พิธีปลุกพรสวรรค์สิ้นสุด

แผงข้อมูลตรงหน้าแสดงเส้นทางวิวัฒนาการทั้ง 5 แบบ ลู่หยู่มองดูแล้วก็รู้สึกสนใจทันที


ในเส้นทางทั้งห้า มีเส้นทางเดียวที่ดูลึกลับและพิเศษที่สุดคือ “กรงเล็บมังกร”

ไม่ต้องสงสัยเลย กรงเล็บมังกรคือเส้นทางวิวัฒนาการที่ทรงพลังที่สุดในห้าเส้นทาง และเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพมากที่สุดในอนาคต

ลู่หยู่แตะเปิดดูข้อมูลวัสดุดิบที่ต้องใช้สำหรับการวิวัฒนาการของเส้นทางนี้


สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นมาคือวัสดุดิบทั้ง 4 ชนิดที่จำเป็นสำหรับวิวัฒนาการพรสวรรค์กรงเล็บมังกร

ซึ่งทั้งหมดหายากและได้มายากมากเช่นกัน

[ วัสดุที่จำเป็นสำหรับวิวัฒนาการกรงเล็บมังกร:
— เลือดของอสรพิษศิลาทมิฬ
— กระดูกของเหยี่ยวเวหา
— ขนของอสูรหมีเพลิงพิโรธ
— เล็บของอสูรแมวรัตติกาล ]

เมื่อมองรายชื่อเหล่านี้ ลู่หยู่ก็ฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่าวัสดุทั้งสี่ชนิดนี้ดูเหมือนจะตรงกับเส้นทางวิวัฒนาการอื่น ๆ พอดี

เลือดของอสรพิษศิลาทมิฬ = เขี้ยวอสรพิษ


กระดูกของเหยี่ยวเวหา = กรงเล็บอินทรี


ขนของอสูรหมีเพลิงพิโรธ = กรงเล็บหมี


เล็บของอสูรแมวรัตติกาล = กรงเล็บแมว

นั่นหมายความว่า กรงเล็บมังกรอาจต้องใช้ส่วนผสมของทุกเส้นทาง!

ไม่ต้องคิดให้มาก ลู่หยู่ก็มั่นใจแล้วว่า “กรงเล็บมังกร” คือเส้นทางวิวัฒนาการที่แข็งแกร่งที่สุดแน่นอน

แม้วัสดุเหล่านี้จะหายาก แต่ถ้าเขาสามารถรวบรวมมาได้ พรสวรรค์ที่เคยถูกตราหน้าว่า “ไร้ประโยชน์ที่สุด”


ก็อาจกลายเป็นพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้!

นักเรียนทั้งหมดเริ่มกลับเข้าห้องเรียน และครูประจำชั้นก็ตามเข้ามาด้วย

“ในเมื่อการปลุกพรสวรรค์เสร็จสิ้นแล้ว เราจะทำการจัดที่นั่งใหม่”


“ตามธรรมเนียม ใครที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมจะได้นั่งแถวหน้า ส่วนคนที่มีพรสวรรค์ต่ำจะนั่งแถวหลัง และคนที่พรสวรรค์อ่อนที่สุดจะไม่มีที่นั่ง ต้องยืนอยู่ท้ายห้อง”

ครูหยิบกระดาษจัดลำดับที่นั่งที่เพิ่งจัดใหม่ขึ้นมา และเริ่มอ่านชื่อทีละคน

นี่คือวิธีหนึ่งในการกระตุ้นนักเรียน โดยแบ่งชนชั้นให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนอยากก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่ดีกว่า

เมื่อเรียกชื่อไปเรื่อย ๆ ที่นั่งก็เริ่มถูกจัดใหม่คนที่ถูกไล่ไปยืนท้ายห้อง ต่างก้มหน้าด้วยความอับอาย

และแน่นอน ลู่หยู่ก็ถูกจัดให้อยู่กลุ่มท้ายห้องเช่นกัน

โดยปกติ คนที่ไม่มีพรสวรรค์เลยถึงจะต้องยืน แต่แม้ลู่หยู่จะมีพรสวรรค์ระดับ F ก็ถือว่าไม่ต่างจากคนที่ไม่มีพรสวรรค์เลย
ครูจึงจัดให้เขาไปอยู่ท้ายห้องเช่นกัน

ส่วนซูชิง แน่นอนว่าเธอได้นั่งแถวหน้าสุดข้างโพเดียม


เพราะพรสวรรค์ระดับ A ของเธอคือระดับสูงสุดของโรงเรียน และเป็นอันดับหนึ่งของห้อง

ทุกคนทำได้แค่จ้องมองด้วยความอิจฉา เพียงเวลาไม่กี่สัปดาห์ ซูชิงก็กลายเป็นคนละคนกับพวกเขา

ครูประจำชั้นยืนอยู่หน้าห้อง ไอกระแอมเบา ๆ แล้วพูดเสียงดังว่า


“เหลือเวลาแค่หนึ่งเดือนก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย!”


“โรงเรียนจะจัดสรรทรัพยากรตามระดับพรสวรรค์ของแต่ละคน!”


“ทรัพยากรเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้มีพรสวรรค์!”

นักเรียนพยักหน้ากันเงียบ ๆ รู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา

แรงกดดันของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่แพ้พิธีปลุกพรสวรรค์เลย


หากไม่สามารถยกระดับตนเองภายในเดือนนี้ได้ ก็แทบจะหมดสิทธิ์เปลี่ยนชะตากรรมโดยสิ้นเชิง!

เดือนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา!

ครูพูดต่อ


“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะแบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือ การต่อสู้กับสัตว์อสูร และการประลองกับผู้ใช้พลัง”


“ระหว่างการฝึกปกติ พวกเธอต้องเน้นฝึกภาคสนามให้มากที่สุด เพื่อให้ได้คะแนนที่ดีที่สุด!”


“ในแผนเดือนหน้า สามสัปดาห์แรกจะให้ฝึกฝนกันตามอิสระ”


“ส่วนสัปดาห์สุดท้าย ครูจะนำพวกเธอเร่งฝึกให้ถึงขีดสุด!”

ทันทีที่ครูพูดจบ ทั้งห้องก็พูดคุยกันอย่างคึกคัก

“หนึ่งเดือนมันสั้นเกินไป!”


“ต้องไปสู้กับสัตว์อสูรเลยเหรอ? อันตรายเกินไปแล้ว!”


“แล้วจะหาสัตว์อสูรที่ไหนให้ซ้อมล่ะ?”


“พรสวรรค์เราระดับต่ำ กลัวจะโดนสัตว์อสูรฆ่าตายในสนามสอบจริง ๆ”


“มาเป็นเพื่อนกันไหม? จะได้ดูแลกันระหว่างฝึก”


“ถ้าได้ฝึกร่วมกับซูชิงก็คงจะดีไม่น้อย...”

หลายคนแอบมองไปที่ซูชิงอย่างมีความหวัง


ถ้าพวกเขาดึงคนอย่างซูชิงมาร่วมทีมได้ การฝึกฝนในอนาคตคงง่ายขึ้นมาก

ในขณะที่ทั้งห้องคุยกันคึกคัก นักเรียนที่ยืนอยู่ท้ายห้องกลับถูกเมินอย่างสิ้นเชิง

เพราะความเป็นจริงก็คือ


พวกเขาคือคนที่ถูกตัดสินแล้วว่า จะอยู่ชนชั้นล่างของสังคมในอนาคต


ทำงานหนัก เป็นเบี้ยล่างของคนอื่น และไม่ใช่คนใน “โลกเดียวกัน” กับพวกที่มีพรสวรรค์สูง

ลู่หยู่ไม่ได้คุยกับใคร แต่ในใจเขากำลังคิดว่า


ถ้าเขาจะเลือกวิวัฒนาการครั้งแรก เขาควรเลือกเส้นทางไหนถึงจะดีที่สุด?

ในเวลานั้นเอง เสียงกริ่งก็ดังขึ้น

นักเรียนลุกขึ้น เตรียมตัวจะออกจากห้อง


แต่ครูประจำชั้นยกมือหยุดไว้ และหยิบคูปองกองหนึ่งขึ้นมา

“อย่าเพิ่งรีบไป ครูมีคูปองแลก [ แผ่นหินบ่มเพาะเบื้องต้น ] ทุกคนมารับคูปองแล้วนำไปแลกที่ห้องสมุดได้เลย”


“ต่อแถวเข้ามาทีละคน”

ทันทีที่ได้ยิน ทุกคนก็ยิ้มแย้มดีใจ

“แผ่นหินบ่มเพาะเหรอ? ของดีนี่นา! แจกตั้งแต่เริ่มเลยเหรอเนี่ย!”


“เยี่ยมไปเลย! ถ้าได้สิ่งนี้ การฝึกเราจะเร็วขึ้นแน่!”


“ขอบคุณโรงเรียน ขอบคุณคุณครู!”

นักเรียนทุกคนต่อแถวไปรับคูปองทีละคน

ลู่หยู่ยืนอยู่ท้ายแถว และก็ได้ไปรับเหมือนคนอื่น


แม้พรสวรรค์ของเขาจะอ่อนที่สุด แต่ตราบใดที่ยัง “มีพรสวรรค์” อยู่บ้าง ก็ยังได้รับสิทธิ์

เมื่อถึงคิว ลู่หยู่ก็รับคูปองจากครูประจำชั้น

ครูมองหน้าเขาแล้วถอนใจเบา ๆ “หวังว่าคูปองนี้จะช่วยให้นายแลกของดี ๆ ได้นะ แม้พรสวรรค์จะระดับ F แต่ถ้าขยันอนาคตก็ยังมีหวัง”

ลู่หยู่ไม่ได้ใส่ใจคำปลอบโยนมากนัก เขารับคูปองพยักหน้า ขอบคุณเบา ๆ แล้วเดินออกจากห้อง

เมื่อทุกคนออกจากห้องเรียน ก็เคลื่อนขบวนไปยังห้องสมุด ลู่หยู่ก็ไหลตามฝูงชนไปด้วย

เมื่อไปถึงห้องโถงของห้องสมุด นักเรียนก็ตรงไปหาบรรณารักษ์เพื่อทำการแลกคูปอง

ตอนนั้นเอง มีคนถามขึ้นว่า

“ขอโทษครับ อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้ว [ แผ่นหินบ่มเพาะเบื้องต้น ] ใช้ทำอะไรได้บ้างครับ?”

ทุกคนหันมามองบรรณารักษ์อย่างสนใจ

บรรณารักษ์ไอกระแอมเบา ๆ แล้วเริ่มอธิบาย



ตอนก่อน

จบบทที่ พิธีปลุกพรสวรรค์สิ้นสุด

ตอนถัดไป