บทที่ 11 จากหรูสู่จนนั้นยากนัก
"ไหนว่ากันว่ามีช่วง 'มีนาทอง เมษาเงิน' ไง ทำไมการหางานของเขายังยากขนาดนี้"
"อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจว่ะ แต่ฟังจากที่พูด งานก็ไม่ค่อยจะหาง่ายเท่าไหร่"
"เฮ้อ!"
คำพูดของเจียงจื้อปินทำให้ฟางเจ๋อเหว่ยและเพื่อนอีกคนอดถอนหายใจยาวไม่ได้
"ยังไงก็สู้เถ้าแก่เย่ไม่ได้หรอก จบปุ๊บก็กลับไปสืบทอดกิจการที่บ้านได้เลย ไม่ต้องมาแย่งงานกับพวกนักศึกษาอาภัพอย่างพวกเรา"
"ถ้างั้นพวกนายคงต้องผิดหวังแล้วล่ะ โรงงานที่บ้านฉันเจ๊งไปเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะงั้นจบไปฉันก็เกาะพ่อแม่กินไม่ได้แล้ว ต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้น"
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้เล่าเรื่องที่บ้านให้เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนฟัง
ด้านหนึ่งคือไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องเป็นห่วง อีกด้านก็เป็นเพราะทิฐิของเย่ซูเอง ที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องของที่บ้าน
แต่ตอนนี้เมื่อมีระบบแล้ว การบรรลุอิสรภาพทางการเงิน การก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต พร้อมทั้งได้ลิ้มลองสาวงามหลากหลายประเภท ทั้งหมดล้วนอยู่ในกำมือ ปัญหาเรื่องทิฐิบ้าบออะไรนั่น เย่ซูโยนทิ้งไปนานแล้ว
ทุกคนเป็นเพื่อนซี้กันทั้งนั้น ในเมื่อที่บ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เย่ซูก็เลยถือโอกาสนี้บอกพวกเขาไป จะได้ไม่ต้องมาโดนต่อว่าทีหลังว่าไม่เห็นพวกเขาเป็นเพื่อน
"จริงดิ!"
"ก็เออสิ ถ้าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องโกหก นายคิดว่าฉันจะแช่งที่บ้านตัวเองเหรอวะ"
เมื่อทั้งสามคนได้ยินเช่นนั้น ตอนแรกก็นึกว่าเย่ซูพูดเล่น แต่เมื่อยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งสามคนก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
"แล้วที่บ้านนายตอนนี้เป็นไงบ้าง"
"จะเป็นไงได้ล่ะ ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปสิ"
"มิน่าล่ะ ช่วงก่อนหน้านี้ดูนายแปลก ๆ ไป พอถามก็ไม่ยอมบอก"
"นี่ก็บอกแล้วไง"
เมื่อได้รู้ว่าบ้านของเย่ซูประสบปัญหาใหญ่หลวง เพื่อนตัวแสบทั้งสามคนก็กลับมาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"เอาเป็นว่า มีอะไรที่พวกเราช่วยได้ก็บอกมาเลยนะ"
เย่ซูไม่อยากทำบรรยากาศในหอให้มันเคร่งเครียดเกินไป เลยพูดติดตลกขึ้นมา
"ในเมื่อพวกนายพูดขนาดนี้แล้ว หนึ่งชีวิต สองพี่น้อง พอจะรวบรวมเงินสักล้านสองล้านให้ฉันได้ไหมล่ะ"
"ไม่ได้ยินที่อาเหว่ยพูดเหรอ ‘มีอะไรที่พวกเราช่วยได้ก็บอกมา’ ส่วนเรื่องที่เราช่วยไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูดออกมา"
"งั้นนายต้องช่วยฉันหาคนซื้อนะ จำไว้ว่าต้องแยกขาย ห้ามขายแบบเหมารวม แล้วฉันจะหาเงินให้แกได้สักล้านเอง"
"ที่แกพูดน่ะมันไม่น่าเชื่อถือเลยว่ะ รอฉันหาแฟนสาวที่กำลังจะจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปีก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นพวกนายอยากได้อะไรก็มีให้หมด!"
หลินจิ่งเจี๋ยพูดอย่างดูถูก "โอ้? แล้วที่แกพูดมันน่าเชื่อถือตายล่ะ ยังจะหาแฟนอายุ 70 อีก เดี๋ยวเจอเซตไก่ย่างเข้าไป แล้วค่อยมาดูกันว่าน้องชายแกจะยังแข็งเหมือนปากแกรึเปล่า"
"พูดเล่นน่า ทองแท้ไม่กลัวไฟ!" ใบหน้าของเจียงจื้อปินเผยให้เห็นความเศร้าอย่างกล้าหาญยอมตาย "อีกอย่างนะ เพื่อความสุขทั้งชีวิตของพี่ใหญ่ น้องชายจะเสียสละบ้างจะเป็นไรไป!"
เย่ซูถึงกับขนหัวลุก ทำได้เพียงยกนิ้วโป้งให้เจียงจื้อปิน "เพื่อนเอ๋ย แกมันคนจริง!"
คำพูดซึ้ง ๆ เลี่ยน ๆ แบบนั้น พวกเขาพูดออกมาไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อถูกเย่ซูชวนคุยเล่น บรรยากาศในหอก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนก็ได้แต่กำชับเย่ซูว่ามีเรื่องอะไรก็ให้บอก อย่าเกรงใจ แล้วก็อย่าแอบไปยุ่งกับพวกเงินกู้ออนไลน์เด็ดขาด
จะว่าไปแล้ว อากาศสิบกว่าองศา พอได้ฟังคำพูดที่อบอุ่นหัวใจแบบนี้ ก็ทำให้เย่ซูรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาจริง ๆ
"เอาล่ะน่า ที่บ้านก็แค่โรงงานเจ๊งไป พวกนายทำอย่างกับฉันกำลังจะไปเป็นขอทานอย่างนั้นแหละ ถ้ามีเรื่องที่แก้ไม่ไหวจริง ๆ ฉันเคยเกรงใจพวกนายด้วยเหรอ"
"โอเค" ทั้งสามคนก็ไม่ได้พูดอะไรยืดยาวอีก
บางเรื่อง พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ ทุกคนแค่เข้าใจตรงกันก็พอแล้ว
ทั้งสี่คนนั่งคุยสัพเพเหระกันอยู่พักใหญ่ เย่ซูก็หันไปสนใจระบบ จ้องมองเวลาบนหน้าจอที่ค่อย ๆ ไหลผ่านไป
25:59:59
00:00:00!
[ติ๊ง!]
[ข่าวกรองวันนี้ (ระดับสอง): ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นสองของเจียเล่อพลาซ่ากำลังจัดกิจกรรมโปรโมชั่นสมนาคุณลูกค้า วันนี้เวลาบ่ายสามโมงเก้านาที จะมีการปล่อยรางวัลที่หนึ่งหนึ่งรางวัล ของรางวัลคือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าหย่าตี๋หนึ่งคัน มูลค่า 3,999 หยวน]
"ห้ะ? แค่ 3,999 เองเหรอ"
เย่ซูค้นพบว่า ความอยากของเขาถูกระบบเลี้ยงจนใหญ่ขึ้นจริง ๆ
หากเป็นก่อนที่จะได้รับระบบ ไม่นับเงินช่วยเหลือลับ ๆ จากพี่ชายกับพี่สาว เงิน 4,000 หยวนก็คือค่าครองชีพสองเดือนของเขาแล้ว
แต่หลังจากที่เคยมีรายได้ 6,000 และ 9,000 หยวนมาแล้ว พอมาเจอกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามูลค่า 4,000 หยวน เย่ซูกลับรู้สึกว่ามันน้อยเกินไป
‘จากจนสู่รวยนั้นง่าย จากรวยสู่จนนั้นยากจริง ๆ สิ แค่สองสัปดาห์ ฉันก็โดนกัดกร่อนซะแล้ว!’
เย่ซูสำรวจตัวเองในใจ รู้สึกว่าทัศนคติแบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
‘มีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสักคันก็ดีเหมือนกัน ต่อไปถ้าเจอข่าวกรองให้เก็บตกอะไรอีก ก็ไม่ต้องปั่นจักรยานเช่าสาธารณะจนหอบแฮ่ก ๆ แล้ว’
ในไม่ช้า เย่ซูก็ปรับทัศนคติของตัวเองได้
หลังจากผูกมัดกับระบบมาสองสัปดาห์กว่า ได้รับข่าวกรอง ระดับสอง สามครั้งและ ระดับหนึ่ง สิบสองครั้ง ในที่สุดเย่ซูก็พอจะเข้าใจการประเมินระดับของระบบข่าวกรองแล้ว
ผลประโยชน์สูงสุดที่ข่าวกรองระดับหนึ่งมอบให้ได้น่าจะอยู่ที่ราว ๆ ไม่กี่ร้อยหยวน และตัวเลขนี้ก็ไม่ค่อยคงที่ บ่อยครั้งจะเจอข่าวกรองมูลค่าแค่ไม่กี่สิบ หรือไม่กี่หยวนด้วยซ้ำ
พอข่าวกรองอัปเกรดเป็นระดับสอง ก็ค่อนข้างจะเสถียรขึ้นมาก สามครั้งติดต่อกันสามารถรีเฟรชข่าวกรองมูลค่าหลายพันหยวนได้
เมื่อรวมกับความผันผวนของข่าวกรองระดับหนึ่ง เย่ซูคาดว่าขีดจำกัดสูงสุดของมูลค่าข่าวกรองระดับสองน่าจะสูงถึงหลักหมื่นได้
‘วันนี้วันที่ 8 แล้ว อีกสองสัปดาห์ก็สามารถอัปเกรดข่าวกรองของอีกวันเป็นระดับสองได้ ถึงตอนนั้นต้องมีโอกาสรีเฟรชข่าวกรองระดับสองที่มูลค่าเกินหนึ่งหมื่นหยวนแน่’
เมื่อคิดเช่นนี้ เย่ซูก็เริ่มตั้งตารอให้วันที่ 21 มีนาคมมาถึงเร็ว ๆ
…
ระหว่างเจียเล่อพลาซ่ากับวิทยาลัยวิศวกรรมหลิ่งหนานมีรถไฟใต้ดินวิ่งตรงถึงกัน แต่เขาก็ยังต้องไปทำความเข้าใจสถานการณ์การจับรางวัลก่อนล่วงหน้า
ดังนั้นในวันเสาร์ตอนเที่ยงหลังจากกินข้าวเสร็จ ประมาณบ่ายโมงครึ่ง เย่ซูก็สะพายเป้ที่จับรางวัลได้จากไลฟ์สตรีม พกบัตรประชาชนกับกระเป๋าเงิน แล้วตั้งใจจะนั่งรถไฟใต้ดินไปเจียเล่อพลาซ่า
"นายจะไปไหนอะ"
เจียงจื้อปินสังเกตเห็นว่าช่วงสองสามสัปดาห์มานี้ ความถี่ในการออกไปข้างนอกของเย่ซูบ่อยกว่าเทอมที่แล้วมาก จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"วันนี้ไม่มีอะไรทำ กะว่าจะแวะไปเดินเล่นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเจียเล่อพลาซ่าสักหน่อยดูว่ามีขนมอะไรน่าซื้อไว้กินสัปดาห์หน้าบ้าง"
ฟางเจ๋อเหว่ยที่กำลังเบื่อเกม หันขวับมาทันที "ไปด้วยดิ ฉันไม่ได้ออกจากประตูโรงเรียนมาสองสัปดาห์แล้วเนี่ย"
ยังไงซะ พอขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากลับมาที่โรงเรียน เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนก็จะรู้ว่าเขาถูกรางวัลอยู่ดี เย่ซูจึงไม่รังเกียจที่จะให้ฟางเจ๋อเหว่ยได้ดูการถ่ายทอดสดที่หน้างานเลย
"อยากไปก็ไปสิ ฉันจะห้ามนายได้เหรอ"
เจียงจื้อปินกับหลินจิ่งเจี๋ยได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นตาม "งั้นฉันไปด้วย"
ท้ายที่สุด การเดินทางไปจับรางวัลที่มีเป้าหมายชัดเจนก็กลายมาเป็นกิจกรรมหมู่ของหอพัก 305
ผู้ชายจะออกจากบ้านแต่ละทีนั้นรวดเร็วเป็นหลักอยู่แล้ว เย่ซูจึงไม่กลัวว่าจะไปไม่ทันเวลา แล้วรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน
หลังจากรอให้ทั้งสามคนเข้าห้องน้ำเสร็จโดยใช้เวลาไม่กี่นาที เย่ซูและเพื่อน ๆ ก็ออกจากหอไปขึ้นรถไฟใต้ดิน
ใช้เวลาทั้งหมดเพียงสามสิบกว่านาที กลุ่มของเย่ซูก็มาถึงเจียเล่อพลาซ่า