ความรู้สึกของอดีตภรรยา

ซื้อบ้าน!?

เมื่อครู่เป็นแค่การคาดเดา ตอนนี้พอได้ยิน หลินเจียง พูดว่าซื้อบ้านจริงๆ ในหัวของ ฉิน ยางยาง ก็ดังอื้ออึงไปหมด

เธอก็ไม่คิดว่า หลินเจียง จะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น และข้างๆ ยังมีพนักงานขายหญิงอยู่ด้วย ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องโกหกแล้ว

เจ้าของร้านบะหมี่คนหนึ่ง ใครจะไปคาดคิดว่าจะสามารถซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ได้?

บะหมี่ทำจากทองคำ หรือว่าน้ำซุปต้มด้วยทองคำ?

“เมื่อวานคุณบอกว่าจะมาดูบ้าน ฉันก็นึกว่าแค่ดูเล่นๆ ไม่คิดว่าจะซื้อจริงๆ”

ฉิน ยางยาง แสร้งทำเป็นใจเย็นพูด “ก่อนซื้อทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะคะ ไม่แน่ว่าอาจจะให้ส่วนลดภายในให้คุณได้”

ขณะที่พูด ฉิน ยางยาง ก็มองไปที่ จ้าว ฟางเฟย

“คุณหลินซื้อบ้านหลังไหนเหรอคะ?”

“ห้องขนาด 681 ตารางเมตรค่ะ ที่ C2401”

681 ตารางเมตร!

ก็คือห้องราคา 165 ล้านนั่นน่ะสิ!

ฉิน ยางยาง ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก

นั่นมัน 165 ล้านเลยนะ!

“จ่ายเงินไปหมดแล้วใช่ไหมคะ? มีส่วนลดให้ไหม?”

“ใช่ค่ะ” จ้าว ฟางเฟย พยักหน้า พูดอย่างขอโทษ “คุณหลินก็ไม่ได้เอ่ยถึงใคร …ก็เลยไม่ได้ให้ส่วนลดพิเศษค่ะ”

“งั้นก็จบแล้ว เงินก็จ่ายไปที่ฝ่ายการเงินแล้ว จะมาขอส่วนลดอีกก็เป็นไปไม่ได้แล้ว” ฉิน ยางยาง มอง หลินเจียง แล้วพูดว่า “ผู้จัดการทั่วไปของพวกเขาฉันรู้จัก ว่างๆ ฉันจะไปคุยกับเขาดู ดูสิว่าจะช่วยชดเชยอะไรให้คุณได้บ้าง”

“ถ้าลำบากเกินไปก็ไม่ต้องหรอกครับ นี่มันเป็นบุญคุณกันทั้งนั้น ตอบแทนลำบากที่สุดแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ปัญหาไม่ได้ใหญ่อย่างคุณพูด” ฉิน ยางยาง พูด “พวกคุณมาจัดการเอกสารกันใช่ไหมคะ”

“ครับ”

“ไปกันเถอะค่ะ ฉันจะไปด้วย แบบนี้จะสะดวกขึ้นหน่อย”

“ก็ได้ครับ งั้นรบกวนคุณแล้ว”

ทั้งสามคนเดินไปยังฝ่ายบริหารจัดการด้วยกัน จ้าว ฟางเฟย รู้สึกงงเล็กน้อยทั้งไม่รู้ และไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไร

แต่ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนจะมีความสัมพันธ์กับบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์

“คุณฉิน คุณกลับมาแล้ว”

ฉิน ยางยาง ไม่ได้ดำรงตำแหน่งในบริษัท แต่กลับมีตำแหน่งเป็นรองประธานอยู่

คนที่ฝ่ายบริหารจัดการเห็นเธอ ก็จะเรียกแบบนี้

“นี่เพื่อนของฉัน เพิ่งจะซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ ฉันมากับเขาเพื่อจัดการเอกสาร” ฉิน ยางยาง พูด “ยกเว้นค่าส่วนกลางกับค่าบริหารจัดการที่จอดรถให้สามปี แล้วก็จัดหาบัตเลอร์ส่วนตัวให้คนหนึ่ง เรื่องในอนาคตให้ประสานงานโดยตรง ถ้ามีปัญหาก็ให้รีบแก้ไขทันที”

“ได้ค่ะๆ เดี๋ยวฉันจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย” รองผู้จัดการฝ่ายบริหารจัดการพยักหน้า พร้อมกับทำท่าเชิญ “คุณฉินคะ เชิญชั้นสองค่ะ”

กลุ่มคนก็ขึ้นไปที่ชั้นสอง ภายใต้การจัดการของ ฉิน ยางยาง เอกสารของฝ่ายบริหารจัดการก็เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

ที่เหลือก็คือโฉนดที่ดิน จะเสร็จภายในครึ่งเดือน ถึงตอนนั้นก็มารับได้เลย

แต่มี ฉิน ยางยาง อยู่ด้วย หลินเจียง คิดว่าเวลานี้น่าจะสั้นลงมาก

“คุณหลินคะ พอโฉนดที่ดินออกมาแล้ว ฉันจะโทรหาคุณนะคะ มารับหน่อยก็ได้ค่ะ หรือถ้าเวลาของคุณไม่สะดวก ฉันเอาไปส่งให้ก็ได้ค่ะ” จ้าว ฟางเฟย พูด

“ได้ครับ เรื่องนี้ไม่รีบ”

จ้าว ฟางเฟย ยังอยากจะคุยกับ หลินเจียง ต่ออีกสักหน่อย อย่างไรเสียก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว สามารถใช้โอกาสนี้ชวนเขาทานข้าวได้

แต่ ฉิน ยางยาง ไม่มีทีท่าว่าจะไป ตัวเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีกก็ได้แต่ต้องเป็นฝ่ายตัวเองเดินจากไป แต่ก่อนอื่น…

“คุณหลินคะ งั้นฉันไม่รบกวนคุณกับเพื่อนคุยกันแล้วนะคะ เกี่ยวกับเรื่องบ้าน คุณมีปัญหาอะไร สามารถส่งข้อความหาฉันได้ตลอดเลยค่ะ”

“ได้ครับ ลำบากคุณแล้ว”

“คุณเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ”

จ้าว ฟางเฟย หันหลังกลับไป หลินเจียง กับฉิน ยางยาง ยังคงอยู่ที่เดิม

“ต่อไปก็เป็นลูกค้าของบ้านเราแล้วนะคะ ถ้างานบริหารจัดการมีส่วนไหนที่ไม่เรียบร้อย ก็ต้องรบกวนให้คำแนะนำกับพวกเราเยอะๆ นะคะ”

“คุณทั้งยกเว้นค่าส่วนกลาง ทั้งจัดหาบัตเลอร์ส่วนตัวให้ ต่อให้มีปัญหาก็คงพูดไม่ได้แล้วล่ะครับ” หลินเจียง ยิ้มหัวเราะ

“เรื่องหนึ่งก็เรื่องหนึ่งค่ะ นี่ไม่นับว่าเป็นอะไร”

หลังจากคุยกันอย่างเกรงใจสองสามประโยค ฉิน ยางยาง ก็เปลี่ยนเรื่อง

“คุณมีแผนอื่นต่อรึเปล่าคะ?”

“ไม่มีแล้วครับ เตรียมจะกลับไปที่ร้านแล้ว”

“งั้นก็ดีเลย เมื่อวาน โยวโยว พูดตลอดเลยว่า จะให้ฉันไปลองชิมบะหมี่ที่ร้านคุณ พอดีตอนบ่ายฉันว่าง จะไปอุดหนุนที่ร้านคุณหน่อย”

“อุดหนุนเลยเหรอครับ วันนี้ผมเลี้ยงเอง”

“เป็นลูกค้าของเราแล้ว ก็ไม่ต้องเกรงใจแล้วค่ะ ไปกันเถอะ”

“ได้ครับ”

พูดไปคุยไป ทั้งสองคนก็เดินออกจากหมู่บ้านไป แยกย้ายกันขึ้นรถของตัวเอง มุ่งหน้าไปยังร้านบะหมี่

ทั้งสองคนเพิ่งจะจากไป เฉิน จิ้งเจีย ก็ถือกระเป๋าเดินมาจากทางเดินเล็กๆ อีกทางหนึ่ง

“ผู้จัดการ คุณกลับมาแล้ว”

พนักงานบริหารจัดการคนหนึ่งยื่นน้ำให้แก้วหนึ่ง

เฉิน จิ้งเจีย พยักหน้า “ประชุมมาทั้งเช้า เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ตอนเช้าไม่มีอะไรใช่ไหม”

“ไม่มีอะไรค่ะ แต่ลูกสาวเจ้านายใหญ่ของเรามา พวกเราตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“เจ้านายมีลูกสาวสองคนนะ มาคนไหน?”

“ก็คนที่ทำอาชีพทนายนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่ว่ามีเจ้าของบ้านสองสามห้องถูกหลอกเหรอคะ เธอมาสอบถามสถานการณ์หน่อย แล้วก็มีเพื่อนของเธอคนหนึ่ง ใช้เงินร้อยกว่าล้านซื้อบ้านในโครงการของเรา เธอพามาจัดการเอกสารค่ะ”

“บ้านราคาร้อยกว่าล้าน... น่าจะเป็นห้องขนาด 681 นั่นสินะ?”

“ใช่ค่ะ ห้องนั้นแหละ”

“สมแล้วที่เป็นคนรวยนะ วงการเพื่อนก็ไม่เหมือนกัน”

เฉิน จิ้งเจีย รำพึง

อย่าว่าแต่เงินมากมายขนาดนี้เลย ตัวเองไปไหว้บรรพบุรุษก็ยังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ชีวิตของคนรวยช่างไม่เหมือนกันจริงๆ ถ้ามีสักวันหนึ่ง ตัวเองก็ได้อยู่บ้านดีๆ ขนาดนี้ จะดีแค่ไหนกันนะ…

…………

ระหว่างทางกลับ ต้องผ่านร้านบะหมี่ของโจว เฉิงหรง หลินเจียง ก็เหลือบมองออกไปข้างนอก

นโยบายลดราคายังคงดำเนินต่อไป ไม่เพียงแต่ลด 50% ยังแถมเครื่องดื่มอีกขวดหนึ่งด้วย แต่ก็มีคนอยู่ประปรายสองสามคนเท่านั้น

ร้านของตัวเองคึกคัก พวกเขายิ่งลดราคา ก็ยิ่งไม่มีคนมากิน

ถ้ามีลูกค้าจำนวนมากสนับสนุน ก็ยังไม่ถึงกับขาดทุน แต่สถานการณ์ตอนนี้ กางเกงในก็คงต้องขาดทุนไปด้วย(1)

เมื่อมองแวบหนึ่ง หลินเจียง ก็ขับรถมาถึงร้านบะหมี่ พอจอดรถเสร็จ ก็เห็น ฉิน โยวโยว วิ่งเหยาะๆ มา

“พี่เจียงคะ ได้ยินว่าพี่ซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์เหรอคะ? ใช้เงินไปร้อยกว่าล้านเลย” ฉิน โยวโยว มอง หลินเจียง พลางพูด “แล้วรถคันนี้ ก็เป็นของพี่เหรอคะ? พ่อฉันก็ขับมายบัคเหมือนกัน”

“งั้นผมกับพ่อคุณก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นรถแล้วล่ะสิ” หลินเจียง หัวเราะร่า

“พี่ซื้อทั้งรถหรูบ้านหรูแล้ว ทำไมยังมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่อีกล่ะคะ คงไม่ใช่เหมือนกับฉัน ที่ออกมาฝึกงานหาประสบการณ์หรอกนะ”

แน่นอนว่ามาหาเงินจ่ายค่าส่วนกลางกับค่าน้ำมันไง!

“เธอก็อย่ามาชมตัวเองเลยน่า เขาไม่เหมือนกับเธอสักหน่อย” ฉิน ยางยาง ยิ้มพลางตำหนิ

“พี่ก็อย่ามาว่าหนูเลย เมื่อวานยังบอกว่า พี่เจียง ซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ไม่ได้เลย ตอนนี้โดน พี่เจียง ของหนูตบหน้าแล้วสินะ”

“พูดอะไรมั่วซั่ว ฉันไปพูดตอนไหนว่าเขาซื้อไม่ได้” ฉิน ยางยาง แอบถลึงตาใส่ ฉิน โยวโยว อย่างร้อนรน ทำเอาคนหลังไม่กล้าพูดต่อ

หลินเจียง ยิ้มๆ และก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

ตัวเองเป็นเจ้าของร้านบะหมี่ บอกว่าจะไปซื้อบ้านที่เซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ ก็คงไม่มีใครเชื่อจริงๆ นั่นแหละ

“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวก่อน”

“คิกๆ ไปกัน” ฉิน โยวโยว ควงแขน ฉิน ยางยาง “วันนี้จะให้พี่ได้รู้ว่า บะหมี่ร้านพี่เจียงอร่อยแค่ไหน”

ฉิน ยางยาง ยิ้มๆ แต่ก็ไม่ใส่ใจคำพูดของน้องสาว

จริงๆ แล้วคือ เธอไม่ได้มีความคิดที่จะมากินบะหมี่เลย

บะหมี่อย่างเดียว จะอร่อยได้แค่ไหนกัน?

คนที่ต่อคิวกินบะหมี่พวกนี้ ก็คงจะตามกระแสกันไป

แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็ช่างมันเถอะ ถือว่ามาผูกมิตรแล้วกัน

พอเข้าประตูมา ฉิน ยางยาง ก็ถูกภาพในร้านทำให้ตกตะลึง

ในร้านมีแต่คนเต็มไปหมด เกือบทั้งหมดต้องนั่งร่วมโต๊ะกัน แม้แต่ที่ยืนก็แทบจะไม่มีแล้ว

คิดว่าร้านบะหมี่ของ หลินเจียง อาจจะคึกคักมาก แต่ไม่คิดว่าจะคึกคักขนาดนี้

ในตอนนั้นเอง หลี่ หยวนหยวน ก็รีบเดินมา

“พี่เจียงคะ ตอนเช้ามีนักรีวิวร้านอาหารมาคนหนึ่ง บอกว่าบะหมี่ร้านเราไม่อร่อยค่ะ”

…………

(1)[กางเกงในก็คงต้องขาดทุนไปด้วย (苦茶子都得赔没了) – เป็นสแลงในอินเทอร์เน็ต ‘苦茶子’ (ขู่ฉาจื่อ) เป็นคำเรียกกางเกงในแบบตลกๆ ประโยคนี้จึงมีความหมายว่า ‘ขาดทุนย่อยยับจนไม่เหลืออะไรเลย’]

ตอนก่อน

จบบทที่ ความรู้สึกของอดีตภรรยา

ตอนถัดไป