การอวดครั้งนี้มันแข็งทื่อเกินไป

หลี่ จืออี้ หันกลับไป ก็เห็นว่าเป็น หวังลู่ ที่มา

หวังลู่ เป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัยของเธอ หลังจากเรียนจบก็มาทำงานที่จงไห่ด้วยกัน แล้วก็เช่าห้องอยู่ด้วยกัน

“เวลาพอดีเลย รีบไปกันเถอะ อิ๋งอิ๋งโทรหาฉันแล้ว เร่งฉันตั้งหลายรอบแล้วด้วย”

“ไม่รีบๆ”

หวังลู่ ยิ้มขี้เล่นพลางมอง หลี่ จืออี้ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ฉันเห็นหมดแล้ว เธอลงมาจากรถมายบัคคันนี้”

“วันนี้บังเอิญน่ะ เจอกับเพื่อนฉัน เขาเลยมาส่งฉัน”

“จึ๊ จึ๊ จึ๊ เป็นเพื่อนหรือว่าเป็นแฟน? เธอต้องพูดให้ชัดเจนนะ?”

“แน่นอนว่าเป็น...”

หวังลู่ ไม่สนใจ หลี่ จืออี้ เดินไปที่นั่งข้างคนขับด้วยตัวเอง

ในวินาทีที่เห็น หลินเจียง หวังลู่ ก็ประหลาดใจไปพักใหญ่เลยทีเดียว

ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่เศรษฐีรุ่นสองธรรมดาๆ ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้ โห ไม่คาดคิดเลยว่าตัวเลือกแฟนหนุ่มเพื่อนจะสมบูรณ์แบบขนาดนี้

“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยมหาวิทยาลัยของ จืออี้ ฉันชื่อ หวังลู่ คะ”

“สวัสดีครับ หลินเจียง” หลินเจียง ตอบกลับหนึ่งประโยค ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ

“ไม่เลวเลยนะ จืออี้ ของเราโสดมาหกเจ็ดปีแล้ว รักนวลสงวนตัวมาตลอด ไม่คิดว่าจะโดนคุณคว้าไปได้”

“ปากเธอจะมีหูรูดบ้างไม่ได้รึไง อย่าพูดมั่วซั่วน่า”

ใบหน้าของ หลี่ จืออี้ แดงก่ำเหมือนกับลูกท้ออายจนไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงดี

“เห็นๆ กันอยู่ว่าใกล้จะสามสิบแล้ว ทำไมยังขี้อายขนาดนี้ล่ะ เราก็ไม่ใช่ว่าไปแอบขโมยผู้ชายใครมา คบกันอย่างเปิดเผย มีอะไรน่าอาย”

พูดใส่ หลี่ จืออี้ หนึ่งประโยค หวังลู่ ก็มองไปที่ หลินเจียง

“มาถึงแล้วก็อย่าเพิ่งไปเลย วันนี้เป็นงานเลี้ยงรุ่นของพวกเรา คุณในฐานะคนในครอบครัว ก็เข้าร่วมด้วยกันสิ”

“แบบนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นะครับ”

หลินเจียง ไม่มีความสนใจในงานเลี้ยงแบบนี้เลยแม้แต่น้อย ไม่เป็นชู้ ก็อวดรวย ใครเขาจะไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นกัน

“ก็ไม่มีคนนอกสักหน่อย ก็แค่งานเลี้ยงรุ่นง่ายๆ มีอะไรไม่ดีกันค่ะ” หวังลู่ พูดอย่างไม่ใส่ใจ “จืออี้ รีบชวนแฟนเธอสิ”

“นี่...”

หลี่ จืออี้ มองไปที่ หลินเจียง “พี่เจียงคะ ถ้าตอนเย็นพี่ไม่มีอะไรทำก็ไปด้วยกันนะคะ”

“โอ๊ย พวกเธอสองคนนี่พี่ๆ น้องๆ จะหวานเลี่ยนตายอยู่แล้ว”

หวังลู่ มอง หลินเจียง อย่างยิ้มๆ “ถ้าคุณเห็น จืออี้ ของเราสำคัญ ก็ไปกับพวกเราสิ”

หลินเจียง เหลือบมอง หลี่ จืออี้ ในดวงตาแฝงไปด้วยความคาดหวังเล็กน้อย ดูท่าอยากจะให้ตัวเองไปจริงๆ

งั้นก็กัดฟันไปแล้วกัน…ถือโอกาสสร้างความคลุมเครือหน่อย รีบเพิ่มค่าความสนิทสนมขึ้นมา

“คุณพูดขนาดนี้แล้ว ผมไม่ไปก็ไม่ได้แล้วล่ะครับ” หลินเจียง ยิ้มแล้วพูด

“แบบนี้ถึงจะถูกสิ ความรักก็ต้องคบกันอย่างเปิดเผย จะแอบๆ ซ่อนๆ ทำไมกัน”

หลังจากจอดรถเสร็จ หลี่ จืออี้ ก็แอบไปยืนอยู่ข้างๆ หลินเจียง

“พี่เจียงคะ ขอโทษนะคะที่เสียเวลาของพี่ เพื่อนร่วมห้องของฉันเป็นแบบนี้แหละค่ะ ไม่คิดอะไรมาก แต่ไม่มีเจตนาร้ายนะคะ พี่อย่าไปโกรธเธอเลย”

หลินเจียง ยิ้ม “นี่มันมีอะไรน่าโกรธกัน อยู่ดีๆ ก็ได้แฟนมาคนหนึ่ง ดีใจยังไม่ทันเลย”

“งั้นฉันก็ถือว่าได้แฟนมาคนหนึ่งเหมือนกัน” หลี่ จืออี้ พูดอย่างกล้าหาญ “ฉันควงแขนพี่ได้ไหมคะ? ฉันกลัวพวกเขาจะดูออก”

“นี่มันมีอะไรไม่ได้กัน”

“ค่ะๆ”

หลี่ จืออี้ ควงแขน หลินเจียง อย่างระมัดระวัง

ทันใดนั้นก็รู้สึกพอใจมาก ขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถ้าเป็นแฟนตัวเองจริงๆ จะดีแค่ไหนกันน่า

คิดไปคิดมาดูเหมือน…ตัวเองควรจะต้องพยายามหน่อยแล้ว

ทั้งสามคนไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใต้ดินของเซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ อย่างไรเสียก็ไปบ้านคนอื่น จะไปมือเปล่าไม่ได้แน่นอน

หวังลู่ ซื้อไวน์แดงราคา 800 กว่าหยวนขวดหนึ่ง หลี่ จืออี้ ซื้อผลไม้สองลัง ราคาก็พอๆ กัน

ต้องบอกเลยว่า ของที่ขายในย่านคนรวยไม่ถูกจริงๆ

แต่ตอนที่ หลี่ จืออี้ จะจ่ายเงิน ก็ถูก หลินเจียง ขวางไว้ แล้วยื่นคิวอาร์โค้ดของตัวเองไป

“ให้ฉันจ่ายเถอะค่ะ” หลี่ จืออี้ ก็ยื่นคิวอาร์โค้ดของตัวเองไปเหมือนกัน

“พวกเธอสองคนจะมาโปรยอาหารหมา(1)ตรงนี้ไม่ได้นะ คิดถึงหัวอกหัวใจของฉันบ้างสิ” หวังลู่ บ่นหนึ่งประโยค

พนักงานเก็บเงินมีไหวพริบดีมาก สแกนคิวอาร์โค้ดของ หลินเจียง แล้วทั้งสามคนก็เดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตไป

“ตอนที่กลับไปฉันจะคืนเงินให้นะคะ” หลี่ จืออี้ พูดเสียงเบา

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ก็ไม่ได้เยอะอะไร”

หลี่ จืออี้ เขย่งเท้าเล็กน้อย ขยับเข้าไปข้างหูของ หลินเจียง

“งั้นฉันจะซื้อถุงน่องให้พี่หลายๆ คู่ ถือว่าเป็นการชดใช้หนี้แล้วกันนะคะ”

“ต้องแบบที่มีตัวอักษรด้วยนะ”

“โธ่ ทราบแล้วค่ะ พี่เจียงพี่พูดเบาๆ หน่อย”

ทั้งสามคนเดินไปยังอพาร์ตเมนต์ของเซ็นจูรี่ ไทรอัมพ์ด้วยกัน นั่งลิฟต์ไปที่ชั้น 21 แล้วก็กดกริ่งประตู

“มาแล้วค่า”

มีเสียงพูดดังมาจากข้างใน ไม่นาน ผู้หญิงที่สวมชุดนอนสีดำก็เปิดประตู

ผู้หญิงคนนี้รูปร่างดีมาก หน้าตาสวยงาม มีผมสีน้ำตาลเกาลัด ข้อเสียเดียวคือตัวเตี้ยไปหน่อย ดูเหมือนจะสูงแค่ประมาณเมตรหกสิบ

ระหว่างทางมา หลินเจียง ก็รู้ชื่อของผู้หญิงคนนี้แล้วว่าเธอชื่อ จาง เสวี่ยอิ๋ง ก็เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของทั้งสองคนเหมือนกัน ถูกแฟนหนุ่มจัดแจงให้ไปทำงานที่ธนาคาร

ก็เพราะเหตุผลนี้เอง ถึงได้ชวนทั้งสองคนมาที่บ้าน

รอยยิ้มบนใบหน้าของ จาง เสวี่ยอิ๋ง แข็งค้างไปในวินาทีที่เห็น หลินเจียง

“คนนี้คือ?”

“แฟนใหม่ของ จืออี้ ตอนที่มาส่งเธอโดนฉันเจอเข้า ก็เลยลากขึ้นมาด้วยไง”

“งั้นก็ดีเลย รีบเข้ามาสิ”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน จาง เสวี่ยอิ๋ง หารองเท้าแตะให้ทั้งสามคนก็เปลี่ยนทีละคน

“พวกเธอนี่จริงๆ เลยนะ ชวนมาก็แค่มาเจอกันเฉยๆ ซื้อของมาทำไมกันเยอะแยะ”

“ก็ฉลองให้คุณจางคนสวยของเราได้งานใหม่ไงล่ะคะ วันนี้ต้องฉลองให้เต็มที่”

“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว วันนี้ไม่เมาไม่เลิก”

ทั้งสามคนมาถึงห้องนั่งเล่น เมื่อก่อนพอเห็นบ้านขนาด 100 กว่าตารางเมตร หลินเจียง จะรู้สึกว่าใหญ่มาก

แต่ตอนนี้พอมองดู ดูเหมือนจะยังไม่ใหญ่เท่าห้องนั่งเล่นบ้านตัวเองเลย

“ที่รัก เพื่อนฉันมาแล้ว”

ในครัวมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเตรียมวัตถุดิบสำหรับหม้อไฟอยู่ เมื่อเห็นทั้งสามคนเข้ามา ก็ทักทายอย่างกระตือรือร้น

“รีบเชิญนั่งเลยครับ ผลไม้หั่นเสร็จก็ทานข้าวได้แล้ว”

“อิ๋งอิ๋ง เมื่อก่อนฉันก็ถามเรื่องของพวกเธอสองคน เธอก็เอาแต่ปิดบัง ตอนนี้เจอกันแล้ว ยังไงก็ต้องแนะนำให้พวกเรารู้จักหน่อยสิ”

“จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าพูดหรอก เขาเป็นสตรีมเมอร์ ช่วงนี้กับเพื่อนเปิดสตูดิโอ ก็เลยยุ่งมาตลอด ไม่อย่างนั้นฉันก็ชวนพวกเธอสองคนมากินข้าวตั้งนานแล้ว”

“เปิดสตูดิโอเองแล้วเหรอ? ต้องทำเงินได้เยอะแน่ๆ เลยใช่ไหม?” หวังลู่ พูดอย่างประหลาดใจ “ฉันเพิ่งจะดูไลฟ์เมื่อสองสามวันก่อน แค่มีแฟนคลับสิบกว่าหมื่นคน ปีหนึ่งรายได้ก็ 3 แสนกว่าแล้ว ตอนนั้นฉันยังอยากจะไปทำคอนเทนต์วาบหวิว(2)เลย”

หวังลู่ ขยิบตาแตะ จาง เสวี่ยอิ๋ง “พวกเธอเช่าบ้านที่นี่ได้แล้ว รายได้ของเขาน่าจะเยอะน่าดูเลยสินะ”

“เขาไม่เหมือนกับพวกเราหรอก พวกนั้นเขาคิดเป็นเงินเดือนรายปี แต่ก็ไม่ได้เยอะอย่างที่พวกเธอคิดหรอก ปีหนึ่งก็ 2 ล้านกว่า พอประทังชีวิตไปได้เท่านั้นแหละ”

จริงอย่างที่ว่า งานเลี้ยงรุ่นแบบนี้ ไม่เป็นชู้ก็อวดรวย

แต่การอวดครั้งนี้มันแข็งทื่อเกินไปหน่อยไหม ไม่ลื่นไหลเลยสักนิด

…………

(1)[โปรยอาหารหมา (撒狗粮) – เป็นสแลงยอดนิยม หมายถึงการที่คู่รักแสดงความรักต่อกันในที่สาธารณะ (PDA) เปรียบเหมือนการโปรยอาหารให้ ‘หมาโสด’ (คนที่ยังไม่มีแฟน) ได้อิจฉา]

(2)[คอนเทนต์วาบหวิว (擦边) – เป็นสแลงในอินเทอร์เน็ตจีน แปลตรงตัวว่า ‘เฉียดขอบ’ แต่จริงๆ แล้วหมายถึงการทำคอนเทนต์ที่หมิ่นเหม่ ล่อแหลม หรือสองแง่สองง่าม เพื่อดึงดูดผู้ชม โดยไม่ผิดกฎของแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน]

ตอนก่อน

จบบทที่ การอวดครั้งนี้มันแข็งทื่อเกินไป

ตอนถัดไป