แอบวางแผนจะล่าหมี
เนื้อของสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกนั้น รสชาติไม่ค่อยดีนัก เนื้อมีแต่ส่วนที่แห้งแข็ง เคี้ยวแล้วกระด้าง
หากเปรียบเทียบกับเนื้อกวางเรนเดียร์แล้ว เรื่องรสชาติก็เรียกได้ว่าฟ้ากับเหวโดยแท้ แต่ทว่าการกินมันกลับทำให้ได้แต้มวิวัฒนาการมหาศาล ซูหลินจึงก้มหน้ากินอย่างมูมมาม
“อ้าว! อ้าว!”
ไม่ไกลนัก น้องสาวหมาป่าและเจ้าหมาป่าสีเทาขาว ก็จ้องมองสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกตัวเล็กที่ซูหลินจับมาอย่างตื่นตาตื่นใจ
สองลูกหมาป่ายังทำตามคำแนะนำของลูกพี่ลูกน้อง ในการฝึกทักษะการล่า
“จิ๊บ!”
ลูกสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยร้องเสียงหลง เมื่อเห็นน้องสาวหมาป่ากับลูกหมาป่าสีเทาขาวพุ่งเข้ามาใส่
ในดวงตามันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจ
และยิ่งได้เหลือบไปเห็นหมาป่าขนขาวใหญ่ยักษ์ที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่ง มันยิ่งสั่นกลัวแทบสิ้นใจ ในสายตามัน ซูหลินคือ “ราชันปีศาจ” ที่แท้จริง
ทว่าซูหลินกลับไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาเชื่อมั่นว่ามีลูกพี่ลูกน้องซึ่งอยู่ขั้นที่ 3 คอยดูอยู่ ย่อมไม่เกิดปัญหาแน่
ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเนื้อที่อยู่ในท้อง เพราะมันทำให้เขาได้รับแต้มวิวัฒนาการ เพิ่มขึ้นมหาศาล
ไม่นานนัก ซูหลินก็กินสุนัขจิ้งจอกตัวเต็มวัยหมดไปทั้งตัว
ถึงอย่างนั้นสุนัขจิ้งจอกก็มีน้ำหนักเบา แม้กินทั้งตัวก็ยังทำให้รู้สึกเพียงแค่อิ่มแค่แปดถึงเก้าส่วนเท่านั้น
ส่วนขนที่เหลือ ซูหลินลากไปวางไว้ที่ปากถ้ำ ก่อนจะใช้ก้อนหินกดทับเพื่อกันลมพัดปลิวไป
เขาตั้งใจจะตากมันให้แห้ง แล้วเอาไว้ทำเป็นเบาะนุ่ม ๆ ให้น้องสาวหมาป่า น่าจะช่วยให้เธออบอุ่นขึ้น
การกินสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกเพียงตัวเดียว ก็ทำให้ซูหลินได้รับเกือบร้อยแต้มวิวัฒนาการ
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้ยาเพิ่มแต้มวิวัฒนาการ และก็เป็นครั้งแรกที่ได้รับแต้มวิวัฒนาการมากขนาดนี้
【ชื่อ】: ซูหลิน
【เผ่าพันธุ์】: หมาป่าอาร์กติก
【ระดับ】: 5 ( การเลื่อนขั้นต้องใช้แต้มวิวัฒนาการ 320 แต้มเพื่อเลื่อนระดับ )
【พลังชีวิต】: 500
【ความอดทน】: 50
【พลังการโจมตี】: 50
【การป้องกัน】: 50
【ความเร็ว】: 100
【แต้มวิวัฒนาการ】: 293
【พรสวรรค์】: นักล่า (ระดับ D)
หลังจากกวาดตามองแผงข้อมูลสถานะ ซูหลินก็พอใจไม่น้อย เพราะจากการออกล่าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้แต้มวิวัฒนาการสะสมจนเกือบถึงจุดที่สามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับ 6 ได้แล้ว เหลือเพียงอีกไม่ถึงสามสิบแต้มเท่านั้นเอง คาดว่าวันพรุ่งนี้หากได้กินเพิ่มอีกหน่อย ก็คงจะสำเร็จแน่นอน
คิดได้ดังนั้น ร่างใหญ่สีขาวที่ยังเปื้อนรอยเลือดเล็กน้อยจึงลุกขึ้นยืน เขาก้าวออกจากถ้ำเงียบ ๆ โดยไม่ได้เรียกเอา “เสี่ยวฮุย” ไปด้วยในคราวนี้ เพราะการออกไปครั้งนี้ไม่สะดวกที่จะพาลูกน้องไป
เสี่ยวฮุยที่เห็นหัวหน้าออกไป มันถึงกับรีบทิ้งเนื้อกวางเรนเดียร์ทันที พร้อมทั้งรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่ปากถ้ำ คิดว่าหัวหน้าแค่จะออกไปตรวจตรารอบ ๆ ถ้ำตามปกติ
แต่พอเห็นว่าซูหลินไม่ได้หยุด หากแต่กลับเร่งฝีเท้าออกห่างไปเรื่อย ๆ จนหายลับไปกับความมืด เสี่ยวฮุยก็ถึงกับยืนงงในดงหิมะ
“อ้าววว~”
มันส่งเสียงร้องยาว คิดว่าเป็นเพราะหัวหน้าลืมเรียกมันไปด้วย แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้รับเสียงตอบเลย มีเพียงเงาหมาป่าสีขาวที่หายวับไปในรัตติกาล
เจ้าหมาป่าตัวน้อยจึงได้แต่หันกลับเข้าถ้ำอย่างหงอย ๆ พลางล้มตัวลงนอนด้วยความหมดอารมณ์ แม้ทีแรกมันคิดจะไปช่วยตัวอื่นๆ ฝึกการล่า แต่สุดท้ายก็ไร้เรี่ยวแรงใจ นอนซบแล้วหลับไป
.........…
ในตอนนี้เอง ซูหลินพุ่งทะยานไปในความมืดของทวีปอาร์กติก ความเร็วของเขาเหนือชั้นกว่าลมหนาว ไม่กี่อึดใจก็มาถึงบนสันเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
จากตรงนี้ เขาโน้มกายมองลงไปยังเบื้องล่าง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือร่างใหญ่โตเทอะทะของ หมีสีน้ำตาลตัวหนึ่ง ซึ่งมันกำลังหมอบกินผลไม้จากพุ่มไม้เล็ก ๆ
คงเพราะฤดูราตรีอันยาวนานเข้ามาเยือน การหาอาหารจึงลำบากขึ้นมาก หมีสีน้ำตาลตัวนั้นจึงไม่เพียงกินผลไม้ หากแต่เอากิ่งก้านอ่อนของพุ่มไม้มาขบเคี้ยวด้วย
เป็นที่รู้กันว่า หมีสีน้ำตาลมีอาหารการกินหลากหลายแบบ ยามที่อาหารหายาก มันสามารถกินได้ตั้งแต่กิ่งไม้ ใบอ่อน มอส ไปจนถึงแมลงต่าง ๆ
แม้ในทวีปอาร์กติก หมีสีน้ำตาลจะไม่ได้เป็นเจ้าแห่งห่วงโซ่อาหารเหมือนหมีขั้วโลก แต่ก็แทบไม่มีผู้ล่าตัวใดกล้าหาเรื่องมันง่าย ๆ
และสาเหตุที่ซูหลินออกมาเพียงลำพังในคืนนี้ เป้าหมายเขาก็เพื่อ หมีสีน้ำตาล ตัวนี้นี่เอง
【เผ่าพันธุ์】: หมีสีน้ำตาล (เพศเมีย)
【ระดับ】: ระดับ 10
【พลังชีวิต】: 1589
【ความอดทน】: 116
【พลังการโจมตี】: 102
【การป้องกัน】: 108
【ความเร็ว】: 41
เพียงได้เห็นค่าต่าง ๆ ซูหลินก็ตระหนักได้ในทันทีว่า นี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งนัก พลังชีวิตอันมหาศาล การป้องกันสูง ความอึด กับพละกำลังก็เกินมาตรฐาน จุดอ่อนมีเพียงอย่างเดียว คือความเร็วที่ด้อยกว่าเท่านั้น
ทว่าถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ละความคิดที่จะล่ามัน
เพราะตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ซูหลินก็คอยจับตามองมันอยู่แล้ว และยังรู้ว่าเจ้าหมีตัวนี้เพิ่งคลอดลูกหมา…เอ้ย ลูกหมีมาไม่นาน ทำให้ร่างกายยังไม่ฟื้นเต็มร้อย บวกกับความขาดแคลนอาหารช่วงนี้ มันจึงอ่อนแอลงกว่าปกติมาก
หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เป็นทั้งฝูงหมาป่าก็ยังไม่กล้าไปแหย่มัน แต่สถานการณ์ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
ซูหลินนึกอยากกินเนื้อหมีมานานแล้ว ทั้งเนื้อ ทั้งดีหมี ทั้งอุ้งเท้า ล้วนเป็นของล้ำค่าในสายตาเขา อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้รีบโจมตีมัน
แม้ความเร็วของเขาจะเหนือกว่ามาก แต่หากเปิดฉากสู้กันจริง ๆ ก็ย่อมเป็นการต่อสู้ที่นองเลือดอย่างแน่นอน เพราะต่อให้เขาฉีกมันเป็นแผลหลายแห่งได้ ก็คงไม่เท่ากับการโดนมันฟาดเพียงครั้งเดียว
เขาพิจารณาอยู่นาน ว่าถ้าใช้ “พรสวรรค์นักล่า” ก็อาจกดดันมันได้ชั่วคราว แต่เวลาแค่หกสิบวินาที หากไม่สามารถจบการต่อสู้ได้ภายในเวลานั้น สิ่งที่จะตามมาก็คือการโต้กลับอย่างบ้าคลั่งของมันแน่นอน
ดังนั้น ซูหลินจึงเลือกที่จะรอ รอจนกว่าเขาจะเลื่อนเป็นระดับ 6 เสียก่อน แล้วจึงค่อยมาจัดการเหยื่อรายนี้
คืนนี้เขาออกมาเพื่อยืนยันสภาพร่างกาย และที่อยู่ของหมีสีน้ำตาลตัวนี้ให้แน่ชัดเท่านั้น
..........
หลังจากที่กินพุ่มไม้เสร็จ เจ้าหมีก็ค่อย ๆ ย่างสามขุมกลับไปยังถ้ำดำทะมึนแห่งหนึ่ง ถ้ำนี้คับแคบยิ่งนัก แลดูไม่ปลอดภัยเท่ากับที่ ที่ซูหลินเลือก แต่ก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่มีผู้ล่าตัวไหนนอกจากหมีขั้วโลกที่จะกล้าเข้ามาท้าทายมัน
ซูหลินจ้องมองอยู่ครู่ใหญ่ พอเห็นว่ามันเดินเข้าถ้ำไปโดยไม่ได้ออกมาอีก เขาจึงค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา ตั้งใจจะหันหลังกลับไปยังถ้ำของตน
แต่ในจังหวะที่สายตากำลังละออกไปนั้นเอง…ดวงตาหมาป่าสีเขียวมรกตของเขา ก็พลันสะดุดเข้ากับแสงริบหรี่ที่แว่บวาบอยู่ไกล ๆ อย่างเลือนราง
-------------