ออกล่าอีกครั้ง

หลังจากกินเนื้อหมีไปมากกว่า 5 กิโลซูหลินก็รู้สึกอิ่มท้องขึ้นมาราวเจ็ดถึงแปดส่วน ร่างกายที่เคยอ่อนล้าก็ค่อย ๆ ฟื้นพลังกลับมาอย่างรวดเร็ว


ตอนนี้ เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ไปมหาศาล ก้าวเข้าใกล้ความเป็นเจ้าแห่งขั้วโลกเหนืออีกขั้นหนึ่งแล้ว


เมื่อกินอิ่มเรียบร้อย ซูหลินก็มุดกลับไปยังที่เดิมที่เขาชอบพักผ่อน นอนหมอบลงแล้วหลับตาพักกาย


ไม่นานนัก น้องสาวหมาป่าก็กินอิ่มแล้วเช่นกัน เธอค่อยๆ เดินมาหยุดอยู่ข้างพี่ชายตัวโต ก่อนจะเบียดตัวเล็ก ๆ เข้ามาชิดแนบ แล้วยังยื่นลิ้นออกมาเลียขนพี่ชายอย่างสนิทสนม


แม้สติปัญญาของน้องสาวหมาป่าจะไม่อาจเทียบได้กับเสี่ยวฮุย แต่ในใจเธอก็ยังรับรู้ได้ดีว่า พี่ชายหมาป่าคือที่พึ่งพิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอ


“อ้าวว”


ซูหลินส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ ออกมา เป็นสัญญาณให้น้องสาวนอนได้อย่างสบายใจ


ส่วนน้องสาวหมาป่าเองก็ส่งเสียงตอบรับเบา ๆ จากนั้นก็หลับตาลง เอนหัวพิงขนนุ่มของพี่ชาย แล้วค่อย ๆ เคลิ้มหลับไปในที่สุด


ในความมืดมิดอันยาวนานของคืนขั้วโลกเหนือนั้น สัตว์ส่วนใหญ่มี กิจวัตรอยู่แค่สามสิ่งเท่านั้น นั้นก็คือ ล่า กิน แล้วก็นอน


การนอนหลับคือหนทางประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด มันจึงทำให้ท่ามกลางค่ำคืนอันยาวนานของแผ่นดินน้ำแข็งแห่งนี้ เต็มไปด้วยความเงียบสงัด

...........

เช้าวันรุ่งขึ้น


เมื่อซูหลินลืมตาตื่นขึ้นมา เขาก็เห็นน้องสาวหมาป่ายังคงนอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย น้ำลายเลอะขนของเขาไปไม่น้อย


แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจ เพียงแค่ลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดขนเบา ๆ


“อ้าวว”


น้องสาวหมาป่าที่กำลังงัวเงียรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของพี่ชาย เธอจึงส่งเสียงร้องตามออกมา


ซูหลินหันไปส่งสัญญาณให้น้องสาวนอนต่อ จากนั้นเขาจึงหันไปเรียกเสี่ยวฮุยที่เฝ้าระวังอยู่ตรงปากถ้ำ ให้ตามออกไปตรวจตราพื้นที่รอบ ๆ


เสี่ยวฮุยเองก็รีบเดินตามหัวหน้าไปอย่างไม่ลังเล


วันนี้รอบ ๆ ถ้ำไม่มีสิ่งผิดปกติให้เห็นแม้แต่บนท้องฟ้ามืดมิดก็ไร้วี่แววของนกฮูกหิมะหรือฝูงนกอื่น ๆ


เมื่อพากันกลับมาถึงถ้ำ ซูหลินก็ปล่อยให้เสี่ยวฮุยไปพักผ่อน เพราะหลังจากหลับเต็มที่แล้ว เขาจะพามันออกไปล่าอีกครั้ง


แม้อาหารในถ้ำจะยังคงอุดมสมบูรณ์และอีกอย่าง หมาป่าโดยทั่วไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องออกล่าบ่อยขนาดนี้ เพราะเพียงแค่กินอิ่มเต็มที่หนึ่งครั้ง พวกมันก็อยู่ได้เป็นครึ่งเดือนโดยไม่ต้องหาอาหารเพิ่ม


แต่ทว่าตอนนี้น้องสาวหมาป่ากับลูกหมาป่าขนเทาขาว ยังอยู่ในช่วงเติบโต การกินให้มากขึ้นย่อมช่วยเสริมพลังได้เร็วกว่า


ส่วนเสี่ยวฮุยและลูกพี่ลูกน้อง หากได้รับอาหารพอเพียง ก็จะช่วยเร่งการพัฒนาพลังให้ก้าวหน้าไวขึ้น


สำหรับซูหลินนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะมีเพียงการกลืนกินทุกสิ่งเท่านั้น ที่จะทำให้เขาก้าวสู่การวิวัฒนาการได้รวดเร็วที่สุด และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม


“อ้าวว”


เสี่ยวฮุยไม่เคยขัดขืนคำสั่งของหัวหน้า มันส่งเสียงต่ำตอบรับ ก่อนจะหมอบลงตรงมุมถ้ำแล้วเข้าสู่การพักผ่อนทันที


หลังจากนั้น ขณะที่ซูหลินกำลังนอนหมอบเฝ้าปากถ้ำ หมาป่าลูกพี่ลูกน้อง เจ้าหมาป่าขนเทาขาว และน้องสาวหมาป่าก็ตื่นขึ้นมาทีละตัว


ระหว่างเวลาว่าง ซูหลินก็ตรวจสอบความแข็งแกร่ง และ พลังของทุกตัวไปด้วย


ลูกพี่ลูกน้องมีพลังอยู่แค่ระดับสาม ฝีมือยังธรรมดา ซูหลินแทบไม่ต้องออกแรงก็สามารถกดเธอให้อยู่หมัด ได้ และในระหว่างนั้นเขาก็สอนเทคนิคการต่อสู้ให้เธอเพิ่มด้วย


ส่วนน้องสาวหมาป่ากับเจ้าหมาป่าขนเทาขาว ซูหลินได้สั่งให้ทั้งคู่ต่อสู้กันเอง และในครั้งนี้ เขาไม่ได้ให้เจ้าหมาป่าขนเทาขาวยั้งมืออีกต่อไป


เพราะรู้ดี หากตามใจน้องสาวมากเกินไป แม้เมื่อโตเต็มวัยแล้ว เธอก็อาจจะไม่สามารถเอาตัวรอดได้ดีนัก


เสียงคำรามอันอ่อนเยาว์ดังสะท้อนอยู่ในถ้ำ เจ้าหมาป่าขนเทาขาวที่มักเล่นต่อสู้กับเสี่ยวฮุยอยู่เสมอ เมื่อไม่จำเป็นต้องออมแรง ก็เผยความดุดันออกมาอย่างเห็นได้ชัด


ด้วยทักษะการล่าที่เสี่ยวฮุยเคยสอนให้ มันจึงพุ่งเข้าหาน้องสาวหมาป่าอย่างรวดเร็ว


“อ้าวว!”


กรงเล็บเล็ก ๆ ฟาดเข้าที่ตัวของน้องสาวหมาป่า จนเธอถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนที่มันจะกระโจนตามซ้ำ โดยไม่ปล่อยเวลาให้เธอได้ตั้งตัว


คาบคอ บดขยี้! เพียงชั่วครู่เดียวก็กดน้องสาวหมาป่าไว้กับพื้นได้สำเร็จ


แม้มันจะไม่ใช้แรงกัดจริง และไม่ได้ยื่นกรงเล็บที่เริ่มแหลมคมออกมา แต่น้องสาวหมาป่าที่ถูกกดจนพ่ายแพ้ก็ยังรู้สึกเสียหน้าอย่างหนัก น้ำตาของเธอเอ่อรื้นออกมาโดยไม่รู้ตัว


“อ้าวว! อ้าวว!”


เธอส่งเสียงร้องบ่นอย่างน้อยใจใส่พี่ชาย เจ้าหมาป่าขนเทาขาวเห็นดังนั้นก็รีบปล่อยตัวทันที มันหางหดเข้าหาตัว ยืนหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ข้าง ๆกลัวว่าหัวหน้าฝูงจะโกรธ


แต่ซูหลินกลับเมินเสียงร้องของน้องสาว เขาทำเพียงนิ่งเงียบ มองออกไปยังผืนหิมะนอกถ้ำ


ภายนอก ลมพายุหิมะเริ่มแรงขึ้นเสียงหวีดหวิวของลมหนาวดังกลบเสียงสะอื้นไป


น้องสาวหมาป่าเห็นว่าพี่ชายไม่สนใจ ก็กัดฟันแน่น สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของเธอ หันไปจ้องเจ้าหมาป่าขนเทาขาวทันที


ทั้งที่เมื่อก่อนยังต่อสู้สูสีกันแท้ ๆ แต่วันนี้กลับถูกกดข่มจนเสียหน้าเช่นนี้


พอยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ เธอจึงกระโจนเข้าต่อสู้อีกครั้ง ระหว่างการต่อสู้ทักษะการล่าที่เคยเรียนมาก็ค่อย ๆ ถูกหยิบมาใช้โดยไม่รู้ตัว


ทั้งสองต่อสู้กันอยู่นาน จากตอนแรกที่น้องสาวหมาป่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบชัดเจน จากนั้นเธอก็ค่อย ๆ พลิกสถานการณ์จนสามารถตอบโต้ได้สูสี


เพราะเธอเคยดื่มยาเพิ่มศักยภาพหนึ่งขวด ศักยภาพที่แท้จริงย่อมสูงกว่าเจ้าหมาป่าขนเทาขาว


การต่อสู้ของลูกหมาป่าทั้งสอง ไม่เพียงเป็นการระบายพลังงานของวัยเยาว์เท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกฝนทักษะล่าและการต่อสู้ไปในตัว


และสำหรับซูหลินเอง นี่ยังเป็นเหมือนการชมการแสดงเล็ก ๆ ท่ามกลางชีวิตที่ซ้ำซากน่าเบื่อของหมาป่า


เมื่อทั้งคู่หายใจเหนื่อยหอบกันแล้ว ซูหลินก็ส่งสัญญาณให้หยุดพัก


ก่อนจะให้ลูกพี่ลูกน้องพาทั้งสองไปกินอาหารชดเชยพลังที่เสียไป


พอดีกับเวลานี้เอง เสี่ยวฮุยที่นอนหลับไปหลายชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาพอดี


ดังนั้นซูหลินจึงพามันออกจากถ้ำอีกครั้ง


ในความมืดสนิทของรัตติกาล ดวงตาสีเขียวของเขากับเสี่ยวฮุยส่องแสงเย็นเยียบอยู่บนผืนหิมะ


แผ่นดินขั้วโลกเหนือในตอนนี้เงียบสงัด แทบไม่มีสัตว์นักล่าออกหาอาหาร เพราะส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะนอนหลับเพื่อประหยัดพลังงาน


ยกเว้นแต่ผู้ที่หิวโหยจนทนไม่ไหวเท่านั้นที่จะออกหากิน


ซูหลินกับเสี่ยวฮุยออกเดินค้นหาเหยื่อตามทาง ด้วยพลังที่เขามีในตอนนี้ หากไม่เจอฝูงหมาป่าขนาดใหญ่สิบกว่าตัว หรือหมีสีน้ำตาลกับหมีขั้วโลกที่โตเต็มวัย ก็แทบไม่มีศัตรูตัวใดที่สามมารถต่อกรกับเขาได้


ทว่าผลลัพธ์กลับน่าผิดหวัง เพราะระหว่างทางมีเพียงหนูเลมมิ่งให้พบเท่านั้น แม้แต่กระต่ายอาร์กติกที่ปกติหาดูได้ง่ายก็ไม่ปรากฏตัวเลย


หนูเลมมิ่งเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์เร็ว กินได้แทบทุกอย่าง จึงยังคงกระจายตัวอยู่มาก แม้ในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายและมืดมิดเช่นนี้


“ปั่ก!”


เสี่ยวฮุยวิ่งปราดเข้าไปฟาดกระเล็บลงอย่างแม่นยำ ฆ่าหนูเลมมิ่งได้เจ็ดถึงแปดตัวในคราวเดียว จากนั้นมันก็คาบซากแล้วเดินมาหาซูหลิน


แต่ซูหลินส่ายหัวปฏิเสธ บอกให้มันกินเองก็พอ


เพราะสำหรับเขาแล้ว เนื้อของหนูเลมมิ่งไม่อร่อยเลย แถมแต้มวิวัฒนาการที่ได้จากการกินมันก็ลดลงเหลือเพียง 0.1 ดังนั้นถ้าให้เขากินหนูเลมมิ่ง เขายอมกลับไปกินเนื้อหมีที่ถ้ำยังจะดีกว่า


“อ้าวว”


เสี่ยวฮุยเมื่อเห็นหัวหน้าไม่กิน ก็ตอบรับเสียงต่ำ ก่อนจะก้มลงกินอย่างเอร็ดอร่อย


หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับสี่ ความอยากอาหารของมันก็มากกว่าหมาป่าอาร์กติกทั่วไปหลายเท่า


หนูเลมมิ่งเจ็ดถึงแปดตัวถูกกลืนลงท้องในพริบตา แต่ท้องของมันกลับรู้สึกอิ่มเพียงสองถึงสามส่วนเท่านั้น


---------------

ตอนก่อน

จบบทที่ ออกล่าอีกครั้ง

ตอนถัดไป