บทที่ 3
วันรุ่งขึ้น ฉันก็จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านทันที
ถึงจะถูกลอตเตอรี่จนกลายเป็นเศรษฐีแล้วก็จริง แต่ร่างกายยังอยู่ครบ 32 ประการ จะให้มาเสียเงินกับห้องพิเศษในโรงพยาบาลเนี่ยนะ ฝันไปเถอะ
ในอนาคตยังมีเรื่องให้ต้องใช้เงินอีกตั้งเยอะแยะ
“แต่ยิ่งมองก็ยิ่งแปลกแฮะ”
ฉันถอดรองเท้าพลางกวาดตามองไปรอบๆ บ้าน
“บ้านฉันจริงๆ ด้วย”
ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักอย่าง
กระทั่งเตียงนอนก็ยังอยู่ในสภาพเหมือนกับที่ฉันเพิ่งลุกออกไป
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาซาบซึ้งกับบรรยากาศเก่าๆ
เพราะยังมีเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องตรวจสอบ
“อาบน้ำก่อนแล้วกัน”
ฉันไม่คิดอะไรให้มากความ รีบตรงเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วจึงออกมา
จากนั้นจึงนั่งลงบนเตียง เตรียมใจให้สงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา
“หน้าต่างสถานะ”
นายอจู [A] สถานะ:
- รู้แจ้งเห็นจริง (EX) - ไม่ทำงาน
- รีดทุกหยาดหยด (A)
- กายใจแข็งแกร่ง (A) ✓ เปิดดู
- [ว่าง] สัตว์อัญเชิญผนึก - ไม่มี ไอเทมสวมใส่ - ไม่มี
“โอ้!”
ขึ้นมาแล้ว! ขึ้นมาแล้ว!
บอกตามตรงว่าฉันอยากจะลองเช็กดูแทบตายตั้งแต่ได้ยินคุณหมอบอกว่าฉันปลุกพลังแล้ว แต่ก็อดทนรอจนกว่าจะได้อยู่คนเดียวในที่ที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อที่จะได้ค่อยๆ ตรวจสอบมันอย่างใจเย็น
ฉันลองทำตามที่คังฮันเคยทำในนิยาย แล้วหน้าต่างสกิลโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉันจริงๆ
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ปลุกพลังจะไม่สามารถมองเห็นหน้าต่างสถานะของตัวเองได้
จึงจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเครื่องสแกนพลังปลุกของสมาคม
เหล่าผู้ที่คาดว่าตัวเองอาจจะปลุกพลัง หรือผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นฮันเตอร์ มักจะแวะเวียนไปที่ศูนย์ลงทะเบียนผู้ปลุกพลังซึ่งมีเครื่องสแกนตั้งอยู่เป็นว่าเล่น
แต่ฉันกลับสามารถเรียกหน้าต่างสถานะออกมาได้ไม่ต่างกับฮันเตอร์ส่วนน้อยที่น้อยคนจะทำได้ ซึ่งรวมถึงตัวละครเอกด้วย
แค่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งแล้ว
ฉันตรวจสอบหน้าต่างสถานะด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เหมือนกำลังค่อยๆ แง้มไพ่ในมือดูทีละนิด
“ไหนดูซิ ไหนดูซิ...”
นายอจู [A] สถานะ:
- รู้แจ้งเห็นจริง (EX) - ปิดการทำงาน
- รีดทุกหยาดหยด (A)
- กายใจแข็งแกร่ง (A) ✓ เปิดดู
- [ว่าง] อัญเชิญสัตว์ผนึก - ไม่มี / ไอเทมสวมใส่ - ไม่มี
ชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“...เจ๋งนี่?”
สถานะในหน้าต่างของฉันมันดีเกินคาดไปมาก
“เอาล่ะ ใจเย็นๆ ก่อน”
ฉันเช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาบนฝ่ามือกับกางเกง ก่อนจะเริ่มไล่ดูหน้าต่างสถานะอีกครั้งตั้งแต่บนสุดทีละอย่าง
“ก่อนอื่นเลย... แรงค์ A”
ระดับของฉันถูกประทับตราไว้อย่างชัดเจนราวกับเกรดเนื้อฮันอูเกาหลี
แม้จะเป็นความจริงที่น่าเศร้า แต่ 90% ของผู้ปลุกพลังทั้งหมดมีระดับต่ำกว่าแรงค์ D
พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงจะปลุกพลังแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ
แข็งแกร่งกว่าคนที่ไม่ใช่ผู้ปลุกพลัง แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะเข้าไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ในเกตได้โดยตรง
แถมยังถูกจัดให้อยู่ในประเภทที่ไม่ใช่สายต่อสู้ จนไม่ถูกเรียกว่า ‘ฮันเตอร์’ ด้วยซ้ำ
ดังนั้น คนส่วนใหญ่เหล่านั้นจึงใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนทั่วไป หรือไม่ก็เข้าไปเป็นคนขุดแร่ในดันเจี้ยนที่ปลอดภัยแล้วเท่านั้น
“แต่ฉันเป็นแรงค์ A เลยนะ?”
หึๆ
แค่แรงค์ C ก็พอจะเดินเบ่งกร่างไปไหนมาไหนได้แล้ว ถ้าเป็นแรงค์ B ก็สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนกลายเป็นสมาชิกระดับแกนนำหรือหัวหน้ากิลด์ขนาดกลางถึงเล็กได้เลย
ดังนั้น แรงค์ A จึงเป็นระดับที่สูงพอจะเข้าร่วมหน่วยจู่โจมหลักของกิลด์ขนาดใหญ่ได้ทันที
แน่นอนว่ามันก็ขึ้นอยู่กับว่าความสามารถที่ปลุกขึ้นมาคืออะไรด้วยน่ะนะ...
แต่แค่การเป็นแรงค์ A ก็ถือว่าอยู่ในโซนปลอดภัยแล้ว
ถ้าเกิดต้องมาหยุดยั้งวันสิ้นโลกทั้งๆ ที่เป็นแรงค์ F ล่ะก็ สู้เอาเงิน 25,000 ล้านไปซื้อลอตเตอรี่ขูดมานั่งขูดเล่นจนตายยังจะดีซะกว่า
นายอจู [A]
- รู้แจ้งเห็นจริง (EX) - ปิดการทำงาน
“สกิลแรก... แรงค์ EX?”
เหอะๆ หัวเราะออกมาเลยแฮะ
แรงค์ EX เป็นระดับที่อยู่สูงกว่าแรงค์ S เสียอีก
Exceptional... พูดง่ายๆ ก็คือ ‘เหนือมาตรฐาน’
มันสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเครื่องสแกนจากสมาคมผู้ปลุกพลังที่ตรวจจับได้ถึงแค่แรงค์ S เท่านั้น
จึงมีข้อเสียเล็กน้อยตรงที่มันไม่ส่งผลต่อระดับแรงค์ส่วนตัวของคนคนนั้น
แต่แล้วคำอธิบายที่เขียนว่า ‘ไม่ทำงาน’ ข้างๆ สกิลก็สะดุดตาฉัน
อืมม ปกติในนิยาย ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้...
“เปิดใช้งานสกิล”
[ สกิล 'รู้แจ้งเห็นจริง' ถูกเปิดใช้งานแล้ว ]
พร้อมกับข้อความแนะนำสั้นๆ ฉันก็เข้าใจได้ในทันทีว่าสกิลนี้ใช้ทำอะไร
“ว้าววว”
ในชั่วพริบตา ทัศนวิสัยของฉันก็เปลี่ยนไป
ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสกิลที่ทำให้มองเห็นข้อมูลของสิ่งต่างๆ ได้
“ไม่ใช่กับทุกอย่างสินะ จะมีคำอธิบายขึ้นมาเฉพาะกับไอเทมที่มาจากเกตหรือของที่ผู้ปลุกพลังสร้างขึ้นเท่านั้น”
ยกตัวอย่างเช่น
[ โพชั่นฟื้นฟูพลังกาย (E) ช่วยฟื้นฟูร่างกายตามธรรมชาติและเพิ่มพลังกาย ]
หน้าต่างข้อมูลเล็กๆ ปรากฏขึ้นเหนือขวดโพชั่นขนาดเท่านิ้วก้อยที่ฉันได้รับมาตอนออกจากโรงพยาบาล
“แต่ว่า แบบนี้มันน่าจะเกะกะน่าดูเลยแฮะ จะทำให้เห็นเฉพาะสิ่งที่อยากเห็นไม่ได้เหรอ”
ทันใดนั้น ระบบก็ตอบสนองราวกับได้ยินเสียงของฉัน
[ 'รู้แจ้งเห็นจริง' - เปลี่ยนเป็นโหมดแสดงผลแบบเลือกได้ ]
พร้อมกันนั้นหน้าต่างอธิบายของโพชั่นก็หายไป
และเมื่อฉัน ‘ตั้งใจจะมอง’ หน้าต่างเล็กๆ นั่นก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมสกิลนี้ถึงเป็นแรงค์ EX
ในโลกของ <เซจงมัก> ที่ฮันเตอร์ส่วนใหญ่แม้แต่หน้าต่างสถานะของตัวเองก็ยังดูไม่ได้ตามใจชอบ สกิลนี้กลับเป็นความสามารถที่ทำให้รู้ข้อมูลของไอเทมได้ดังใจนึก
นานๆ ทีจะมีผู้ปลุกพลังที่มีสกิล ‘ประเมิน’ ที่ใช้มองข้อมูลได้อยู่บ้าง แต่นั่นก็มีข้อจำกัดตามระดับแรงค์ของตัวเอง
ดังนั้น จึงมีกรณีที่ประเมินผิดพลาดหรืออ่านไม่ออกอยู่บ่อยครั้ง
พูดง่ายๆ ก็คือ
“สกิลทำเงิน!”
...
ถ้ามีผู้ปลุกพลังที่สามารถประเมินไอเทมได้อย่างแม่นยำไม่มีผิดพลาดล่ะก็ เหล่าฮันเตอร์และกิลด์ต่างๆ คงจะหอบเงินเป็นกระสอบมาต่อคิวรอใช้บริการกันแน่
แต่ฉันไม่คิดจะทำแบบนั้น
“อนาคตไม่แน่ แต่ตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป”
อย่างน้อยก็จนกว่าฉันจะสร้างสภาพแวดล้อมที่สามารถปกป้องตัวเองได้ ความสามารถนี้ต้องถูกเก็บเป็นความลับ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางหาเงินเลยซะทีเดียว
“เราสามารถซื้อไอเทมที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปมาขายต่อแพงๆ ได้นี่นา”
ได้ยินเลย ได้ยินเสียงเงินไหลมาเทมาเลย!
ฉันยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเลื่อนไปดูสกิลถัดไป
2. รีดทุกหยาดหยด (A)
“ชื่อสกิลอะไรของมันเนี่ย”
แต่ฉันก็พอจะเดาได้ว่ามันเป็นสกิลประเภทไหน
เมื่อมอนสเตอร์ตาย มันจะดรอปไอเทม
ซึ่งสกิลประเภทนี้จะทำให้ปริมาณไอเทมที่ดรอปมีมากขึ้น
พูดง่ายๆ ก็คือการ ‘รีดเค้น’ ออกมาให้หมดนั่นเอง
ถึงอย่างนั้นก็คงเป็นพวกไอเทมขยะที่เรียกกันติดปากอย่างหนังหรือฟันของมอนสเตอร์
แต่ของพวกนั้นถ้าเก็บไปขายรวมๆ กันก็ได้เงินไม่น้อยเลยนะ
ฉันเลียริมฝีปากราวกับได้ลิ้มรสเค็มๆ ของปลาหมึกแห้งในปาก ก่อนจะเลื่อนไปดูสกิลต่อไป
แต่ทว่า
3. กายใจแข็งแกร่ง (A) ✓ เปิดดู
...
“...เป็นฮีลเลอร์เหรอเนี่ย”
แค่เห็นชื่อสกิลก็รู้เลยว่าเป็นฮีลเลอร์
“เฮ้อ”
ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เชี่ยเอ๊ย โล่งไปที”
ฉันเป็นคนขี้ขลาดโดยกำเนิด
ถ้าเกิดปลุกพลังขึ้นมาแล้วดันเป็นสายต่อสู้ที่ต้องไปยืนอยู่แนวหน้าสุดล่ะก็...
ฉันคงได้แต่ตัวสั่นงันงก หลับหูหลับตาเหวี่ยงอาวุธไปมั่วๆ แน่
กลายเป็นฮันเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัวในอีกความหมายหนึ่งไปเลย
อีกอย่าง ในเกาหลีใต้ที่มีผู้ปลุกพลังเยอะเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ถ้าเป็นฮีลเลอร์แรงค์ A ล่ะก็ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนอ้าแขนต้อนรับ ถือเป็นบุคลากรล้ำค่าเลยทีเดียว
“ฮะๆๆ! ...ฮะๆ ฮ่า...”
ฉันพยายามหัวเราะกลบเกลื่อนทำเป็นไม่สนใจ แต่มันก็ทำไม่ได้
ตาก็ยังคงจับจ้องไปยังพื้นที่ใต้ชื่อสกิล
✓ เปิดดู
ลางร้ายชะมัด ไม่อยากเปิดดูเลย
ปล่อยให้ฉันเป็นฮีลเลอร์ที่มีความสุขต่อไปไม่ได้เหรอ
ทันใดนั้น ปุ่ม ‘เปิดดู’ บนหน้าต่างสถานะก็ส่องประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
“อื๊อ ไม่เอา”
[ กรุณากดปุ่ม ✓เปิดดู เพื่อตรวจสอบคำอธิบายโดยละเอียด ]
ตอนนี้ถึงขั้นขึ้นหน้าต่างระบบมาบีบกันเลยทีเดียว
ฉันจำใจต้องยื่นนิ้วไปกดลงบนสามเหลี่ยมสีดำช้าๆ
[ 3. กายใจแข็งแกร่ง (A) - ประเภทเติบโต ▷ รักษาทางกาย : ใช้พลังกายของตนเองเพื่อรักษาเป้าหมาย ระดับปัจจุบัน - ขั้นต้น I ▷ รักษาพิษทมิฬ (EX) : ลดระดับพิษทมิฬของเป้าหมาย ประสิทธิภาพในการรักษาจะแปรผันตามระดับความชอบที่เป้าหมายมีต่อ 'นายอจู' ]
ตามกฎเหล็กของเหล่าฮีลเลอร์แล้ว การใช้สกิลรักษาทุกครั้งจะต้องแลกมาด้วยมานาที่ลดลง
ฉันน่าจะโกรธกับเงื่อนไขที่น่ารังเกียจอย่าง ‘ใช้พลังกาย’ แต่สายตาของฉันกลับไปสะดุดกับคำว่า ‘ประเภทเติบโต’
“ไม่มีอะไรง่ายเลยสักอย่างสินะ”
พูดให้ดูดีก็คือประเภทเติบโต แต่ความจริงก็คือจะไม่ยอมป้อนความสามารถดีๆ ให้ตั้งแต่แรก
ตอนนี้ยังเป็นแค่ ‘ขั้นต้น’ ดูท่าว่าจะรักษาได้แค่บาดแผลตื้นๆ เท่านั้น
ต่างจากฮันเตอร์ทั่วไปที่พอปลุกพลังแล้วก็จะได้รับความสามารถที่สมกับระดับของตัวเองทันที แต่ฉันกลับต้องไต่เต้าจากจุดต่ำสุดขึ้นไปอย่างขยันขันแข็ง
“งั้นฉันก็เป็นของมีตำหนิ...”
ขณะที่กำลังจะคร่ำครวญต่อ ฉันก็ถึงกับกลั้นหายใจเมื่อเห็นคำว่า ‘รักษาพิษทมิฬ’ ที่อยู่ถัดลงมา
“จริงเหรอ?!”
ฉันลุกพรวดขึ้นยืน
“รักษาพิษทมิฬได้เนี่ยนะ?!”
ฉันเคยเขียนไว้ในคอมเมนต์ที่กลายเป็นเหมือนตราบาปส่งผลให้ต้องทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่กำลังจะถึงวันสิ้นโลกนี่ด้วยซ้ำ
[ ฉันนี่แหละนางเอก : ไม่สิ... คุณนักเขียน..... ถ้างั้นก็น่าจะทิ้งพล็อตเรื่องพิษทมิฬบ้าๆ นั่นไปซะ หรือไม่ก็ให้ความสามารถที่พวกพระเอกจะป้องกันความมืดที่รั่วไหลออกมาจากเกตได้สิ!!... พูดตามตรงนะคะ นี่มันเป็นเพราะนักเขียนไร้ความสามารถล้วนๆ.... ]
พล็อตเรื่องพิษทมิฬมันเลวร้ายถึงขนาดนั้นเลย
เมื่อระดับพิษสูงขึ้น สุดท้ายก็จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ซึ่งรูปแบบก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือทุกคนจะเจ็บปวดทรมานจนถึงขั้นมีเลือดสีดำข้นไหลออกมาเป็นน้ำตา
โชคดีที่เหล่าฮันเตอร์ที่มีร่างกายแข็งแกร่งจะทนต่ออาการคลุ้มคลั่งได้สองสามครั้ง แต่มันก็มีขีดจำกัด
ในวันที่ไม่อาจทนต่อความมืดที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องได้ ร่างกายก็จะพังทลายและตายในที่สุด
ดังนั้น ฮันเตอร์ระดับสูงส่วนใหญ่เมื่ออายุมากขึ้นก็จะหยุดการบุกดันเจี้ยนและใช้ชีวิตให้ห่างไกลจากเกตมากที่สุด
...จนกระทั่งวันที่วันสิ้นโลกใกล้เข้ามา และทุกคนจำต้องลุกขึ้นต่อสู้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในช่วงท้ายของนิยาย ถึงเหลือฮันเตอร์ระดับสูงที่จะต่อสู้กับวันสิ้นโลกอยู่ไม่กี่คน
“แต่ถ้าเป็นแบบนี้ เรื่องมันก็เปลี่ยนไปเลยสิ”
ถ้าสามารถหยุดยั้งต้นตอของอาการคลุ้มคลั่งที่ผลักไสเหล่าฮันเตอร์ไปสู่ความตายได้
ถ้าในวันศึกตัดสิน เหล่าแรงค์ S คนอื่นๆ สามารถยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างคังฮันได้
“งั้นเกมนี้ก็ยังมีหวัง”
ดูเหมือนว่ามันจะมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างติดมาด้วยเหมือนกับสกิลรักษาทางกาย แต่พูดตามตรงว่าฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น
ในเมื่อสามารถลดระดับพิษทมิฬได้ จะเรื่องมากไปทำไม
บรรทัดถัดมามีตัวอักษรขนาดเล็กจิ๋วยิ่งกว่าเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย จนฉันต้องหรี่ตาถึงจะอ่านออก
“ประสิทธิภาพในการรักษาจะแปรผันตามระดับความชอบที่เป้าหมายมีต่อนายอจู...”
ไม่ดิ! แบบนี้มันไม่ถูก!
“ว้ากกกกก!”
ฉันดิ้นรนสะบัดแขนขาไปมา แต่หน้าต่างสถานะก็ยังคงเหมือนเดิม
สุดท้ายก็หมดแรงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง
เสียงครวญคราง ‘อือออ’ เล็ดลอดออกมาจากระหว่างสองมือที่ยกขึ้นปิดหน้าเพื่อปฏิเสธความจริงอันโหดร้าย
“ไอ้ระบบบ้าเอ๊ย...” ต้องมานั่งฟาร์มค่าความชอบเนี่ยนะ
...จะเล่นกันแบบนี้จริงดิ