ศิลาจารึกต้นกำเนิด
บทที่ 8 ศิลาจารึกต้นกำเนิด
กรณีการค้นพบเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ของอสูรรับใช้ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกี่ยวข้องกับอสูรรับใช้สายพันธุ์ใหม่ๆ
ทว่าสำหรับอสูรรับใช้ที่มีประวัติการฝึกฝนมานานนับร้อยปีอย่าง ‘ก้อนหิมะน้อย’ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าถูกมนุษย์ศึกษาจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ตามหลักเหตุผลไม่น่าจะหลงเหลือเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ให้ค้นพบได้อีก
แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้นั้นกลับเกิดขึ้นจริง
แถมตัวอย่างที่มีชีวิตยังปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเธออีกด้วย!
ชั่วขณะหนึ่ง
กวนหนิงและเพื่อนๆ ทั้งสองรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป มันไม่เหมือนความจริงเลย
ผ่านไปครู่ใหญ่ พวกเธอถึงได้สติกลับคืนมา พร้อมกับเผยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีออกมาพร้อมกัน
“พี่คะ! นี่มันเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่เลยนะคะ!”
“ใช่แล้วค่ะ! ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปว่าก้อนหิมะน้อยวิวัฒนาการได้ จะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการแน่ๆ!”
“พี่หลินสุดยอดไปเลย!”
หญิงสาวทั้งสามพูดคุยกันเจื้อยแจ้ว ระบายความตกตะลึงและความยินดีในใจออกมา
โดยเฉพาะกวนหนิงที่รู้สึกดีใจกับหลินเจ๋อจากใจจริง
ในอดีต ด้วยพรสวรรค์และอสูรรับใช้เพียงหนึ่งเดียวอย่าง ‘ก้อนหิมะน้อย’ ทำให้เส้นทางของเขาตีบตันจนแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผู้ใช้อสูรฝึกหัด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสอบเข้าสถาบันผู้ใช้อสูรเลย
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว วิญญาณผลึกน้ำแข็งหลังการวิวัฒนาการนั้นแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด
ต่อให้หลังจากนี้มันจะไม่สามารถวิวัฒนาการต่อไปได้อีก แต่เมื่อฝึกฝนจนถึงช่วงโตเต็มวัย ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่อาจดูแคลนได้อย่างแน่นอน
อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะผ่านการประเมินคุณสมบัติของผู้ใช้อสูรฝึกหัดได้อย่างสบายๆ
“มิน่าล่ะเมื่อกี้พี่ถึงบอกว่าจะเข้าร่วมการประเมินด้วย ที่แท้ก็ซ่อนไพ่เด็ดเอาไว้นี่เอง”
กวนหนิงมองหลินเจ๋อด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความชื่นชมและตำหนิเล็กๆ
จางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนก็สบตากัน ก่อนจะรู้สึกละอายใจขึ้นมา
เมื่อครู่พวกเธอยังนึกดูถูกอยู่ในใจว่าหลินเจ๋อทำเรื่องเสียแรงเปล่า
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมต่างหาก
ก็แน่ล่ะ นั่นมันอสูรรับใช้ระดับสองเชียวนะ การจะผ่านการประเมินผู้ใช้อสูรฝึกหัดนั้นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
กระทั่งระดับความยากระดับสูงก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาด้วยซ้ำ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาที่ทั้งสองมองไปยังหลินเจ๋อก็อดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกแปลกๆ เจือปนอยู่
ก่อนหน้านี้ ในสายตาของพวกเธอ หลินเจ๋อเป็นเพียงพี่ชายของเพื่อนสนิทเท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีความคิดอื่นใดอีก
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
นักเรียนมัธยมปลายที่มีอสูรรับใช้ระดับสอง ไม่ว่าในสายตาใครก็คู่ควรกับคำว่าอัจฉริยะ
อัจฉริยะหนุ่มที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็สามารถทำให้ผู้คนมองด้วยความชื่นชมได้เสมอ
หลินเจ๋อไม่ทันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสายตาของหญิงสาว
เขาใช้เวลาว่างระหว่างทางตรวจสอบรายการความสำเร็จของตนเอง เพราะเมื่อครู่มีความสำเร็จใหม่ปรากฏขึ้น
[ความสำเร็จ: ชัยชนะอันงดงามในการรบครั้งแรก: ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ของอสูรรับใช้ครั้งแรก]
[รางวัล: แต้มความสำเร็จ 100 แต้ม, ศิลาผลึกวิญญาณ x1 (สำเร็จแล้ว, รอรับรางวัล)]
หลินเจ๋อกดรับรางวัลและใช้ศิลาผลึกวิญญาณในทันที
เมื่อมองดูค่าสถานะจิตวิญญาณบนหน้าจอที่เปลี่ยนเป็น 2.8 เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จากนั้น หลินเจ๋อก็นำแต้มความสำเร็จ 100 แต้มไปเพิ่มให้กับค่าการเติบโตทั้งหมด
ทำให้ค่าการเติบโตของวิญญาณผลึกน้ำแข็งเพิ่มขึ้นเป็น 44% ในคราวเดียว
ระดับความแข็งแกร่งเองก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นระดับสอง ขั้นหก
‘แบบนี้ก็ยิ่งมั่นใจแล้วว่าเราจะผ่านการประเมินได้สบายๆ’
มุมปากของหลินเจ๋อเผยรอยยิ้มออกมา
สิบกว่านาทีต่อมา
กลุ่มของพวกเขาก็เดินทางมาถึงตึกสมาคมผู้ใช้อสูร
พอดีกับช่วงเวลาของการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดที่จัดขึ้นทุกครึ่งเดือน
ทำให้บริเวณหน้าอาคารคราคร่ำไปด้วยผู้คน
ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นในวัยไล่เลี่ยกับพวกเขา
แต่ละคนมีสีหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้งประหม่า ตื่นเต้น และคาดหวัง
ทำเอาจางเสี่ยวอวิ๋นและหลิวซือเยี่ยนพลอยรู้สึกกังวลไปด้วย
เพราะถึงอย่างไรนี่ก็คือการประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดครั้งสุดท้ายก่อนการสอบเกาเข่า
หากพวกเธอล้มเหลว ก็จะหมดสิทธิ์สมัครเข้าสถาบันผู้ใช้อสูร ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
“อย่าเครียดไปเลย ทำใจให้สบาย พวกเธอทำได้อยู่แล้ว”
กวนหนิงให้กำลังใจเพื่อนรักทั้งสองเบาๆ
พวกเขาเข้าแถวที่เคาน์เตอร์เพื่อลงทะเบียน กรอกข้อมูล และรับหมายเลข ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเสร็จสิ้น
จากนั้นพวกเขาก็นั่งรอเงียบๆ ในห้องรับรอง ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาเรียกตามหมายเลข
คนทั้งหมดสามสิบคนลุกขึ้นพร้อมกัน เดินตามหลังเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนชั้นสองของอาคาร
หลินเจ๋อกวาดตามองไปรอบๆ
ในบรรดาสามสิบคนนั้น มีเพียงสิบกว่าคนที่ดูเหมือนนักเรียน
ส่วนที่เหลืออายุน้อยที่สุดก็ยี่สิบกว่าปีแล้ว กระทั่งมีชายวัยกลางคนอายุสามสิบสี่สิบปีอยู่หลายคน
นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แม้ผู้ใช้อสูรฝึกหัดจะเป็นเพียงตำแหน่งผู้ใช้อสูรระดับต่ำสุด แต่ก็ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ
หลายคนต้องเข้าร่วมการประเมินนับสิบครั้งจึงจะผ่าน
ในขณะที่บางคน กระทั่งตลอดชีวิตก็ไม่สามารถเป็นผู้ใช้อสูรฝึกหัดได้
ครู่ต่อมา
พวกเขาถูกนำมายังห้องที่กว้างขวางและสว่างไสวห้องหนึ่ง
ห้องนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับสนามบาสเกตบอลมาตรฐาน ภายในโล่งกว้าง มีเพียงศิลาจารึกสูงราวสองเมตรตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง
บนนั้นสลักลวดลายที่ซับซ้อนและลึกล้ำ
“ศิลาจารึกต้นกำเนิด”
มีคนในกลุ่มอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเบาๆ
หลายคนมองไปยังศิลาจารึกในตำนานด้วยความอยากรู้อยากเห็น
‘ศิลาจารึกต้นกำเนิด’เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคแห่งหายนะ
เมื่อหลายร้อยปีก่อน ในขณะที่อสูรร้ายปรากฏตัวจากรอยแยกต่างมิติ ร่องรอยของศิลาจารึกต้นกำเนิดก็ปรากฏขึ้นทั่วทุกมุมโลกเช่นกัน
ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน
รู้เพียงว่าผู้ใช้อสูรกลุ่มแรกที่ถือกำเนิดขึ้น ก็ได้รับความสามารถในการควบคุมอสูรร้ายมาจากศิลาจารึกต้นกำเนิดนี้
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้ใช้อสูรที่ต้องการเลื่อนระดับขั้นก็จำเป็นต้องผ่านบททดสอบของศิลาจารึกและรับการ ‘ชำระล้าง’ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง
จวบจนปัจจุบัน ศิลาจารึกต้นกำเนิดได้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวดโดยสหพันธรัฐและสมาคมผู้ใช้อสูร
ผู้ใช้อสูรทั่วไปจะมีโอกาสได้เห็นศิลาจารึกต้นกำเนิดในสมาคมผู้ใช้อสูรก็ต่อเมื่อเข้าร่วมการประเมินคุณสมบัติเท่านั้น
“นั่นน่ะเหรอศิลาจารึกต้นกำเนิด ดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย”
จางเสี่ยวอวิ๋นพูดเสียงเบา
“ชู่ว์”
กวนหนิงส่งสัญญาณให้เธอเงียบ
“มีคนมาแล้ว”
เจ้าหน้าที่สมาคมห้าหกคนในชุดเครื่องแบบเดินเข้ามาจากด้านนอก
ผู้นำเป็นชายวัยกลางคนสองคน ที่หน้าอกของพวกเขามีตราสัญลักษณ์สีเงินติดอยู่
ซึ่งเป็นเครื่องหมายของผู้ใช้อสูร ‘ระดับเงิน’
(ระดับของผู้ใช้อสูรแบ่งจากต่ำไปสูงคือ: ฝึกหัด, ทองแดง, เงิน, ทอง, ตำนาน และราชันย์)
ในเมืองเล็กๆ เช่นนี้ ผู้ใช้อสูรระดับเงินถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่น่าเคารพยำเกรงแล้ว
สายตาที่ทุกคนมองไปยังพวกเขาก็พลันมีความเคารพยำเกรงและความอิจฉาเจือปนอยู่
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่การประเมินคุณสมบัติผู้ใช้อสูรฝึกหัดในวันนี้”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่รูปร่างสูงโปร่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน
“ผมชื่อเหอเจิ้นเหวิน เป็นผู้ปฏิบัติการของสมาคมผู้ใช้อสูรสาขาผิงไห่”
ชายวัยกลางคนอีกคนกล่าวเสริมด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หลู่เผยซิน ผู้ปฏิบัติการของสาขานี้เช่นกัน”
ขณะที่พูด เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหลังของทั้งสองคนก็เดินเข้ามา แจกจ่ายของในมือให้กับทุกคน
หลินเจ๋อได้รับแผ่นทองแดงเล็กๆ มาหนึ่งอันอย่างรวดเร็ว
ด้านหน้าของแผ่นทองแดงถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนด้วยเส้นขวางสามเส้น แต่ละส่วนสลักตัวอักษร ‘ระดับต่ำ’, ‘ระดับกลาง’, ‘ระดับสูง’ และ ‘ระดับสูงสุด’
“สิ่งที่พวกคุณได้รับในตอนนี้คือกุญแจสำหรับเข้าสู่แดนมายาของศิลาจารึกต้นกำเนิด บททดสอบทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายในนั้น”
เหอเจิ้นเหวินกวาดตามองไปรอบๆ พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ช้าไม่เร็ว
“ก่อนอื่น พวกคุณต้องเลือกระดับความยากของการทดสอบที่ต้องการจะท้าทาย”
“บนหน้าจอคือรางวัลการชำระล้างที่จะได้รับหลังจากผ่านระดับความยากต่างๆ”
สิ้นเสียงของเหอเจิ้นเหวิน หน้าจอขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่บนผนังด้านขวาก็สว่างขึ้น
บนนั้นปรากฏตัวอักษรหลายแถวอย่างชัดเจน
- ระดับความยาก: ต่ำ
- รางวัล: ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ +1, ค่าการเติบโตของอสูรรับใช้ +5%
- ระดับความยาก: กลาง
- รางวัล: ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ +2, พลังกาย +1, ค่าการเติบโตของอสูรรับใช้ +10%
- ระดับความยาก: สูง
- รางวัล: ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ +3, พลังกาย +2, ค่าการเติบโตของอสูรรับใช้ +20%, เปิดใช้งาน ‘ช่องอสูรลำดับที่สอง’
- ระดับความยาก: สูงสุด
- รางวัล: ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณ +5, พลังกาย +3, ค่าการเติบโตของอสูรรับใช้ +30%, เปิดใช้งาน ‘ช่องอสูรลำดับที่สอง’