บทที่ 12 จับรางวัล

"ที่แท้ก็เป็นวิธีการจับรางวัลแบบนี้นี่เอง"
ทันทีที่มาถึงพลาซ่า เย่ซูก็เห็นฝูงชนกำลังมุ่งไปข้างหน้า ทุกคนต่างรุมล้อมอยู่หน้าเต็นท์ขนาดใหญ่
จากป้ายผ้าที่แขวนอยู่บนเต็นท์ นี่น่าจะเป็นกิจกรรมจับรางวัลของซูเปอร์มาร์เก็ตที่ข่าวกรองแจ้งเตือน
"คึกคักจัง ไปดูกันเถอะ"
ไม่ต้องรอให้เย่ซูเอ่ยปาก เจียงจื้อปินก็ก้าวล้ำหน้าเขาไปเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนแล้ว
"เดี๋ยวนี้การจับรางวัลมีลูกเล่นเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
ตอนแรกเย่ซูคิดว่าการจับรางวัลของซูเปอร์มาร์เก็ตก็คงไม่พ้นการตั้งกล่องขึ้นมาใบหนึ่ง ให้ลูกค้าจับสลากจากในนั้น
ดังนั้นก่อนมา เย่ซูยังคงครุ่นคิดว่า ด้วยวิธีการจับรางวัลแบบนั้น เขาจะแอบโกงอย่างไรให้สามารถหยิบสลากรางวัลที่หนึ่งขึ้นมาได้อย่างพอดิบพอดี
หรือว่าแสงแจ้งเตือนของระบบจะมีความสามารถในการมองทะลุด้วย
เมื่อเย่ซูอาศัยการเปิดทางของเจียงจื้อปิน เบียดเข้าไปในฝูงชนตามหลังเขาไป ก็เห็นว่าในเต็นท์มีแผ่นไม้สำหรับเล่นเกมยิงลูกโป่งตามงานวัดอยู่สองแผ่น
บนแผ่นไม้ทั้งสองแผ่นมีลูกโป่งติดเรียงกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ใต้ลูกโป่งแต่ละลูกมีกระดาษม้วนเล็ก ๆ ห้อยอยู่
ตรงกลางระหว่างแผ่นไม้ทั้งสอง ยังมีขาตั้งโปสเตอร์ที่พิมพ์กติกาการจับรางวัลไว้
กติกาการจับรางวัลง่ายมาก เย่ซูมองแวบเดียวก็เข้าใจ
กระดาษที่ห้อยอยู่ใต้ลูกโป่งเหล่านั้น คือผลการจับรางวัลนั่นเอง
เพียงแค่ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตครบทุก ๆ 68 หยวน ก็จะสามารถแลกกระสุนได้หนึ่งนัด ส่วนจะยิงโดนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชคและฝีมือของลูกค้าเอง
รางวัลที่หนึ่งคือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหย่าตี๋ที่กล่าวถึงในข่าวกรอง รางวัลที่สองคือนมยี่ห้ออีลี่หนึ่งลัง รางวัลที่สามคือคูปองส่วนลดสิบหยวนของซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เหลือคือรางวัลปลอบใจ ซึ่งก็คือทิชชูหนึ่งห่อ
จะว่าไป ซูเปอร์มาร์เก็ตนี่ก็ทำการค้าเก่งไม่เบา
จัดกิจกรรมจับรางวัลที่ดูหวือหวาแบบนี้ นอกจากจะดึงดูดลูกค้าแล้ว ยังยัดคูปองส่วนลดไว้ในของรางวัลอีกเพียบ เพื่อหลอกล่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกในครั้งหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น เย่ซูยังเห็นว่าคนที่มาจับรางวัลส่วนใหญ่เป็นเด็ก ๆ ถึงแม้จะยิงไม่โดน หรือได้แค่ทิชชูหนึ่งห่อ พ่อแม่และเด็ก ๆ ก็ยังดูมีความสุข
แต่เมื่อเย่ซูเห็นภาพนี้ เขากลับเริ่มกังวลขึ้นมา
"บ้าเอ๊ย 68 หยวนได้ยิงแค่ครั้งเดียว แถมยังไม่รับประกันว่าจะไม่ยิงพลาดหรือยิงว่าวอีก!"
ถ้าอยากจะให้ชัวร์ ๆ เดี๋ยวเขาคงต้องซื้อของอย่างน้อย 136 หยวน ถึงจะมีโอกาสพลาดได้หนึ่งครั้ง
"ไปกันเถอะ"
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองสิบกว่านาทีแล้ว เมื่อเห็นแสงแจ้งเตือนของระบบชี้ไปที่ถุงใส่ลูกโป่ง เย่ซูก็รู้ได้ทันทีว่าลูกโป่งรางวัลที่หนึ่งจะถูกนำมาแขวนทีหลัง
เหลือเวลาอีกแค่ประมาณห้าสิบนาที เย่ซูจึงเรียกเพื่อนทั้งสามคนที่กำลังมุงดูความสนุกสนานให้เข้าไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นสองด้วยกัน
เห็นได้ชัดว่าเจียงจื้อปินก็สนใจการจับรางวัลเมื่อครู่อย่างมาก "เดี๋ยวจะให้พวกแกได้เห็นฝีมือยิงปืนของฉัน"
"ฝีมือยิงปืนอะไร? ยิงอย่างว่าน่ะสิแกถนัด"
"แม่แกสิ!"
ระหว่างทางขึ้นไปชั้นสอง พวกเขาก็ทะเลาะกันไปตลอดทาง เย่ซูกลัวว่าถ้าเพื่อนทั้งสามคนมัวแต่โอ้เอ้อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต จะทำให้พลาดรางวัลที่หนึ่งข้างล่างได้ เขาจึงพูดกับทั้งสามคนว่า "ทุกคนซื้อของเสร็จแล้ว ไปเจอกันที่ซุ้มจับรางวัลข้างล่างนะ"
"ไม่มีปัญหา"
พูดจบทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไป
ไหน ๆ เดี๋ยวก็จะได้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาคันหนึ่งแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้อของเยอะเกินไปแล้วจะลำบากตอนนั่งรถไฟใต้ดินกลับ เย่ซูเข้าไปก็หยิบนมมาหนึ่งลังก่อนเลย จากนั้นถึงค่อย ๆ เลือกขนม เครื่องดื่ม และผลไม้อีกเล็กน้อย
พลางซื้อพลางคำนวณ เมื่อแน่ใจว่าครบ 136 หยวนแล้ว เย่ซูก็ไปที่เครื่องชำระเงินอัตโนมัติ แล้วนำของไปใส่ในล็อกเกอร์ฝากของ ก่อนจะถือใบเสร็จเดินมาที่โซนจับรางวัล
เวลาพอเหมาะพอเจาะพอดี ทันทีที่เบียดเข้าไปในฝูงชน ก็เห็นพนักงานสาวกำลังเติมลูกโป่ง และลูกโป่งลูกหนึ่งที่ส่องแสงสว่างก็ถูกเธอติดไว้ที่ด้านบนสุดของโซนด้านขวา
ด้วยความกลัวว่าจะถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน เย่ซูจึงรีบเบียดเข้าไปที่โต๊ะด้านขวา
"พ่อรูปหล่อ จะจับรางวัลเหรอ"
"ครับ"
"ข้างหน้ายังมีน้องคนหนึ่งอยู่นะคะ รอให้น้องเขายิงเสร็จก่อนถึงจะถึงคิวคุณ รบกวนรอสักครู่นะคะ"
"ได้ครับ"
ลูกโป่งรางวัลที่หนึ่งถูกแขวนขึ้นแล้ว ในใจของเย่ซูย่อมต้องรีบร้อนอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่สามารถไปแย่งกับเด็กได้ ทำได้เพียงยืนรออยู่ข้าง ๆ พร้อมกับภาวนาในใจว่าขออย่าให้ไอ้หนูนั่นยิงโดนลูกโป่งรางวัลที่หนึ่งเลย
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เนื่องจากมีกระดาษม้วนห้อยอยู่ใต้ลูกโป่ง ทำให้ระหว่างแถวของลูกโป่งแต่ละแถวมีช่องว่างอยู่พอสมควร ส่งผลให้เด็กคนนั้นยิงไปสามนัด แต่โดนลูกโป่งแค่สองลูก
ทุกครั้งที่เสียงลูกโป่งแตกดังขึ้น หัวใจของเย่ซูก็จะเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
โชคยังดีที่ในบรรดาลูกโป่งกว่าร้อยลูก โอกาสที่จะยิงโดนรางวัลที่หนึ่งนั้นต่ำมาก
สามนัดผ่านไปอย่างน่าหวาดเสียว ลูกโป่งที่เด็กคนนั้นยิงโดน อยู่ห่างจากลูกโป่งรางวัลที่หนึ่งเกือบหนึ่งเมตร
"สวัสดีค่ะ คุณยิงได้รางวัลที่สามหนึ่งรางวัล และรางวัลปลอบใจหนึ่งรางวัล นี่คือของรางวัลของคุณค่ะ กรุณารับด้วยค่ะ"
เด็กน้อยเล่นสนุก ผู้ใหญ่ก็ไม่รังเกียจของรางวัล รับของแล้วก็จูงลูกเดินออกจากฝูงชนไปอย่างมีความสุข
"เฮ้อ ได้แต่รางวัลที่สามกับรางวัลปลอบใจอีกแล้ว อย่าว่าแต่รางวัลที่หนึ่งที่เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเลย ขนาดนมหนึ่งลังฉันยังไม่เห็นมีใครยิงได้เลย"
"พี่สาว ลูกโป่งที่พวกคุณแขวนไว้นี่ คงไม่ได้มีแต่รางวัลที่สามกับรางวัลปลอบใจหรอกนะ"
หลังจากยืนดูอยู่พักใหญ่ พบว่าลูกโป่งแตกไปแล้วสิบกว่าลูก แต่ที่ได้มามีแต่รางวัลที่สามกับรางวัลปลอบใจ บรรดาพี่ชายที่ยืนมุงดูอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของกิจกรรมจับรางวัลนี้
เมื่อถูกยุยงเช่นนี้ คนรอบข้างก็เริ่มส่งเสียงโห่ร้องตาม
"ฉันว่านี่มันก็แค่การสร้างกระแส ในลูกโป่งร้อยลูก มีสักลูกที่เป็นรางวัลนมก็ดีถมไปแล้ว"
"นมยังพอว่า อย่างน้อยก็ยังตั้งโชว์ไว้ที่นี่ แต่นี่พวกเขาบอกว่ารางวัลที่หนึ่งคือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของรถเลย"
พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตกลัวว่าจะเกิดความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็นขึ้น แล้วจะโดนหักเงินเดือนทีหลัง เมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบอธิบายทันที
"คุณผู้ชายคะ เรารับประกันว่าเนื้อหากิจกรรมจับรางวัลครั้งนี้เป็นความจริงทั้งหมดค่ะ กระดาษพวกนั้นเราก็เป็นคนแขวนเอง ในนั้นมีรางวัลครบทุกอย่างแน่นอนค่ะ นอกจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังไม่มีคนจับได้ นอกนั้นเมื่อกี้ก่อนพวกคุณจะมา ฉันก็เพิ่งแจกนมไปหลายลังแล้วค่ะ"
"แล้วรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าล่ะ พวกคุณคงไม่ได้เตรียมรางวัลที่หนึ่งไว้หรอกมั้ง ถึงได้ไม่มีรถมาโชว์"
"เนื่องจากพื้นที่จัดกิจกรรมที่เราขอมามีแค่นี้ การวางรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นหลังจากมีคนจับรางวัลที่หนึ่งได้ เราจะพาลูกค้าไปที่ร้านหย่าตี๋ชั้นหนึ่งเพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่อยู่บนโปสเตอร์โดยตรงเลยค่ะ แบบนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกสีเองได้ และยังเป็นการรับประกันว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เราแจกเป็นรถใหม่จริง ๆ ค่ะ"
หลังจากการอธิบายของพนักงาน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่เกิดเหตุก็เบาลงมาก
ก็ยังมีบางคนที่ยังพึมพำเสียงเบา ๆ ว่ารางวัลที่หนึ่งอะไรนั่น ต้องเป็นเรื่องหลอกลวงแน่ ๆ ทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์และข้ออ้างของซูเปอร์มาร์เก็ต
พนักงานก็ไม่สามารถไปปิดปากไม่ให้คนพวกนี้พูดได้ ทำได้เพียงไม่สนใจพวกเขา แล้วหันไปยิ้มให้เย่ซู "พ่อรูปหล่อ ถึงคิวคุณจับรางวัลแล้ว ไม่ทราบว่ามีใบเสร็จไหมคะ"
"มีครับ" เย่ซูยื่นใบเสร็จในมือให้ไป
"141 หยวน มีโอกาสยิงกระสุนสองนัดค่ะ"
"ครับผม"
เย่ซูหยิบปืนลมขึ้นมา เริ่มตั้งสมาธิอย่างเต็มที่ เล็งไปที่ลูกโป่งที่ส่องแสงสว่าง
มีโอกาสแค่สองครั้งเท่านั้น ด้วยความกลัวว่าจะยิงพลาดทั้งหมด แล้วระหว่างที่เขากลับไปซื้อของใหม่ รางวัลที่หนึ่งจะถูกคนอื่นชิงไปเสียก่อน ขณะที่เล็งเป้า เย่ซูก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 12 จับรางวัล

ตอนถัดไป