มือใหม่โค้งหลัง มือเก๋าลงเอว

ไม่นาน ทั้งสองคนก็มาถึงชั้นที่ 24

เพิ่งจะออกจากลิฟต์ แสงไฟอบอุ่นนุ่มนวลก็สาดส่องเข้ามา

ระหว่างประตูลิฟต์กับประตูทางเข้า ยังมีต้นไม้สีเขียววางอยู่ หลินเจียง ไม่รู้ว่าเป็นพันธุ์อะไร แต่ก็น่าจะไม่ใช่ถูกๆ….

ในตอนนี้ ประตูทางเข้าแง้มอยู่ ยืนอยู่ที่ประตูก็ยังได้ยินเสียงคนคุยกันข้างใน

“บ้านหลังนี้เป็นแบบที่เราเน้นขายค่ะ ก็มีคนมาดูบ้านที่นี่เหมือนกัน” จ้าว ฟางเฟย อธิบายให้ หลินเจียง ฟัง

“ครับ”

เมื่อดึงประตูทางเข้าแบบบานคู่ที่หนักอึ้งเปิดออก หลินเจียง ก็ถูกขนาดของบ้านและการตกแต่งที่หรูหราทำให้ตกตะลึง

ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะเคยจินตนาการถึงบ้านขนาด 681 ตารางเมตรไว้แล้ว แต่พอเข้ามาแล้ว ภาพที่เห็นก็ยังคงเกินจินตนาการของเขาไปเยอะมาก

หลินเจียง พลันเข้าใจสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ชีวิตของคนรวย เป็นสิ่งที่จินตนาการไม่ได้

จักรพรรดิไม่ต้องใช้จอบทองคำไถนาจริงๆ(1)

เมื่อเข้ามาแล้ว หลินเจียง ก็เห็นคนสองคนยืนอยู่ตรงหน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ กำลังพูดถึงเรื่องบ้านอยู่

“หืม?”

ลูกค้าของพนักงานขายหญิง เป็นผู้หญิงวัยกลางคน อายุห้าสิบกว่า รูปร่างอ้วนท้วน ดูคล้ายๆ กับปลาดาว

ทำไมดูคุ้นๆ จัง?

ดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาของ หลินเจียง ผู้หญิงวัยกลางคนก็มองมาทาง หลินเจียง แวบหนึ่ง แฝงไปด้วยความดูแคลนเล็กน้อย แล้วก็รีบเบือนสายตากลับไป

“คุณหลินคะ เราดูของเรากันเถอะค่ะ ไม่กระทบกัน”

สถานการณ์แบบนี้ หลินเจียง ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ ถือเป็นเรื่องปกติมาก

คนสองกลุ่มกระจายกันไปในที่ต่างๆ ดูรายละเอียดของแต่ละส่วน

“นี่คือห้องนอนใหญ่ค่ะ มีห้องแต่งตัวกับห้องน้ำในตัว พื้นที่ประมาณ 42 ตารางเมตร นอกจากจะพักผ่อนแล้ว ยังสามารถตอบสนองความต้องการในการแต่งหน้าของคุณผู้หญิงได้ด้วยค่ะ”

“ยังไม่มีคุณผู้หญิงเลยครับ ตอนนี้น่าจะยังไม่ได้ใช้” หลินเจียง ยิ้มพูด

“ไม่...”

จ้าว ฟางเฟย ชะงักไปครู่หนึ่ง หรือว่าเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังหย่าแล้ว?

ดูเหมือนว่าเจ้านายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเหล่านั้น ไม่ค่อยมีใครที่ความสัมพันธ์ในชีวิตคู่จะปกติ

“ตอนนี้ไม่ได้ใช้ ต่อไปก็จะใช้เองค่ะ”

“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ”

อย่างช้าๆ หลินเจียง เดินนำหน้าไป ดูห้องนอนสองสามห้อง แล้วก็มาถึงห้องครัว

ขณะเดียวกัน พนักงานขายหญิงที่ชื่อ เซี่ยซวง กับผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วย

ทั้งสองคนยืนอยู่ที่ตำแหน่งประตู เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ ผ่านไปได้ยาก

“สวัสดีค่ะ พวกเราขอเข้าไปหน่อยนะคะ” จ้าว ฟางเฟย พูดอย่างสุภาพ

ผู้หญิงวัยกลางคนที่มีรูปร่างนามธรรม คล้ายปลาดาว มอง จ้าว ฟางเฟย อย่างดูแคลน แต่กลับไม่มีการกระทำใดๆ เพียงพูดอย่างไม่พอใจว่า:

“พวกคุณไปที่อื่นก่อน เรากำลังคุยกันอยู่ อย่ามารบกวนเรา”

“แต่ว่า...”

“เฟยเฟย”

จ้าว ฟางเฟย กำลังจะพูด ก็ถูก เซี่ยซวง ขัดจังหวะ

“ลูกค้าของฉันสำคัญกว่า พวกคุณไปดูที่อื่นก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยมาใหม่”

“ลูกค้าของฉันก็สำคั...”

“พอแล้ว”

หลินเจียง ดึง จ้าว ฟางเฟย ไว้ “เราไปกันเถอะ”

“อ๋อๆ ค่ะ”

ทั้งสองคนถอยออกมา จ้าว ฟางเฟย ก็ปลอบอารมณ์ของ หลินเจียง

“คุณหลินคะ ขอโทษด้วยนะคะ”

“จะมาขอโทษทำไมกัน?”

“ในทีมขายของเซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ ฉันมาทำงานได้ไม่นานที่สุดค่ะ พวกเขาล้วนเป็นพนักงานเก่า ถ้าฉันเป็นพนักงานเก่าด้วย พวกเขาพูดกับฉัน …ก็คงจะสุภาพกว่านี้หน่อย”

เห็นได้ชัดว่า คนที่ จ้าว ฟางเฟย พูดถึงคือ เซี่ยซวง

“นี่ไม่น่าจะเกี่ยวกับเก่าใหม่เท่าไหร่นะครับ แต่ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนปลาดาวคนนั้น ให้ความรู้สึกหยิ่งยโสมาก”

“ปลาดาว?”

จ้าว ฟางเฟย ถูกคำเปรียบเทียบนามธรรมของ หลินเจียง เข้าไปทำให้หัวเราะ คิดดูดีๆ ก็เหมือนจริงๆ ด้วย

“ตอนนี้คนรวยพวกนี้ แต่ละคนยิ่งกว่าใคร ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยค่ะ คุณอย่าไปใส่ใจเลยนะคะ เดี๋ยวฉันพาไปดูที่อื่นค่ะ”

“ไม่รีบครับ เดี๋ยวค่อยมาดูใหม่” ขณะที่พูด หลินเจียง ก็เดินไปทางประตู

“เดี๋ยวค่อยมาดูใหม่?” จ้าว ฟางเฟย ไม่เข้าใจ

“กลับไปเตรียมสัญญา บ้านหลังนี้ผมเอาแล้ว ซื้อเสร็จแล้วค่อยมาดูใหม่ก็ได้เหมือนกัน”

“ห๊ะ?”

จ้าว ฟางเฟย เบิกตากว้าง ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรดี

“คุณ คุณจะซื้อบ้านหลังนี้เหรอคะ?”

“ไม่ซื้อบ้านแล้วผมจะมาที่นี่ทำไมล่ะครับ?”

“คุณ ฉัน นี่...” จ้าว ฟางเฟย ถึงกับทำคอมโบตกใจสามชุด(2)ติดๆ กัน “เดี๋ยวฉันจะกลับไปเตรียมสัญญาให้คุณเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

หัวใจของ จ้าว ฟางเฟย เต้นเร็วขึ้น แทบจะกระดอนออกมาจากลำคอ

เขาไม่ใช่เลขาที่มาดูบ้านให้เจ้านาย!

แต่ว่า…แต่ว่าเขามาซื้อบ้านให้ตัวเอง!

นี่มันเศรษฐีรุ่นสองระดับท็อปชัดๆ!

ที่สำคัญที่สุดคือ ยังหล่ออีกด้วย ทำไมถึงมีคนที่มีโชคชะตาดีขนาดนี้?

ทั้งสองคนไปที่ลิฟต์ ยืนเคียงข้างกัน หัวใจของ จ้าว ฟางเฟย เต้นระรัวและแรงมาก

เมื่อครู่ตอนที่ดูบ้าน เขาบอกว่ายังไม่มี ‘คุณผู้หญิง’ นั่นก็หมายความว่า ตอนนี้เขายังโสดสินะ!

นี่มันเพชรเม็ดงามในหมู่ชายโสดอะไรกันเนี่ย!

ไม่นาน ทั้งสองคนก็กลับมาถึงศูนย์ขาย หลินเจียง ถูกพาไปยังห้องรับแขกส่วนตัวชั้นสอง

“คุณหลินคะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปเตรียมสัญญาค่ะ”

“ได้ครับ”

เมื่อสวมรองเท้าส้นสูง ต๊อกๆๆ ไปถึงหน้าคอมพิวเตอร์ จ้าว ฟางเฟย ก็กดสองสามที เตรียมจะพิมพ์สัญญา

แต่ลองติดต่อกันหลายครั้ง เครื่องพิมพ์ก็ไม่มีปฏิกิริยา

“เป็นอะไรไป?”

พึมพำหนึ่งประโยค จ้าว ฟางเฟย ก็มองไปที่เท้า ก็พบว่าปลั๊กไฟของเครื่องพิมพ์หลุด

เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก อยากจะใช้เท้าเหยียบปลั๊กไฟเข้าไป ก็พบว่าไม่ถึงเลย ก็เลยต้องลุกขึ้นจากเก้าอี้ มุดเข้าไปใต้โต๊ะทำงาน แล้วเสียบปลั๊กไฟ

ในวินาทีนี้ จ้าว ฟางเฟย ก็พลันตระหนักว่าท่าทางของตัวเองไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไหร่

ตำแหน่งของตัวเองนี่ ดูเหมือนจะอยู่ตรงข้ามกับลูกค้าของเธอพอดี ขอแค่เขาเอียงศีรษะลงมาหน่อย ก็จะเห็นแล้ว

เฮ้อ!

ช่างมันเถอะ เห็นก็เห็นไป อย่างไรเสียตัวเองก็ทำงานอยู่ ไม่ได้จงใจ

เมื่อเห็น จ้าว ฟางเฟย มัวแต่ยุ่งอยู่ครึ่งวันยังไม่มีความคืบหน้า หลินเจียง ก็เอียงศีรษะมองแวบหนึ่ง

พ่องงมัน!

อะไรจะขนาดนี้!

โครงร่างวงกลมที่อวบอิ่มขนาดใหญ่ ทำให้ หลินเจียง ตกใจอย่างยิ่ง

มือใหม่โค้งหลัง มือเก๋าลงเอว(3) ถูกต้องจริงๆ…

แล้วก็ส่วนโค้งที่อวบอิ่มกลมกลึงนี้มัน… ในวินาทีนี้ ทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็พลันหมองลง

เมื่อเสียบปลั๊กเรียบร้อย จ้าว ฟางเฟย ก็ค่อยๆ คลานออกมาจากใต้โต๊ะทำงาน แล้วเริ่มพิมพ์สัญญา

ไม่ถึงสามนาที สัญญาก็พิมพ์เสร็จ ยื่นไปตรงหน้า หลินเจียง

“คุณหลินคะ สัญญาพิมพ์เสร็จแล้วค่ะ คุณดูหน่อยนะคะ”

ข้ามส่วนที่ไม่มีประโยชน์ข้างหน้าไป ดูเนื้อหาหลักๆ ขอแค่พื้นที่ของบ้านกับรางวัลตรงกันก็โอเคแล้ว

อย่างไรเสียตัวเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ที่เลือกได้มีเพียงตึกไหนกับชั้นไหนเท่านั้น

เมื่อมองแวบหนึ่งไม่มีปัญหา หลินเจียง ก็เซ็นชื่อของตัวเองลงไป

“ตอนนี้เราไปฝ่ายการเงินกันค่ะ”

“ได้ครับ”

ภายใต้การนำของ จ้าว ฟางเฟย ทั้งสองคนก็ไปที่ฝ่ายการเงินอีกครั้ง รูดบัตรจ่ายเงิน

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เงินทุนพิเศษยังเหลืออีก 25 ล้าน ส่วนเศษสตางค์ก็ไม่นับแล้ว

บ้านเป็นแบบตกแต่งพร้อมอยู่ ยังขาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหน่อย เงินจำนวนนี้ใช้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือรับมือกับการปรับปรุงง่ายๆ ก็เพียงพอแล้ว

“คุณหลินคะ เอกสารที่เหลือต้องไปจัดการที่ฝ่ายบริหารจัดการ แต่จะผ่านทาง C2401 เราจะกลับไปดูบ้านก่อน หรือว่าจะไปที่ฝ่ายบริหารจัดการโดยตรงเลยคะ?”

“ไปดูบ้านก่อนแล้วกันครับ ตอนนี้เป็นของผมหมดแล้ว คนอื่นมาครอบครองบ้านผมก็ไม่ถูกแล้ว คุณว่าจริงไหมครับ”

“คิกๆ คะ คุณพูดถูกค่ะ”

…………

(1)[จักรพรรดิไม่ต้องใช้จอบทองคำไถนา (皇帝真不用金锄头耕地) – เป็นคำกล่าวที่วิจารณ์จินตนาการอันจำกัดของคนจนเมื่อพยายามนึกภาพชีวิตของคนรวย มีที่มาจากเรื่องเล่าที่ชาวนาจินตนาการว่าจักรพรรดิคงใช้จอบที่ทำจากทองคำ เพราะจอบเป็นเครื่องมือที่มีค่าที่สุดเท่าที่พวกเขานึกออก]

(2)[คอมโบตกใจสามชุด (震惊三连) – เป็นสแลงหมายถึงการแสดงปฏิกิริยาตกใจอย่างสุดขีดติดต่อกันหลายครั้ง]

(3)[มือใหม่โค้งหลัง มือเก๋าลงเอว (新手弓背,老手下腰) – เดิมทีเป็นคำนี้ไว้กล่าวในวงการยกน้ำหนักหรือการใช้แรงงาน ‘มือใหม่’ จะก้มตัวโดยการโค้งหลัง ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ถูกต้องและอาจทำให้บาดเจ็บได้ ส่วน ‘มือเก๋า’ หรือผู้มีประสบการณ์จะย่อตัวลงโดยให้หลังตรง ซึ่งเป็นท่าที่ถูกต้องครับ เพียงแต่ในบริบทนี้ ถูกนำมาใช้เป็นคำพูดสองแง่สองง่ามที่ชื่นชมท่าก้มตัวของ จ้าว ฟางเฟย อย่างติดตลกว่ามี ‘ฟอร์ม’ ที่ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับ...กิจกรรมอย่างอื่น อืมม ก็อย่างว่านั้นแหละ ฮ่าๆ]

ตอนก่อน

จบบทที่ มือใหม่โค้งหลัง มือเก๋าลงเอว

ตอนถัดไป