ก่อตั้งฝูงใหม่
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต้มวิวัฒนาการ ของซูหลินยังคงค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แม้ว่าการกินเหยื่อซ้ำ ๆ จะทำให้แต้มที่ได้รับลดลงไปมาก ทว่าก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยก็ยังได้เพิ่มขึ้นครั้งละสามถึงสี่แต้ม
ตอนนี้ ซูหลินมีแต้มวิวัฒนาการสะสมอยู่กว่าแปดสิบแต้มแล้ว ห่างจากการเลื่อนสู่ระดับ 6 อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ส่วนยาเพิ่มศักยภาพที่เหลืออยู่สองขวด ซูหลินก็ตัดสินใจมอบให้พ่อหมาป่ากับแม่หมาป่าใช้ แม้ผลลัพธ์จะไม่ชัดเจนนัก เพราะทั้งคู่โตเต็มวัยมานานแล้ว ร่างกายและโครงกระดูกก็หยุดพัฒนาไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น ขนของพ่อหมาป่าและแม่หมาป่าก็กลับดูเงางามขึ้นเล็กน้อย ตัวเลขพลังต่าง ๆ ก็มีการขยับเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเช่นกัน
ยาเพิ่มศักยภาพหมดไปแล้ว ส่วนยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ ซูหลินเลือกที่จะเก็บไว้ก่อน เขาตั้งใจจะใช้ก็ต่อเมื่อได้ล่าเหยื่อใหม่ ๆ เพราะยาชนิดนี้สามารถเพิ่มแต้มวิวัฒนาการจากกินได้ถึงสามเท่า ใช้กับเหยื่อที่ยังไม่เคยล่า ย่อมคุ้มค่าที่สุด
หลังจากนั้น ซูหลินก็ตัดสินใจบอกความต้องการกับพ่อหมาป่าและแม่หมาป่าว่า เขาต้องการพาเสี่ยวฮุยออกไปสร้างฝูงหมาป่าใหม่ ส่วนน้องสาวหมาป่า หมาป่าลูกพี่ลูกน้อง และหมาป่าขนเทาขาวนั้น ถ้าพ่อหมาป่ากับแม่หมาป่ายินยอม เขาก็พร้อมจะพาไปด้วย
เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อหมาป่าก็นิ่งเงียบไปทั้งวัน ส่วนแม่หมาป่ากลับเอาแต่เลียขนซูหลินด้วยความอาลัยรั้งรอ ราวกับไม่อยากให้ลูกจากไป ซูหลินเองก็รู้สึกใจหายไม่ต่างกัน เพราะเขาผูกพันกับทั้งพ่อหมาป่าและแม่หมาป่ามาก แม้พ่อหมาป่าจะดูเข้มงวดและไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับลูก ๆ แต่ความจริงแล้ว มันใส่ใจพวกเขาไม่น้อยเลย
ทว่า… ซูหลินก็รู้ดีว่าพลังของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากอยู่ต่อไปย่อมกระทบต่อบารมีของพ่อหมาป่าแน่นอน เพื่อไม่ให้เกิดรอยร้าวในอนาคต เขาจึงเลือกที่จะจากไปตั้งแต่ตอนนี้
โชคดีที่ถ้ำใหม่ที่เขาเลือกอยู่ห่างจากถ้ำเดิมเพียงยี่สิบกิโลเมตร หากเกิดเรื่องร้ายแรง เขาก็ยังสามารถกลับมาช่วยเหลือได้ทันเวลา
ในที่สุด หลังจากเงียบไปทั้งวัน พ่อหมาป่าก็ยอมรับ มันเห่าเบา ๆ แล้วคาบน้องสาวหมาป่า หมาป่าลูกพี่ลูกน้อง และหมาป่าเทาขาว มาวางตรงหน้าซูหลิน จากนั้นก็ส่งเสียงคำรามต่ำ แสดงเจตนาให้ลูกทั้งสามไปอยู่กับซูหลินต่อไป
น้องสาวหมาป่าที่แต่เดิมก็พึ่งพาพี่ชายอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำสั่งจากพ่อ ก็ร้องเสียงใสด้วยความยินดี ไม่คิดมากอะไร ขณะที่หมาป่าลูกพี่ลูกน้องและหมาป่าขนเทาขาว ก็ไม่ได้ขัดข้อง เพราะในใจพวกมันก็ยอมรับซูหลินในฐานะผู้นำของลูกหมาป่ามาตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่พอจะต้องจากแม่แท้ ๆ ไป ก็อดรู้สึกอาลัยไม่ได้
แม่ของหมาป่าลูกพี่ลูกน้องและแม่ของหมาป่าเทาขาว เลียขนลูก ๆ ของตนอยู่นานราวกับจะจดจำกลิ่นไว้ไม่ให้เลือนหาย หมาป่าลูกพี่ลูกน้องที่โตมากว่าปีหนึ่งแล้ว อาศัยทั้งยาเพิ่มศักยภาพและอาหารที่เพียงพอ ทำให้พัฒนาขึ้นถึงระดับ 3 จิตใจเธอจึงเข้มแข็งกว่ามาก เพียงอิงแอบแม่อยู่ชั่วครู่ ก็สามารถหันหลังตามซูหลินไปได้
ส่วนหมาป่าเทาขาวกลับเกาะแม่อยู่นาน ไม่ยอมขยับไปไหน จนกระทั่งเสี่ยวฮุยส่งเสียงอย่างไม่พอใจ มันถึงยอมละออกมา
แล้วก็เป็นเช่นนั้น หมาป่าเด็กทั้งห้าที่อายุไม่ถึงครึ่งปี ก็เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของทวีปอาร์กติก
“อ้าววว!” เสี่ยวฮุยส่งเสียงอย่างตื่นเต้นตลอดทาง มันดีใจที่จะได้ไปเริ่มชีวิตใหม่ที่ถ้ำแห่งนั้น ยิ่งนึกถึงซากกวางเรนเดียร์ทั้งตัวที่เก็บไว้ในถ้ำใหม่ น้ำลายมันก็ไหลไม่หยุด
ส่วนน้องสาวหมาป่า หมาป่าลูกพี่ลูกน้อง และหมาป่าขนเทาขาว นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งหมดได้ออกมาจากถ้ำ จึงตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งรอบตัว น้องสาวหมาป่าวิ่งเล่นไปทั่ว กระโจนลงหิมะบ้าง แทะกิ่งหญ้าเล็ก ๆ บ้าง ดวงตากลมใสเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอถึงกับพยายามปีนพุ่มไม้ แต่กลับกลิ้งตกลงมาหลายครั้ง กว่าจะตามเสียงเรียกของพี่ชายกลับมาทันฝูง
หมาป่าลูกพี่ลูกน้องกับหมาป่าขนเทา ขาว แม้จะรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน แต่ก็ยังคงระมัดระวังและตามติดซูหลิน ไม่เหมือนน้องสาวหมาป่าที่ไร้เดียงสาและวิ่งซุกซนไปทั่ว เมื่อเธอกลับมาข้างฝูง หมาป่าลูกพี่ลูกน้องก็ส่งเสียงเตือนเบา ๆ ให้เธอรู้จักระวัง เพราะโลกภายนอกเต็มไปด้วยอันตราย การเกาะกลุ่มกับพี่ชายจึงเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
จนเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ซูหลินก็นำทุกตัวมาถึงถ้ำใหม่
ทางขึ้นถ้ำค่อนข้างชันและคดเคี้ยว เสี่ยวฮุยยังพอปีนขึ้นไปได้ด้วยตัวเอง แต่หมาป่าลูกพี่ลูกน้องถึงกับหมดแรงไปกลางทาง ต้องออกแรงมหาศาลกว่าจะขึ้นมาได้ ส่วนน้องสาวหมาป่ากับหมาป่าขนเทาขาว ไม่อาจปีนได้เลย ได้แต่ส่งเสียงครางอ้อนวอน สุดท้ายก็ต้องให้ซูหลินช่วยพาขึ้นไปทีละตัว
เมื่อมาถึงถ้ำใหม่ ลูกหมาป่าทั้งสามก็รีบเดินสำรวจถ้ำอย่างคึกคักเพื่อทำความคุ้นเคย ขณะที่ซูหลินส่งสัญญาณให้เสี่ยวฮุยลากซากกวางเรนเดียร์ที่เก็บไว้เข้ามาในถ้ำ ซากที่ผ่านไปหลายวันนั้นแข็งทื่อจนเกือบกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง ผิวด้านนอกยังมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ แต่สำหรับหมาป่าแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหา อาหารก็คืออาหาร กินได้ทั้งนั้น
ตามกฎที่ซูหลินวางไว้ น้องสาวกับหมาป่าลูกพี่ลูกน้องจะได้กินก่อน ส่วนเสี่ยวฮุยกับหมาป่าขนเทาขาวต้องออกไปเฝ้าทางเข้า
หมาป่าลูกพี่ลูกน้องที่แข็งแรงระดับ 3 สามารถกัดฉีกเนื้อออกมาได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อน้องสาวหมาป่าพยายามเธอกลับกัดแทบไม่ขาด กว่าจะได้เนื้อติดฟันมาก็เพียงเล็กน้อย
“อ้าววว!” เธอหันมาส่งเสียงอ้อนพี่ชายด้วยความน้อยใจ รู้สึกว่าตนเองยังไร้เรี่ยวแรงนัก กินข้าวก็ยังต้องให้พี่ช่วย
ซูหลินที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามา กัดฉีกเนื้อกวางออกมาเป็นชิ้นใหญ่แล้วผลักไปให้น้องสาว เธอรีบเลียขนพี่ชายด้วยความขอบคุณและดีใจ แม้จะเตี้ยเกินไปจนเลียได้เพียงขาหน้าของเขา แต่แววตาที่เปล่งประกายก็บ่งบอกความรักใคร่อย่างชัดเจน
“อ้าว!” ซูหลินส่งเสียงเร่งให้น้องสาวรีบกิน แล้วตัวเองก็ลองกัดกินไปบ้าง แม้รสชาติจะไม่สดใหม่เหมือนตอนเพิ่งล่า แต่เพราะถูกแช่แข็ง เนื้อจึงมีรสเย็นกรอบ แฝงความหวานอ่อน ๆ ของกวางเรนเดียร์ไปอีกแบบ ถือว่ากินอร่อยไม่แพ้กัน
หลังจากน้องสาวและหมาป่าลูกพี่ลูกน้องกินจนพอใจแล้ว ซูหลินก็ส่งสัญญาณเรียกเสี่ยวฮุยกับหมาป่าขนเทาขางให้เข้ามา ทั้งคู่รีบวิ่งกรูเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
หมาป่าขนเทาขาวยังเล็กนัก ไม่อาจกัดซากแข็ง ๆ ได้ แต่โชคดีที่มีชิ้นเนื้อที่ซูหลินฉีกไว้ตั้งแต่แรกและน้องสาวหมาป่ากินไม่หมด มันจึงได้กินจนท้องอิ่ม ความรู้สึกที่ได้กินเนื้อกวางอันแสนหรูหรานี้ ทำให้ใจดวงน้อยๆ ของมัยอบอุ่นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยการตามพี่ใหญ่ก็ไม่ทำให้ขาดแคลนอาหาร
“อ้าว!” เสี่ยวฮุยกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยพลางหันไปเห่าใส่หมาป่าขนเทาขาว ราวกับจะบอกว่า ถ้าอยากกินของดี ๆ แบบนี้ ก็ต้องตามลูกพี่ใหญ่มาเท่านั้น!
-----------