นี่คือมายบัค!

“จู่ๆ ก็มีงานด่วนเข้ามาเหรอ? มัวแต่เล่นโทรศัพท์อยู่ได้”

จ้าว ชิ่งเถียน ที่นั่งอยู่ในรถพูดขึ้น “ถึงข้างล่างบ้านเธอแล้ว”

“ไม่ใช่งานค่ะ เรื่องส่วนตัวนิดหน่อย”

เฉิน จิ้งเจีย พูดโดยไม่เงยหน้า

รูปภาพถูกส่งมาแล้ว แต่มีแค่ส่วนหน้ารถ เฉิน จิ้งเสียน ก็ขี้เกียจจะไปถ่ายมุมอื่น

“นี่มันอะไรกัน รถยนต์จีนกากๆ ทั้งโง่ทั้งทึ่ม”

เฉิน จิ้งเจีย เปิดรูปภาพขึ้นมา ขยายดูที่โลโก้รถ มองอยู่พักใหญ่ ก็พบว่าตัวเองไม่รู้จัก ก็เลยตีความไปเองว่าเป็นรถขยะของจีน

“พึมพำอะไรอยู่ อะไรคือรถจีนกาก... เชี้ยย, มายบัค!”

จ้าว ชิ่งเถียน ตกใจ “รถคันนี้ไม่ถูกเลยนะ”

“คุณจะตกใจอะไรนักหนา รถยนต์จีนคันเดียว จะอะไรขนาดนั้น”

“เธอบอกว่านี่เป็นรถยนต์จีนเหรอ?”

“ไม่ใช่รถยนต์จีนแล้วจะเป็นอะไรล่ะ?” เฉิน จิ้งเจีย ชี้ไปที่รูปภาพแล้วพูด:

“คุณดูหน้ารถสินี่ เหมือนจะลอกเลียนแบบ BMW มาเลย แค่เจาะช่องลมเข้าสองช่องให้ทะลุกัน แล้วก็เปลี่ยนรูปทรงหน่อย แถมยังทำโลโก้ตั้งขึ้นมาอีก ดูปุ๊บก็รู้ว่าเลียนแบบเบนซ์ ที่น่าขยะแขยงที่สุดคือสีนี่แหละ จะดำล้วนหรือขาวล้วนก็ได้ แต่ดูรถคันนี้สิ ยังจะทำเป็นสีทูโทนอีก ไม่รู้เลยว่าดีไซเนอร์ในประเทศพวกนี้คิดยังไงกัน วาดเสือไม่ได้เสือกลับได้หมา(1)

“เอ่อ...”

จ้าว ชิ่งเถียน พลันเช็ดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากตัวเอง

“เธอนี่ไม่รู้ก็อย่ามาวิจารณ์มั่วซั่ว นี่คือมายบัค แบรนด์ไฮเอนด์ในเครือของเบนซ์ รถรุ่นนี้ที่ถูกที่สุด รวมทุกอย่างแล้วก็ต้อง 2 ล้านกว่า จะเป็นรถยนต์จีนได้ยังไง”

“ห๊ะ? รถคันนี้แพงขนาดนี้เลยเหรอ?”

เฉิน จิ้งเจีย ตกใจแล้ว

“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ต่อไปถ้าไม่รู้ก็อย่ามาวิจารณ์มั่วซั่ว นี่ถ้าให้คนอื่นรู้เข้า จะไม่หัวเราะเยาะเธอจนตายรึไง”

เฉิน จิ้งเจีย ตะลึงงันไม่ได้พูดอะไร เวลานี้กลับจะรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว

หลินเจียง จะไปซื้อรถดีๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร?

นี่มันเป็นไปไม่ได้!

หรือว่าเป็นรถของพี่น้องตระกูลฉิน?

แต่พวกเขาจะให้ยืมรถแพงขนาดนี้มาขับจริงๆ เหรอ?

จะเป็นไปได้เหรอ?

เฉิน จิ้งเจีย ตกอยู่ในความสงสัยอย่างลึกซึ้ง

………

เมื่อออกจากลิฟต์ เฉิน จิ้งเสียน ก็หยิบกุญแจมาเปิดประตู

สิ่งแรกที่ทำเมื่อเข้าประตูมา เฉิน จิ้งเสียน ก็ก้มตัวไปที่ตู้รองเท้า หารองเท้าแตะให้ หลินเจียง

“ที่บ้านไม่มีรองเท้าแตะผู้ชาย เธอใส่ของฉันไปก่อนแล้วกันนะ”

“รองเท้าแตะเบอร์ 38 ของพี่นี่มันเล็กไปหน่อยจริงๆ ด้วย ถอดรองเท้าเดินดีกว่า อย่างไรเสียพื้นก็ไม่เย็น”

หลินเจียง ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ถอดรองเท้าเดินเข้าไป

บ้านของ เฉิน จิ้งเสียน เป็นแบบสองห้องนอนเล็ก พื้นที่ใช้สอยประมาณ 50 กว่าตารางเมตร คล้ายๆ กับบ้านของ หลินเจียง

ภายในบ้านถูกจัดเก็บอย่างสะอาดสะอ้าน มีกลิ่นหอมจางๆ ที่อยู่ของผู้หญิงกับที่อยู่ของผู้ชายมันไม่เหมือนกันจริงๆ

“เธอนั่งก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปล้างผลไม้มาให้”

หลินเจียง ดูนาฬิกา “ไม่ต้องลำบากแล้วครับ นี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว”

“ก็ไม่ลำบากอะไรนี่… เธอน่ะไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ”

“ครับ”

หลินเจียง ไปที่ห้องน้ำ พื้นที่ห้องน้ำไม่ใหญ่ ขนาดสามสี่ตารางเมตร นอกจากอ่างล้างหน้ากับโถส้วมแล้ว ยังมีราวตากผ้าอีกอันหนึ่ง พื้นที่ที่เหลือก็ไม่มากแล้ว

บนราวตากผ้ามีเสื้อผ้าอยู่สองสามชิ้น ยังมีชุดชั้นในสีชมพูกุหลาบอีกหนึ่งชุดด้วย

สิ่งที่ไม่ควรดูก็อย่าไปดู อย่าทำให้ตัวเองดูเหมือนพวกตาแก่ลามก(2)

หลินเจียง ท่องในใจ (พุทโธธัมโมสังโฆ)

อืม…ขอบลูกไม้ให้คะแนนเต็ม

เพราะไม่มีแปรงสีฟัน หลินเจียง ก็ไม่ได้แปรงฟัน บ้วนปาก ล้างหน้าแล้วก็ออกมา

ในขณะที่กำลังเช็ดหน้า ก็ได้ยินเสียงของ เฉิน จิ้งเสียน ดังมาจากข้างนอก

“ลืมหาแปรงสีฟันให้เธอเลย”

ทันใดนั้น เฉิน จิ้งเสียน ก็ดึงประตูห้องน้ำเปิดออก กำลังจะไปที่ตู้ใต้อ่างล้างหน้าเพื่อหาแปรงสีฟันให้ หลินเจียง ทันใดนั้นก็เห็นชุดชั้นในของตัวเองที่แขวนอยู่บนราวตากผ้า

ใบหน้าของ เฉิน จิ้งเสียน พลันแดงก่ำ ทั้งอายและลนลาน

“สีนี้ก็ดูอ่อนกว่าวัยดีนะครับ”

“พูดอะไรมั่วซั่ว น่ารังเกียจจริงๆ”

หลินเจียง ยิ้มกริ่มเดินออกมา บนโต๊ะคือองุ่นกับส้มที่ล้างแล้ว และองุ่นก็เป็นเม็ดๆ บนนั้นยังมีหยดน้ำเกาะอยู่

กินองุ่นไปพลาง ดูโทรศัพท์ไปพลาง บนนั้นมีข้อความของ หลี่ หยวนหยวน เมื่อครู่ไม่ได้เห็น

บอกว่าติดต่อพนักงานเสิร์ฟได้แล้ว พรุ่งนี้สามารถมาทำงานได้เลย

หลินเจียง ตอบกลับด้วยอีโมติคอน OK แล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ

เชฟหนึ่งคน พนักงานเสิร์ฟสองคน เวลายุ่งๆ ตัวเองค่อยไปช่วย ก็น่าจะเหลือเฟือแล้ว

ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้า ต้องแย่งลูกค้ามาให้หมดให้ได้!

วืด วืด วืด—

โทรศัพท์ของ หลินเจียง สั่นขึ้นมาหนึ่งที หยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจาก เฉิน จิ้งเจีย

เฉิน จิ้งเจีย: วันนี้คุณขับรถไปส่งพี่สาวฉันกลับเหรอ?

เฉิน จิ้งเจีย: ฉันรู้ว่าคุณอยากจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่า หลังจากหย่าแล้วคุณก็ยังอยู่ดีมีสุข แต่ยืมรถมาก็ไม่มีความจำเป็นต้องอวดหรอกนะ คุณหลอกฉันไม่ได้หรอก

ไอ๊หยา…นี่มันป่วยชัดๆ!(3)

หลินเจียง โยนโทรศัพท์ไปข้างๆ ข้อความแบบนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตอบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉิน จิ้งเสียน ก็อาบน้ำเสร็จออกมา สวมชุดนอนผ้าฝ้าย ผมเปียกชื้น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเป็นพิเศษ

เฉิน จิ้งเสียน จัดผม ถึงแม้จะเก็บชุดชั้นในไปแล้ว แต่พอนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ ก็ยังคงรู้สึกอายอยู่ดี

“ดึกแล้วนะ เราสองคนไปนอนกันเถอะ”

“อืมมม... เราสองคนนอนด้วยกันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ แยกกันนอนดีกว่าครับ”

“พูดอะไรของเธอกัน”

เฉิน จิ้งเสียน หยิกที่เอวของ หลินเจียง อย่างมีเสน่ห์มองแล้วออกจะน่ารักด้วยซ้ำ

“ไปนอน”

“ได้เลยครับๆ”

[คุณได้รับความรู้สึกดีๆ จาก NPC เฉิน จิ้งเสียน ค่าความสนิทสนม +10]

[ค่าความสนิทสนม: 60]

แบบนี้ก็เพิ่มค่าความสนิทสนมได้ด้วยเหรอ?

หลินเจียง รู้สึกว่าที่ เฉิน จิ้งเสียน…นี่ วิธีการเพิ่มค่าความสนิทสนมดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมือนใครเท่าไหร่นักนะ

ก่อนหน้านี้ซื้อกระเป๋าให้เธอใบละหลายหมื่น ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

กลับกัน การกระทำที่คลุมเครือแบบนี้ กลับมีผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา

เหอะๆ…ดูท่าต่อไปคงต้องเน้นพัฒนาในด้านนี้อย่างจริงจังเสียแล้ว

………

เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเจียง ก็ไปส่ง เฉิน จิ้งเสียน ที่ทำงาน แล้วตัวเองก็กลับมาที่ร้าน

จาง กั๋วฟู่ กับหลี่ หยวนหยวน ยังไม่มา น้ำในถังยังเหลืออยู่หน่อยหนึ่ง เททิ้งแล้วก็ต่อใหม่อีกถังเต็มๆ ใส่ผงชูรสเลิศรสไปสามซอง ภารกิจของตัวเองก็เสร็จสิ้นแล้ว

“พี่เจียง พี่มาแล้วเหรอคะ”

ในขณะที่ หลินเจียง กำลังปิดก๊อกน้ำ ก็ได้ยินเสียงของ หลี่ หยวนหยวน

ข้างๆ เธอยังมีเด็กสาวที่อายุไล่เลี่ยกันอีกคนหนึ่ง มีใบหน้ารูปไข่ เป็นประเภทที่ยิ่งมองยิ่งสวย

“พี่เจียงคะ เธอชื่อ โจว เสี่ยวลี่ค่ะ พนักงานเสิร์ฟที่ฉันหามาให้พี่”

“แล้วเธอมีประสบการณ์ไหม?”

“ก็ไม่มีค่ะ เหมือนกับฉันเลย ทำนาเป็นอย่างเดียว คิกๆ”

ดู หัวเราะคิกๆ…ยังจะมาภาคภูมิใจอีก

“สรุปว่าพวกเธอสองคนมาจากหมู่บ้านเดียวกันสินะ?”

“พี่เจียงพี่ฉลาดจริงๆ ใช่แล้วพวกเราสองคนมาจากหมู่บ้านเดียวกันค่ะ สนิทกันมากเลย”

“คนที่เธอแนะนำมาพี่ก็วางใจ ตั้งใจทำงานที่นี่นะ รอให้ธุรกิจที่ร้านเราดีขึ้น จะไม่ทำให้พวกเธอเสียใจแน่นอน”

“ค่ะๆ”

“โอเค พี่มีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย พวกเธอเองช่วยดูที่นี่หน่อยนะ”

“มอบให้ฉันจัดการได้เลยค่ะ รับรองว่าจะไม่แอบอู้แน่นอน”

“อืมๆ”

กำชับเสร็จ หลินเจียง ก็ออกจากร้านขึ้นรถไป

เงินทุนสำหรับซื้อบ้านก็เข้าบัญชีแล้ว ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินเจียง ก็เหยียบคันเร่ง มุ่งหน้าไปยังเซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์

………

(1)[วาดเสือไม่ได้เสือกลับได้หมา (画虎不成反类犬) – เป็นสำนวน มีความหมายว่า ตั้งใจจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือเลียนแบบของที่ดี แต่กลับทำออกมาได้ไม่ดี จนกลายเป็นสิ่งที่น่าหัวเราะหรือด้อยกว่าเดิม]

(2)[ตาแก่ลามก (老色批) – เป็นคำสแลงที่ใช้เรียกคนที่หมกมุ่นเรื่องเพศ หรือพวกเฒ่าหัวงู มักใช้ในเชิงหยอกล้อ ไม่ได้จริงจังมาก]

(3)[ป่วยชัดๆ (纯纯有病) – เป็นคำสแลง หมายถึง ทำตัวแปลกๆ หรือพูดจาไร้สาระ เหมือนคนป่วยหรือคนบ้า]

ตอนก่อน

จบบทที่ นี่คือมายบัค!

ตอนถัดไป