สังหารปลาไพค์เหนือ
ปลาไพค์เหนือตัวนี้มีลำตัวยาวกว่าหนึ่งเมตรครึ่ง นับว่าใหญ่โตมหึมา อีกทั้งยังมีแรงกัดอันทรงพลัง มันตาม กลิ่นคาวเลือดลอยมาตามกระแสน้ำ หลังจากกลืนกินปลาตัวเล็กไปหนึ่งตัว ก็ยังคงสะบัดหาง ค้นหาปลาตัวอื่นต่อไป
ซูหลินเห็นดังนั้น จึงใช้กรงเล็บข่วนเอาเกล็ดปลาที่เปื้อนเลือดบางส่วน โยนลงไปตามช่องน้ำแข็ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นพลันกระจายออกไปในทันที
ปลาไพค์เหนือสะบัดหางแรง ก่อนจะว่ายตรงมายังช่องน้ำแข็ง ตาของมันฉายแววดุร้าย เป็นลักษณะเฉพาะของปลาในทะเลอาร์กติก มันนับว่าเป็นเจ้าอาณาเขตตัวหนึ่งในน่านน้ำแห่งนี้ เวลานี้กำลังค้นหาต้นตอของกลิ่นคาวเลือดโดยไม่รู้เลยว่า บนช่องน้ำแข็งเบื้องบน มีนัยน์ตาสีเขียวเรืองแสงคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมันอยู่อย่างไม่ละไปไหน
ซู่!
เมื่อหาเจอเกล็ดที่มีกลิ่นคาวเลือดแรงที่สุด เจ้าปลาไพค์ก็อ้าปากงับเข้าไปทันที ทว่าไม่นานก็รับรู้ได้ว่าไม่มีเนื้อ จึงรีบคายออกมา มันมิได้โกรธเคืองหรือหงุดหงิดที่ถูกหลอก เพราะเป็นปลาเจ้าสันดานดุอยู่แล้ว เพียงแค่สะบัดหางเตรียมจะว่ายจากไป
แต่ก่อนที่จะขยับออกไป จู่ ๆ มันก็รู้สึกได้ว่ากระแสน้ำรอบกายสั่นไหวผิดปกติ กรงเล็บสีขาวข้างหนึ่งแหวกลงมาในน้ำ กำลังพุ่งเข้าหามันด้วยแรงอันมหาศาล
กรงเล็บนี้แหลมคมราวกับคมมีด กรีดผ่านน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดกระแสน้ำวนหลายสาย
ปลาไพค์เหนือไม่รู้ว่าเจ้าของกรงเล็บนี้เป็นใคร แต่ด้วยสัญชาตญาณนักล่า มันไม่รู้จักหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาพลันวาวโรจน์ ก่อนจะสะบัดหางอันแข็งแรงตวัดใส่กรงเล็บนั้นเต็มแรง แต่ครั้งนี้กลับคาดผิด
แม้แรงหางของมันจะมหาศาล แต่กรงเล็บสีขาวกลับเฉียบคมและรวดเร็วยิ่งกว่า
ฉึบ!
กรงเล็บแหลมเสียดแทงทะลุเกล็ดอันแข็งหนาของมัน เจ้าปลาไพค์เจ็บจนตัวสะท้าน รีบพลิกกาย สะบัดหางหลุดออก แล้วอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กแหลมเรียงราย ก่อนจะงับเข้าที่กรงเล็บนั่นทันที
ซูหลินที่อยู่บนผิวน้ำเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วกลับยกยิ้ม เขาเคยคิดว่าเมื่อครู่โจมตีพลาดไป ปลาตัวนี้คงจะหนีรอด แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะดุร้ายถึงเพียงนี้ กลับหันมาโจมตีเขาแทน
แววตาของซูหลินฉายแววอำมหิต เขาไม่ถอย กลับรุกคืบ กรงเล็บแทงสวนเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของปลาไพค์เหนือ
เขี้ยวแหลมที่เคยกัดกินปลาตัวอื่นในทะเลอาร์กติกมานับไม่ถ้วน แต่บัดนี้กลับไม่อาจทำอะไรกรงเล็บของซูหลินได้เลย ตรงกันข้าม มันกลับถูกกรงเล็บนี้แทงทะลุจนขากรรไกรล่างฉีกขาด แล้วถูกเกี่ยวเอาไว้แน่นหนา
เจ้าปลาไพค์ดิ้นสุดแรง ร่างใหญ่ยาวกว่าเมตรเริ่มสะบัดน้ำจนเกิดเสียงซู่ซ่า กำลังอันมหาศาลของมันทำให้ร่างซูหลินที่ยืนบนผิวน้ำแข็งสั่นสะเทือนจนแทบเสียหลัก ต้องใช้กรงเล็บอีกข้างตบลงกับน้ำแข็งเพื่อยึดตัวเองไว้แน่น
เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่า ในน้ำคือสนามของมัน แม้พลังเพียงห้าสิบกว่าหน่วยก็ไม่อาจประมาท หากกรงเล็บเขาไม่ได้เกี่ยวขากรรไกรของมันไว้แน่นหนา คงถูกดิ้นหลุดไปแล้วแน่
น้ำในช่องแตกกระเซ็นเป็นละอองสาดเข้าหน้าซูหลิน ซึมตามขนไหลเข้าปากจนรับรสเค็มปะแล่ม นัยน์ตาสีเขียวเข้มฉายแววกร้าวราวอสูร เขายังคงใช้กรงเล็บเกี่ยวขากรรไกรล่างของมันแน่นไม่ยอมปล่อย
เจ้าปลาไพค์ดิ้นรนบ้าคลั่ง ร่างใหญ่พลิกสะบัด หางที่ได้รับบาดเจ็บยังคงหวดน้ำอย่างไม่หยุด มันเหมือนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา แต่ไม่ว่าจะดิ้นเท่าไรก็ไม่อาจหลุดจากกรงเล็บแหลมที่เกี่ยวแน่นยิ่งกว่าก้ามเหล็ก
ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วขากรรไกร ราวกับกำลังถูกฉีกออกจากกัน มันจึงกู่ร้องก้องในใจ ก่อนจะกัดซ้ำใส่กรงเล็บอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เล็งไปที่กรงเล็บโดยตรง แต่ตรงเข้าใส่ขนสีขาวหนานุ่มแทน
เพียงแต่ขนที่หนาแน่นพร้อมผิวหนังที่แข็งแกร่ง กลับทำให้เขี้ยวเล็ก ๆ ของมันฝังไม่เข้า แต่ถึงอย่างนั้นแรงกัดอันมหาศาลก็ยังทำให้ซูหลินรู้สึกเจ็บแปลบ
ในแววตาเขาฉายแสงโหดเหี้ยมขึ้นมาอีกครั้ง ฉวยจังหวะที่ปลาไพค์เหนือมัวแต่กัด โดยไม่ดิ้นแรงเหมือนก่อน ใช้แรงจากทั้งร่างกระชากมันขึ้นมาด้วยกรงเล็บอีกข้าง
โครม!
ร่างปลายักษ์ยาวเกินเมตร ถูกดึงขึ้นจากน้ำทะเลอันหนาวเหน็บ กระแทกลงบนผืนน้ำแข็งเสียงดังสนั่น
เมื่อพ้นจากสนามของมัน พลังของปลาไพค์เหนือก็ลดลงทันตา แม้มันจะยังคงดิ้นสะบัดหางอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับทำได้เพียงฟาดใส่กองหิมะจนกระเด็นกระจายไร้ประโยชน์
ซูหลินไม่รอช้า เขายกกรงเล็บขึ้นสูงก่อนจะฟาดลงบนหัวของเจ้าปลายักษ์เต็มแรง
ผลัวะ!
เสียงกระแทกดังสะท้อนก้องกังวานบนผืนน้ำแข็ง เลือดสดสีแดงฉานไหลทะลักออกจากใต้กะโหลกของมัน
ในไม่ช้า หางที่เคยฟาดอย่างบ้าคลั่งก็หยุดนิ่งไปในที่สุด…
---------‐---