บทที่ 45 ผู้หญิงแปลกคนนี้

บทที่ 45 ผู้หญิงแปลกคนนี้
“แล้วทำไมจะเป็นที่นี่ไม่ได้?”
เจี่ยงซือเยว่หรี่ตามองพลางถามกลับ
ซูอวิ๋นโจวมองดูแหล่งช้อปปิ้งตรงหน้า สถานที่ที่แฟนเก่าเขาถึงกับร้องยี้ ที่นี่ดูเหมือนจะมีแบรนด์ดังมากมาย แต่เอาเข้าจริงไม่มีของแท้สักอย่าง มีแต่พวกแบรนด์ ‘ก๊อปเกรด A’ ที่เติมตัวอักษรเพิ่มไปตัวนึง หรือไม่ก็กลับด้านโลโก้
อย่างเช่นร้านตรงข้ามที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่านั่น ชื่อร้าน “DIORS”
ศูนย์การค้าแห่งนี้ยืนยงคงกระพันมาได้ก็เพราะสินค้าราคาถูกและดีไซน์ที่ทันสมัย
“เจ๊ครับ เจ๊ขี่มอเตอร์ไซค์คันละเกือบแปดหมื่น แถมยังเป็นเจ้าของร้านเหล้าที่มีชื่อเสียงในวงการคราฟต์เบียร์”
“แต่เจ๊บอกฉันว่าจะมาซื้อเสื้อผ้าตัวละร้อยสองร้อยที่นี่ แล้วยังถามฉันอีกว่าทำไม เจ๊จะให้ฉันตอบยังไง?”
เจี่ยงซือเยว่ค้อนใส่อย่างไม่ยี่หระ มือขยี้ผมทรงยุ่งๆ ของตัวเอง
“ข้อแรก ขอแก้ข่าวหน่อย ร้านเหล้า ของฉันไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง แต่ระดับแนวหน้าของวงการย่ะ”
“ข้อสอง ใครเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ว่ามีเงินแล้วต้องใส่เสื้อผ้าแพงๆ?”
“และข้อสุดท้าย ฉันว่าเสื้อผ้าที่นี่ก็สวยดี ถึงคุณภาพจะงั้นๆ แต่ใส่ไม่กี่ครั้งแล้วทิ้งก็ไม่เสียดาย”
คำตอบที่มีเหตุมีผลของเธอทำเอาซูอวิ๋นโจวเถียงไม่ออก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอผู้หญิงแปลกคนนี้
เจี่ยงซือเยว่มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอกลับใส่เสื้อผ้าตลาดนัดได้อย่างสบายใจ ผิดกับผู้หญิงอย่างแฟนเก่าของเขา ที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง แต่กลับสรรหาวิธีซื้อของแบรนด์เนมมาประดับบารมี
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงนี่ซับซ้อนจริงๆ
“โอเค! ฉันมันคนโลกแคบเอง!”
ซูอวิ๋นโจวพยักหน้ายอมรับความคิดของเธอ
เจี่ยงซือเยว่เลิกคิ้ว ก้าวเดินฉับๆ นำหน้าไป “ตามมา เดี๋ยวเจ๊จะพาไอ้คุณหนูไฮโซไปเปิดหูเปิดตา”
[ค่าความประทับใจ +1]
คะแนนที่เพิ่มขึ้นมาดื้อๆ ทำเอาซูอวิ๋นโจวขำไม่ออก
ค่าความประทับใจของผู้หญิงคนนี้มักจะขึ้นด้วยเหตุผลแปลกๆ เสมอ
[ค่าความประทับใจเจี่ยงซือเยว่: 19 แต้ม]
ทั้งสองคนเดินตามกันเข้าไปในฝูงชน ทางเดินแคบๆ และผู้คนที่เบียดเสียดทำให้ระยะห่างของทั้งคู่ลดลง
ซูอวิ๋นโจวได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมา ไม่เหมือนน้ำหอม แต่เหมือนกลิ่น...
ไม่นานนัก
ภายใต้การนำของเจี่ยงซือเยว่ ทั้งคู่ก็มาถึงร้านเสื้อผ้าชื่อ ‘อู๋’
ร้านนี้ใหญ่กว่าร้านอื่น กินพื้นที่ไปถึงสามล็อคในทางเดินที่แออัด
น้องพนักงานขายที่สวมเสื้อเอวลอยเห็นเจี่ยงซือเยว่ก็รีบทักทายอย่างกระตือรือร้น
“เจ๊เยว่! มาแล้วเหรอคะ!”
น้ำเสียงที่สนิทสนมของพนักงานขาย ทำให้ความคิดที่ว่าเธอจะแกล้งเขาหายไปจากใจซูอวิ๋นโจวจนหมดสิ้น
น้องพนักงานสังเกตเห็นหนุ่มหล่อที่เดินตามหลังมา จึงยิ้มถามว่า
“เจ๊เยว่ ไม่แนะนำหน่อยเหรอคะ?”
“อ้อ!”
เจี่ยงซือเยว่ตอบรับ “เพื่อนธรรมดาน่ะ”
น้องพนักงานยิ้มหวานให้ซูอวิ๋นโจว ใจจริงอยากจะแซวเจ๊เยว่สักหน่อย แต่พอนึกถึงฝีปากคมกริบที่ตอกกลับจนคนไปไม่เป็นของอีกฝ่าย ก็เลยเลือกที่จะเงียบไว้ดีกว่า
เจี่ยงซือเยว่กวาดตามองไปในร้าน “ซีซั่นนี้มีของใหม่มาบ้างไหม?”
น้องพนักงานแนะนำ “เพิ่งลงของใหม่ไปเมื่อสองวันก่อน มีสไตล์ที่เจ๊ชอบด้วยค่ะ เชิญทางนี้เลย”
“เค!”
ทั้งสองเดินตามน้องพนักงานเข้าไปในอีกห้องหนึ่ง
ราวแขวนเสื้อผ้าเต็มไปด้วยชุดหลากสไตล์ ทุกยี่ห้อมีหมด แถมยังเป็นดีไซน์ใหม่ล่าสุด
เห็นแบบนี้แล้ว ซูอวิ๋นโจวต้องยอมรับเลยว่า นี่แหละความเร็วระดับ ‘China Speed’
เจี่ยงซือเยว่เลือกๆ จับๆ ไม่นานก็ได้มาหลายชุด แล้วเดินเข้าห้องลองเสื้อไป
น้องพนักงานฉวยโอกาสนี้กระซิบถามซูอวิ๋นโจว “สุดหล่อ เป็นอะไรกับเจ๊เยว่เหรอคะ? หนูเพิ่งเคยเห็นแกพาผู้ชายมาที่นี่ครั้งแรกเลยนะเนี่ย!”
“เป็นอะไรกันงั้นเหรอ?”
ซูอวิ๋นโจวทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบอย่างจริงจัง “น่าจะเรียกว่า... ‘เพื่อนกิน’ ละมั้งครับ!”
“เพื่อนกิน?”
ได้ยินแบบนั้น
น้องพนักงานผู้คลั่งไคล้นิยายรักก็เริ่มจิ้นไปไกล
ครู่ต่อมา
เจี่ยงซือเยว่เดินออกมาจากห้องลองเสื้อมายืนหน้ากระจก
เธอเปลี่ยนมาสวมชุดเดรสยาวสไตล์จีนสีอ่อนลายดอกบัว บวกกับเครื่องหน้าประณีตและรูปร่างสูงโปร่ง ทำให้ดูบริสุทธิ์งดงามราวกับนางเซียนเหาะเหินเดินอากาศ
น้องพนักงานเอ่ยชมจากใจจริง
“เจ๊เยว่ หุ่นเจ๊นี่มันไม้แขวนเสื้อชัดๆ!”
“สไตล์ที่ใส่ยากขนาดนี้ เจ๊ยังเอาอยู่ สวยวัวตายควายล้มเลยค่ะ”
เจี่ยงซือเยว่เชิดหน้านิดๆ มุมปากยกยิ้ม “ก็งั้นๆ แหละ!”
ชายหนุ่มที่พาแฟนมาซื้อของข้างๆ แอบชำเลืองมองตาเป็นมัน
ผู้หญิงคนนี้สวยชะมัด
โดยเฉพาะขานั่น เล่นได้เป็นปีไม่มีเบื่อ
พอกลับมามองขาแฟนตัวเองที่ทั้งสั้นทั้งป้อม...
ไม่มีการเปรียบเทียบ ก็ไม่มีความเจ็บปวดจริงๆ
น้องพนักงานส่งสายตาให้ซูอวิ๋นโจวเป็นเชิงว่า ‘ถึงตาคุณอวยแล้ว’
ซูอวิ๋นโจวนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ดูดีจริงๆ ทำเอาฉันนึกถึงบทกวีบทหนึ่งเลย”
น้องพนักงานขมวดคิ้ว “กวีบทไหนคะ?”
“เสี่ยวฉือ (สระน้ำน้อย)” ซูอวิ๋นโจวตอบเสียงเบา
???
น้องพนักงานท่องบทกวีนี้ในใจตามสัญชาตญาณ... “ดอกบัวน้อยเพิ่งเผยยอดแหลม...” (สำนวนที่สื่อถึงหน้าอกเล็ก)
ทันใดนั้น มุมปากเธอกระตุก ดวงตาเบิกกว้าง
เฮ้ยพี่ชาย? เอาจริงดิ? นี่พี่ชมหรือพี่ด่าคะเนี่ย?
เจี่ยงซือเยว่ฟังไม่ถนัดว่าสองคนคุยอะไรกัน แต่ดูจากสีหน้าแล้วก็น่าจะชมแหละมั้ง?!
น้องพนักงานรีบแก้สถานการณ์ทันที
“เขาบอกว่าเจ๊ใส่ชุดนี้แล้วดูสดชื่นบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวเลยค่ะ”
เจี่ยงซือเยว่ยิ้มไม่ตอบ หมอนี่ในที่สุดก็พูดจาภาษาคนเป็นสักที เธอสะบัดชายกระโปรง หมุนตัวกลับเข้าไปเปลี่ยนอีกชุด
ส่วนไอ้หนุ่มที่แอบฟังอยู่ข้างๆ ก็บรรลุสัจธรรมทันที เขาเข้าใจแล้วว่าช่องว่างระหว่างเขากับเทพบุตรคนนี้มันอยู่ตรงไหน
คนอื่นมีแฟนสวยขนาดนี้ต้องคอยพะเน้าพะนอเอาใจ
แต่อีกฝ่ายกลับทำตรงกันข้าม
นี่สิวิถีตัวพ่อ!
“ฉันบรรลุแล้ว!”
จังหวะนั้นพอดี
แฟนสาวของเขาก็เดินออกมาจากห้องลองเสื้อ สวมชุดเดรสเปิดไหล่ที่รัดรูปจนเห็นรอยเนื้อปลิ้นที่เอวเป็นชั้นๆ
“อาฮุย เป็นไงบ้าง?”
เขามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า “คุณใส่ชุดนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงกวีบทหนึ่ง”
“อุ๊ย!”
แฟนสาวมองแฟนหนุ่มที่จู่ๆ ก็มีอารมณ์สุนทรีด้วยความแปลกใจ “บทไหนเหรอ?”
“มองด้านขวางเป็นเทือกเขา มองด้านข้างเป็นยอดดอย... สูงต่ำใกล้ไกลล้วนแตกต่าง” อาฮุยท่องบทกวีเสียงเรียบ
แฟนสาวชะงักไปนิด ก่อนจะอ้าปากด่าไฟแลบ “ไอ้บ้าฮุย! หมายความว่าไง? เดี๋ยวเทือกเขาเดี๋ยวยอดดอย? นี่แกหลอกด่าว่าฉันอ้วนใช่ไหม?”
อาฮุยเห็นแฟนสาวองค์ลง หน้าถอดสีทันที ทำไมไม่เห็นเหมือนในสูตรเลยวะ ปกติต้องดีใจไม่ใช่เหรอ?
เขารีบแก้ตัวพัลวัน “จะเป็นงั้นได้ไง? ผมชมคุณว่าสวย! สวยตระการตาเหมือนภูเขาหลูซาน...”
แต่แฟนสาวยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
“สวยเหมือนภูเขาหลูซาน? ได้! ได้!”
เธอเดินกระแทกเท้าปึงปังกลับเข้าห้องลองเสื้อ เปลี่ยนชุดเดิมของตัวเอง แล้วเดินเชิดใส่แฟนหนุ่มออกจากร้านไปเลย
อาฮุยรีบวิ่งตามไป ในใจร้องโอดครวญ ‘ทำไมใช้มุกเดียวกัน แต่ผลลัพธ์แม่งต่างกันฟ้ากับเหวแบบนี้วะเนี่ย!’
‘ฉิบหาย! คืนนี้ได้นอนโซฟาแน่!’
......
เจี่ยงซือเยว่เปลี่ยนอีกชุดเดินออกมา เทียบกับชุดสไตล์จีนเมื่อกี้ ชุดเดรสเสื้อยืดแขนกุดสีดำสกรีนลายตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวนี้ดูวัยรุ่น ทันสมัย และโฉบเฉี่ยวมากกว่า
เห็นซูอวิ๋นโจวทำท่าจะอ้าปากวิจารณ์
น้องพนักงานขายรีบชิงพูดขึ้นก่อน “เจ๊เยว่ ใส่ชุดนี้ก็สวยมากเลยค่ะ ช่วงนี้เจ๊ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย?”
ผอม
คำคำนี้มีพลังศักดิ์สิทธิ์ในวงสนทนาของผู้หญิงเสมอ
เจี่ยงซือเยว่ยิ้มแก้มปริแล้วหันไปเม้าท์เรื่องการแต่งตัวกับน้องพนักงานอย่างออกรส
ซูอวิ๋นโจวมองดูเจี่ยงซือเยว่ที่ดูเปรี้ยวจี๊ด ในหัวพลันมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
‘พวกเจ้าแม่แฟชั่นส่วนใหญ่มักจะเป็น ‘เจ้าหญิงไม้กระดาน’ สินะ’
ไม่นานนัก
เจี่ยงซือเยว่ก็ตัดสินใจเหมาหมดทุกชุด จากนั้นก็ปรายตามองซูอวิ๋นโจวที่ยืนเล่นมือถืออยู่ แล้วหันไปบอกน้องพนักงาน
“ช่วยแนะนำชุดผู้ชายให้สักสองสามชุดสิ”
น้องพนักงานเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม ก็ไหนบอกว่าเป็นแค่เพื่อนกิน แล้วก็ส่งสายตาวิ้งๆ ให้ซูอวิ๋นโจวเดินตามไปดู
มีสาวรุ่นพี่จะเปย์ทั้งที
ซูอวิ๋นโจวมีหรือจะปฏิเสธ เขาวางมือถือลงหลังจากพิมพ์ตอบหลิวอี้อี้ว่า ‘เจอกันคืนนี้’ แล้วเดินตามน้องพนักงานไปเลือกชุด
ในใจก็นึกสงสัยว่าทำไมจู่ๆ เจ๊แกถึงได้ ‘ใจป้ำ’ ขึ้นมา
เจี่ยงซือเยว่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คืนนั้น... เสื้อผ้านายก็พังยับเยินไปหมด...”
หา!
น้องพนักงานถึงกับอ้าปากค้าง
นี่ฉันได้ยินอะไรเข้าเนี่ย?
พล็อตในหัวของเธอเปลี่ยนจากนิยายรักใสๆ กลายเป็นหนังผู้ใหญ่เกรดเอ แถมมีซับจีนบรรยายเสร็จสรรพ
เห็นซูอวิ๋นโจวทำหน้าเหมือนอยากจะพูดแก้ตัวแต่อึกอัก
เจี่ยงซือเยว่ก็ชิงพูดตัดบท
“ไม่ต้องมาพูดเรื่องแบรนด์บ้าบออะไรกับฉันนะ คนสถานะอย่างนาย ได้ใส่เกรดเดียวกับฉันก็ถือว่าบุญโขแล้ว”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 45 ผู้หญิงแปลกคนนี้

ตอนถัดไป