บทที่ 21 ตรวจสุขภาพ! น่าอายชะมัด!
บทที่ 21 ตรวจสุขภาพ! น่าอายชะมัด!
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ซูอวิ๋นโจวก็รวบรวมความกล้าแล้วผลักประตูเข้าไป
“จะกลัวไปทำไมวะ”
“ก็จ่ายเงินไปแล้วนี่”
“อีกอย่าง คนที่เสียเปรียบก็ไม่ใช่เราสักหน่อย”
“ของฉันใหญ่! ฉันภูมิใจ!”
เครื่องหมายตกใจที่เรียงต่อกันเป็นแถว
ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าซูอวิ๋นโจวปากแข็งแค่ไหน
ข้างหน้ามีผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางใจดี อายุราวห้าสิบกว่าๆ นั่งอยู่ เธอสวมเสื้อกาวน์สีขาว ป้ายชื่อที่หน้าอกพอจะมองเห็นได้ว่าชื่อจ้าวอะไรสักอย่าง
เธอดันแว่นตาขึ้น มองสำรวจคนไข้แวบหนึ่ง แววตาเผยให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ผิวบนใบหน้าของเธอค่อนข้างหย่อนคล้อย เวลาพูดจะเห็นร่องแก้มได้ชัดเจน
“คุณชื่ออะไร”
“ซูอวิ๋นโจวครับ”
หมอจ้าวพิมพ์แป้นคอมพิวเตอร์อย่างไม่ค่อยคล่องแคล่วนัก บนหน้าจอก็ปรากฏข้อมูลส่วนตัวของซูอวิ๋นโจว
“คุณทำตามท่าทางที่แนะนำบนผนังนั่น แล้วไปนอนบนเตียงตรวจในท่านั้นได้เลย”
“ใช่”
“เตียงตรวจตัวนั้นแหละ”
“อ๋อ~ ครับ”
ซูอวิ๋นโจวขานรับอีกครั้ง
เขามองภาพการ์ตูนแนะนำท่าขึ้นขาหยั่งที่แปะอยู่บนผนัง
แล้วรู้สึกเหมือนหนังหัวชาวาบ
ท่านี้สำหรับผู้ชายแล้วมันช่างน่าอับอายเกินไปจริงๆ
ขณะที่เขากำลังลังเล
หมอจ้าวก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นมืออาชีพมาก “ไม่ต้องเกร็งนะคะ การตรวจสุขภาพชาย จริงๆ แล้วสำคัญกว่าที่คุณคิดมาก อย่าละเลยเพราะความเขินอายเด็ดขาด...”
เมื่อเห็นท่าทีที่เป็นมืออาชีพของอีกฝ่าย
ซูอวิ๋นโจวก็กัดฟันทำตามภาพประกอบ ถอดกางเกงออกด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว
เขานอนลงบนเตียงตรวจ จ้องมองหลอดไฟนีออนสีขาวบนเพดาน เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกของการเป็น ‘เนื้อบนเขียง’
การตรวจเริ่มต้นขึ้น
มันค่อนข้างจะอธิบายได้ยาก
แต่การเคลื่อนไหวของเธอเป็นมืออาชีพมากจริงๆ
รู้สึกเหมือนตัวเองไม่เคยถูกมองอย่างชัดเจนขนาดนี้ในที่แจ้งมาก่อน
การตรวจเสร็จสิ้น
“แปะ”
หมอจ้าวถอดถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง โยนลงในถังขยะสีเหลือง เธอมองชายหนุ่มที่เหงื่อท่วมตัวแล้วยิ้มอย่างเป็นมิตร
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ลุกขึ้นได้”
ซูอวิ๋นโจวรีบสวมกางเกงด้วยความเร็วสูงสุด แล้วถามอย่างกังวลเล็กน้อย
“คุณหมอครับ ผม... ผมแข็งแร...”
หมอจ้าวพูดอย่างจริงจัง “จากที่ดูภายนอก ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ ส่วนรายละเอียดฉันจะเขียนลงในรายงานผลการตรวจ”
“คุณไปตรวจรายการต่อไปได้เลยค่ะ”
“ฟู่”
ซูอวิ๋นโจวพยักหน้าอย่างแรง
เรื่องที่เกี่ยวกับศักดิ์ศรี จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
แม้จะรู้ว่าตัวเองคิดเล็กคิดน้อย แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่เคยได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ตอนนี้ในที่สุดก็วางใจได้แล้ว
“คุณหมอจ้าว ขอบคุณมากครับ”
เมื่อเดินออกมาข้างนอก
เขามองไปยังชายที่กำลังต่อคิวอยู่หน้าประตูด้วยความกระวนกระวายใจ
ซูอวิ๋นโจวก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ สีหน้าของเขาบ่งบอกทุกอย่างโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูด
หลังจากหยุดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาก็ดูรายการตรวจถัดไปในใบตรวจสุขภาพ
แล้วก้าวเดินไปยังแผนกอื่นต่อไป
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
***
ห้องตรวจศัลยกรรม
ซูอวิ๋นโจวมองคุณหมอชายวัยกลางคนร่างสูงโปร่งตรงหน้าแล้วเอ่ยถามด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
“หมอ...หมอครับ... ต้องตรวจด้วยนิ้วจริงๆ เหรอครับ”
คุณหมอชายทำท่าไม่ยี่หระ “ในรายการตรวจสุขภาพของคุณมีรายการตรวจทวารหนักด้วยนิ้วอยู่ด้วย”
“ถ้าคุณไม่อยากทำ ก็สามารถปฏิเสธการตรวจได้ แต่คุณต้องเซ็นใบยินยอมสละสิทธิ์”
“ขอผมคิดดูก่อนนะครับ” ซูอวิ๋นโจวกล่าว
คุณหมอชายยังคงทำท่าไม่ใส่ใจ “ในสายตาของพวกเราที่เป็นหมอ ผู้ชายผู้หญิงก็ไม่ได้ต่างกันหรอก คุณค่อยๆ คิดไปก่อน ผมจะตรวจร่างกายทั่วไปทางศัลยกรรมให้คุณก่อนแล้วกัน”
“ได้ครับ”
ซูอวิ๋นโจวพยักหน้า
คุณหมอชายสวมถุงมือ ในแววตาฉายแววบางอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด เขายื่นมือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนคู่นั้นออกมา
การตรวจร่างกายทางศัลยกรรมคือการตรวจร่างกายส่วนที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรมอย่างเป็นระบบ โดยใช้วิธีการดู การคลำ การเคาะ และการฟัง
การตรวจเป็นไปอย่างรวดเร็ว
แต่ซูอวิ๋นโจวกลับรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว
ทั้งร่างกายถูกลูบคลำไปทั่ว
บางส่วนยังถูกนวดคลึงอยู่หลายครั้ง
แถมยังโดนผู้ชายแก่ๆ ทำอีก
“เอ้อ”
“เพื่อสุขภาพก็ต้องยอมแลกอะไรบางอย่างบ้าง...”
ซูอวิ๋นโจวปลอบใจตัวเองแบบนี้
หลังจากตรวจร่างกายเสร็จ คุณหมอชายก็พิมพ์ผลการตรวจลงในคอมพิวเตอร์ แล้วถามอีกครั้ง
“ตอนนี้เหลือแค่รายการสุดท้ายแล้ว ตกลงคุณจะทำหรือไม่ทำ ถ้าไม่ทำผมจะได้ส่งรายงานแล้วนะ”
ซูอวิ๋นโจวกัดฟัน ในเมื่อร่างกายก็ไม่ ‘บริสุทธิ์’ อีกต่อไปแล้ว
ตรวจก็ตรวจสิ
จะไปกลัวอะไร
“หมอครับ ผม… ผมทำ… เบาๆ นะครับ…”
คุณหมอชายทำหน้าเรียบเฉย แต่ซูอวิ๋นโจวกลับรู้สึกว่าบนใบหน้าของเขาแฝงไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
“เห็นภาพแนะนำท่าทางบนเตียงตรวจนั่นไหม”
คำพูดที่คุ้นเคย
เตียงตรวจที่คุ้นเคย
เพียงแค่เปลี่ยนเป็นอีกท่านอนหนึ่ง—ท่านอนตะแคง
เอาวะ
เพื่อสุขภาพ
ซูอวิ๋นโจวเดินไปอย่างเด็ดเดี่ยว นอนลงบนเตียง ทำท่าทางตามภาพการ์ตูน แล้วค่อยๆ ถอดกางเกงลง
“ซี๊ด~ อ๊าก~”
วินาทีต่อมา
ซูอวิ๋นโจวก็ขมิบก้นเกร็ง
“เจ็บๆๆ~”
คุณหมอชายไม่สนใจเสียงรบกวนในการทำงานที่คุ้นเคย
นิ้ว สอดเข้าไป หมุนหนึ่งรอบ แล้วบิด
หลังจากสัมผัสได้ถึงระดับการหดตัวของกล้ามเนื้อหูรูดแล้ว
เขาก็ค่อยๆ ดึงนิ้วออก
“เรียบร้อย การตรวจด้วยนิ้วไม่มีปัญหาอะไร”
ซูอวิ๋นโจวหน้าแดงก่ำ สวมกางเกงกลับอย่างสั่นๆ
ตอนลงจากเตียง
เขายังรู้สึกว่าระหว่างขาทั้งสองข้างมัน…
ในหัวพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
ทำไมถึงมีคนชอบเดินทางสายนี้กันนะ
เมื่อเห็นสีหน้าที่แปลกประหลาดของอีกฝ่าย
คุณหมอชายจึงเปลี่ยนเรื่องคุย “กลับไปแล้ว ก็บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานบ่อยๆ นะ”
“ท่านี้ดีต่อบริเวณฝีเย็บมากๆ”
“ถ้าผู้ชายทำบ่อยๆ ยังสามารถเพิ่ม....”
“ผม… ขอบคุณครับ…”
ซูอวิ๋นโจวเดินออกจากห้องตรวจศัลยกรรมด้วยริมฝีปากที่แห้งผาก เขานั่งพักบนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลนักอยู่พักใหญ่ ถึงจะรู้สึกว่ากลับมาเป็นปกติ
ประสบการณ์แบบนี้มันน่าอายเกินไปจริงๆ
โชคดีที่กระเพาะอาหารและลำไส้ของเขาไม่มีปัญหา
ไม่ต้องตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้
ท่อยาวๆ ขนาดนั้น บนล่างอย่างละเส้น แค่คิดก็ขนลุกแล้ว
หลังจากความคิดสงบลง
ซูอวิ๋นโจวก็พยายามเพื่อสุขภาพต่อไป เขายังคงอุทิศประสบการณ์ครั้งแรกต่างๆ ของเขาในศูนย์ตรวจสุขภาพ
ในที่สุด
เมื่อใกล้ถึงเวลาเที่ยง การตรวจทั้งหมดก็เสร็จสิ้น
ณ ขณะนี้
เขาหิวจนน้ำย่อยเริ่มตีขึ้นมา
ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพมีอาหารบำรุงสุขภาพรวมอยู่ด้วย
หลังจากสอบถามพยาบาล
เขาก็มาถึงโรงอาหารของศูนย์ตรวจสุขภาพ
ที่นี่มีคนอยู่เพียงไม่กี่คน
ผู้ที่มาตรวจสุขภาพส่วนใหญ่กลับไปแล้ว เจ้าหน้าที่ของศูนย์ก็เลิกงานหรือไปทำงานที่อื่นแล้ว
อาหารบำรุงสุขภาพถูกจัดเป็นชุดไว้แล้ว เขาหยิบมาหนึ่งชุดแล้วเริ่มเติมพลังงาน
ขณะที่กินไปได้ครึ่งหนึ่ง
ตรงหัวมุมด้านหน้า ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
ชายวัยกลางคนอ้วนฉุผมมันเยิ้มคนหนึ่งตะโกนหน้าดำหน้าแดง “คุณเป็นหมอนะ พูดจาต้องมีหลักฐาน”
“คุณเห็นกับตาข้างไหนว่าผมแอบถ่าย”
“ผมจะไปหาหัวหน้าพวกคุณ ไปฟ้องว่าคุณใส่ร้าย ฟ้องว่าคุณหมิ่นประมาทผม”
หมอจ้าวทำหน้าเคร่งขรึม พูดเสียงเฉียบขาด
“คุณยังจะเถียงข้างๆ คูๆ อีก”
“ถ่ายหรือไม่ถ่าย”
“ในใจคุณก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ”
ชายอ้วนทำท่าทีแข็งกร้าวแต่ใจเสาะ “ไปหาหัวหน้าสิ ผมจะไปหาหัวหน้าโรงพยาบาลพวกคุณ หลีกทางไป…”
ชายอ้วนพูดไปพลาง เดินเบียดเสียดเพื่อจะออกไปข้างนอกอย่างป่าเถื่อน
ในโรงอาหารนี้มีคนอยู่ไม่กี่คน ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็แค่มองดูเหตุการณ์
ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
เรื่องไม่เกี่ยวกับตัว คนส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกที่จะไม่ยุ่งเกี่ยว
มีเพียงหมอจ้าวเท่านั้นที่ยืนขวางทางไว้อย่างแน่วแน่
ในวินาทีนั้น ร่างเล็กๆ ของเธอดูสูงใหญ่ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนอ้วนกำลังจะชนหมอหญิงคนนั้น
มือใหญ่ที่ทรงพลังคู่หนึ่งก็คว้าตัวเขาจากด้านหลังไว้อย่างมั่นคง
ชายอ้วนชะงักไป หันกลับมาตะคอกอย่างไม่พอใจ
“แกจะทำเ-ยอะไร”
ซูอวิ๋นโจวจับแขนเขาไว้แน่นแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณว่าผมจะทำอะไรล่ะ”
“ลากหมูไง”