บังเอิญเจอกับเจ้าแห่งขั้วโลก

ในตอนที่ เจ้าเสี่ยวฮุยมองดูหัวหน้าของมันลากเอาปลาตัวเบ้อเริ่มขึ้นมาได้สำเร็จ ดวงตาของมันก็ถึงกับเบิกกว้าง ตกตะลึงจนลืมหายใจไปชั่วขณะ

แม้ในปากจะยังคาบก้างปลาแซลมอนที่ถูกแทะจนเหลือแต่กระดูกอยู่ แต่ด้วยความตะลึงนั้นเอง ทำให้มันเผลอทำก้างปลาหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกัน ไม่ไกลออกไป เหล่าฝูงแมวน้ำที่กำลังเฝ้ามองอยู่ ต่างก็หันไปสบตากันด้วยความงุนงงปนประหลาดใจ

ปกติแล้ว การจับปลาและการกินกุ้งนั้นถือเป็นของถนัดของพวกมันอยู่แล้ว ทว่าเมื่อมาเห็นหมาป่าอาร์กติกตรงหน้ากลับลากปลาไพค์เหนือขนาดยักษ์ขึ้นมาได้ง่าย ๆ พวกมันก็ถึงกับอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

ทันใดนั้นเอง เสียงร้องแหลมยาวของแมวน้ำก็ดังขึ้นเป็นระลอก ๆ แทรกตัวสะท้อนก้องไปทั่วผืนน้ำแข็ง เสียงนี้แฝงไว้ด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ

ทางด้านซูหลิน หลังจากใช้แรงจัดการจนเจ้าปลาไพค์สิ้นฤทธิ์ เขาก็สะบัดตัวเพื่อไล่น้ำที่กระเซ็นเปรอะบนขนออกไป จากนั้นจึงหันไปมองกลุ่มแมวน้ำที่อยู่ไม่ไกล

แม้ในความจริงแล้ว เนื้อแมวน้ำจะถือเป็นอาหารชั้นเลิศที่เขาอยากลิ้มลองเช่นกัน แต่เจ้าพวกนี้มีไหวพริบสูง อีกทั้งยังระแวดระวังอันตรายอยู่ตลอดเวลา หากพบสิ่งผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย พวกมันก็พร้อมจะพุ่งลงทะเลทันที ดังนั้นการล่าพวกมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

คิดได้ดังนั้น ซูหลินจึงเพียงกวาดตามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บสายตากลับมาอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อเขาหันไปเห็นว่าเจ้าเสี่ยวฮุยยังคงยืนเหม่อ จ้องปลาไพค์ตัวมหึมาอยู่อย่างไม่กะพริบตา ซูหลินจึงยกอุ้งเท้าตบมันทีหนึ่งเพื่อเรียกสติ

“โฮ่ว!”

เสียงคำรามต่ำที่ดังออกมา เหมือนคำสั่งให้รีบลากปลาไปที่ถ้ำโดยไม่ให้เสียเวลา

แม้ปลาไพค์เหนือตัวนี้จะดูใหญ่โต แต่แท้จริงแล้วน้ำหนักมันก็แค่ราว ๆ 40-50 กิโล เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เกินกำลังของเสี่ยวฮุยเลยสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น เกล็ดปลายังลื่นเป็นมัน พอเจอกับพื้นน้ำแข็งที่แทบไม่มีแรงเสียดทาน การลากจึงง่ายราวกับของเล่น ด้วยแรงและความคล่องตัวของมันแล้ว แม้จะให้วิ่งไปลากไป ก็ยังทำได้สบาย ๆ

เจ้าเสี่ยวฮุยที่เพิ่งถูกตบให้รู้สึกตัว จึงหลุดจากภวังค์ตะลึงไปได้ แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาของมันก็ยังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันรีบวิ่งมาหาปลาตัวใหญ่ พร้อมเห่าหอนเสียงดังลั่นราวกับจะบอกเล่าความตื่นเต้น

ซูหลินจึงส่งสัญญาณเร่งให้มันรีบทำงานต่อ อย่ามัวชักช้าอยู่ตรงนี้ เพราะบริเวณแผ่นน้ำแข็งเช่นนี้ มักจะมีหมีขั้วโลกโผล่มาได้ทุกเมื่อ

“โฮ่ว!”

เสี่ยวฮุยคำรามตอบรับคำสั่งหัวหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นก็รีบลงมือทันที

มันลองใช้เขี้ยวกัดที่หางปลาก่อน แต่หางลื่นจนงับไม่ติดสักครั้ง จากนั้นจึงวิ่งอ้อมไปกัดที่ลำตัว ทว่าก็ไม่มีช่องให้ลงฟันได้อีก

เจ้าหมาป่าตัวน้อยเริ่มร้อนใจจนวิ่งวนรอบปลาไปมาอย่างรนราน

เมื่อเห็นดังนั้น ซูหลินถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะส่งเสียงต่ำออกมาเป็นเชิงสอน บอกให้มันมากัดตรงขากรรไกรล่างแทน

ตรงนั้นไม่มีเกล็ด แถมยังมีแผลฉีกเลือดโชกอยู่พอดี งับได้สบาย ๆ

แม้เสี่ยวฮุยจะยังลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง แต่ในที่สุดมันก็สามารถกัดติดได้สำเร็จ และทันทีที่ทำได้ เจ้าตัวก็ถึงกับดีใจจนหูตั้งตาโต รีบลากปลาด้วยท่าทางตื่นเต้นสุดขีด

เพียงไม่นาน มันก็ลากปลาไปได้ไกลพอสมควร ขณะที่ซูหลินเองก็คาบแซลมอนลับทางเดิมเช่นกัน

ทว่าด้วยความที่เขาเร็วกว่ามาก จึงวิ่งนำไปก่อนเพียงครู่เดียวเท่านั้น

แต่แล้ว…

ขณะที่กำลังจะพ้นเขตแผ่นน้ำแข็งไปนั้นเอง สัญชาตญาณอันเฉียบคมของซูหลินกลับส่งเสียงเตือนอันตรายรุนแรงถึงขั้นหัวใจหดเกร็ง

นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ระดับ 6 มา เขายังไม่เคยรับรู้ถึงภัยคุกคามรุนแรงเช่นนี้มาก่อนเลย

ทันใดนั้น เขาจึงหยุดชะงัก และยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ขยับ

เสี่ยวฮุยที่ยังคงลากปลาอยู่ก็เกือบเลยไป แต่เพียงสบตากับสายตาคมกริบของหัวหน้า มันก็หยุดทันที ร่างกายพลันเริ่มรู้สึกได้ถึงลางร้ายเช่นกัน และกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวัง

เพียงครู่เดียว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ทั้งคู่แทบลืมหายใจ

จากรอยแยกขนาดใหญ่ของพื้นน้ำแข็ง ร่างมหึมาของหมีขั้วโลกค่อย ๆ ปีนขึ้นมา พร้อมกับปากที่คาบซาก วาฬเบลูกา ยาวกว่า 3 เมตรขึ้นมาด้วย

เมื่อขึ้นพ้นแล้ว มันก็สะบัดโยนร่างวาฬลงบนแผ่นน้ำแข็งดัง "ตุบ!"

แรงกระแทกหนักหน่วงทำให้แผ่นน้ำแข็งสั่นสะเทือนสะท้านไปทั้งแถบ เกล็ดน้ำแข็งแตกกระจายปลิวว่อน

ตัวมันทั้งร่างอาบด้วยน้ำทะเลและเลือดสีแดงสดจากการต่อสู้เมื่อครู่ ขนสีขาวแทบจะถูกย้อมกลายเป็นสีเลือด มันหอบหายใจแรงจนอกกระเพื่อม เสียงดัง “ฮึดฮัด! ฮึดฮัด!”

ลมหายใจร้อนผ่าวกลายเป็นควันขาวพวยพุ่งกลางอากาศหนาวเหน็บ

บรรยากาศรอบตัวมันเต็มไปด้วยแรงกดดันน่าสะพรึง เสริมด้วยฉากเลือดสดของวาฬ ทำให้รัศมีดุดันปะทุราวกับสัตว์ร้ายผู้ครองบัลลังก์บนแผ่นดินนี้

เสี่ยวฮุยที่กำลังยืนอึ้งอยู่ถึงกับขาสั่นยืนตัวแข็ง ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย เหมือนโดนกดด้วยแรงข่มขวัญตามธรรมชาติ

เพราะในดินแดนขั้วโลกเหนือ หมีขั้วโลกคือตัวจริงเสียงจริงของผู้ครองบัลลังก์ พวกมันแทบไร้ศัตรูตามธรรมชาติ สิ่งที่ฆ่าพวกมันได้ก็มีเพียงแค่การต่อสู้ระหว่างพวกเดียวกันเอง หรือไม่ก็ความโหดร้ายของสภาพแวดล้อมเท่านั้น

ยิ่งเมื่อเป็นหมีขั้วโลกที่สามารถล่าวาฬได้ด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้ ยิ่งพิสูจน์ได้ว่ามันคือยอดฝีมือของสายพันธุ์อย่างแท้จริง

หมีขั้วโลกตัวนี้ยืนผงาดขึ้นด้วยร่างสูงเกือบ 3 เมตร ดวงตาอำมหิตของมัน จ้องมายังซูหลินกับเสี่ยวฮุยที่โผล่มาบนแผ่นน้ำแข็ง

ซูหลินหรี่ดวงตาสีเขียววาบ มองสวนกลับไปทันที

เพียงครู่เดียว ข้อมูลตัวเลขก็ลอยขึ้นมาในหัวเขา

【เผ่าพันธุ์】: หมีขั้วโลก (เพศผู้)

【ระดับ】: 16

【พลังชีวิต】: 2651

【ความอดทน】: 173

【พลังการโจมตี】: 169

【การป้องกัน】: 167

【ความเร็ว】: 69

แข็งแกร่ง!

แข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!

เมื่อเห็นตัวเลขแล้ว ซูหลินก็อดไม่ได้ที่จะยกย่องในใจ ถึงว่าทำไมสัญชาตญาณของเขาถึงได้ส่งเสียงเตือนรุนแรงขนาดนั้น

ความสามารถของมันเหนือกว่าหมีสีน้ำตาลที่เขาเคยล่าไปก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว สมแล้วที่ได้ชื่อว่า "เจ้าแห่งขั้วโลก"

ไม่ว่าจะบก และในน้ำ มันล้วนเป็นที่หนึ่ง ทั้งพลัง ความอึด การป้องกัน ไม่มีใครเทียบได้ แถมยังมีเรี่ยวแรงอันมหาศาล สามารถครองผืนดิน และยังล่าในทะเลได้อย่างไร้เทียมทาน

ภายใต้แสงเหนือบนฟากฟ้า ดวงตาของหมีขั้วโลกกับดวงตาสีเขียววาบของซูหลินส่องประกายสบกันอยู่นาน

แต่ก็ชัดเจนว่า วันนี้มันเพิ่งล่าวาฬมาได้สำเร็จ ร่างกายจึงหมดแรงไปมาก และพอมองเห็นซูหลินกับเสี่ยวฮุยที่กำลังลากปลาอยู่ มันก็รู้ได้ในทันทีว่าทั้งคู่ไม่ได้คิดจะมาท้าทาย

เมื่อเห็นดังนั้น มันจึงเพียงละสายตา แล้วก้มหน้าลงฉีกกินไขมันของวาฬ เพื่อฟื้นฟูพลังที่เสียไป

ซูหลินที่กำลังกดดัน พอเห็นเจ้าหมียักษ์ไม่สนใจตน ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่งสัญญาณให้เสี่ยวฮุยลากปลากลับไปที่ถ้ำโดยเร็ว

เสี่ยวฮุยกัดฟันข่มความกลัว ใช้แรงลากปลาต่อไป แม้ขามันจะยังสั่นไม่หาย แต่ก็ทำตามคำสั่งหัวหน้าอย่างไม่ลังเล

ก่อนจะจากไป มันอดหันกลับไปมองอย่างห่วงใยไม่ได้ แต่ภาพที่เห็นก็คือ หัวหน้าของมันกำลังก้าวเดินตามมาอย่างสงบ

ซูหลินไม่ได้วิ่งหนีให้เสียท่า เพราะ ความเร็วของเขามากพอจะทิ้งหมีได้สบาย อีกอย่าง การเผยความหวาดกลัวต่อหน้าสัตว์นักล่า อาจยิ่งไปปลุกสัญชาตญาณการล่าของมันให้ตื่นขึ้น

เมื่อเดินตามมาทัน ซูหลินก็ยกอุ้งเท้าตบเจ้าเสี่ยวฮุยอีกที เป็นเชิงบอกว่า “รีบลากกลับถ้ำไปได้แล้ว”

เจ้าเสี่ยวฮุย พอเห็นว่า หัวหน้าดูไม่ได้มีท่าทีหวาดเกรง จึงมั่นใจขึ้น แล้ว กลับมามีท่าทางซุกซนตามเดิม มันอ้าปากงับปลาไพค์แล้ววิ่งปร๋อหายลับไปทันที

-----------------

ตอนก่อน

จบบทที่ บังเอิญเจอกับเจ้าแห่งขั้วโลก

ตอนถัดไป