บทที่ 37 เข้าโรงพัก
หลังจากร่อนเร่อยู่ข้างนอกมาสองวัน ในที่สุดก็ได้อยู่ในที่สบายๆ เจ้าชเนาเซอร์กินอาหารเสร็จ ก็ลงไปนอนบนลังกระดาษที่เย่ซูเตรียมไว้ให้ ไม่รู้ว่าหลับไปแล้วหรือยัง
เขาไม่เคยทำอะไรโดยไม่เตรียมการ
เย่ซูจึงถือโอกาสนี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ค้นหาว่าการคืนสุนัขให้เจ้าของมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
ไม่ค้นก็ไม่รู้ พอค้นแล้วก็ตกใจ ในฐานะนักศึกษา เย่ซูคาดไม่ถึงเลยว่าจิตใจคนในสังคมจะชั่วร้ายได้ขนาดนี้
“รับสัตว์เลี้ยงไปแล้วก็เบี้ยวไม่จ่ายเงินนี่ยังพอว่า แต่ยังมีคนมากล่าวหากลับอีก ว่าคนอื่นขโมยหมาไปแล้วแกล้งทำเป็นเอามาคืน เพื่อหลอกเอาเงินจากพวกเขา”
แต่ก่อนมีคำกล่าวที่ว่า ‘ถ้าคุณไม่ได้ชน ทำไมคุณต้องช่วย’ ตอนนี้ก็มี ‘ถ้าคุณไม่ได้ขโมย ทำไมคุณถึงเอามาคืน’
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนดีในสังคมถึงได้น้อยลงทุกวัน ทุกคนต่างก็อยากจะเอาตัวรอด เรื่องมากไปก็มีแต่จะลำบากเปล่าๆ
เดิมทีเขาคิดว่าการนำสุนัขไปคืนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ยื่นหมูยื่นแมวก็จบเรื่อง
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเย่ซูจะมองคนในสังคมง่ายเกินไป
จากความคิดเห็นในโลกออนไลน์ คนที่โพสต์ประกาศตามหาสุนัขพร้อมรางวัลสูงๆ แล้วจะทำตามสัญญาจริงๆ นั้นมีน้อยมาก
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็คงต้องเตรียมตัวไว้หน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของสุนัขเบี้ยวสินะ”
ตอนที่เก็บสุนัขมาได้ เย่ซูก็สังเกตเห็นว่าที่คอของมันมีปลอกคอ แต่ไม่มีสายจูง
การหายตัวไปในสถานการณ์แบบนี้ มีความเป็นไปได้น้อยที่จะเป็นเพราะประตูไม่ได้ปิดแล้วสุนัขวิ่งออกมาเอง แต่มีความเป็นไปได้สูงกว่าที่จะเป็นเพราะเจ้าของจูงสุนัขโดยไม่ใช้สายจูง แถมยังไม่มองสุนัขด้วยซ้ำ จนสุนัขหายไปก็ยังไม่รู้ตัว
กรณีแรกยังพอว่า แต่ถ้าเป็นกรณีหลังจริงๆ เย่ซูก็คงต้องตั้งคำถามกับนิสัยของเจ้าของสุนัขแล้ว
เมื่อนิสัยน่าสงสัย โอกาสที่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันตอนคืนสุนัขก็ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
เสียเวลาไปทั้งคืน แถมยังต้องอาบน้ำให้สุนัขอีก เย่ซูไม่ได้สนใจจะได้ค่าเหนื่อยแค่พันสองพันหยวน เขาจึงต้องเริ่มค้นหากลยุทธ์เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในวันพรุ่งนี้
...
เช้าวันรุ่งขึ้นเก้าโมงกว่า เย่ซูก็พาสุนัขออกจากบ้าน แต่เขาไม่ได้ติดต่อเจ้าของสุนัขตามที่ระบุไว้ใน ‘ประกาศตามหาสุนัข’ และไม่ได้ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้ แต่กลับไปที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง
นี่เป็นกลยุทธ์แรกที่ชาวเน็ตสอนไว้ใต้คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเบี้ยวรางวัลต่างๆ นั่นคือการเชิญบุคคลที่สามที่น่าเชื่อถือมาเป็นพยาน ซึ่งสถานีตำรวจก็กลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของเย่ซู
ก่อนหน้านี้ ชาวเน็ตยังสอนอีกว่าต้องรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาไว้ก่อน เช่น การบันทึกวิดีโอขั้นตอนการพบสัตว์เลี้ยง
เมื่อคืนเย่ซูบันทึกวิดีโอไว้แล้ว เดิมทีตั้งใจจะส่งให้ที่บ้านดูเพื่ออธิบายที่มาของเงินสองหมื่นหยวน แต่กลับกลายเป็นการทำขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองไปโดยปริยาย
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
เจ้าหน้าที่สาวที่เข้าเวรในสถานีตำรวจเห็นชายหนุ่มรูปหล่ออุ้มสุนัขน้อยน่ารักเข้ามา ท่าทีของเธอก็ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ
“สวัสดีครับพี่สาว เมื่อคืนผมเก็บสุนัขได้ตัวหนึ่ง ตอนแรกนึกว่าถูกทิ้ง ก็เลยกะจะเอาไปเลี้ยงเอง แต่พอตอนเช้ามาเปิดดูคลิปสั้น ก็เจอว่าเจ้าของโพสต์ ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ในเน็ตแล้ว แถมยังให้รางวัลสองหมื่นหยวนด้วย
ผมก็เลยพาสุนัขมาที่นี่ อยากจะให้พวกพี่ช่วยเป็นพยานในการคืนสุนัขให้พวกเขา แล้วก็ให้พวกเขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในประกาศ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจจะเกิดขึ้นครับ”
เย่ซูอธิบายเรื่องราวทั้งหมดในไม่กี่ประโยค แล้วก็ยื่นคลิปสั้นที่เตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่สาวดู
เจ้าหน้าที่ตำรวจรับโทรศัพท์มา เปรียบเทียบรูปสุนัขในภาพกับสุนัขในอ้อมแขนของเย่ซูอย่างละเอียด พอแน่ใจว่าเป็นตัวเดียวกันแล้ว จึงจดเบอร์ติดต่อใน ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ไว้
“นี่เป็นสุนัขใน ‘ประกาศตามหาสุนัข’ จริงๆ ด้วย เดี๋ยวฉันให้เพื่อนร่วมงานพาคุณไปรอที่ห้องไกล่เกลี่ยก่อนนะคะ ทางนี้ฉันจะช่วยติดต่ออีกฝ่ายให้มารับสุนัขไป”
“ได้ครับ ขอบคุณครับพี่สาว”
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรค่ะ”
หลังจากหัวเราะให้เย่ซูแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เรียกเพื่อนร่วมงานมา ชี้ไปที่เย่ซูแล้วพูดสองสามคำ ก่อนจะพาคนมาหาเย่ซู
“สวัสดีครับ ผมแซ่เฉิน”
“สวัสดีครับคุณตำรวจเฉิน”
“เดี๋ยวผมพาคุณไปที่ห้องไกล่เกลี่ยก่อนนะครับ เพื่อนร่วมงานของเราจะช่วยติดต่อเจ้าของให้”
“ได้ครับ ขอบคุณครับ”
ตอนที่เย่ซูเดินออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรออกตามเบอร์ที่จดไว้เมื่อครู่
...
ในขณะเดียวกัน ที่ห้อง 1302 ตึก 9 โครงการฟู่อิ๋ง โทรศัพท์ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล?”
“สถานีตำรวจ?”
“ใช่ค่ะ! เป็นหมาของฉันเองที่หายไป! ขอบคุณคุณตำรวจมากค่ะที่ช่วยหาลูกชายของฉันเจอ!”
“มีคนช่วยหาเจอแล้ว ตอนนี้เขาพาสุนัขมาอยู่ที่สถานีตำรวจ รอให้เราไปจ่ายเงินรางวัลสองหมื่นหยวนตามที่เขียนไว้ใน ‘ประกาศตามหาสุนัข’ เหรอคะ?”
“พวกคุณอยู่สถานีตำรวจไหนคะ เดี๋ยวเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย”
พอวางสาย ชายคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา “เหมาฉิวเจอแล้วเหรอ?”
“ใช่ สถานีตำรวจบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเจอเหมาฉิว แล้วก็พาไปที่สถานีตำรวจ รอให้เราไปยืนยัน แล้วก็รอให้เราจ่ายเงินสองหมื่นหยวนตาม ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ด้วย”
“คนนี้มันบ้าเงินรึไง! หาหมาตัวเดียว กล้าเรียกตั้งสองหมื่นเลยเหรอ!”
“แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ คนเขารออยู่ที่สถานีตำรวจแล้วนะ หรือเราจะไม่เอาเหมาฉิวแล้ว?”
“ไม่เป็นไร อยู่ที่สถานีตำรวจยิ่งง่ายเลย เราเอา ‘ใบอนุญาตเลี้ยงสุนัข’ ไปด้วย แค่พิสูจน์ได้ว่าสุนัขเป็นของเรา ต่อให้เราไม่ให้เงิน ต่อหน้าตำรวจ คนนั้นก็ต้องยอมคืนเหมาฉิวให้เราอยู่ดี”
“คุณพูดถูก! งั้นฉันลบ ‘ประกาศตามหาสุนัข’ ทิ้งเดี๋ยวนี้เลย ถึงตอนนั้นก็ยืนกรานไปเลยว่าเป็นเขาแต่งเรื่องขึ้นมาเอง แล้วก็ให้เงินไปสักสองสามร้อยก็พอแล้ว!”
ผีเน่ากับโลงผุ
สองสามีภรรยาเห็นพ้องต้องกัน หลังจากลบหลักฐานทิ้งแล้ว ก็รีบออกจากบ้านทันที อยากจะรีบไปรับสุนัขกลับบ้าน
...
สถานีตำรวจที่เย่ซูเลือกอยู่ระหว่างห้องเช่าของเขากับโครงการฟู่อิ๋ง ระยะทางไม่ไกลกันนัก
ประมาณสิบนาทีต่อมา ชายหญิงคู่หนึ่งก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาในสถานีตำรวจ
“สวัสดีค่ะ เราสองคนเป็นเจ้าของสุนัขที่หายไป เมื่อกี้มีคนของพวกคุณติดต่อมา บอกว่าเจอเหมาฉิวแล้ว ให้เรามาที่นี่เพื่อยืนยัน!”
“ทั้งสองท่านไม่ต้องรีบร้อนครับ ตอนนี้อีกฝ่ายรออยู่ที่ห้องไกล่เกลี่ยแล้ว เดี๋ยวผมจะพาท่านทั้งสองไป”
“ดีค่ะ!”
“ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านชื่ออะไรครับ?”
“ฉันแซ่หลินค่ะ”
“ผมแซ่สวี่ครับ”
“คุณสวี่ คุณหลิน เชิญทางนี้ครับ”
พอเข้าไปในห้องไกล่เกลี่ย สองสามีภรรยาก็เห็นเจ้าชเนาเซอร์ในมือของเย่ซู
“ลูกแม่ แม่เป็นห่วงแทบแย่! สองวันนี้ลูกหายไปไหนมา!”
เย่ซูเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
พวกคุณจะรักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูกก็เป็นสิทธิ์ของพวกคุณ ผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย แต่ตอนที่คุณเรียก คุณไม่ดูเลยเหรอว่ามีใครอยู่บ้าง คุณจะตะโกนใส่ใครกันแน่วะ!
“คุณผู้หญิงครับ สวัสดีครับ คุณแน่ใจนะครับว่านี่คือสุนัขของคุณที่หายไป?”
“ใช่” ชายที่อยู่ข้างๆ เดินเข้ามา หยิบทเบียนสุนัขที่เตรียมไว้ออกมา “นี่คือทะเบียนสุนัขของเหมาฉิว สามารถพิสูจน์ได้ว่านี่คือสุนัขของเรา”
เรื่องทั้งหมดก็ไม่มีอะไรน่าสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทะเบียนสุนัขมา เปรียบเทียบเล็กน้อยแล้วก็คืนให้ชายคนนั้นไป ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เย่ซู
“นี่เป็นสุนัขที่พวกเขาทำหายจริงๆ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร พวกคุณก็ส่งมอบกันได้เลย”