บทที่ 2

“งั้นก็หมายความว่า...”

ความจริงที่น่าเหลือเชื่อทำเอาฉันพูดไม่ออก

“ที่นี่คือโรงพยาบาลผู้ปลุกพลังแห่งชาติเหรอคะ? ที่อยู่ใกล้ๆ กับดันเจี้ยนประจำที่ภูเขามูอักซานน่ะเหรอคะ?”

ในนิยาย <เซจงมัก> ภูเขามูอักซานคือที่ตั้งของดันเจี้ยนซึ่งอุดมไปด้วย ‘หินมานา’ แหล่งพลังงานที่ใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล

ดังนั้น แทนที่จะจัดการบอสมอนสเตอร์เพื่อปิดประตู สมาคมผู้ปลุกพลังจึงเข้ามาบริหารจัดการและเปิดทิ้งไว้ให้เป็นเหมือนเหมืองทองคำแทน

และที่นั่นก็คือดันเจี้ยนที่คังฮัน พระเอกของเรื่องทำงานเป็นคนขุดแร่ในช่วงแรกของนิยาย

คุณหมอทำหน้าเหมือนฉันถามอะไรที่มันก็เห็นๆ กันอยู่ ก่อนจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามกลับมา

“อืมม คุณนายอจูจำชื่อตัวเองได้ใช่ไหมครับ”

“ค่ะ...”

“แล้วอายุล่ะครับ”

“23 ปีค่ะ”

“ลองบอกที่อยู่ตามทะเบียนบ้านมาหน่อยได้ไหมครับ”

“เอ่อ...”

คราวนี้ฉันตอบในทันทีไม่ได้

ถึงจะรู้ว่าที่นี่คือโลกในนิยาย <เซจงมัก> แต่ก็ใช่ว่าจะมั่นใจได้ว่าที่อยู่ที่ฉันเคยอาศัยอยู่จะยังเป็นที่เดิม

แต่ฉันก็ลองบอกที่อยู่เดิมของตัวเองไป

“โซล เขตมาโพ ถนน XX บ้านเลขที่ XXX ค่ะ”

“ดูเหมือนว่าความจำไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่นะครับ”

ถ้าเป็นอย่างที่คุณหมอพูด ก็หมายความว่าทั้งชื่อ อายุ และที่อยู่ของฉันยังเหมือนเดิม แต่โลกต่างหากที่เปลี่ยนไปงั้นเหรอ

คุณหมอเห็นสีหน้ามึนงงของฉันจึงพูดปลอบไปกึ่งหนึ่ง

“คุณนายอจูหกล้มแล้วศีรษะกระแทกพื้นไปหน่อย อาจจะทำให้สับสนได้ชั่วขณะครับ ไม่ได้มีอาการปวดหัวหรือคลื่นไส้อะไรใช่ไหมครับ”

“ไม่ได้เป็นอะไรแบบนั้นค่ะ แต่ว่า...”

“งั้นก็รอดูอาการไปก่อนแล้วกันนะครับ พักผ่อนเยอะๆ นะครับ”

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณหมอ”

ฉันรีบเรียกคุณหมอที่กำลังเกาหัวแล้วทำท่าจะเดินกลับออกไป

“ที่บอกว่าฉันหัวกระแทกพื้นนี่ หมายถึงในห้องน้ำที่บ้านรึเปล่าคะ”

“จำตอนที่เกิดเหตุไม่ได้สินะครับ ตอนที่คุณถูกส่งตัวมาที่ห้องฉุกเฉิน ผมเป็นคนรับเคสเอง ตอนนั้นได้ยินมาว่า...”

คุณหมอมองซ้ายมองขวาราวกับจะเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น ก่อนจะกระซิบเสียงเบา

“ได้ยินมาว่า... คุณดีใจที่ถูกลอตเตอรี่จนเป็นลมไปน่ะครับ”

“คะ?! ลอตเตอรี่เหรอคะ?!”

ฉันรีบก้มลงมองสลากลอตเตอรี่ในมือซ้ายทันที

มิน่าล่ะ ชื่อเมกะล็อตโต้ถึงได้ฟังดูไม่คุ้นหู แถมหน้าตาใบเสร็จก็ยังดูแปลกๆ!

“ชู่ว์ เดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอกครับ”

อุ๊บ

พอฉันยกสองมือขึ้นปิดปาก คุณหมอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม

“จะให้พูดให้ถูกก็คือ คุณเป็นลมเพราะตื่นเต้นเกินไปหลังจากที่ไปขึ้นเงินรางวัลที่ธนาคารมาแล้วน่ะครับ”

“เฮือก! เฮือก! คะ...คุณหมอคะ ฉันว่าฉันกำลังจะเป็นลมอีกรอบแล้วค่ะ!”

เก่งมากลูกแม่!

...อย่างน้อยก็ยังทนจนเอาเงินเข้าบัญชีได้สินะ!

“หายใจลึกๆ ครับ หายใจลึกๆ ว่าแต่... ที่ถูกนี่คือเมกะล็อตโต้รอบล่าสุดใช่ไหมครับ รางวัลที่ 1 ตั้ง 25,000 ล้านวอน”

“สะ... สองหมื่นห้าพันล้าน?!”

ฉันถูกลอตเตอรี่ 25,000 ล้านวอนเนี่ยนะ?!

“บ้าไปแล้ว”

ฉันพยายามหายใจเข้าลึกๆ อย่างที่คุณหมอบอก ก่อนจะใช้ฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองดัง ‘ป้าบ’

“โอ๊ย!”

เจ็บนี่? ถ้าเจ็บก็แปลว่าไม่ใช่ความฝันน่ะสิ

“เฮ้ๆ อย่าเพิ่งทำอะไรกระทบกระเทือนศีรษะแบบนั้นสิครับ” คุณหมอสบถเบาๆ พร้อมกับเดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องมาให้

พอได้ดื่มน้ำเย็นเจี๊ยบเข้าไป ก็รู้สึกว่าสติเริ่มกลับมาบ้างแล้ว

สมกับเป็นห้องพักพิเศษ อะไรๆ ก็ดีไปหมดจริงๆ

“อ๊ะ จริงสิ” ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีอีกเรื่องที่ต้องถาม

“ว่าแต่ที่ให้ฉันพักห้องดีๆ แบบนี้ เป็นเพราะฉันถูกลอตเตอรี่เหรอคะ” ฉัน นายอจูคนนี้ ไม่ใช่หมูในอวยนะจะบอกให้

ถ้าคิดจะหลอกกินกันล่ะก็ บอกเลยว่าเลือกคนผิดแล้ว

“โอ๊ย ไม่ใช่หรอกครับ ปกติเราไม่ทำแบบนั้นกัน”

“แล้วทำไมล่ะคะ...?”

“อ๋อ เรื่องนั้นก็จำไม่ได้เหมือนกันสินะครับ ก่อนที่คุณจะหมดสติไป คุณจับตัวผมไว้แล้วกำชับย้ำแล้วย้ำอีก”

“ว่า... ว่าอะไรเหรอคะ”

“ฉันรวยแล้ว ต้องจัดห้องพิเศษให้ฉันเท่านั้น”

“โอ้”

...ก็เป็นคำพูดที่ฉันน่าจะพูดจริงๆ นั่นแหละ

“ยังไงก็เถอะ โชคดีจริงๆ เลยนะครับ!”

“อ๋อ ขอบคุณค่ะ พอดีว่าปกติฉันเป็นคนชอบทำความดีน่ะค่ะ คงเป็นรางวัลตอบแทนน่ะค่ะ”

“...”

อะไรเล่า มองทำไม

“เอาเป็นว่า”

คุณหมอที่มองฉันด้วยสายตาเย็นชาอยู่ครู่หนึ่งพลิกแฟ้มประวัติในมือไปมาแล้วพูดเสริม

“เรื่องที่ต้องแจ้งไม่ได้มีแค่เรื่องลอตเตอรี่อย่างเดียวนะครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง... คุณนายอจูครับ ผมบอกว่าที่นี่คือที่ไหนนะครับ”

“โรงพยาบาลผู้ปลุกพลังแห่งชาติไงคะ เมื่อกี้คุณหมอเพิ่ง... เอ๊ะ?”

พอมาคิดดูดีๆ มันก็แปลก

ในนิยาย พวกกิลด์ใหญ่ๆ ต่างก็มีศูนย์การแพทย์เป็นของตัวเอง ส่วนโรงพยาบาลผู้ปลุกพลังแห่งนี้คือสถานที่ที่เหล่าฮันเตอร์ซึ่งไม่ได้สังกัดกิลด์ใหญ่เหล่านั้นจะมารักษาตัวเวลาบาดเจ็บ

ฉันจำได้เพราะในช่วงแรกของเรื่อง คังฮันกับพรรคพวกในกิลด์คุณธรรมก็มาที่นี่กันบ่อยๆ

แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ

“จากผลการตรวจคลื่นพลังเบื้องต้น คุณนายอจูได้ทำการปลุกพลังแล้วครับ ถึงแม้จะต้องไปวัดผลอย่างละเอียดที่สมาคมผู้ปลุกพลังอีกทีถึงจะทราบแน่ชัดก็เถอะ แต่ตามขั้นตอนแล้ว ผู้ปลุกพลังจะไม่สามารถรับการรักษาในโรงพยาบาลทั่วไปได้ เราจึงย้ายคุณมาที่นี่ครับ”

คุณหมอเหลือบมองนาฬิกาแวบหนึ่ง ก่อนจะรัวคำพูดออกมา

“เอาเป็นว่าพักผ่อนไปก่อน ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้เลยนะครับ งั้นผมขอตัวก่อน”

“คะ... คุณหมอคะ...!” แล้วทิ้งกันไปแบบนี้ฉันจะทำยังไงต่อเล่า!

แต่คุณหมอที่ใกล้จะได้เวลาเลิกงานแล้วก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

“ทะลุมิติแล้วยังถูกลอตเตอรี่ไม่พอ นี่ยังจะปลุกพลังอีกเหรอ” เรื่องมากมายที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกันทำเอาฉันปวดหัวตุบๆ

ขณะที่ฉันกำลังยกสองมือขึ้นขยี้ผมตัวเอง ตัวอักษรที่เขียนว่า ‘โรงพยาบาลผู้ปลุกพลังแห่งชาติ’ บนชุดผู้ป่วยที่สวมอยู่ก็เพิ่งจะเข้าตา

ฉันเหม่อมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ราวกับมีเพียงฉันที่เป็นศูนย์กลางและสิ่งรอบข้างเท่านั้นที่เปลี่ยนไป โทรศัพท์มือถือที่ฉันใช้อยู่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ฉันกดเข้าไปในแอปธนาคารที่คุ้นเคย

“เชี่ย... ของจริงนี่หว่า...”

ยอดเงินในบัญชีที่ก่อนหลับมีอยู่แค่ไม่กี่แสนวอน ตอนนี้กลับมีตัวเลขเรียงกันถึง 11 หลัก

“สองหมื่นห้าพันล้านแปดแสนสามหมื่น...”

ใช่แล้ว

เงินรางวัลถูกโอนเข้ามาในบัญชีของฉันเต็มจำนวน ไม่มีการหักภาษี 33.3% เหมือนในโลกแห่งความจริง

นั่นเป็นเพราะขนาดของเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นจากเกตจำนวนนับไม่ถ้วน, มอนสเตอร์ในนั้น, และผลพลอยได้จากดันเจี้ยน ทำให้รัฐบาลมีรายได้จากภาษีที่เหล่าฮันเตอร์และกิลด์จ่ายให้มากพอจนไม่จำเป็นต้องมาเก็บภาษีหยุมหยิมจากเงินรางวัลลอตเตอรี่อีกต่อไป

ฉันกดเข้าแอปค้นหาด้วยมือที่สั่นเทาเพื่อทำการยืนยันครั้งสุดท้าย

และหลังจากที่พิมพ์ผิดไปหลายครั้ง ในที่สุดฉันก็พิมพ์คำค้นหาลงไปได้สำเร็จ

< กิลด์คุณธรรม คังฮัน >

และแล้วผลการค้นหาก็ปรากฏขึ้นมาเรียงกันเป็นตับราวกับรออยู่แล้ว

< กิลด์คุณธรรมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดันเจี้ยนเบรกครั้งที่ 5 > < คังฮัน แรงค์ S ทายาทกิลด์คุณธรรมสู่จุดตกต่ำ > < ไม่ใช่ 5 แต่เป็น 4 มหากิลด์ สัญญาณแห่งความอ่อนแอของชาติ? > < คังฮัน แรงค์ S, เขาเป็นแรงค์ S จริงหรือ? > < กิลด์คุณธรรมขายตึกเซจงโรเหตุหนี้สินท่วมหัว >

“มีอยู่จริงด้วย”

...ตอนนี้คงปฏิเสธความจริงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

พอตื่นขึ้นมา โลกทั้งใบก็เปลี่ยนเป็น <เซจงมัก> เหลือไว้แค่ฉันคนเดียว

ไม่สิ ตัวฉันเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน

จู่ๆ ก็กลายเป็นผู้ปลุกพลัง แถมยังถูกลอตเตอรี่อีก

ลอตเตอรี่ ใช่แล้ว ลอตเตอรี่ตั้ง 25,000 ล้านวอน

เมกะล็อตโต้ที่ไม่ต้องเสียภาษี

“อึก...”

ฉันก้มลงมองยอดเงินในบัญชีอีกครั้งด้วยมือที่สั่นระริก

ก่อนจะใช้สองมือกำหมัดทุบเตียงรัวๆ แล้วแผดเสียงร้องไห้ออกมาสุดเสียง

“โธ่โว้ยยย!”

แต่แค่นั้นก็ยังไม่หนำใจ ฉันเลยทิ้งตัวลงนอนดิ้นพราดๆ อยู่บนเตียง

“เงิน 25,000 ล้านของฉัน! เงิน 25,000 ล้านที่รักดั่งแก้วตาดวงใจของฉัน!”

ทุกครั้งที่ฉันดิ้น เตียงก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่นห้อง

“ถูกลอตเตอรี่แล้วจะทำไม! มีเงิน 25,000 ล้านในบัญชีแล้วมันจะช่วยอะไรได้!”

ที่นี่คือโลกในนิยาย <เซจงมัก> นะเว้ย!

<เซจงมัก> ที่ไม่มีทั้งความฝันและความหวัง!

<เซจงมัก> ที่อีกไม่กี่ปีก็จะล่มสลายจนไม่เหลือซาก!

ต่อให้ฉันเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อตึกที่คังนัมก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น

ทำไมน่ะเหรอ

ก็เพราะอีกไม่นานตึกพวกนั้นมันก็จะหายไปหมดน่ะสิ

ต่อให้เอาเงินทั้งหมดนี่ไปลงทุนสร้างยานอวกาศแล้วหนีไปดาวอังคารก็ไม่มีประโยชน์

เพราะคำว่า ‘วันสิ้นโลก’ ใน <จงหยุดยั้งวันสิ้นโลก> มันหมายถึงการกลับสู่ความว่างเปล่าอย่างแท้จริง

หมายความว่ามิตินี้จะสลายไปเลยต่างหาก

“ไม่ยอม! ไม่ยอมเด็ดขาด!”

...ถ้าไม่มีมาตั้งแต่แรกก็แล้วไป

แต่นี่มันเหมือนกับการให้ชิมของหวานตั้ง 25,000 ล้าน แล้วก็จะมาแย่งมันกลับไปหน้าด้านๆ!

มันจะไปต่างอะไรกับการมีเงินในเกม 25,000 ล้าน แต่เกมนั้นกำลังจะปิดให้บริการ!

“ฮือ…..!”

ฉันซบหน้าลงกับหมอนแล้วกรีดร้องระบายความเจ็บใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาฉับพลัน

“คิดว่าฉันจะยอมปล่อยเงิน 25,000 ล้านไปง่ายๆ เหรอ?!”

ในเมื่อโลกที่ฉันจะใช้เงิน 25,000 ล้านได้กำลังจะถึงวันสิ้นโลก... งั้นก็แค่หยุดยั้งวันสิ้นโลกนั่นซะก็สิ้นเรื่อง

อีกอย่าง พล็อตเรื่องที่นักอ่านสายเปย์ที่ติดตามนิยายมาตั้งแต่ต้นจนจบกลายเป็นผู้กอบกู้โลกมันก็มีให้เห็นอยู่ถมไป!

ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม... โลกใบนี้ฉันจะกอบกู้มันเอง



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 2

ตอนถัดไป