คำเชิญของ สวีหลิน
หลังจากออกจากร้าน เฉิน จิ้งเสียน ยังไม่ได้สติกลับมา
นาฬิการาคาเกือบแปดหมื่น พูดปุ๊บก็ซื้อปั๊บ?
เขาเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?
ในสายตาของ เฉิน จิ้งเสียน หลินเจียง ทุ่มเงินซื้อของหรูสักครั้ง เลือกนาฬิการาคาสามสี่หมื่น ยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ เพราะอย่างไรเสียก็ใส่ได้หลายปี
แต่การใช้เงินเจ็ดหมื่นกว่าซื้อนาฬิกา มันเกินความคาดหมายของเธอไปหน่อย
หลินเจียง คำนวณในใจ ตอนนี้ใช้ไปเจ็ดหมื่นกว่า ยังเหลืออีกแสนเจ็ดหมื่นกว่า
ต่อไปคือการซื้อเสื้อผ้า แต่ก็ใช้เงินไม่เยอะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าการใช้เงินก็เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือเหมือนกัน
ขณะที่เดินไปเรื่อยๆ ก็มาถึงร้าน LV พนักงานขายหญิงสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ที่ประตู พร้อมกับมองมาทางเขา
ป้ายประเมินที่แตกต่างกันก็สลับไปมาบนหัวของคนทั้งสอง
คัพ A: [ไอ้กระจอก] [พาผู้หญิงมาอวดรวย] [ผู้ชายน่ารังเกียจ(1)] [ไม่อยากต้อนรับ]
คัพ D: [ว่าที่ลูกค้า] [หล่อมาก] [คนที่มีศักยภาพสูง]
เชี่ย!
ว่าแล้วเชียว จริงๆ เลย นมแบนชั่วร้ายสุดๆ(2)จริงๆ!
หลินเจียง เหลือบมองไป ก็เห็น เฉิน จิ้งเสียน กำลังจ้องมองกระเป๋าในตู้โชว์อยู่ จริงอย่างที่ว่า ผู้หญิงทุกคนล้วนชอบกระเป๋า
เมื่อมองดูกระเป๋าที่เธอสะพายอยู่ บางส่วนก็ลอกแล้ว
“รอผมที่นี่สักครู่”
พูดจบ หลินเจียง ก็เดินตรงเข้าไปในร้าน
“สวัสดีค่ะ มีรุ่นที่สนใจสามารถดูได้นะคะ”
คัพ A เดินเข้ามาพูด อารมณ์ในใจถูกซ่อนไว้อย่างดี
“ไม่ต้องแล้วครับ” หลินเจียง มองไปที่คัพ D ชี้ไปที่กระเป๋าใบที่ เฉิน จิ้งเสียน จ้องมองเมื่อครู่แล้วพูดว่า:
“ผมเอากระเป๋าใบนั้น ช่วยเอาใบใหม่มาให้หน่อย”
“ห๊ะ?”
เมื่อเห็น หลินเจียง จะซื้อจริงๆ ตาของคัพ A ก็เป็นประกาย ที่แท้ก็เป็นลูกค้ามีศักยภาพ!
“คุณลูกค้าคะ เราเป็นระบบหมุนเวียนกันค่ะ ต้องให้เพื่อนร่วมงานของฉันต้อนรับคุณ” คัพ D พูดอย่างสุภาพ
“ใช่ค่ะๆ คุณลูกค้า ตามกฎแล้ว ต้องให้ฉันเป็นคนต้อนรับค่ะ” คัพ A ยิ้มแย้มพูด
“คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงไม่ให้คุณดูแล?”
คัพ A มีท่าทีลนลานเล็กน้อย “มะ ไม่ทราบค่ะ...”
“เมื่อกี้คุณนินทาผมใช่ไหม? บอกว่าผมเป็นไอ้กระจอก เป็นผู้ชายน่ารังเกียจที่พาผู้หญิงมาอวดรวยใช่ไหม?”
หลินเจียง ยิ้มพลางพูด “กลับกัน เพื่อนร่วมงานของคุณคนนี้ ประเมินผมค่อนข้างดีว่าเป็นลูกค้าที่อาจจะเข้ามาอุดหนุน หรืออาจจะเข้ามาใช้บริการในอนาคต ตอนนี้หากว่าผมมีกำลังซื้อแล้ว ก็ต้องซื้อกับเธอสิครับ”
ไม่เพียงแต่คัพ A ที่งง คัพ D ก็งงเหมือนกัน
ตอนที่ทั้งสองคนคุยกันเมื่อครู่ พวกเธอประเมินเขาแบบนั้นจริงๆ!
แต่นี่น่ะเป็นสิ่งที่คิดในใจนะ เขาจะไปรู้ได้อย่างไร!
“ประหลาดใจมากสินะ”
หญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไร ต่างก็ยอมรับโดยปริยาย
“ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องกลัว ไปคิดเงินเถอะ”
“ยะ ยังไงคือจะให้ฉันไปเหรอค่ะ...” คัพ D พูดอย่างประหม่า
“อืม...”
ขั้นตอนการซื้อเป็นไปอย่างราบรื่น สแกนจ่ายเงินเสร็จ ก็ส่งมอบให้ หลินเจียง
“เออ คุณลูกค้าคะ...”
“บอกตามตรงนะ ผมเป็นนักพรต เรื่องอย่างการปักหุ่นสาปแช่งผมทำเป็นหมด เพราะฉะนั้นถึงรู้ว่าพวกคุณคิดอะไรในใจ”
หลินเจียง มองไปที่คัพ A แล้วพูด:
“คุณคนนี้ หน้าผากหมองคล้ำ ช่วงนี้อาจจะมีเคราะห์เลือด ระวังตัวหน่อยแล้วกัน”
พูดจบ หลินเจียง ก็เดินจากไปอย่างองอาจ
คัพ A หน้าซีดเผือด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที
“ฉันจบแล้ว...”
………
หลังจากออกมาแล้ว หลินเจียง ก็มาอยู่ตรงหน้า เฉิน จิ้งเสียน
“ไม่ต้องดูแล้ว ซื้อให้แล้ว”
“ห๊ะ? ให้ฉันเหรอ?”
เมื่อมองดูกระเป๋าโท้ทในมือของ หลินเจียง เฉิน จิ้งเสียน ก็ตะลึงไปพักใหญ่
“กระเป๋าของพี่เก่าแล้ว พอดีมาถึงที่นี่พอดี ก็เลยเปลี่ยนใบใหม่ให้”
“เธอให้ฉันยืมเงินตั้งสองหมื่นแล้วนะ นี่จะให้ฉันรับได้ยังไง”
“จะรับยังไงก็รับไปเถอะครับ ไม่ต้องคิดมาก อีกอย่างพี่ก็มาช่วยที่ร้านผมบ่อยๆ ซื้อกระเป๋าให้ใบหนึ่งไม่นับว่าเป็นอะไร”
เมื่อเห็นท่าทีของ หลินเจียง แบบนี้ และกระเป๋าก็ซื้อมาแล้ว เฉิน จิ้งเสียน ก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรอีก
คงต้องหาโอกาสในอนาคตเพื่อตอบแทนบุญคุณนี้กลับไป
“งั้นก็ขอบคุณนะ ฉันยังไม่เคยสะพายกระเป๋าแพงขนาดนี้เลย”
ดูออกเลยว่า เฉิน จิ้งเสียน ชอบกระเป๋าใบนี้มาก ปากบอกว่าไม่เอา แต่ร่างกายกลับซื่อสัตย์มาก
“เกรงใจอะไรกันครับ ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย”
หลินเจียง ยังอยากจะไปซื้อเสื้อผ้าอีก แต่การซื้อเสื้อผ้าค่อนข้างใช้เวลา เวลาของ เฉิน จิ้งเสียน มีไม่มากแล้ว จึงไม่คิดจะลากเธอไปด้วยอีก
“เวลาก็ใกล้แล้ว ไม่ใช่ว่าต้องไปเรียนแล้วเหรอครับ?”
เฉิน จิ้งเสียน ก็ดูนาฬิกา “อืม ฉันไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน”
“ครับ”
หลังจากส่ง เฉิน จิ้งเสียน ไปแล้ว แต่ระบบกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
ใช้เงินไปหลายหมื่น ไม่ได้ค่าความสนิทสนมเลยสักนิด?
เงินของข้าไม่ได้เสียไปเปล่าๆ เหรอ!
หลินเจียง ด่าระบบในใจ แล้วก็ขึ้นไปที่ชั้นสาม
พร้อมกันนั้นก็มองดูนาฬิกาของตัวเอง พอใจเป็นอย่างยิ่ง
เวลาจำกัดของการ์ดคืนเงินยังเหลืออีกสองชั่วโมงกว่า เพียงพอให้เขาใช้
และอีกอย่าง การเดินชอปปิงคนเดียวก็สบายกว่า อยากจะเดินยังไงก็เดินไป ไม่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่น
จากนั้น หลินเจียง ก็ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเองห้าตัว กางเกงหกตัว และรองเท้าอีกแปดคู่ รวมๆ แล้วใช้เงินไปห้าหมื่นกว่า ก็ถือว่าได้สัมผัสความรู้สึกของคนรวยแล้ว
เขาเปิดโทรศัพท์ดู ยังเหลือเงินเกือบแปดหมื่น สามารถไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ได้
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็ไปที่ชั้นหนึ่งอีกครั้ง เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือให้ตัวเองเป็นแบบจอพับ รวมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ใช้ไป 17,000 เหลือเงินอีกหกหมื่นกว่า
เมื่อมองดูยอดเงินคงเหลือในบัตร ด้วยหลักการของความคุ้มค่า หลินเจียง ก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี
ทันใดนั้น!
หลินเจียง ก็มีความคิดใหม่ขึ้นมา!
เขาไปที่ร้านขายทองฮั่วเซ่งเฮง ซื้อทองคำแท่ง 50 กรัมสองแท่ง เงินที่เหลือก็ซื้อสร้อยข้อมือทองอีกเส้นหนึ่ง หลังจากรูดบัตรแล้วก็เหลือเงินแค่สามหยวน
หลินเจียง รู้สึกว่าการใช้บั๊ก(3) ครั้งนี้ช่างสมบูรณ์แบบ
ซื้อทองก็ถือเป็นการใช้จ่ายใช่ไหม? หลังจากคืนเงินแล้วฉันค่อยเอาไปขาย ก็ไม่มีปัญหาใช่ไหม?
แต่ หลินเจียง ไม่ได้มีความคิดที่จะขาย คนรุ่นเก่ามีความผูกพันกับทองคำ เอาไปให้แม่เก็บไว้ก็ดีแล้ว
[คุณได้บรรลุวิถีแห่งการลงทุน ค่าสติปัญญา +1]
หลินเจียง: ???
ระบบแกนี่มันได้จริงๆ
เมื่อมองดูเงินสามหยวนที่เหลือ หลินเจียง ก็ไม่เก็บไว้ ซื้อไอศกรีมแท่งหนึ่ง รีดขนแกะ(4) จนเกลี้ยง
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หลินเจียง ถึงจะขนของทั้งหมดกลับบ้านได้
เมื่อจัดของทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็ดูเวลานับถอยหลังของระบบ
การ์ดคืนเงินยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถึงจะหมดเวลา แค่รอช้าๆ ก็พอ
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของ หลินเจียง ก็ดังขึ้น เป็นสายจาก สวีหลิน
“คุณเจ้าของร้านหลิน วันนี้พักผ่อนเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ดีขึ้นเยอะแล้วครับ ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น ทาน้ำมันยาอีกวัน พรุ่งนี้ก็คงไม่รู้สึกแล้ว”
“งั้นดีค่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็อย่าหักโหมเลยนะ รีบปิดร้าน ถือว่าให้ตัวเองได้หยุดพักผ่อน”
“ให้ตัวเองหยุดไปแล้วครับ กำลังนอนอยู่บ้าน” หลินเจียง หัวเราะพลางพูด
“คุณนี่ไม่ต้องให้คนเป็นห่วงเลยจริงๆ” สวีหลิน หัวเราะขึ้นมา แล้วพูดว่า:
“ในเมื่ออยู่บ้าน ก็ลงมาช่วยหน่อยสิ ฉันซื้อของมาเยอะเลย ช่วยฉันถือหน่อย”
“ได้ครับ ที่ประตูทิศใต้ของหมู่บ้านเหรอครับ?”
“ที่จอดรถค่ะ ลงมาก็จะเห็นฉันเอง”
“ได้ครับ รอผมแป๊บ”
วางสายแล้ว หลินเจียง ก็สวมรองเท้าแตะลงไปข้างล่าง
เมื่อลงไปถึงชั้น B1 ที่ลานจอดรถใต้ดินก็เห็น สวีหลิน กำลังก้มตัวหยิบของออกจากท้ายรถ
สวีหลิน สวมกระโปรงสีขาวยาวถึงเข่า ท่อนบนเป็นเสื้อไหมพรมถักสีไวน์แดง ส่วนที่นูนออกมาข้างหน้า ทำให้เกิดเอฟเฟกต์โปร่งแสงเล็กน้อย แต่ข้างในสวมเกาะอก ไม่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่
กลับกัน ตอนที่ก้มตัวลง เผยให้เห็นเอวขาวๆ ส่วนเล็กๆ กับขอบสีดำ ช่างทำให้คนจินตนาการไปไกลไม่สิ้นสุด
“ซื้อของเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ”
เมื่อได้ยินเสียงพูดของ หลินเจียง สวีหลิน ก็ยืดตัวขึ้น ดึงเสื้อผ้าของตัวเอง
“ก็ของใช้ในชีวิตประจำวัน กับผักอีกหน่อย ที่บ้านกินเกือบหมดแล้ว”
“ทำไมมีแค่คุณคนเดียวล่ะครับ ลูกชายคุณล่ะ?”
ขณะที่พูด หลินเจียง ก็เข้าไปช่วย สวีหลิน ถือของ
มือแต่ละข้างถือถุงสองใบ ถึงจะหนักหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหา
“แม่ฉันบอกว่าคิดถึงเขา วันนี้ก็เลยมารับไปแล้ว ฉันก็จะได้สบายๆ หน่อย ตอนกลางคืนไม่ต้องดูแลเขาแล้ว”
…………
(1)[ผู้ชายน่ารังเกียจ (下头男) – เป็นคำสแลงในอินเทอร์เน็ตหมายถึงผู้ชายที่ทำตัวหรือพูดจาน่ารังเกียจ ทำให้ผู้หญิงหมดอารมณ์หรือรู้สึกไม่ดี]
(2)[หน้าอกเล็กชั่วร้ายสุดๆ (穷胸极恶) – เป็นการเล่นคำพ้องเสียงจากสำนวน 穷凶极恶 ที่แปลว่า ‘ชั่วร้ายอย่างที่สุด’ โดยเปลี่ยนตัวอักษร 凶 (ชั่วร้าย) เป็น 胸 (หน้าอก) ที่ออกเสียงเหมือนกัน กลายเป็นความหมายว่า ‘อกเล็ก (จน / ไม่มี) แล้วยังชั่วร้ายอีก’ เป็นมุกตลกที่ใช้ล้อเลียนคนอกเล็ก]
(3)[ใช้บั๊ก (卡Bug) – เป็นคำสแลงที่มาจากวงการเกม หมายถึงการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่หรือข้อผิดพลาดของระบบ]
(4)[รีดขนแกะ (薅羊毛) – เป็นสำนวนในอินเทอร์เน็ตหมายถึงการใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่น ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ให้คุ้มค่าที่สุดจนหยดสุดท้าย]