ระดับความท้าทายของการประเมิน
บทที่ 5 ระดับความท้าทายของการประเมิน
วันต่อมา
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ หลินเจ๋อและกวนหนิงก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังสมาคมผู้ใช้อสูร
นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีเพื่อนของกวนหนิงอีกสองคนที่จะไปด้วยกัน
สถานที่นัดพบถูกกำหนดไว้ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน
อากาศค่อนข้างร้อน แค่ยืนรออยู่ครู่เดียว บนหน้าผากของทั้งสองก็มีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมา
หลินเจ๋อมองไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ไม่ไกล แล้วหันไปพูดกับกวนหนิงว่า
“เธอรออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำก่อน”
“ค่ะ”
กวนหนิงตอบรับอย่างว่าง่าย
ไม่นานหลังจากที่หลินเจ๋อเดินจากไป เด็กสาวหน้าตาสดใสสองคนก็วิ่งมาจากที่ไกล ๆ
“เสี่ยวอวิ๋น, ซือเยี่ยน ทางนี้ ๆ”
กวนหนิงโบกมือเรียก
“ขอโทษนะ อาหนิง รอนานเลยใช่ไหม”
จางเสี่ยวอวิ๋นวิ่งเข้ามาอย่างหอบเหนื่อย พร้อมกับพนมมือขอโทษ
“โทษซือเยี่ยนเลย ยัยนี่มัวแต่นอนขี้เซาจนสาย!”
เด็กสาวอีกคนที่มีผิวขาวสวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีชมพูเทาได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงเล็กน้อย และอธิบายอย่างเขิน ๆ ว่า
“เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับน่ะ กว่าจะหลับก็ตีสามตีสี่แล้ว”
จางเสี่ยวอวิ๋นอดที่จะเหลือบมองเธออย่างเหนื่อยใจไม่ได้ “ก็แค่การประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดเอง เธอต้องตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ฉันไม่เหมือนเธอกับอาหนิงนี่ พวกเธอสองคนเก่งจะตาย ยังไงก็ผ่านสบายๆ อยู่แล้ว แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะผ่านหรือเปล่า"
หลิวซือเยี่ยนพึมพำเสียงแผ่ว
เมื่อเห็นว่าจางเสี่ยวอวิ๋นหรี่ตาลงและกำลังจะพูดต่อ เธอก็รีบขอโทษทันที
“ขอโทษจ้า ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงน้ำแข็งไสพวกเธอเป็นการไถ่โทษแล้วกัน”
จางเสี่ยวอวิ๋นถึงจะยอมปล่อยเธอไปอย่างพึงพอใจ
“จริงสิ อาหนิง แล้วพี่ชายเธอล่ะ เขาไม่ได้จะไปสมาคมผู้ใช้อสูรกับพวกเราเหรอ?”
“เขาไปซื้อน้ำน่ะ”
จางเสี่ยวอวิ๋นพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทันใดนั้นก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงถามด้วยความอยากรู้ว่า
“อาหนิง ได้ยินว่าเมื่อวานโจวหงสารภาพรักกับเธอเหรอ จริงหรือเปล่า?”
“อะไรนะ? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
ดวงตาของหลิวซือเยี่ยนลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นทันที
แต่กวนหนิงกลับเบ้ปาก บนใบหน้าฉายแววรังเกียจ
“ก็มีเรื่องแบบนั้นจริง ๆ แต่ฉันไม่ได้สนใจเขาหรอก เจ้าหมอนั่นมีแฟนอยู่แล้ว เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมอื่น ยังนึกว่าคนอื่นไม่รู้อีก คิดจะจับปลาสองมือ!”
"โห ไม่น่าเชื่อว่าโจวหงจะเป็นคนแบบนี้"
“ผู้ชายเฮงซวย!”
จางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนต่างร่วมด้วยช่วยกันประณาม
ในตอนนั้นเอง หลินเจ๋อก็ซื้อน้ำเสร็จและเดินกลับมา
กวนหนิงเห็นดังนั้นจึงหยุดการสนทนา แล้วแนะนำว่า
“นี่พี่ชายฉันเอง หลินเจ๋อ”
จากนั้นก็ชี้ไปที่เด็กสาวทั้งสองคน
“พี่ นี่เพื่อนสนิทของฉัน จางเสี่ยวอวิ๋น กับหลิวซือเยี่ยน”
“สวัสดีค่ะพี่หลิน”
จางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนทักทายด้วยรอยยิ้ม
หลินเจ๋อยื่นน้ำให้เด็กสาวทั้งสามคน แล้วยิ้มตอบ
“พวกเธออายุเท่า ๆ กับฉัน เรียกชื่อฉันเฉย ๆ ก็ได้”
เด็กสาวทั้งสองยิ้มรับอย่างร่าเริง
“เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ สมาคมผู้ใช้อสูรอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เดินไปก็ได้”
ทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของกวนหนิง
ทั้งหมดจึงไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางของสมาคมผู้ใช้อสูร
ระหว่างทาง เด็กสาวทั้งสามคนก็คุยกันเรื่องการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดด้วยเสียงเบา
“อาหนิง เธอคิดไว้หรือยังว่าจะเลือกความยากระดับไหน?”
“อื้ม ฉันว่าจะลองท้าทายระดับสูงดู”
“ว้าว เก่งจัง ฉันไม่กล้าหรอก ฉันว่าจะเลือกระดับต่ำ”
“ฉันก็เหมือนกัน ไม่ได้หวังอะไรมาก ขอแค่ผ่านการประเมินก็พอแล้ว”
การทดสอบในการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรนั้นมีความยากง่ายแตกต่างกันไป
แบ่งเป็นระดับต่ำ, ระดับกลาง, ระดับสูง และระดับสูงสุด ตามลำดับ
ยิ่งการทดสอบมีความยากสูงเท่าไหร่ การชำระล้างที่ได้รับหลังจากผ่านก็จะยิ่งสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น
ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาในอนาคต
ทว่าผลตอบแทนที่สูงก็ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน
ทุกครั้งที่ระดับการทดสอบเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น ความยากในการท้าทายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ผู้ใช้อสูรส่วนใหญ่สามารถรับมือได้เพียงแค่ระดับต่ำเท่านั้น
ผู้ที่สามารถผ่านระดับกลางได้นั้นมีน้อยมาก
และผู้ที่สามารถผ่านระดับสูงได้นั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก
ในเมืองผิงไห่อันกว้างใหญ่นี้ ในแต่ละปีจะมีคนแบบนี้ปรากฏตัวขึ้นเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
และทุกคนก็ล้วนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่น
ส่วนระดับสูงสุดนั้น
เมืองผิงไห่ไม่มีใครผ่านได้มานานหลายปีแล้ว
และนี่ก็เป็นเพียงแค่การประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดเท่านั้น
ในการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรระดับที่สูงขึ้นไปอีก ไม่ต้องพูดถึงระดับสูงสุดเลย แค่ระดับสูงก็แทบจะไม่มีใครในสหพันธรัฐที่ท้าทายได้สำเร็จแล้ว
แม้ว่าสมาคมผู้ใช้อสูรจะจัดการประเมินคุณสมบัติหลายครั้งในแต่ละปี
แต่ผู้ใช้อสูรแต่ละคนกลับมีโอกาสท้าทายได้เพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น
ดังนั้นในการเลือกความยากในการท้าทาย ผู้ใช้อสูรทุกคนจึงต้องคิดอย่างรอบคอบเพราะหากท้าทายไม่สำเร็จ ก็เท่ากับต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ หนึ่งปีเต็ม
ความสามารถของจางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนนั้นด้อยกว่ากวนหนิงมาก
ในโรงเรียนมัธยมผิงไห่ พวกเธอเป็นเพียงนักเรียนระดับกลาง ๆ ของโรงเรียน
พวกเธอจึงไม่กล้าพอที่จะท้าทายระดับกลางหรือสูงกว่านั้น
แค่สามารถผ่านระดับต่ำไปได้อย่างราบรื่น พวกเธอก็ดีใจมากแล้ว
สำหรับตัวเลือกของกวนหนิง หลินเจ๋อเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
ด้วยความสามารถของเด็กสาว การจะผ่านระดับสูงนั้นมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก
“ระดับความท้าทายงั้นเหรอ... ไม่รู้ว่าการประเมินระดับสูงสุดจะมีบททดสอบแบบไหนกันนะ”
หลินเจ๋อครุ่นคิดในใจ
“พี่”
กวนหนิงเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอพูดเสียงเบาว่า
“การประเมินคุณสมบัติน่าจะใช้เวลานานพอสมควร เดี๋ยวพี่ไปหาร้านเครื่องดื่มข้างนอกสมาคมนั่งรอพวกเราก็ได้นะคะ”
เด็กสาวเป็นคนละเอียดอ่อนและใส่ใจความรู้สึก เธอกลัวว่าหากหลินเจ๋อต้องอยู่ที่สมาคมนานๆ อาจจะทำให้เขานึกเสียใจที่ตนเองไม่มีคุณสมบัติของผู้ใช้อสูร จึงได้เสนอขึ้นอย่างนุ่มนวล
หลินเจ๋อมองออกถึงความตั้งใจของเด็กสาว เขาไม่ได้ใส่ใจพลางพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“ไม่ได้หรอก ถ้ารออยู่ข้างนอก แล้วพี่จะเข้าร่วมการประเมินได้ยังไงล่ะ?"
กวนหนิงชะงักไป ผ่านไปหลายวินาทีถึงได้เข้าใจ เธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
“พี่, พี่ก็จะเข้าร่วมการประเมินคุณสมบัติด้วยเหรอคะ?”
จางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนก็ได้ยินคำพูดของหลินเจ๋อเช่นกัน พวกเธอต่างหยุดนิ่งอยู่กับที่
พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทของกวนหนิง ย่อมรู้ดีว่าอสูรรับใช้ของหลินเจ๋อคือก้อนหิมะน้อย
อสูรรับใช้ธาตุน้ำแข็งที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภท ‘สวยงาม’ ซึ่งแทบจะไม่มีความสามารถในการต่อสู้เลย
แม้แต่อสูรร้ายที่อ่อนแอที่สุดก็ยังเอาชนะไม่ได้
การนำอสูรรับใช้แบบนั้นไปเข้าร่วมการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัด ผลลัพธ์มันก็เห็นได้ชัดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
คงไม่สามารถผ่านได้แม้กระทั่งระดับต่ำสุดด้วยซ้ำ
เป็นเพียงการเสียเวลาและแรงงานไปโดยเปล่าประโยชน์
เรื่องง่ายๆ แบบนี้แค่คิดก็น่าจะเข้าใจได้
จางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลินเจ๋อถึงคิดจะเข้าร่วมการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัด
กวนหนิงเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถาม ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง
“กวนหนิง เธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงตะคอกที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะการสนทนาของทุกคน
พวกเขาหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ และเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาทางนี้ด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร
ผู้ชายสวมเสื้อกล้ามรัดรูปสีดำ รูปร่างกำยำ บนแขนทั้งสองข้างมีรอยสัก ดูแล้วอายุประมาณยี่สิบกว่าปี ท่าทางเหมือนพวกนักเลง
ส่วนผู้หญิงนั้นอายุไล่เลี่ยกับพวกกวนหนิง แต่งหน้าจัดจ้าน ย้อมผมสีแดง
เธอเดินเข้ามาตรงหน้ากลุ่มของหลินเจ๋ออย่างเกรี้ยวกราด แล้วชี้ไปที่กวนหนิง พลางพูดกับชายหนุ่มรอยสักที่อยู่ข้าง ๆ ว่า
“พี่ นังผู้หญิงคนนี้แหละ ที่มันยั่วแฟนฉัน!”