บทที่ 4 วัยที่เก็บความลับไม่ค่อยอยู่

เมื่อคืนเพราะตื่นเต้นเกินไป เย่ซูเลยพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็สิบโมงกว่าแล้ว
เมื่อเห็นเย่ซูหัวฟูเหมือนรังนกกำลังบิดขี้เกียจอยู่บนเตียง หนุ่มติดเน็ต ฟางเจ๋อเหว่ยที่เพิ่งเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมเข้าสู่สมรภูมิก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย "เมื่อคืนนายกลับมากี่โมง?"
เย่ซูปีนลงจากบันไดพลางตอบ "น่าจะประมาณตีหนึ่ง"
"แสดงว่ามีเรื่องเด็ดสินะ ไปตามตื๊อใครอีกล่ะ?"
สำหรับนักศึกษาที่ออกจากหอพักกลางดึก นอกจากไปหาผู้หญิงแล้ว พวกเขาก็นึกถึงเรื่องอื่นไม่ออกจริงๆ
เจียงจื้อปินถามอย่างคลางแคลงใจ "คงไม่ใช่ว่าจะกลับไปกินหญ้าอ่อนนะเว้ย เพื่อนขอเตือนเลยนะ ผู้หญิงอย่างฉินมั่นอวิ๋นแกเอาไม่อยู่หรอก นั่นมันหลุมดำดีๆ นี่เอง อย่าเอาเงินไปถมอีกเลย!"
"หู่เกอ พูดถูก นายก็เห็นแล้วนี่ว่าพอเธอไปคบกับหนุ่มรวยแถวนี้แล้วร่านขนาดไหน แถมตอนนี้ยังไปเป็นบล็อกเกอร์สายโชว์เนื้อหนัง มีผู้ติดตามไม่กี่หมื่นก็คิดว่าตัวเองเป็นคนดังแล้ว ต่อให้นายเอาเงินไปทุ่มให้เธออีก ก็สู้หนุ่มรวยกับพี่ใหญ่สายเปย์ในเน็ตไม่ได้หรอก เขาไม่ปล่อยให้แกได้แอ้มอีกรอบแน่"
"จริงด้วย จะว่าไปนะ มีเงินเหลือขนาดนั้น เอามาเลี้ยงพวกเราที่ร้านแผงลอยห้าดาวหน้ามอดีกว่า พวกเราจะได้เรียกแกว่าพ่อบุญธรรม"
เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนรุมกันเกลี้ยกล่อมเย่ซู
ด้านหนึ่งก็กลัวว่าเขาจะเป็นเหมือนครั้งที่แล้ว ที่ให้น้องชายควบคุมสมอง ควักเงินเปย์ไม่ยั้ง
อีกด้านหนึ่ง ทั้งสามคนยิ่งกลัวว่าเขาจะไปจีบดาวคณะไหนติดอีก คราวนี้พวกเขาคงได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอิจฉา!
"พอได้แล้วน่า เมื่อคืนฉันก็แค่ไปช่วยเพื่อนสมัยมัธยมทำธุระนิดหน่อย" กลัวว่าทั้งสามคนจะซักไซ้ต่อ เย่ซูก็เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง
"อีกอย่าง ฉันเองก็รู้ตัวดีว่านอกจากหน้าตาดีแล้วก็ไม่มีอะไรเลย ผู้หญิงอย่างฉินมั่นอวิ๋นก็ไม่ได้ขาดคนมาจีบ ฉันไม่เอาแรงไปเสียเวลาเปล่ากับเธอต่อหรอก"
"อืมม" เจียงจื้อปินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "แกยังพอมีสำนึกอยู่บ้าง ไม่เสียแรงที่พ่อคนนี้พร่ำสอนมานาน"
"ก็จริง นอกจากหน้าขาวๆ ของแกแล้ว ก็ไม่มีอะไรไปเทียบกับหนุ่มรวยแถวนี้กับพี่ใหญ่สายเปย์ได้เลยสักนิด"
"ฉันได้ยินมาว่าไอ้หนุ่มรวยคนนั้น นอกจากที่บ้านจะมีบ้านหลายหลังแล้ว ยังมีตึกอีกหลายหลังในย่านเก่าแก่ไว้เก็บค่าเช่าด้วย ฉินมั่นอวิ๋นตกถังข้าวสารใบเบ้อเริ่มขนาดนี้ จะชายตามองแกอีกได้ยังไง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียกแกออกไปพลอดรักกันตอนกลางคืนหรอก"
"ใช่แล้ว โชคดีฟลุกๆ แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ไอ้หมอนี่มันจะเหยียบขี้หมาซ้ำๆ ได้ยังไงกัน"
"..."
"เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย!" เดิมทีแค่อยากจะเปลี่ยนเรื่อง แต่ไอ้สามคนนี่กลับปากคอเราะร้ายเหมือนอาบยาพิษ ฟังแล้วทำเอาเย่ซูโกรธจนควันออกหู
"ยังไม่จบอีกใช่ไหม สนุกกันมากสินะ!"
เมื่อเห็นว่าเย่ซูโกรธแล้ว และในขณะเดียวกันก็แน่ใจว่าเขาไม่ได้ถูกผู้หญิงหน้าเงินหลอกอีก สามสหายตัวแสบก็เลยยอมถอย
"เออใช่ เมื่อวานอาเหว่ยบอกว่าไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แรกหลังปีใหม่ เราออกไปสังสรรค์กันหน่อยไหม?"
จนกระทั่งตื่นนอนในวันนี้ เย่ซูก็ยังคงจมอยู่กับความตื่นเต้นที่ได้รับระบบ เขาเองก็อยากจะหากิจกรรมทำเพื่อระบายความรู้สึกนี้เช่นกัน
เมื่อมีระบบแล้ว แถมในเสื้อแจ็คเก็ตข้างหมอนยังมีนาฬิการาคาหมื่นกว่าหยวนซ่อนอยู่ เย่ซูรู้สึกว่าในด้านการเงิน เขาก็สามารถปล่อยตัวปล่อยใจได้บ้าง
"แต่นายบอกว่าวันนี้มีธุระไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ คนไม่ครบ ไปก็ไม่สนุกสิ"
"ธุระเมื่อคืนเสร็จแล้ว ถ้าพวกนายอยากออกไปเที่ยว เราก็ไปด้วยกันได้
แต่ที่อย่าง เฮาส์ บาร์ น่ะช่างมันเถอะ ของก็แพง พวกเราไปก็คงได้แต่สั่งอะไรมั่วๆ มาแก้วนึงแล้วก็นั่งแกร่ว จีบผู้หญิงก็ไม่ได้สักคน สู้ไปร้องเกะยังจะดีกว่า"
"ร้องเกะก็ได้ ฉันยังไงก็ได้ แล้วพวกนายสองคนล่ะ?"
"ได้หมด"
"งั้นตกลงตามนี้ เดี๋ยวฉันเข้าไปเลือกแพ็กเกจในแอปดีลก่อน"
ในวัยของพวกเขา แค่หาข้ออ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อนฝูงก็พร้อมจะออกไปเที่ยวด้วยกันได้แล้ว ส่วนจะไปที่ไหนนั้น มีอะไรให้ต้องคิดมากอีกล่ะ
ระหว่างที่เย่ซูเข้าห้องน้ำไปแปรงฟัน ฟางเจ๋อเหว่ยก็เลือกร้านคาราโอเกะที่อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไปสองกิโลเมตรกว่าๆ ได้แล้ว เขาซื้อแพ็กเกจห้องขนาดกลางสำหรับตอนสามทุ่มถึงเที่ยงคืน พร้อมเบียร์สองลัง ถาดผลไม้และของว่าง รวมทั้งหมด 299 หยวน
หารกันแล้วก็ตกคนละเจ็ดสิบกว่าหยวน
ระยะทางแค่สองกิโลกว่า ตอนกลางคืนทั้งสี่คนก็ปั่นจักรยานสาธารณะไปกลับ ประหยัดเงินไปได้อีกหลายสิบหยวน เรียกได้ว่าอะไรควรประหยัดก็ประหยัด อะไรควรจ่ายก็จ่าย
ระหว่างนั่งทำธุระในห้องน้ำ เย่ซูเลื่อนดู โต่วอิน แล้วลองค้นหาตามจำนวนผู้ติดตามดู ก็ไม่พบว่ามีสตรีมเมอร์หญิงคนไหนโพสต์ประกาศตามหาของหาย เขาถึงได้โล่งใจอย่างสมบูรณ์
สายแล้ว เย่ซูขี้เกียจไปกินข้าวเช้า หลังจากแปรงฟันเสร็จก็กลับขึ้นเตียง อาศัยจังหวะที่เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนกำลังเล่นคอมอยู่ข้างล่าง เขาก็รีบถ่ายวิดีโอและรูปนาฬิกาจากหลายๆ มุม แล้วก็เปิดแพลตฟอร์มของมือสอง
"ยังไม่เคยใส่เลย ลดราคาเหลือหกสิบห้าเปอร์เซ็นต์เลยเหรอ"
เมื่อคืนตอนที่นอนไม่หลับ เย่ซูได้ลองค้นหาข้อมูลในเน็ตแล้ว เห็นว่าในเว็บไซต์ทางการ นาฬิการุ่นนี้ขายอยู่ที่หมื่นกว่าหยวน แต่ตอนนี้ระบบกลับแนะนำให้เขาขายแค่หกพันหยวน
แต่เย่ซูก็รู้ดีว่าของพวกนี้ไม่มีคำว่ารักษามูลค่าได้ พอผ่านมือคนอื่นแล้ว ก็ต้องยอมขาดทุนขายเป็นของมือสองสภาพ 99%
ถ้าจะเก็บไว้เป็นของตกทอด ตั้งราคาขายใกล้เคียงกับเว็บทางการ คนอื่นก็คงไปซื้อจากเว็บทางการโดยตรงแล้ว ใครจะมาซื้อกับคุณ แถมยังต้องมารับความเสี่ยงว่าจะได้ของปลอมอีก
เมื่อคิดตกแล้ว บวกกับของชิ้นนี้ก็ได้มาฟรีๆ เย่ซูจึงไม่เสียดายส่วนต่างสี่พันกว่าหยวนอีกต่อไป
เขาดูราคาขายมือสองของนาฬิกายี่ห้อเดียวกันบนแพลตฟอร์มคร่าวๆ เพื่อยืนยันว่าราคาที่ระบบแนะนำมานั้นไม่ได้ต่างกันมากนัก จากนั้นก็ลงขายนาฬิกาในราคาหกพันหยวนบนแพลตฟอร์มมือสอง พร้อมทั้งระบุว่า ไม่เคยสวมใส่ และ นัดรับเท่านั้น
พวกมืออาชีพที่ชอบต่อราคาทีหลังในอินเทอร์เน็ตนั้นน่ากลัวเกินไป ถ้านาฬิกาเรือนนี้ต้องส่งทางไปรษณีย์ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนบริการตรวจสอบสินค้าอะไรนั่นก็ไม่เคยใช้ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร
ดังนั้นเย่ซูจึงยอมที่จะลงขายทิ้งไว้นานหน่อย ดีกว่าต้องมาเจอปัญหาอะไรทีหลัง
ไหนๆ ก็ไม่ได้เดือดร้อนรอเงินหกพันหยวนนี่มากินข้าว หลังจากลงขายนาฬิกาแล้ว เย่ซูก็ลงจากเตียงมาเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มเล่นเกมสี่คนกับเพื่อนๆ ในหอพักช่วงสุดสัปดาห์
ตอนเย็นทั้งสี่คนก็กินข้าวที่โรงอาหารกันแบบง่ายๆ พอประมาณสองทุ่มก็ออกจากมหาวิทยาลัย หาจักรยานสาธารณะสี่คันได้ไม่ยาก แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังร้านคาราโอเกะ
เนื่องจากจองห้องไว้ตอนสามทุ่ม บวกกับเพิ่งจะผ่านปีใหม่มา กระเป๋าตังค์ของเพื่อนอีกสามคนก็ตุงกว่าปกติเล็กน้อย
พอไปถึงที่หมาย เห็นว่ายังเหลือเวลาอีกนาน ทั้งสี่คนเลยแบ่งเป็นสองกลุ่ม ไปซื้อของทอดเสียบไม้กับเครื่องในเป็ดพะโล้ตามร้านแผงลอยข้างทาง ใช้เงินไปอีกร้อยกว่าหยวน
เมื่อเทียบกับชีวิตประจำวันแล้ว คืนนี้สี่หนุ่มจากห้อง 305 ก็ถือว่าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยกันน่าดู
เพื่อป้องกันไม่ให้ทางร้านคาราโอเกะห้ามนำอาหารจากข้างนอกเข้า พอมาถึงข้างล่าง เย่ซูก็ให้ฟางเจ๋อเหว่ยกับเจียงจื้อปินขึ้นไปเปิดห้องก่อน รอให้พนักงานออกไปแล้วค่อยโทรเรียกเขาและหลินจิ่งเจี๋ยขึ้นไป
โดยใช้เสื้อแจ็คเก็ตคลุมของทอดกับเครื่องในเป็ดไว้ ในที่สุดเย่ซูกับเพื่อนอีกคนก็สามารถนำของกินเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย
จากนั้นฟางเจ๋อเหว่ยและเพื่อนอีกสองคนก็สังเกตได้ว่า วันนี้เย่ซูมีบางอย่างเปลี่ยนไปจริงๆ
ทั้งร้องทั้งกินอย่างบ้าคลั่งก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนโยนลูกเต๋า เขาไม่โกงเหล้าเลยแม้แต่หยดเดียว นี่มันเรื่องมหัศจรรย์ชัดๆ!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 4 วัยที่เก็บความลับไม่ค่อยอยู่

ตอนถัดไป