ายที่เบิร์กลีย์สักหน่อย
เอี๊ยด—
เสียงผลักประตูดังขึ้น หลินเจียง หันกลับไป ก็เห็น เฉิน จิ้งเสียน ถือกระเป๋าเดินเข้ามาจากข้างนอก
ชุดเดรสพิมพ์ลายสีตัดกัน ยาวถึงเข่า เท้าสวมรองเท้าส้นแบนสีเงิน ดูสะอาดสะอ้าน ออร่าดีเยี่ยม
“พี่ครับ พี่มาได้ยังไง”
“ที่เรียนของฉันอยู่ที่เฟิงหลิน อินเตอร์เนชันแนล ก็เลยมาก่อนเวลา แวะมาดูเธอหน่อยนะ” เฉิน จิ้งเสียน มองไปรอบๆ แล้วพูด:
“ทำไมไม่เปิดร้านล่ะ? ไม่สบายรึเปล่า?”
“ไม่ได้ไม่สบายครับ มีธุระต้องจัดการนิดหน่อย ถือโอกาสให้ตัวเองหยุดพักสักสองสามวันด้วย”
“พี่ก็เหนื่อยเกินไปจริงๆ ทำคนเดียวไม่ไหวหรอก” เฉิน จิ้งเสียน พูด “ต่อไปถ้าฉันว่างๆ จะมาช่วยเธอนะ”
“อย่าเลยครับ พี่ก็มีธุระเยอะแยะ ไม่ต้องห่วงผมหรอก นี่มันเรื่องเล็กน้อย”
หลินเจียง ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย “พี่ไปเรียนกี่โมงครับ?”
“หกโมง ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงกว่า”
หลินเจียง ดูนาฬิกา “เวลายังมีเหลือเฟือ ไปกินข้าวก่อนแล้วกัน”
“ก็ได้”
ทั้งสองคนไม่ได้ไปไหนไกล ไปที่ร้าน...เกี๊ยวบ้านเหล่าหวังข้างๆ เฉิน จิ้งเสียน เองเคยมากินเกี๊ยวที่นี่แล้ว รู้สึกว่ารสชาติไม่เลวเลย
“หืม?”
ในขณะที่ใกล้จะถึงร้านบ้านเหล่าหวัง หลินเจียง ก็หยุดฝีเท้าลง เห็นคนกำลังขนของเข้าไปข้างใน
เมื่อมองตามเส้นทางของพวกเขา ก็พบว่าทั้งหมดมาจากห้างเบิร์กลีย์ฝั่งตรงข้าม
เมื่อยืนอยู่ที่ประตู หลินเจียง พิจารณาอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
นี่มันร้านของน้องชายหม่า ซ่างสี่ นี่นา!
ตอนแรกนึกว่าเลิกกิจการไปแล้ว ไม่คิดว่าจะย้ายมาอยู่ข้างๆ เขา!
นี่มัน...
“เป็นอะไรไป?”
เฉิน จิ้งเสียน จัดผมที่ถูกลมพัดจนยุ่ง แล้วมอง หลินเจียง ถาม
“ไม่มีอะไรครับ ไป…กินข้าวกัน”
ทั้งสองคนมาถึงร้านเกี๊ยวบ้านเหล่าหวังอย่างรวดเร็ว เจ้าของร้านหญิงเห็น เฉิน จิ้งเสียน แล้วก็เหลือบมอง หลินเจียง บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มที่มีเลศนัย
“พี่สะใภ้ ท่าทางของพี่นี่มันชวนให้คิดลึกเกินไปแล้วนะ นี่พี่ภรรยาผม”
รอยยิ้มของเจ้าของร้านหญิงยิ่งดูลึกลับมากขึ้น
[พลังงานล้นเหลือ]
[หนุ่มสาวนี่ช่างกล้าหาญจริงๆ]
หลินเจียง: ...
หลินเจียง สั่งเกี๊ยวสองจาน เนื้อตุ๋นซีอิ๊วกับยำแตงกวาอีกอย่างละจาน สองคนกินก็เหลือเฟือแล้ว
ดูเหมือนจะรู้ว่าทั้งสองคนเป็นไปไม่ได้แล้ว เฉิน จิ้งเสียน ก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้ทั้งคู่คืนดีกันอีก แต่ก็ยังคงกระตุ้น หลินเจียง ว่าถ้ามีคนที่เหมาะสมก็ให้ลองคบดู
หลังอาหาร หลินเจียง ดูนาฬิกา “ยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเรียน ไปเดินเล่นที่ห้างไหมครับ?”
การ์ดคืนเงินต้องใช้ภายใน 24 ชั่วโมง ต้องรีบหน่อยแล้ว ยังสามารถซื้อของให้ เฉิน จิ้งเสียน ได้ด้วย ถือโอกาสเพิ่มค่าความสนิทสนม
“ได้สิ เดินเล่นหลังอาหาร อายุยืนถึง 99 ปี(2)”
ทั้งสองคนมาถึงห้างเบิร์กลีย์ด้วยกัน หลังจากเข้ามาแล้ว หลินเจียง ก็มองไปรอบๆ
“หาอะไรอยู่เหรอ?”
“อยากจะไปดูนาฬิกา เตรียมจะซื้อสักเรือน”
“ซื้อนาฬิกาก็ดีนะ ผู้ชายต้องมีนาฬิกาดีๆ สักเรือน เหมือนกับกระเป๋าของผู้หญิง ออกไปข้างนอกก็มีหน้ามีตา” เฉิน จิ้งเสียน พูด “โบนัสครึ่งปีของฉันใกล้จะออกแล้ว บวกกับเงินเดือนของฉัน อย่างมากก็สองเดือน ก็จะคืนเงินให้เธอได้แล้ว”
“พี่อย่าคิดมากสิ ผมมาซื้อนาฬิกา ไม่ใช่มาทวงเงินพี่นะ”
“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้หมายความแบบนั้น แต่ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ได้นี่นา ต้องบอกเรื่องพวกนี้ให้เธอรู้บ้าง”
“สรุปว่าผมไม่รีบ เมื่อไหร่จะคืนก็ได้ พี่จัดการเลย”
“อืมๆ”
ขณะที่พูดอยู่ หลินเจียง ก็เจอเป้าหมายของเขาแล้ว Glashütte Original
เฉิน จิ้งเสียน ไม่ได้พูดอะไรอีก เดินตามหลัง หลินเจียง อย่างเงียบๆ
ถ้าเปลี่ยนเป็น เฉิน จิ้งเจีย คงจะพูดว่า ‘เธอก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี จะดูไปทำไม’ แล้วก็หันหลังไปดูประเป๋าแบรนด์เนมที่ตัวเองซื้อไม่ได้
เมื่ออยู่ห่างจากประตูร้านไม่กี่เมตร หลินเจียง ก็มองเข้าไปข้างใน
โจว หว่านอวี๋ ยืนอยู่ในเคาน์เตอร์ กำลังเช็ดนาฬิกาข้อมือ สีหน้าดูตั้งใจ
“มีลูกค้ามาแล้ว เสี่ยวจาง ตาเธอแล้ว”
เมื่อเห็น หลินเจียง เดินมาทางร้าน ผู้จัดการร้านหญิง หลิว ถิงถิง ก็เรียกขึ้น
พนักงานขายในเคาน์เตอร์จะผลัดกันต้อนรับลูกค้า ส่วนจะซื้อหรือไม่นั้นก็ต้องแล้วแต่โชค
คนที่ถูกเรียกว่า เสี่ยวจาง ชี่อว่า จาง อวี่เฟย
เธอไว้ผมสั้น ยืนอยู่ข้างๆ โจว หว่านอวี๋ เตี้ยกว่าเธอพอสมควร แต่หน้าตาก็ไม่เลว เพียงแต่พอยืนข้างๆ โจว หว่านอวี๋ ก็ดูด้อยกว่าเล็กน้อย
“คุณเจ้าของร้าน คุณมาได้ยังไงคะ”
ตาของ จาง อวี่เฟย เป็นประกาย ถูกเรียกว่าเจ้าของร้าน ความสามารถทางการเงินต้องไม่ธรรมดา เป็นลูกค้าที่มีศักยภาพแน่นอน
“เสี่ยวอวี๋ คนนี้เธอรู้จักเหรอ?”
“เจ้าของร้านบะหมี่ฝั่งตรงข้ามค่ะ ฉันไปกินบะหมี่ร้านเขาบ่อยๆ”
“อ๋อ ที่แท้ก็เจ้าของร้านบะหมี่นี่เอง”
ความกระตือรือร้นของ จาง อวี่เฟย ลดลงไปมาก ดีใจเก้อเสียแล้ว
ต่อไปตัวเองต้องใจเย็นๆ หน่อยแล้ว ไม่ใช่ว่าได้ยินคนเรียกว่าเจ้าของร้านแล้วจะตื่นเต้นไปเสียหมด
ในสังคมสมัยนี้ ป้ายโฆษณาหล่นลงมาก็ทับผู้จัดการตายไปสิบคน ยังมีรองผู้จัดการอีกคน คำเรียกที่ดูโก้หรู ไม่สามารถบ่งบอกอะไรได้อีกต่อไปแล้ว
ในตอนนั้นเอง หลินเจียง ก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นบนหัวของ จาง อวี่เฟย มีป้ายประเมินเพิ่มขึ้นมา
[ลูกค้ามีศักยภาพ]
หลินเจียง ยิ้มๆ ต่อให้เธอจะมองว่าเขาเป็นลูกค้ามีศักยภาพ เขาก็ไม่สามารถจะ...หืม?
ในตอนนั้นเอง หลินเจียง ก็พบว่า ป้ายประเมินบนหัวของ จาง อวี่เฟย พลันเปลี่ยนไป!
[ไม่มีกำลังซื้อ]
ข้ายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะ ก็ตัดสินข้าซะแล้วเหรอ?
“นี่เพิ่งจะกี่โมงเอง ไม่เปิดร้านแล้วเหรอคะ?” โจว หว่านอวี๋ ทักทายอย่างกระตือรือร้น
“ให้ตัวเองหยุดหนึ่งวัน ก็เลยมาเดินเล่น และผมก็ชอบนาฬิการ้านคุณมาตลอดเลย”
“ชอบก็มาดูสิ ไม่เสียเงินสักหน่อย” โจว หว่านอวี๋ ยิ้มพลางมอง หลินเจียง แล้วพูดเสียงเบาๆ:
“ผู้หญิงสวยคนนั้นเป็นแฟนคุณเหรอ? วางใจได้ ฉันต้องให้เกียรติคุณเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะถามถึงนาฬิกาเรือนไหน ทั้งร้านมีของพร้อมส่ง”
“อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่แฟนผม พี่ภรรยา”
“ห๊ะ? พาพี่ภรรยาออกมาด้วย?”
โจว หว่านอวี๋ มอง หลินเจียง อย่างประหลาดใจ บนหัวของเธอมีป้ายประเมินอันใหม่ปรากฏขึ้นมา
[เทพเซิร์ฟจีน(3)]
หลินเจียง: ???
ไม่ใช่สิ น้องสาว เธอปีนกำแพง(4) เป็นด้วยเหรอ?
“หว่านอวี๋ คนนี้เป็นเพื่อนเธอ งั้นเธอก็ดูแลแล้วกันนะ คนต่อไปตาฉัน” จาง อวี่เฟย จงใจพูด
ทั้งดูเหมือนเป็นการถ่อมตัว และยังได้ผลักลูกค้าที่ไม่มีกำลังซื้อออกไปได้ด้วย
“ได้”
โจว หว่านอวี๋ เชิญ หลินเจียง มาที่หน้าเคาน์เตอร์
“มีรุ่นที่ถูกใจไหมคะ เดี๋ยวฉันเอาออกมาให้ลองใส่ นาฬิกาของ Glashütte Original รุ่นสวยๆ เยอะมากเลยนะคะ โดยเฉพาะซีรีส์ Senator”
“ผมก็ว่าซีรีส์ Senator สวยดี”
หลินเจียง ก้มหน้ามองดูนาฬิกาในเคาน์เตอร์ “ผมอยากจะดูรุ่น PanoMaticLunar หน้าปัดขาวเข็มน้ำเงิน”
“ตาถึงจริงๆ ฉันก็ชอบรุ่นนี้ที่สุดเลย”
โจว หว่านอวี๋ หยิบนาฬิกาออกมา แล้วสวมให้ หลินเจียง ที่ข้อมือ
“ดูสิคะ พอใส่แล้วดูดีมากเลย” โจว หว่านอวี๋ พูดอย่างพึงพอใจ:
“ยังถูกใจรุ่นไหนอีกไหมคะ เดี๋ยวฉันเอาออกมาให้ดูอีก ฉันต้องให้เกียรติคุณเต็มที่อยู่แล้ว”
จาง อวี่เฟย เหลือบมอง หลินเจียง หรี่ตาลงเล็กน้อย ส่ายหัวเบาๆ สีหน้าดูแคลนเล็กน้อย
“รุ่นอื่นไม่ดูแล้วครับ เอาเรือนนี้แหละ ตอนนี้มีส่วนลดไหม?”
“มีส่วนลดค่ะ แต่ไม่มีของแล้ว” โจว หว่านอวี๋ พูดอย่างตรงไปตรงมา
พูดจบ เธอยังส่งสายตาที่ฉลาดหลักแหลมให้ หลินเจียง ราวกับจะบอกว่า ‘ฉันเข้าใจคุณมากใช่ไหมล่ะ?’
“คุณอย่าเพิ่งอินกับบท ผมซื้อจริงๆ”
“ห๊ะ?”
โจว หว่านอวี๋ ร้องออกมาอย่างประหลาดใจ “ซื้อจริงๆ เหรอคะ?!”
“ซื้อจริงๆ ครับ พอจะให้ส่วนลดต่ำสุดได้ไหม”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของ หลินเจียง โจว หว่านอวี๋ ก็ดึงเขาไปข้างๆ
“ถึงแม้ขายนาฬิกาฉันจะได้ค่าคอมมิชชั่น แต่ฉันจะไม่ถือว่าคุณเป็นคนนอกนะคะ Glashütte Original ถึงจะเป็นนาฬิการะดับไฮเอนด์ แต่ก็เป็นแบรนด์เฉพาะกลุ่มมาก ไม่ค่อยรักษาราคา ราคาตกง่าย ตลาดมือสองเหลือแค่ประมาณสี่ส่วนสิบเอง เรื่องนี้คุณต้องคิดให้ดีนะคะ”
“ผมชอบรุ่นนี้มานานแล้ว รักษาราคาหรือไม่ก็ช่างมันเถอะ แค่ตัวเองชอบก็พอแล้ว”
“รุ่นที่คุณดูนั่นน่ะ ต่อให้ลดให้ถึงเก้าส่วนสิบ ก็ยังเกือบแปดหมื่นเลยนะ ฉันมีช่องทางนาฬิกามือสอง รับรองว่าเชื่อถือได้แน่นอน สามหมื่นกว่าก็ซื้อได้แล้ว ถูกกว่ากันเยอะเลย” โจว หว่านอวี๋ พูดอย่างจริงจัง “ราคานี้ คุณซื้อ Rolex ขอบเป๊ปซี่ได้เลยนะ แถมเวลาจะขายยังได้ราคาดีอยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อ Glashütte Original เลยจริงๆ”
นอกจากภรรยามือสองแล้ว หลินเจียง ไม่สนใจของมือสองอย่างอื่นเลย
“มือสองไม่เอาแล้วครับ ช่วยขอส่วนลดให้ผมก็พอ”
“งั้นฉันไม่เกลี้ยกล่อมคุณแล้วนะ”
“ครับ”
โจว หว่านอวี๋ เดินไปหา หลิว ถิงถิง กระซิบที่ข้างหูเธอสองสามคำ แล้วก็กลับมาอยู่ข้างๆ หลินเจียง
“หลังหักส่วนลดแล้ว 77,850 ลดให้อีก 50 เป็น 77,800 เดี๋ยวฉันไปเปิดบิลให้”
“ได้เลยครับ”
โจว หว่านอวี๋ คล่องแคล่วว่องไวมาก เปิดบิลเสร็จอย่างรวดเร็ว จากนั้น หลินเจียง ก็ไปจ่ายเงินที่ หลิว ถิงถิง
และในวินาทีก่อนที่จะจ่ายเงิน เขาก็ใช้การ์ดคืนเงิน
[การ์ดคืนเงินนับถอยหลัง: 2:59:59...]
ไม่นาน หลินเจียง ก็จ่ายเงินเสร็จ แล้วกลับมาอยู่ข้างๆ โจว หว่านอวี๋ คนหลังก็ช่วยเขาสวมนาฬิกา พลางวิจารณ์ไม่หยุด
“ถ้าคุณใส่สูทอีกสักชุดก็เพอร์เฟกต์เลย เดินในห้างนี่ต้องฆ่าเรียบแน่ๆ”
“แค่คำพูดนี้ของคุณ ผมก็ต้องไปซื้อสูทสักชุดแล้ว”
“จะซื้อสูทก็หาฉันได้นะ ก็อยู่ห้างเดียวกัน ใช้หน้าตานิดหน่อยก็น่าจะลดได้บ้าง”
“แน่นอนครับ ผมไปก่อนนะ ว่างๆ ค่อยคุยกัน”
“ได้ค่ะ”
เมื่อมองแผ่นหลังที่จากไปของ หลินเจียง ฟันกรามของ จาง อวี่เฟย แทบจะบดละเอียด
ทำไมคนที่เธอรู้จัก ถึงได้มาช่วยอุดหนุน!
ส่วนคนที่ฉันรู้จัก …บ้าชะมัด ทำไมถึงมีแต่พวกจะให้ฉันลดราคาให้แทบจะโดนฟัน (กดราคา) ทุกทีเลย!
………
(1)[ไม่ได้ตั้งใจปลูกหลิวแต่หลิวกลับเติบโตให้ร่มเงา (无心插柳柳成荫) – เป็นสำนวนหมายถึง การทำอะไรโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด]
(2)[เดินเล่นหลังอาหาร อายุยืนถึง 99 ปี (饭后走一走,活到99) – เป็นคำกล่าวที่ได้ยินบ่อยในภาษาจีน หมายถึง การเดินเล่นหลังมื้ออาหารเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและทำให้อายุยืน]
(3)[เทพเซิร์ฟจีน (国产大神) – เป็นคำสแลงในอินเทอร์เน็ตหมายถึงคนที่มีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงสื่อหรือเว็บไซต์ต่างประเทศ โดยมักจะใช้ VPN]
(4)[ปีนกำแพง (翻墙) – เป็นคำสแลงหมายถึงการใช้ VPN (Virtual Private Network) เพื่อข้ามการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตของรัฐบาลจีน (Great Firewall of China) เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ต่างประเทศ]