บทที่ 2 จดทะเบียนบริษัท
“พรุ่งนี้ 8 โมงเช้า มารวมตัวกันที่นี่นะครับ”
หลังจากยืนยันความสัมพันธ์ในการจ้างงานแล้ว ซ่งเจียงก็โบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม จ้าวหมิงเซวียนพยักหน้าอย่างงุนงง เดินจากไปราวกับอยู่ในความฝัน
แค่นี้เอง ฉันก็ได้งานแล้ว
เงินเดือน 10,000?!
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าคิดมาก่อน แต่กลับเกิดขึ้นกับตัวเขาจริงๆ ตลอดทางที่กลับไปยังห้องเช่าที่ทั้งเก่าและเล็ก จ้าวหมิงเซวียนถึงเพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมา
เป็นกลุ่มแชทของเพื่อนร่วมงานจากบริษัทเก่า
“ให้ตายเถอะ! ฉันยอมใจเลยจริงๆ! ไอ้หลานชายของเจ้านายคนใหม่นั่น ไม่รู้อะไรสักอย่าง แต่ยังจะมาสั่งอยู่นั่นแหละ! พอเกิดปัญหาก็มาด่าฉัน! ไปตายซะ!!”
“เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ต้องทำใจให้ชิน ยังไงซะหัวหน้าก็คือขยะ”
“กดดันเรื่องผลงานทุกปี แต่งานก็เยอะเหมือนเดิม ถุย!”
“ตอนเช้ายังมาพูดเรื่องร่วมทุกข์ร่วมสุข พูดเหมือนกับว่าตอนได้กำไรจะมาร่วมรวยกับฉันอย่างนั้นแหละ!”
ท่ามกลางเสียงบ่นที่เต็มหน้าจอ จ้าวหมิงเซวียนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของพวกเขา รวมถึงคนส่วนใหญ่ที่ด่าไปไม่กี่คำ พรุ่งนี้ก็ยังคงต้องทนทำงานต่อไป
เมื่อก่อนเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น
จนกระทั่งถูกปรับโครงสร้าง
“จริงสิ พี่จ้าวก่อนหน้านี้โดนปลด ตอนนี้หางานได้รึยัง ผมนี่อยากจะไปทำงานกับพี่จ้าวเลย! ถ้าต้องโดนไอ้ปัญญาอ่อนนั่นสั่งงานต่อไป ผมคงจะประสาทกินตายแน่!”
“สมัยนี้งานมันจะไปหาง่ายขนาดนั้นได้ยังไง”
“ใช่! ลำบากกันทั้งนั้น”
และท่ามกลางเสียงถอนหายใจ ในที่สุดจ้าวหมิงเซวียนก็อดไม่ได้ที่จะพิมพ์ข้อความหนึ่งออกไป
“ฉันได้งานแล้ว”
ทันทีที่ข้อความนี้ปรากฏขึ้น คนที่รู้จักเขาต่างก็ฮือฮากันใหญ่
“ในที่สุดก็โผล่มาแล้ว!”
“พี่จ้าว ได้งานอะไรเหรอครับ?”
“สมกับเป็นพี่จ้าวเลย ไม่นานก็มีบริษัทรับเข้าทำงานแล้ว!”
ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดี ใบหน้าของจ้าวหมิงเซวียนก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ จนกระทั่งมีคนถามขึ้นมา
“บริษัทอะไรเหรอครับ?”
“เถิงเซิ่ง”
“เถิงเซิ่ง? ไม่ค่อยเคยได้ยินชื่อเลย”
มีคนรีบไปค้นหาในไป่ตู้ แต่กลับไม่พบอะไรเลย จากนั้นจึงไปค้นหาในแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบข้อมูลบริษัทโดยเฉพาะ
และได้ผลลัพธ์สุดท้าย
[จากการค้นหา ไม่พบบริษัทดังกล่าว]
“เฮือก พี่จ้าว พี่ไม่ได้โดนหลอกใช่ไหม!” มีคนรีบส่งภาพหน้าจอมาให้ “พวกพี่เซ็นสัญญากันรึยังครับ?”
จ้าวหมิงเซวียนชะงักไปครู่หนึ่ง
“ยังเลย”
“งั้นพี่ต้องเจอพวกต้มตุ๋นแล้วแน่ๆ! ขนาดในระบบทางการยังค้นหาบริษัทนี้ไม่เจอเลย!”
“พี่จ้าว ต้องระวังหน่อยนะ เดี๋ยวนี้พวกหลอกลวงมันเยอะแยะไปหมด!”
“ใช่ๆ!”
ท่ามกลางคำเตือนด้วยความหวังดีต่างๆ นานา จ้าวหมิงเซวียนกอดโทรศัพท์ไว้แล้วจมลงสู่ภวังค์ความคิด
ฉัน โดนหลอกเหรอ?
น้ำเสียงที่สดใสของชายหนุ่มคนนั้นราวกับยังดังก้องอยู่ในหู แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นรอยยิ้มขมขื่น
“จะมีบริษัทที่ไหนรับคนง่ายๆ แบบนี้กันนะ คงจะแกล้งฉันเล่นมากกว่า” ไหนจะเรื่องครอบครัว ไหนจะเรื่องหางานอดิเรก?
พูดให้ดูดีเท่านั้นแหละ
เขาปิดกลุ่มแชทอย่างเงียบๆ แล้วเริ่มรีเฟรชแอปพลิเคชันหางานซ้ำแล้วซ้ำเล่า
…
วันรุ่งขึ้น นาฬิกาปลุกตอน 7 โมงดังขึ้นตรงเวลา
เขาลุกขึ้นจากเตียงโดยสัญชาตญาณ หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็มองดูตัวเองในกระจกที่ยังคงดูภูมิฐานอยู่
“วันนี้ต้องหาให้ได้!” เขาให้กำลังใจตัวเองแล้วมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยเยียนจิง งานมหกรรมจัดหางานมีทั้งหมดสามวัน วันนี้เป็นวันสุดท้าย
ถ้ายังหาไม่ได้อีก เขาก็คงต้องไปเสี่ยงโชคเอาดาบหน้า
ในไม่ช้า ร่างที่ดูเป็นผู้ใหญ่ก็แทรกตัวเข้าไปอยู่ในแถวของคนหนุ่มสาว เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์มองเขาอย่างประหลาดใจ “คุณก็เป็นนักศึกษาเหรอ ดูแก่กว่าวัยนะ”
จ้าวหมิงเซวียนฝืนยิ้ม “ผมอายุสามสิบกว่าแล้วครับ ผมอยากจะถามว่าที่นี่...”
ยังไม่ทันพูดจบ สีหน้าของเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ก็เย็นชาลง “เราไม่รับคนอายุ 30 คุณอายุขนาดนี้ควรจะไปตลาดแรงงาน ไม่ใช่มาแย่งงานกับเด็กมหาวิทยาลัย”
“ขอโทษครับ” จ้าวหมิงเซวียนยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน แล้วหันหลังกลับไปอย่างหดหู่
ต่อแถวต่อไป แล้วก็ถูกปฏิเสธ
“สาเหตุที่ถูกให้ออกจากที่เก่าคือการปรับโครงสร้าง? คุณต้องทำอะไรไม่ดีแน่ๆ เลย!”
“ผู้อำนวยการฝ่ายขายเหรอ? ดูจากภายนอกคุณไม่เหมือนคนพูดเก่งเลยนะ ขอโทษด้วย ผมว่าคุณไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้”
“เรารับเฉพาะนักศึกษาจบใหม่”
ถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันนับไม่ถ้วนดังขึ้นและจางหายไปข้างหู
จ้าวหมิงเซวียนเดินวนเวียนอยู่บนถนนสายนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เดินมาถึงหัวมุมนั้นอีกครั้ง เขาเห็นบูธที่เมื่อวานดูเงียบเหงา วันนี้กลับมีคนต่อแถวยาวเหยียด
เขาเดินเข้าไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย แต่กลับเห็นป้ายประกาศ
หงเฉินวิชวล
“นี่ไม่ใช่เถิงเซิ่งเหรอครับ?”
“เถิงเซิ่งอะไร?” เจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากร ของหงเฉินวิชวลทำหน้างง “บูธนี้เป็นของเราครับ ว่าแต่คุณจะสมัครงานเหรอ? พอดีเราขาดเซลส์อยู่พอดี”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” จ้าวหมิงเซวียนรู้สึกตัวตื่นอย่างน่ากลัว หันหลังกลับไปอย่างไม่ลังเล โลกนี้ไม่มีของฟรีที่หล่นลงมาจากฟ้า
และในขณะนั้นเอง ก็มีมือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ของเขา พร้อมกับเสียงที่สดใส
“ผมก็ว่าหาตั้งนานไม่เจอ ที่แท้ก็อยู่นี่เอง!”
ซ่งเจียงยิ้มพลางมองจ้าวหมิงเซวียนที่กำลังทำหน้างุนงง
“คุณมาสายนะครับ คุณจ้าว”
ม่านตาของจ้าวหมิงเซวียนเบิกกว้างเล็กน้อย
“เถิงเซิ่ง?”
“ใช่ครับ” ซ่งเจียงยกแขนขึ้นโชว์นาฬิกาข้อมือให้เขาดู “ช้ากว่าที่คาดไว้นิดหน่อย ต่อไปนี้ภารกิจจะค่อนข้างเร่งด่วนแล้ว”
“เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้เริ่มงานเลย”
“หา?” จ้าวหมิงเซวียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก็ถูกชายคนนั้นลากเดินไปข้างหน้า พอรู้ตัวอีกทีก็มานั่งอยู่บนรถแท็กซี่แล้ว
ซ่งเจียงนั่งไขว่ห้าง มองแผนที่นำทางอย่างสบายๆ
“พี่คนขับ เป็นคนแถวนี้ใช่ไหม อย่าพาผมอ้อมนะ ไปกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลย”
“ได้เลยครับ!”
ท่ามกลางกระแสรถยนต์ที่ไหลผ่าน แสงไฟจราจรถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซ่งเจียงและจ้าวหมิงเซวียนก็มายืนอยู่ที่หน้ากรมพัฒนาธุรกิจการค้า
“คุณมาที่นี่ทำไม?”
จ้าวหมิงเซวียนเอ่ยคำถามแรกนับตั้งแต่มาถึง
“จดทะเบียนบริษัท”
“หา?”
ซ่งเจียงหันไปมองเขา “แล้วก็จะเซ็นสัญญาจ้างงานให้คุณด้วย”
“อะ!” ม่านตาของจ้าวหมิงเซวียนหดเล็กลง ร่างกายยืนตรงขึ้นมาทันที “คุณไม่ใช่พวกต้มตุ๋นเหรอ?!”
ซ่งเจียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆ!! ผมก็ว่าทำไมเมื่อเช้าคุณถึงมาสาย” เขาตบบ่าของชายข้างๆ อย่างแรง “วางใจได้เลย ผมจะหลอกใครก็ได้ แต่จะไม่หลอกพนักงานของตัวเองเด็ดขาด!!”
คำพูดนี้ทำให้จ้าวหมิงเซวียนรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ซ่งเจียงก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในแล้วยื่นเอกสารที่เตรียมมาล่วงหน้า
เอกสารครบถ้วน กระบวนการจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว “ชื่อบริษัทที่คุณจะจดทะเบียน” พนักงานสวมหูฟัง พลางพิมพ์คีย์บอร์ด
“เถิงเซิ่ง”
“แปะๆๆๆๆ” เสียงคีย์บอร์ดดังขึ้น “กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม?”
“ซ่งเจียง”
“แปะๆๆๆๆ”
สิบนาทีต่อมา ซ่งเจียงก็ได้รับแจ้งว่าบริษัทได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
และได้รับใบอนุญาตมาเป็นที่เรียบร้อย
ซ่งเจียงเดินออกมาอย่างอารมณ์ดี จ้าวหมิงเซวียนที่อยู่ข้างๆ รู้สึกสงสัยเล็กน้อย “เร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ?” เขาจำได้ว่าเพื่อนของเขาเคยเปิดบริษัท แล้วก็บ่นเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก
“เพราะว่า ผมมีเส้นสายน่ะสิ” ซ่งเจียงแสร้งทำเป็นลึกลับ และในขณะนั้นเอง ระบบก็ปรากฏหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา
[บริษัทเถิงเซิ่ง
ระดับ: 1
เงินทุนของบริษัท: 1,000,000
จำนวนพนักงาน: 1
ธุรกิจที่ดำเนินงาน: ไม่มี]
[ขอให้โฮสต์รีบเพิ่มระดับ ขยายขนาดบริษัท รับสมัครพนักงานเพิ่ม และพัฒนาสายการผลิตโดยเร็วที่สุด!]
ท่ามกลางการเร่งเร้าที่มองไม่เห็น ซ่งเจียงยังคงไม่รีบร้อน โบกรถแท็กซี่อีกคัน
จ้าวหมิงเซวียนกลืนน้ำลาย นั่งลงข้างๆ เขา ตอนนี้เขาเพิ่งจะนึกถึงปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้
“คุณชื่ออะไรครับ?”
“ซ่งเจียง”
“แล้วเมื่อกี้ที่จดทะเบียนบริษัท กรรมการผู้มีอำนาจลงนามคือ...”
“ผมเอง”
“แค่กๆๆ!!” จ้าวหมิงเซวียนสำลักน้ำลายจนไออย่างรุนแรง หน้าแดงก่ำ “คุณ...คุณคือเจ้านายเหรอ?!”