บทที่ 15 หอมหวานเสียจริง
แน่นอนว่าเย่ซูรู้ดีว่าเพื่อนทั้งสามคนคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหนีการเลี้ยงข้าวครั้งนี้
อาศัยจังหวะที่ออกไปเดินเล่นตอนกลางคืน เย่ซูจึงเดินไปที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ซื้อบาร์บีคิวมาในราคาแปดสิบกว่าหยวน บวกกับขนมและผลไม้ที่ซื้อมาตอนกลางวัน และเบียร์ที่เหลือมาจากคาราโอเกะครั้งก่อนที่ไม่มีใครแตะต้องเลย นั่งกินเป็นมื้อดึกกับเพื่อนทั้งสามคน
เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนก็ไม่ได้เรื่องมากถึงขนาดที่ไม่กล้ากินบาร์บีคิวที่เย่ซูเลี้ยง
พวกเขาดาวน์โหลดแอปทอยลูกเต๋าบนมือถือ เล่นกันจนถึงสี่ทุ่มกว่า ด้วยความกลัวว่าจะรบกวนหอข้าง ๆ ทั้งสี่คนจึงยุติการต่อสู้
หลังจากช่วยกันเก็บขยะที่กินเหลือเรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังต่อคิวรออาบน้ำ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืน
[ติ๊ง!]
[ข่าวกรองวันนี้ (ระดับหนึ่ง): ได้รับอิทธิพลจากคลิปสั้น เทรนด์การแต่งตัว สไตล์โอวรั่ว จะกลายเป็นกระแสนิยมในช่วงเวลาต่อไป]
"สไตล์โอวรั่ว? นี่มันอะไรอีกวะ"
เย่ซูเลือกซื้อเสื้อผ้าโดยเน้นความสะดวกและรวดเร็วเป็นหลัก เปิดตู้เสื้อผ้าออกมา สิบตัวคงมีเก้าตัวที่เป็นสีขาวดำ เขาไม่รู้เรื่องและไม่สนใจเทรนด์หรือกระแสนิยมอะไรพวกนี้เลย
ดังนั้นเมื่อเห็นคำว่า สไตล์โอวรั่ว สิ่งเดียวที่เขานึกออกคือ แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน แสงออโรร่าหลากสีสัน
"หรือว่าระบบจะหาว่าสไตล์การแต่งตัวของฉันไม่ดี เลยจะมาสอนฉันแต่งตัว หรือว่าจะให้ฉันใส่เสื้อผ้าพวกนี้ไปจีบสาว"
เย่ซูรู้สึกว่าระบบไม่น่าจะยุ่งเรื่องชาวบ้านขนาดนั้น
"คงเป็นข่าวกรองที่ใช้ไม่ได้อีกตามเคยสินะ"
ข่าวกรองระดับหนึ่งนั้นไม่แน่นอนอยู่แล้ว เย่ซูก็ชินชากับมันแล้ว พอเห็นว่าห้องน้ำว่าง เขาก็ปิดระบบแล้วเข้าไปอาบน้ำ
…
"จะดันตัวไหนเป็นตัวหลักดีนะ"
อีกด้านหนึ่ง เย่ซินที่ช่วงนี้ยอดขายร้านบน Tmall ไม่ค่อยดีนัก ผ่านไปเที่ยงคืนแล้วก็ยังคงเลือกสินค้าเข้าร้านอยู่
จนกระทั่งเลือกสินค้าใหม่ที่จะลงขายได้แล้ว เย่ซินก็ยังคิดไม่ตกว่าจะดันตัวไหนเป็นสินค้าหลัก
ตอนนี้ค่าโฆษณาก็แพงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับวันที่ 15 มีนาคมก็ใกล้เข้ามาแล้ว จะปั่นยอดขายก็กลัวโดนตรวจสอบ เย่ซินจึงต้องเลือกสินค้าหลักอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าเดือนนี้จะไม่เสียแรงเปล่า
"หรือว่าจะรอให้พรุ่งนี้อาซูช่วยเลือกดี"
ทุกครั้งที่การเลือกสินค้าประสบความสำเร็จ นอกจากสายตาที่เฉียบแหลมแล้ว แน่นอนว่าต้องมีองค์ประกอบของโชคด้วย
ถึงแม้ว่าปากของเย่ซินจะไม่เคยเชื่อเรื่องความเชื่องมงายของคนรุ่นเก่าที่ว่า เจ้าพ่อคุ้มครอง
แต่พอคิดถึงว่าช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เย่ซูทั้งถูกสลากขูด ทั้งถูกรางวัลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ดวงดีอย่างไม่น่าเชื่อ ในใจก็พลันเกิดความคิดหอมหวานเสียจริงขึ้นมา ตั้งใจว่าจะขอยืมโชคจากเย่ซูสักหน่อย
พูดแล้วก็ทำทันที เย่ซินเลือกสินค้าตัวเลือกไว้ห้าตัว แล้วก็ปิดคอมพิวเตอร์นอนทันที
…
ด้วยความเคยชินกับการตื่นไปเรียนคาบแปดโมงเช้า ถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะดื่มเหล้าไป แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเย่ซูก็ยังตื่นนอนไม่ถึงแปดโมง
ด้วยความไม่อยากยอมรับว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ตัวเองยังตื่นเช้าขนาดนี้ เย่ซูนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มเกือบชั่วโมง ในที่สุดก็ต้องลุกจากเตียงเพราะสัญญาณเตือนจากกระเพาะปัสสาวะ
ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็จัดการอาหารเช้าด้วยนมกับขนมปังที่ซื้อมาเมื่อวาน จากนั้นเย่ซูก็เปิดคอมพิวเตอร์ เตรียมจะเลือกหนังดูเพื่อฆ่าเวลาในวันนี้
วื้อออ
เพิ่งจะเปิดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ก็เริ่มสั่นขึ้นมา
หยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นพี่ชายของเขาส่งรูปเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้เขารัว ๆ
"นี่มันอะไรกันเนี่ย ส่งผิดคนรึเปล่า"
เย่ซูงงเป็นไก่ตาแตก ส่งอีโมจิ สงสัย กลับไปให้เย่ซินสองตัว
[หมายความว่าไง ส่งเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้ฉันทำไม]
[พี่จะซื้อเสื้อผ้าให้ใคร แล้วส่งผิดมาให้ฉันรึเปล่า]
เย่ซูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หลายปีมานี้ ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าให้ฉันสักตัว แต่ตอนนี้กลับไปเลือกเสื้อผ้าให้ผู้หญิงข้างนอกงั้นเหรอ!
ผลปรากฏว่าเย่ซูได้รับอีโมจิ เช็ดเหงื่อ กลับมาสองตัว
[พี่ชาย: นี่เป็นสินค้าใหม่ที่ร้านพี่จะลงขาย อยากให้นายช่วยเลือกหน่อยว่าตัวไหนเหมาะจะเป็นสินค้าหลัก]
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
[นี่มันของที่ร้านพี่จะขาย แถมยังเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงอีก ฉันจะไปรู้ได้ยังไง]
[พี่ไปให้พี่รองช่วยดูให้ยังจะดีกว่า]
เล่นก็ส่วนเล่น หยอกก็ส่วนหยอก
แต่เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับร้านค้าของเย่ซิน เย่ซูก็ไม่กล้าเล่นมั่วซั่ว
[พี่ชาย: นายเลือกมาสักตัวก็ได้]
[พี่ชาย: ช่วงนี้นายดวงดีไม่ใช่เหรอ เลือกอะไรก็ถูกรางวัล ฉันเลยอยากจะขอยืมโชคจากนายหน่อย]
ที่แท้ก็คิดแบบนี้นี่เอง
ตามปกติแล้ว ให้เขาเลือกมาสักตัวก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่เย่ซูรู้ดีแก่ใจว่า เรื่องโชคเรื่องดวงอะไรนั่น ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เขากุขึ้นมาเองทั้งนั้น
ถ้าเลือกผิด ทำให้ยอดขายร้านของเย่ซินไม่ดี เขาก็ต้องรับผิดชอบครั้งใหญ่เลย
"เดี๋ยวนะ ข่าวกรองที่ระบบให้เมื่อคืน เหมือนจะเกี่ยวกับเสื้อผ้าผู้หญิงไม่ใช่เหรอ"
ระหว่างที่กำลังลังเลว่าจะอธิบายกับเย่ซินอย่างไรดี เย่ซูก็นึกถึงข่าวกรองที่เขาโยนทิ้งไปเมื่อคืนขึ้นมาได้
"สไตล์โอวรั่วสินะ"
เย่ซูลองค้นหาในแอปคลิปสั้นก่อน พบว่ายอดวิวของวิดีโอที่ติดแฮชแท็ก #สไตล์โอวรั่ว พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ก็มียอดวิวเกินร้อยล้านแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ยังมีคนจำนวนมากกำลังตามกระแสทำวิดีโอใหม่ ๆ ออกมา ต่อไปยอดวิวของวิดีโอที่ติดแฮชแท็กนี้จะต้องสูงขึ้นไปอีกแน่นอน
เมื่อรู้สึกว่าเย่ซินทำธุรกิจเสื้อผ้า จะต้องรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าตัวเองแน่นอน เย่ซูจึงแคปหน้าจอส่งไปให้เย่ซินโดยตรง
[ฉันเห็นในเน็ตแฮชแท็ก สไตล์โอวรั่ว นี่เหมือนจะเริ่มฮิตแล้วนะ พี่ลองเลือกเสื้อผ้าตามสไตล์นี้ดู แล้วก็เพิ่มแฮชแท็กเข้าไปในคำค้นหา ดูว่าจะมีผลรึเปล่า]
[พี่ชาย: สไตล์โอวรั่ว? เดี๋ยวพี่ดูหน่อย]
สมแล้วที่เป็นพี่น้องแท้ ๆ
หลังจากรออยู่พักใหญ่ ถึงจะได้รับข้อความตอบกลับจากน้องชาย เย่ซินก็ปล่อยให้เขารอเก้อ แล้วเริ่มค้นหาว่า สไตล์โอวรั่ว คืออะไร
"เหมือนจะเข้าท่าจริง ๆ ด้วยนะ แค่แฮชแท็กนี้ฮิตขึ้นมา คนที่ตามกระแสต้องมีเยอะมากแน่ ๆ"
เรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจกลับกลายเป็นดี
การถามความเห็นจากเย่ซู เป็นเพียงความคิดชั่ววูบ เย่ซินก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้
พูดแล้วก็ทำทันที เย่ซินเริ่มเลือกสินค้าตามสไตล์นี้ใหม่หลายรายการเพื่อลงขาย แล้วก็เพิ่ม สไตล์โอวรั่ว เข้าไปในคำค้นหา
ส่วนเย่ซูเห็นว่าวีแชทเงียบไปนาน ก็ส่งข้อความไปหาเย่ซินอีกครั้ง
[ว่าไง ใช้ได้ไหม]
[พี่ชาย: น่าจะได้นะ แต่ก็ต้องลองโปรโมทดูก่อน ว่าข้อมูลจะเป็นยังไง]
ข่าวกรองที่ระบบให้มาไม่น่าจะผิดพลาด ประกอบกับเย่ซินก็รู้สึกว่าเข้าท่า เย่ซูจึงวางใจลงได้
ตอนนี้คนที่หากินกับโลกออนไลน์นั้นมีสัญชาตญาณที่เฉียบแหลมมาก คาดว่าหลังจากแฮชแท็กนี้ฮิตขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว จะต้องมีคนจำนวนมากตามกระแสแน่นอน
แต่เย่ซูเชื่อว่า เย่ซินสามารถลงขายได้ก่อนคนอื่นหนึ่งก้าว ก็น่าจะพอจะโกยทราฟฟิกไปได้ก่อนระลอกหนึ่ง
[ถ้าใช้ได้ พี่ก็น่าจะรู้นะว่าต้องทำยังไง]
ด้วยความกลัวว่าพี่ชายจะแกล้งโง่ เย่ซูจึงส่งสติกเกอร์ ลิงอุรังอุตังยื่นมือขอเงิน ไปให้
ผลปรากฏว่าไม่กี่วินาทีต่อมา ก็ได้รับสติกเกอร์ ลิงชิมแปนซีขว้างอุจจาระ ที่เย่ซินส่งกลับมา
[ฉันยอมแพ้พี่เลยจริง ๆ!]
การที่ไม่สามารถรีดไถอั่งเปาจากเย่ซินได้ ทำให้เย่ซูรู้สึกเหมือนขาดทุนไปห้าล้าน
[พี่ชาย: ไม่ได้ยินที่แม่พูดในกลุ่มเมื่อวานเหรอ ว่าให้พี่กับอาเจ๊รั่วอย่าให้ค่าขนมแก]
[โอ้? ตอนนี้รู้จักรฟังคำพูดของแม่แล้วเหรอ งั้นที่แม่บอกให้พี่หาแฟน ทำไมไม่เห็นพี่ฟังเลยล่ะ]
[พี่ชาย: แกแน่ใจนะว่าจะให้พี่ฟังคำพูดนี้]
[พี่ชาย: แกทายสิว่าถ้าพี่พาแฟนกลับบ้านแล้ว คนต่อไปที่แม่จะเร่งคือใคร]
[ก็ต้องเป็นพี่สาวสิ จะเป็นฉันได้ยังไง]
[พี่ชาย: ดีมาก เดี๋ยวฉันแคปหน้าจอส่งให้อาเจ๊รั่วดู]
[เรื่องอั่งเปาก็ช่างมันเถอะ]