บทที่ 69 เพนกวินมาเยือน หยอกล้อผู้บริหารเพนกวิน!
25 กรกฎาคม 2006 เวลา 09:01 น. ห้องประชุมบริษัทเว่ยสือไต้อินฟอร์เมชันเทคโนโลยี
อันซินยืนอยู่ที่หัวโต๊ะประชุม กวาดสายตามองผู้บริหารกว่าสิบคนที่นั่งตัวตรงอย่างช้าๆ แล้วตบมือพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มและเสียงอันดังว่า “ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ผมมีข่าวดีจะประกาศให้ทุกคนทราบ!
ณ เวลา 8:00 น. ของเช้านี้ ยอดผู้ลงทะเบียนใช้งานเว่ยป๋อสูงถึง 24,366,000 คนแล้วครับ!
ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่ร่วมกันสร้างปาฏิหาริย์แห่งโลกอินเทอร์เน็ต!”
“ว้าว!”
“เว่ยป๋อสุดยอด!”
เหล่าผู้บริหารที่เดิมทีนั่งตัวตรงต่างทิ้งความเคร่งขรึม และเริ่มโห่ร้องเฉลิมฉลอง!
ทำให้ห้องประชุมที่เงียบสงบกลายเป็นงานปาร์ตี้ในทันที
อันซินยิ้มพลางปล่อยให้ทุกคนเฉลิมฉลอง ไม่ได้คิดจะห้ามปรามแต่อย่างใด!
ต้องรู้ว่าเว่ยป๋อใช้เวลาเพียง 32 ชั่วโมงในการคว้ายอดผู้ลงทะเบียน 24.366 ล้านคน ซึ่งเป็นผลงานที่ไม่มีใครเทียบได้ในระดับโลก!
ครั้งนี้เว่ยป๋อมีทั้งฟ้าประทาน ดินเอื้ออำนวย และคนเห็นด้วย จึงสามารถสร้างปาฏิหาริย์อันน่าทึ่งนี้ขึ้นมาได้!
ค่าใช้จ่ายในการเป็นพรีเซนเตอร์ของดารา 7.5 ล้าน/ปี ค่าใช้จ่ายช่องทางสื่อ 5 ล้าน/สิบวัน ค่าใช้จ่ายทีมงานปั่นกระแส 1.1 ล้าน/สิบวัน ค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสาร 4.85 ล้าน/เดือน (ทราฟฟิกกับเซิร์ฟเวอร์) ค่าใช้จ่ายเงินเดือน 1.2 ล้าน/เดือน
บวกกับเงินทุนสำหรับแผนการตลาดและโปรโมทต่อเนื่องอีก 20 ล้านที่เพิ่งอนุมัติไปเมื่อบ่ายวานนี้!
ดูค่าใช้จ่ายทางการเงินมหาศาลของบริษัทเว่ยสือไต้อินฟอร์เมชันเทคโนโลยีสิ!
แม้แต่สามยักษ์ใหญ่แห่งวงการอินเทอร์เน็ตของจีนในขณะนี้อย่าง BAT [ไป่ตู้ อาลีบาบา เทนเซ็นต์] ก็คงจะไม่สามารถเล่นเกมฟุ่มเฟือยแบบนี้ได้!
แต่สำหรับอันซินแล้ว ค่าใช้จ่ายแบบนี้มันคุ้มค่า ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายปีละหลายสิบล้านในปัจจุบัน แม้จะเป็นปีละสองสามร้อยล้าน เขาก็จะยอมกัดฟันทำต่อไป!
เพราะไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าเขาแล้วว่าแพลตฟอร์มที่เป็นกระบอกเสียงของประชาชนนั้นนำมาซึ่งสถานะพิเศษและข้อได้เปรียบที่พิเศษเพียงใด!
ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มนี้ยังเกี่ยวข้องกับแผนการในอนาคตบางอย่างของเขาด้วย ยิ่งไม่สามารถปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้!
“โอเค การเริ่มต้นของเว่ยป๋อถือว่าประสบความสำเร็จ แต่นี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของเรา เราจะหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้...”
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของอันซิน เขาริ้วหน้าเล็กน้อยแล้วตะโกนว่า “เชิญเข้ามา!”
พนักงานต้อนรับหญิงผลักประตูห้องประชุมเข้ามา พยักหน้าให้ทุกคนอย่างสุภาพ แล้วมองอันซินด้วยรอยยิ้ม “ท่านประธานคะ ข้างนอกมีคนจากกลุ่มบริษัทเทนเซ็นต์มาสามคนค่ะ คนที่นำมาชื่อหลิวชื่อผิง บอกว่ามีเรื่องความร่วมมือจะมาคุยกับท่าน ไม่ทราบว่าท่านจะว่าอย่างไรคะ?”
ความท้าทายมาถึงแล้ว!
อันซินรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที และสั่งพนักงานต้อนรับหญิงว่า “คุณเชิญพวกเขาไปที่ห้องรับแขกก่อน ชงชาให้พวกเขาดื่ม เดี๋ยวผมจะตามไป”
“ค่ะ ท่านประธาน!”
พนักงานต้อนรับหญิงรับคำสั่งแล้วก็หันหลังเดินออกจากห้องประชุม ปิดประตูห้องประชุมกลับดังเดิม
อันซินหันกลับมากวาดสายตามองผู้บริหารกว่าสิบคนในห้องประชุมอีกครั้ง พบว่าทุกคนมีสีหน้าที่แตกต่างกันไป บ้างก็กลัว บ้างก็ไม่สนใจ บ้างก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
“ฮ่าๆๆ!”
อันซินหัวเราะออกมาทันที ทำให้ความสนใจของทุกคนถูกดึงมาที่เขา
อันซินเห็นดังนั้นจึงพยักหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างช้าๆ ว่า “ผมรู้ว่าทุกคนกำลังคิดอะไรอยู่ และพอจะเดาได้ว่าเทนเซ็นต์มาที่นี่เพื่ออะไร
แต่เรื่องพวกนี้สำหรับผมแล้วไม่สำคัญ ท่าทีของผมยังคงแน่วแน่มาตลอด คือจะไม่ขายเว่ยป๋อเด็ดขาด!
และใครก็ตามที่กล้าเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของเว่ยป๋อ เราก็จะจัดการมัน!
เทนเซ็นต์เข้ามา ก็จัดการเทนเซ็นต์!
ไป่ตู้เข้ามา ก็จัดการไป่ตู้!
อาลีบาบาเข้ามา ก็จัดการอาลีบาบา!
ผมไม่สนหรอกว่าจะเป็นสามยักษ์ใหญ่ BAT อะไรนั่น ตราบใดที่พวกมันกล้าเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของเรา เราก็จะลากพวกมันมาจัดการให้ตายไปข้างหนึ่ง จนกว่าพวกมันจะยอมแพ้และถอยกลับไป!”
“ท่านประธานสุดยอด!”
“จัดการเทนเซ็นต์ให้ตาย!”
“จัดการ BAT ให้สิ้นซาก!”
คำพูดปลุกใจที่แข็งกร้าวของอันซินทำให้ผู้บริหารทุกคนในที่นั้นคลั่งไคล้!
ถ้าบริษัทอยู่รอดได้ ใครมันจะอยากไปพึ่งพา BAT กันล่ะ!
อันซินตบมือเพื่อให้ทุกคนเงียบลง แล้วพูดกับทุกคนด้วยรอยยิ้มว่า “เหอฟาง หวงเหล่ย ฉีเสวี่ย เหอเว่ยตง พวกคุณสี่คนตามผมไปพบหลิวชื่อผิงของเทนเซ็นต์
ส่วนคนอื่นๆ เลิกประชุมก่อน แล้วกลับไปแจ้งทัศนคติของผมให้พนักงานในแผนกของตัวเองทราบ ให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายทุกรูปแบบ!”
พูดจบ อันซินก็หันหลังเดินออกจากห้องประชุม ตรงไปยังทิศทางของห้องรับแขก ทั้งสี่คนที่ถูกเรียกชื่อรีบตามไปติดๆ
“ท่านประธานหลิว บริษัทเว่ยสือไต้ขอต้อนรับการมาเยือนของคุณครับ!”
อันซินผลักประตูห้องรับแขกเข้าไป เห็นหลิวชื่อผิงและคนอีกสองคนนั่งอยู่บนโซฟา ก็ยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
เมื่อเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและอ่อนเยาว์ของอันซิน หลิวชื่อผิงก็พูดด้วยความรู้สึกทึ่งเล็กน้อย “ท่านประธานอันช่างเป็นอัจฉริยะหนุ่มจริงๆ อายุยังน้อยก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการอินเทอร์เน็ตได้แล้ว!”
หลังจากเชิญทุกคนนั่งลง อันซินก็ส่ายหน้าแล้วพูดอย่างมีความหมายว่า “วงการอินเทอร์เน็ตก็ควรจะเป็นของคนหนุ่มสาวอยู่แล้ว ท่านประธานหลิวว่าจริงไหมครับ?”
หลิวชื่อผิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมท่านประธานอันคนนี้ถึงได้มีท่าทีแข็งกร้าวขนาดนี้?
หลิวชื่อผิงปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านประธานอันพูดถูกครับ แต่วงการอินเทอร์เน็ตก็ขาดคนที่มีความสามารถธรรมดาๆ อย่างผมไปไม่ได้เช่นกัน!”
อันซินได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า และชี้ไปที่ประวัติของหลิวชื่อผิง “ล้อเล่นน่าครับ ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ประสบการณ์ทำงานที่แมคคินซีย์และโกลด์แมน แซคส์ ท่านประธานหลิว ถ้าแบบนี้เรียกว่าความสามารถธรรมดา งั้นพวกเราก็คงเรียกได้ว่าไม่มีความสามารถเลยล่ะครับ”
คนคนนี้เป็นบ้าหรือไง? พอเจอกันก็ทั้งโจมตีทั้งขุดคุ้ยประวัติ ไม่คิดจะพูดดีๆ สักคำเลยหรือไง??
หลิวชื่อผิงเคยผ่านการเจรจาธุรกิจมาแล้วนับร้อยครั้ง แต่ก็เพิ่งเคยเจอคนประหลาดแบบอันซินเป็นครั้งแรก ตอนนี้ในใจเขาก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว!
ผู้บริหารทั้งสี่ของบริษัทเว่ยสือไต้เมื่อเห็นหลิวชื่อผิงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถูกอันซินตอกกลับจนพูดไม่ออกด้วยคำพูดเพียงสองประโยค ก็เกือบจะกลั้นสีหน้าไว้ไม่อยู่
หลิวชื่อผิงที่เพิ่งจะปรับอารมณ์ได้ เงยหน้าขึ้นเตรียมจะพูด แต่ก็เห็นสีหน้าของผู้บริหารทั้งสี่ฝั่งตรงข้ามที่เหมือนจะกลั้นหัวเราะไม่ไหว ใบหน้าของเขาก็อดกระตุกไม่ได้อีกครั้ง
หลังจากถอนหายใจออกมาสองสามครั้ง หลิวชื่อผิงตัดสินใจว่าจะไม่ยืดเยื้ออีกต่อไป จึงพูดกับอันซินอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านประธานอันครับ ครั้งนี้ผมมาในฐานะตัวแทนของกลุ่มบริษัทเทนเซ็นต์เพื่อมาสอบถามว่า ท่านมีความคิดที่จะขายเว่ยป๋อหรือไม่
ถ้ามี ท่านสามารถเสนอราคามาได้เลย ตราบใดที่ไม่มากเกินไป กลุ่มบริษัทเทนเซ็นต์จะไม่ต่อรองราคาอย่างแน่นอน!”
อันซินหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หยุดหัวเราะ จ้องมองหลิวชื่อผิงแล้วพูดว่า “ท่านประธานหลิว คุณบอกตัวเลขมาเลยดีกว่า”
ใบหน้าของหลิวชื่อผิงปรากฏรอยยิ้มดีใจขึ้นมาทันที และรีบเสนอราคาว่า “100 ล้านหยวนครับ ท่านประธาน ราคานี้ไม่...”
อันซินยกมือขึ้นขัดจังหวะคำพูดของหลิวชื่อผิง แล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ท่านประธานหลิว ผมไม่ได้ถามว่าเทนเซ็นต์ยินดีจะจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อซื้อเว่ยป๋อ ผมอยากจะถามว่าเว่ยป๋อจะซื้อเทนเซ็นต์ต้องใช้เงินเท่าไหร่ คุณบอกตัวเลขมาเลย!”
สีหน้าของหลิวชื่อผิงแข็งทื่อไปทันที