บทที่ 36 หมาหายก็เรื่องของฉันด้วยเหรอ?
“เย่ซูเดาถูกจริงๆ ด้วย ราคาทองคำขึ้นมาสูงขนาดนี้แล้ว ยังจะทำนิวไฮได้อีก”
เฉินซินอี๋ทำตามคำแนะนำของเย่ซูแน่นอนอยู่แล้ว พอวันจันทร์เข้าทำงาน เธอก็เลือกซื้อกองทุนทองคำไปห้าหมื่นหยวน
พอเวลาผ่านไปห้าวัน เห็นว่ามีกำไรแล้ว 1,278 หยวน เฉินซินอี๋ถึงกับทึ่งในโชคด้านการเดาสุ่มของเย่ซู
“สุดสัปดาห์มาอาบน้ำค้างคืนที่นี่ เงินก้อนนี้ก็ถือว่าเป็นค่าเช่าค่าน้ำค่าไฟที่นายจ่ายก็แล้วกัน”
พอนึกถึงเรื่องค้างคืนช่วงสุดสัปดาห์ เฉินซินอี๋ก็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขึ้นมาอีก
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย คิดถึงแต่เรื่องอย่างว่า พอได้ยินว่าช่วงนี้ฉันมีประจําเดือน ก็หายหัวไปเลย ถ้ารู้แบบนี้ไม่บอกเขาแต่แรกล่ะว่าช่วงนี้เป็นวันนั้นของเดือน!”
...
เย่ซูไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังนินทาเขาอยู่ในใจ
ตอนนี้เขากำลังนอนแผ่อยู่ในห้องเช่า จ้องมองนาฬิกาจับเวลาถอยหลังบนหน้าจอระบบอย่างใจจดใจจ่อ
“หมดเวลา!”
[ติ๊ง!]
[ข่าวกรองวันนี้ (ระดับสอง): บนแพลตฟอร์มคลิปสั้น มีคนโพสต์ ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ID ผู้ใช้คือ 213xxxx859 สุนัขตัวดังกล่าวตอนนี้ติดอยู่ในท่อระบายน้ำนอกสวนสาธารณะติงเว่ย]
“หมายความว่าไงเนี่ย หมาหายก็เกี่ยวกับฉันด้วยเหรอ?”
ข้อมูลระดับสอง ระบบไม่น่าจะส่งอะไรมามั่วๆ เย่ซูรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาโพสต์ ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ตาม ID ผู้ใช้ทันที
“สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์สีเทาขาวตัวเล็กหายไปเมื่อวานซืน เมื่อวานก็ตั้งรางวัลไว้สองหมื่นหยวนแล้ว บ้านนี้รวยขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ด้วยความอยากรู้ เย่ซูลองค้นหาราคาชเนาเซอร์ดู ก็พบว่าระดับสัตว์เลี้ยงทั่วไป ตัวหนึ่งก็ราคาแค่พันถึงสองพันหยวน ถ้าเป็นพันธุ์แท้ถึงจะขายได้สามสี่พัน
หายไปแค่วันเดียวก็ตั้งรางวัลตามหาสองหมื่นหยวนได้ บ้านนี้คงเป็นพวกรักสุนัขในเน็ตที่เรียกหมาว่าลูกชายลูกสาวนั่นแหละ
“หายไปสองวันแล้ว แถมยังติดอยู่ในท่อระบายน้ำอีก หมาตัวเล็กขนาดนี้จะไม่ตายเหรอ?”
ด้วยความกังวลว่าถ้ารอจนถึงเช้า สุนัขอาจจะเกิดอุบัติเหตุ หรือหนีไปที่อื่น หรืออาจจะมีคนอื่นช่วยไปก่อน เย่ซูจะไปมีอารมณ์นอนต่อได้ยังไง เขาแต่งตัวเสร็จก็เตรียมจะออกจากห้องทันที
ยังไม่ทันถึงประตู เย่ซูก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับไปที่ตู้ในครัวหยิบไส้กรอกมาแท่งหนึ่ง
“โชคดีที่ตอนซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตุนไว้ ยังซื้อไส้กรอกมาด้วย ไม่งั้นตอนนี้คงจะลำบากน่าดู”
ไม่มีถุงมือใช้แล้วทิ้ง เย่ซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็หยิบถุงพลาสติกใส่ขนมยัดใส่กระเป๋า แล้วจึงออกจากห้องไป
...
ตอนนี้เย่ซูพอจะจับทางได้แล้วว่า ขอบเขตข้อมูลที่ระบบรีเฟรชขึ้นมานั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่กิจกรรมในตอนกลางวันของเขา รัศมีไกลสุดก็แค่สิบกว่ากิโลเมตร
สวนสาธารณะติงเว่ยที่ข้อมูลบอกครั้งนี้ ก็ใช้เวลาเดินทางแค่สิบกว่านาทีเช่นกัน
แต่พอมาถึงสวนสาธารณะติงเว่ย เย่ซูก็ถึงกับตาค้าง “เชี่ย สวนสาธารณะติงเว่ยใหญ่ขนาดนี้ จะหาเจอได้ยังไงวะ?”
ไหนๆ ก็มาแล้ว ระบบบอกว่าอยู่ในท่อระบายน้ำ เย่ซูจึงทำได้เพียงขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ค่อยๆ วนไปรอบๆ สวนสาธารณะติงเว่ย พลางสอดส่องท่อระบายน้ำข้างทาง ว่ามีแสงนำทางของระบบปรากฏขึ้นมาหรือไม่
“เจอแล้ว”
วนไปไม่ถึงสองกิโลเมตร เย่ซูก็พบว่าใต้ฝาท่อสแตนเลสแห่งหนึ่ง มีแสงที่คุ้นเคยกระพริบอยู่แวบๆ ชี้ทิศทางให้เขา
ระหว่างทางที่วนมา เย่ซูไม่เห็นว่ามีฝาท่อสแตนเลสตรงไหนถูกเปิดออก เขาจึงไม่เข้าใจว่าสุนัขตัวนี้เข้าไปอยู่ในท่อระบายน้ำได้อย่างไร
“ไอ้หมาโง่ตัวนี้ จะซวยขนาดที่ว่าพอมุดเข้าท่อระบายน้ำไปปุ๊บ ก็มีคนมาปิดฝาท่อกลับที่เดิมพอดีเลยรึเปล่า?”
พอจอดรถเสร็จ เย่ซูเพิ่งจะเดินมาถึงตรงฝาท่อ ก็พบว่าแสงนั้นเริ่มเคลื่อนไปทางซ้ายทันที ราวกับตกใจเสียงฝีเท้าของเขา
“เหมาฉิว จุ๊ๆๆ”
ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ เย่ซูเดินตามไปพลาง เรียกชื่อสุนัขตามที่เขียนไว้ใน ‘ประกาศตามหาสุนัข’ พลาง พร้อมกับหยิบไส้กรอกที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋า
อาจจะเพราะหิวจัด พอได้กลิ่นไส้กรอกที่เย่ซูหักแล้วโยนลงไป บวกกับได้ยินชื่อที่คุ้นเคย กลุ่มแสงนั้นก็หยุดลงจริงๆ และหันกลับมาอย่างลังเลและยากลำบาก
“เหมาฉิว”
เย่ซูเห็นดังนั้น ก็รีบวางไส้กรอกที่เหลือไว้ข้างๆ แล้วใช้ถุงพลาสติกที่เตรียมไว้จับฝาท่อ
เมืองหยางเฉิงตอนเที่ยงคืนกว่า คนที่ควรนอนก็นอนไปแล้ว คนที่เที่ยวกลางคืนก็คงไม่เลือกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะ ช่วงเวลานี้ในสวนจึงไม่มีคนเดินผ่าน ไม่มีใครเห็นเย่ซูกำลังงัดแงะฝาท่อระบายน้ำ
เอี๊ยด
ท่ามกลางเสียงโลหะเสียดสีกันจนแสบแก้วหู เย่ซูก็ยกฝาท่อขึ้นมาได้สำเร็จ
“โฮ่ง! โฮ่ง!”
ชเนาเซอร์ถือว่าเป็นสุนัขที่ฉลาดพอตัว มันรู้ว่าเย่ซูไม่มีเจตนาร้าย หลังจากฝาท่อเปิดออก มันก็แค่เห่าใส่เย่ซูสองสามครั้ง ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด
ในฐานะผู้ชายที่ไม่เลี้ยงสุนัข เย่ซูยังรู้สึกว่าสุนัขขนปุยตัวเล็กๆ แบบนี้น่ารักดีจริงๆ บวกกับคิ้วสองปื้นที่เหมือนตัวร้ายในหนังฮ่องกงยุคเก่า ยิ่งทำให้สุนัขตัวนี้ดูตลกขบขันขึ้นไปอีก
“Good Dog”
เย่ซูเห็นดังนั้น ก็รีบยื่นไส้กรอกครึ่งแท่งที่เหลือให้ไป
“โฮ่ง!”
เจ้าชเนาเซอร์คาบไส้กรอกไปกินอย่างไม่ลังเล
ขณะที่เจ้าชเนาเซอร์กำลังกินไส้กรอกอยู่ เย่ซูก็ใช้มือข้างหนึ่งค่อยๆ เกี่ยวปลอกคอที่คอของมัน ส่วนอีกมือหนึ่งก็เกาหัวมันเบาๆ เหมือนเกาให้
“ดีมาก”
เมื่อเห็นว่าเจ้าชเนาเซอร์ไม่ขัดขืน เย่ซูจึงใช้มือทั้งสองข้างสอดใต้ซี่โครง แล้วอุ้มมันขึ้นมา
“โฮ่ง”
“เหม็นชะมัด!”
สองวันที่หายไป นอกจากท่อระบายน้ำแล้ว สุนัขตัวนี้ก็ไม่รู้ว่าไปมุดที่ไหนมาบ้าง พอเข้ามาใกล้ๆ เย่ซูก็ได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง
“เดี๋ยวหาที่อาบน้ำให้แล้วกันนะ”
เที่ยงคืนกว่าแล้ว จะเอาสุนัขไปคืนตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ เย่ซูต้องพามันกลับบ้านก่อน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายวิดีโอตัวเองกับสุนัขไว้ก่อน พร้อมกับพูดแทรกเข้าไปในวิดีโอว่า ‘หมาใครหายครับ’ จากนั้นก็ค้นหาร้านสัตว์เลี้ยงแบบบริการตนเองตลอด 24 ชั่วโมงที่อยู่ห่างออกไปสองกิโลเมตร
“ทนหน่อยนะ”
เย่ซูหยิบถุงพลาสติกที่ใช้รองมือก่อนหน้านี้มาใส่เจ้าชเนาเซอร์ แล้วจึงอุ้มมันไว้ในอ้อมแขน
เจ้าชเนาเซอร์ที่เติบโตมาภายใต้การดูแลของเจ้าของมาตลอด สองวันที่ผ่านมาคงจะทั้งหิวทั้งกลัว ระหว่างที่เย่ซูจัดการกับมัน มันก็ไม่ได้ขัดขืนเลย ขาหน้าทั้งสองข้างยังยื่นออกมาจากถุงพลาสติก เกาะแขนซ้ายของเย่ซูไว้แน่น
บนถนนไม่ค่อยมีคน ด้วยความเป็นห่วงว่าสุนัขในถุงจะอึดอัด เย่ซูจึงรีบขี่รถไปถึงร้านสัตว์เลี้ยงแบบบริการตนเองในไม่กี่นาที จ่ายเงินไปเก้าหยวนเพื่ออาบน้ำให้สุนัขแบบง่ายๆ แล้วก็ซื้ออาหารกระป๋องกับนมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ตู้ขายของอัตโนมัติอีกหนึ่งกล่อง รวมแล้วเสียเงินไปถึงยี่สิบห้าหยวน
“แกนี่มันกินดีกว่าฉันอีกนะ!”
หลังจากพาเจ้าชเนาเซอร์ที่อาบน้ำสะอาดแล้วกลับมาที่ห้องเช่า หาถุงพลาสติกมาเทอาหารกระป๋องออกมา เจ้าชเนาเซอร์ก็รีบพุ่งเข้าไปกินอย่างไม่รอช้า ดูท่าจะหิวจัดจริงๆ
เมื่อเทนมสำหรับสัตว์เลี้ยงลงในกล่องอาหารกระป๋องด้วยแล้ว เย่ซูก็ปล่อยให้เจ้าชเนาเซอร์จัดการตัวเอง แล้วลุกขึ้นไปเตรียมที่นอนให้มัน
โชคดีที่สองสามวันก่อนซื้อของมาเยอะแยะ กล่องพัสดุยังกองอยู่ไม่ได้ทิ้งไป เย่ซูจึงหาลังกระดาษสองสามใบมาแกะออกแล้วปูไว้ในห้องนั่งเล่น
“พี่... เอ๊ย... เพื่อน คืนนี้นายนอนตรงนี้ ฉันนอนในห้องนอน เราไม่ก้าวก่ายกัน พรุ่งนี้ฉันจะส่งนายกลับบ้าน โอเค?”
“โฮ่ง”
ไม่รู้ว่ามันเข้าใจหรือเปล่า แต่ในเมื่อมันเห่าตอบมาหนึ่งครั้ง เย่ซูก็ถือว่ามันตกลงแล้ว