บทที่ 41 ลูกเศรษฐี?
บทที่ 41 ลูกเศรษฐี?
บนโต๊ะกลม ยกเว้นหลิวอี้อี้ อีกสามคนต่างมีเหยือกแบ่งเหล้าและแก้วเหล้าเล็กๆ วางอยู่ตรงหน้า
หลี่เหยียนเป็นฝ่ายเริ่มดื่มอวยพรแก้วแรก
"ยินดีกับคุณซูที่วันนี้รับรถได้อย่างราบรื่นนะคะ"
"แก้วแรกนี้ ขออวยพรให้การขับขี่ในวันข้างหน้า ปลอดภัย แคล้วคลาด ตลอดไปค่ะ"
สิ้นเสียง
หลิวอี้อี้ก็ถือแก้วน้ำลุกขึ้นยืน
ส่วนเล่าหวังลุกขึ้นยืนตัวแข็งทื่อ ชนแก้วเบาๆ กับทั้งสามคน
แล้วกระดกหมดแก้ว
ซู้ด~
เหล้าวันนี้ขมกว่าปกติเยอะเลยแฮะ
ถ้าตัวเองเข้าใจไม่ผิด
พานาเมร่า คันที่เห็นก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นของขวัญที่เศรษฐีนีซื้อให้เสี่ยวซู
เขาไปเอายาเสน่ห์ที่ไหนมากรอกปากเศรษฐีนีกันนะ?
รถหรูที่แต่งออปชั่นเพิ่มขนาดนั้น
ราคารวมภาษีน่าจะล้านกว่าหยวนเข้าไปแล้ว
หรือเราจะไปเกาหลีทุบหน้าใหม่แล้วมาทำอาชีพนี้บ้างดีไหม?
เปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นอาชีพก็น่าจะฟินไม่น้อย
เห็นเล่าหวังเหม่อลอย
ซูอวิ๋นโจวคีบเนื้อกุ้งพลางพูดว่า "เหม่ออะไรอยู่? รีบกินสิ?"
หลังจากกินไปได้สักพัก
หลิวอี้อี้ลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย ดื่มอวยพรแก้วที่สอง น้ำเสียงแฝงความหยอกล้อ
"ยินดีกับท่านประธานซูที่ถอยพานาเมร่าด้วยเงินสดนะคะ"
ทุกคนยกแก้วขึ้นอีกครั้ง
แต่เล่าหวังกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ดื่มเข้าไปไม่ใช่เหล้าแต่เป็นความเศร้า
เงินสดเนี่ยนะ? โอ๊ย สวรรค์!
ทำไมไม่ประทานพรสวรรค์ให้ลูกบ้าง
เห็นสายตาสองสาวหันมามองที่ตัวเอง
เล่าหวังที่เพิ่งได้สติรีบยกแก้วขึ้น
"แก้วที่สามนี้ ขออวยพรให้เสี่ยว... ท่านประธานซู ได้รถหรู งานการราบรื่น ก้าวหน้ามั่นคง เงินทองไหลมาเทมา..."
หลิวอี้อี้แซวขึ้นว่า "คำอวยพรนี้ต้องเปลี่ยนใหม่นะ ซูอวิ๋นโจวไม่ได้ทำงานมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้เขาน่ะระดับเศรษฐีเลยนะ"
"แถมถ้าให้เศรษฐีไปทำงาน แล้วคนธรรมดาอย่างพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน? ต้องปรับแพ้ดื่มหนึ่งแก้วนะ"
"หะ?"
เล่าหวังตาโตด้วยความตกใจจนเผลออุทานออกมา
สมองอันว่องไวจับคีย์เวิร์ดสำคัญได้หลายคำ
‘ไม่ได้ทำงาน? เศรษฐี? เสี่ยซู?’
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
หรือว่าข้อมูลที่ได้รับมาจะผิดพลาด?
เขาถามอย่างงงๆ ว่า
"พวกคุณพูดเรื่องอะไรกัน? ทำไมผมฟังไม่รู้เรื่องเลย?"
ซูอวิ๋นโจวยิ้มช่วยแก้สถานการณ์พร้อมยกแก้ว
"เอาเถอะน่า! อย่าหาเรื่องเลี่ยงเหล้า!"
แก้วชนกันเบาๆ
ทุกคนนั่งลง เริ่มสวาปามอาหารกันต่อ
มีแต่เล่าหวังที่กินอะไรไม่ค่อยลง
เขาค่อยๆ คิดปะติดปะต่อเบาะแสทีละอย่าง จนในที่สุดก็ค้นพบความจริงที่เหลือเชื่อ
แต่.... ถ้าเป็นเรื่องจริง
งั้นที่ตัวเองแสดงออกไปก่อนหน้านี้ทั้งหมด ก็เป็นแค่ตัวตลกน่ะสิ
ดูท่าทีของ 'เศรษฐีนี' สองคนนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งใช่
แม่งเอ๊ย!
ความประทับใจแรกพาซวยแท้ๆ!
เขาเห็นซูอวิ๋นโจวเข้ากับคนง่าย นึกว่ามีเทคนิคเกาะผู้หญิงกินขั้นเทพ
แต่พอมองกลับกัน
ชัดเจนเลยว่าสองสาว 'เศรษฐีนี' หุ่นแซ่บหน้าสวยพวกนี้ต่างหากที่กำลังทอดสะพานให้
แต่ว่า
ยังมีคำถามสุดท้าย
ซูอวิ๋นโจวไอ้หมอนี่ไปเอาเงินมาจากไหน?
ด้วยความสงสัย
เล่าหวังจึงเป็นฝ่ายยกแก้วเหล้าขึ้นก่อน สีหน้าที่เคยมีความภูมิใจเล็กๆ เปลี่ยนเป็นความนอบน้อมและระมัดระวังตัวในทันที
ซูอวิ๋นโจวสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเล่าหวัง
มองดูเพื่อนร่วมควันที่มีท่าทีอ่อนน้อมลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาตระหนักว่าพอมีเงินแล้ว การจะคบหากับเพื่อนในฐานะคนธรรมดามันยากจริงๆ
"เล่าหวัง ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น"
"ท่านประธานซู คนที่ต้องเกรงใจคือผมต่างหากครับ" เล่าหวังประคองแก้วสองมือพูดว่า "เมื่อกี้ผมพูดจาเลอะเทอะ แก้วนี้ขอไถ่โทษครับ"
ซูอวิ๋นโจวทำท่าไม่พอใจ "ถ้าขืนเกรงใจกันขนาดนี้ จะไม่กินเหล้าด้วยแล้วนะ!"
พูดจบ
ก็กระดกเหล้าหมดแก้วรวดเดียว
เล่าหวังเห็นดังนั้นก็รีบดื่มตามทันที
พักหายใจครู่หนึ่ง
เขาก็เวียนไปดื่มคารวะสองสาวทีละคน
ลมอะไร?
ก็ไม่สู้ลมปากคนข้างหมอน!
และคืนนี้หลี่เหยียนดูอาการไม่ค่อยดี ยิ่งดื่มยิ่งเงียบ หลิวอี้อี้อยากจะถามแต่ก็ติดที่มีคนนอกอยู่ด้วย
เห็นบรรยากาศเริ่มกร่อย
เธอจึงเปิดประเด็นขึ้นมาว่า "ซูอวิ๋นโจว ตอนนี้นายซื้อรถแล้ว? ขั้นต่อไปกะจะทำอะไรต่อ?"
ซูอวิ๋นโจวคิดในใจว่าก็ต้องปรนนิบัติพวกพี่สาววัยสะพรั่งอย่างพวกคุณไง แต่ปากตอบยิ้มๆ ว่า "ยังไม่ได้คิดเลย ขอพักผ่อนก่อน ค่อยหาโปรเจกต์หรือลงทุนทำอะไรสักอย่าง คงไม่กินบุญเก่าไปตลอดหรอก"
เล่าหวังนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ แต่หูผึ่งรอฟัง
หลิวอี้อี้แซวว่า "เคยได้ยินประโยคนี้ไหม?"
"อะไร?"
"ไม่กลัวลูกเศรษฐีผลาญเงินเที่ยวเล่น แต่กลัวลูกเศรษฐีไฟแรงอยากสร้างตัว"
ซูอวิ๋นโจวอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา "ผมไม่ใช่ลูกเศรษฐีที่ไหนหรอก"
"ใช่ๆๆ! นายเป็นเศรษฐีที่ดิน?" หลิวอี้อี้พูดไปเรื่อย
ทันใดนั้น
เมฆหมอกในใจเล่าหวังก็สลายไปจนหมดสิ้น
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
บ้านโดนเวนคืนนี่เอง
ดูทรงแล้ว น่าจะได้เงินชดเชยมาไม่น้อย
ทุกอย่างสมเหตุสมผลแล้ว
ความตื่นเต้นที่ค้นพบความจริงอยู่ได้ไม่ถึงนาที พริบตาเดียว ความรู้สึกอิจฉาและหดหู่ก็เข้ามาแทนที่ในใจเล่าหวัง
แม่งเอ๊ย!
สู้ให้เป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินยังดีซะกว่า!
เศรษฐีที่ดินนี่มันน่าอิจฉายิ่งกว่าอีก!
ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ปากก็บอกว่า เกลียดพวกเศรษฐีไม่มีรสนิยม เกลียดลูกคนรวยขี้อวด บอกว่าพวกมันไม่มีคุณภาพ มีดีแค่เหม็นกลิ่นเงิน
แต่ใครจะกล้าพูดว่าในใจตัวเองไม่เคยมีความคิดอยากรวยทางลัดบ้าง?
กล้าพูดไหมว่าไม่อยากเดินไปบนถนนแล้วโดนคนด่าไล่หลังเบาๆ ว่า
‘ชิ’
‘นอกจากมีเงินเหม็นๆ แล้ว! นายมีอะไรวิเศษวิโสตรงไหน?’
หลังจากเล่าหวังเปลี่ยนโหมดเป็นประจบสอพลออย่างระมัดระวัง มื้ออาหารที่เหลือก็น่าเบื่อไปนิดหน่อย
หลี่เหยียนใจลอยไปไหนไม่รู้ พูดน้อย แต่ดื่มหนัก
ซูอวิ๋นโจวอาศัยจังหวะเผลอแอบเล่นซนกับหลิวอี้อี้ใต้โต๊ะ
ทุกคนชนแก้วกันไปมาอีกยกใหญ่
เห็นเวลาล่วงเลยไปพอสมควร
หลิวอี้อี้เห็นเพื่อนสนิทอาการไม่ค่อยดี จึงเสนอให้ดื่มแก้วสุดท้ายแล้วแยกย้าย
สักพัก
หลี่เหยียนกับหลิวอี้อี้ออกไปจ่ายเงิน
เล่าหวังถึงได้หน้าด้านเข้ามาพูดว่า "ท่านประธานซู เมื่อก่อนผมคิดว่าคุณมีของดีไม่เหมือนใคร เป็นอัจฉริยะซ่อนคม ไม่นึกว่าคุณจะไม่ใช้ความสามารถ แต่ข้ามไปจุดสูงสุดของชีวิตเลย"
"ฮ่าๆๆ!"
ซูอวิ๋นโจวแซวกลับ "เล่าหวัง เดี๋ยวนี้คุณยิงมุกเป็นชุดเลยนะ..."
"มีที่ไหนกัน!"
เล่าหวังเรอเอิ๊กออกมา "เมาแล้วพูดความจริง ถึงผมจะยังไม่เมามาก แต่นี่คือคำพูดจากใจเลยนะ"
"โอเคๆๆ!" ซูอวิ๋นโจวรับคำ
เล่าหวังเห็นจังหวะดี ลองหยั่งเชิงดู "งั้นวันหน้าพวกเราติดต่อกันบ่อยๆ นะ!"
"ไม่มีปัญหา"
ซูอวิ๋นโจวพยักหน้า
วินาทีถัดมา
เสียงแจ้งเตือนระบบที่ห่างหายไปนานก็ดังขึ้น
‘สาวใหญ่ใช้จ่ายเพื่อคุณ 9,200 หยวน, ความประทับใจ 58 แต้ม, เงินคืน 533,600 หยวน’
ฟู่~
คลังสมบัติเพิ่มมาอีกห้าแสนกว่า
สินทรัพย์รวมแตะระดับ 2.5 ล้านกว่าๆ อีกครั้ง
เงินหายากขึ้นทุกที
มุกร้านรถยนต์คงใช้ไม่ได้แล้ว
คราวหน้าต้องหาวิธีอื่น
จังหวะนั้นเอง
สองสาวก็ปรากฏตัวที่ประตู
"ไปกันเถอะ!"
ทั้งสี่คนเดินออกไปข้างนอก
ความสวยระดับท็อปของสองสาว บวกกับอีกคนที่แก้มแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ย่อมดึงดูดสายตาลูกค้าคนอื่นเป็นธรรมดา
ซูอวิ๋นโจวชินชาเสียแล้ว
ส่วนเล่าหวัง... ช่างมันเถอะ... อย่าไปพูดถึงเลย!
พอถึงลานจอดรถใต้ดิน
เล่าหวังเดินมาส่งทั้งสามคนที่หน้าพานาเมร่า โบกมือลา
"ท่านประธานซู แล้วก็สองสาวสวย เดินทางปลอดภัยนะครับ!"
"คุณก็ขับรถดีๆ นะ"
หลิวอี้อี้รับคำ
ซูอวิ๋นโจวอาสานั่งเบาะหลัง อ้างว่าจะลองสัมผัสความกว้างขวางของห้องโดยสารด้านหลัง
หลิวอี้อี้ที่นั่งตำแหน่งคนขับดูตื่นเต้นเล็กน้อย
หลี่เหยียนคอยบอกวิธีใช้ปุ่มฟังก์ชันต่างๆ
ครู่ต่อมา
รถสตาร์ทเครื่องอย่างนุ่มนวลและแล่นออกจากลานจอดรถ
ตอนแรกหลี่เหยียนบอกให้จอดส่งเธอที่สถานีรถไฟใต้ดินข้างหน้านี้ แต่ถูกซูอวิ๋นโจวปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม
"คุณสวยขนาดนี้ ดื่มเหล้าแล้วไปนั่งรถไฟใต้ดินผมไม่วางใจหรอก อีกอย่างวันนี้มีคนขับรถแล้ว เดี๋ยวพวกเราไปส่ง"
หลิวอี้อี้มองค้อนซูอวิ๋นโจว "ขับไปบ้านเธอก็แค่ยี่สิบนาทีเอง"
พอไปส่งถึงที่
หลี่เหยียนโบกมือลาทั้งสองคน
รถออกตัวอีกครั้ง
แต่ทว่า
ซูอวิ๋นโจวย้ายมานั่งที่เบาะข้างคนขับ มองดูภูเขาคู่มหึมาที่ถูกสายเข็มขัดนิรภัยพาดผ่านจนดูเด่นชัด แล้วมองไปที่ตรอกเก่าๆ ที่แทบไม่มีผู้คนเดินผ่าน
"อี้อี้ จอดรถหน่อยได้ไหม?"
"หืม? เป็นอะไรเหรอ?"
"ผมอยาก... มอบครั้งแรกของผมให้คุณ"
"อ๊าย"
"คุณ... คนบ้า... เอามือออกไปนะ... ข้างนอกมีคน..."