บทที่ 28 นี่สิถึงจะเรียกว่าซัพพลายเออร์ตัวพ่อของจริง
บทที่ 28 นี่สิถึงจะเรียกว่าซัพพลายเออร์ตัวพ่อของจริง
ช่วงบ่าย ที่ห้องทำงานของลู่อัน
"ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าเราจะเซ็นสัญญาแบบนี้ได้ สินค้ายังไม่ทันส่งมอบ ก็ได้รับเงินล่วงหน้าเกือบ 1,400 ล้านหยวนแล้ว" เมิ่งชิวเหยียนมองดูเนื้อหาในสัญญาที่เซ็นเรียบร้อยแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า
ก่อนหน้านี้ สัญญากับบริษัทกว่างต๋าก็เป็นการชำระเงินล่วงหน้าเช่นกัน แถมยังเป็นการชำระเต็มจำนวนอีกด้วย แต่นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์กับเพื่อนรักอย่างฉินอี้อวิ๋น
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป ไม่มีเส้นสายพิเศษแบบนั้น และอีกฝ่ายยังเป็นบริษัทจากอเมริกาเหนืออีกด้วย
เมิ่งชิวเหยียนปิดแฟ้มเอกสารลง เงยหน้าขึ้นมองลู่อันแล้วยิ้ม "ไม่คิดเลยว่าการสังเวยคนหนึ่งไปจะได้ผลดีขนาดนี้ บริษัทโกลบอลถึงกับยอมตกลงง่ายๆ เลย"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่อันจึงพูดว่า "พวกฝรั่งพวกนี้ โดยเฉพาะคนอเมริกัน พอเจอของแข็งก็จะอ่อนเอง ต้องใช้วิธีนี้แหละในการรับมือ"
เมิ่งชิวเหยียนยิ้มแล้วพูดว่า "ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ต่อไปการเจรจากับตัวแทนจำหน่ายรายอื่นคงจะราบรื่นขึ้นมาก"
ลู่อันสั่งการ "เดี๋ยวเอาสัญญานี้ไปประกาศเลยนะ เอาไปแขวนไว้บนเว็บไซต์ทางการเลย แล้วก็ การเจรจาความร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายรายอื่นๆ ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่เข้าร่วมแล้ว เธอจัดการให้คนไปคุยกับพวกเขาได้เลย"
จากนี้ไป ลู่อันจะหันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาขาเทียมชีวภาพ และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั้งตัว หรือก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีนั่นเอง
เมิ่งชิวเหยียนพยักหน้า "อืม เรื่องพวกนี้ให้ฉันจัดการเอง ฉันจะไปจัดการให้"
***
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลได้ประกาศสัญญาตัวแทนจำหน่ายที่ลงนามกับบริษัทโกลบอล ซึ่งดึงดูดความสนใจจากคนในวงการรวมถึงแวดวงนักลงทุนได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อได้เห็นรายละเอียดของสัญญาที่เปิดเผยออกมา ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
ไม่คาดคิดเลยว่าบริษัทโกลบอลจะ ยอมอ่อนข้อ ขนาดนี้ ถึงกับยอมเซ็นสัญญาแบบนี้ได้
ไม่นานหลังจากนั้น เรื่องนี้ก็ได้ยินไปถึงหูของเพื่อนรักอย่างฉินอี้อวิ๋น ซึ่งก็คือเฮ่อจือหย่วน ลูกน้องของเขานั่นเองที่เป็นคนรายงาน
ฉินอี้อวิ๋นรีบโทรหาลู่อันทันที พอรับสายก็กล่าวชื่นชม "โห เชี่ย มีของนี่หว่า เซ็นสัญญาใหญ่ยักษ์ 7,500 ล้านได้แล้ว แถมอีกฝ่ายยังยอมเซ็นสัญญาแบบต่ำต้อยขนาดนี้อีก ฉันเพิ่งจะเคยเห็นกับตาวันนี้แหละว่าซัพพลายเออร์ตัวพ่อของจริงเป็นยังไง แข็ง โคตรแข็งเลยว่ะ!"
ลู่อันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ "หาเงินน่ะเพื่อน เขายอมอ่อนข้อให้หน่อยจะเป็นไรไป? ไม่ได้น่าอายซะหน่อย"
ฉินอี้อวิ๋นรีบถาม "รีบเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ ว่านายทำได้ยังไง มีเทคนิคการเจรจาอะไรบ้าง? โค้ชครับ ผมก็อยากเรียนเหมือนกัน!"
ลู่อันตอบอย่างใจเย็น "ไม่มีเทคนิคอะไรทั้งนั้น มีแต่ฝีมือล้วนๆ"
ฉินอี้อวิ๋นที่อยู่อีกฝั่งของสายโทรศัพท์ก็แสร้งโอดครวญ "ไม่ดีแล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว ไม่คิดเลยว่าแค่ครึ่งปี มูลค่าทรัพย์สินของนายจะแซงหน้าฉันไปแล้ว แม้แต่ข้อได้เปรียบเดียวที่ฉันมีเหนือกว่านายคือรวยกว่าก็จะหมดไปแล้วเหรอ ฉันยอมรับม่ายด้ายยยย..."
ฉินอี้อวิ๋นที่สืบทอดธุรกิจครอบครัว ตอนนี้มีมูลค่าทรัพย์สินรวมๆ แล้วประมาณสองพันกว่าล้าน
ในช่วงเวลานี้ ยอดขายล่วงหน้าของเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลทำรายได้ไป 1,700 ล้าน และตอนนี้ยังเซ็นสัญญาใหญ่มูลค่า 1,229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 7,500 ล้านหยวน
ตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นของเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลในปัจจุบัน หักสิทธิซื้อหุ้น 1.6% ออกไป อู๋เซี่ยง ฮุ่ยทงถือหุ้นทางอ้อม 15% ส่วนเมิ่งชิวเหยียนไม่ได้ถือหุ้น ตอนจดทะเบียนบริษัท หุ้นทั้งหมดอยู่ในชื่อของลู่อัน ดังนั้น 83.4% ที่เหลือจึงเป็นของลู่อันทั้งหมด ต่อให้ประเมินอย่างต่ำๆ ก็แซงหน้ามูลค่าทรัพย์สินของเพื่อนรักอย่างฉินอี้อวิ๋นไปแล้วอย่างแน่นอน
ลู่อันหัวเราะเบาๆ "มีฉันพานายบิน นายนอนรอสบายๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?"
ฉินอี้อวิ๋นถอนหายใจ "ต้องยอมรับเลยว่า ผลิตภัณฑ์ไฮเทคเนี่ยทำเงินได้จริงๆ!"
เมื่อเห็นธุรกิจของเพื่อนรักเจริญรุ่งเรืองขนาดนี้ ฉินอี้อวิ๋นก็รู้สึกดีใจแทนลู่อันด้วย
ว่ากันตามตรง ก่อนหน้านี้เขาลงทุนในเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลเพื่อเป็นทุนเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความห่วงใยในตัวเพื่อน และได้รับหุ้นของบริษัท 15%
ในตอนนั้น ฉินอี้อวิ๋นไม่ได้คาดหวังว่าหุ้นของเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลจะมีมูลค่าสักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งคิดว่าขอแค่เพื่อนรักขาดทุนช้าหน่อยก็พอแล้ว
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า หุ้นนี้จะมีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว
ทั้งสองคนคุยกันอีกสองสามประโยคก็วางสาย ต่างคนต่างไปทำงานของตัวเอง ลู่อันก็เริ่มพัฒนาขาเทียมชีวภาพ
ไม่ว่าจะเป็นแขนกลหรือขาเทียม ก็ล้วนถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั้งตัวที่จะทำในอนาคต หรือจะพูดได้ว่าผลิตภัณฑ์อย่างแขนกลเทียมชีวภาพหรือขาเทียมเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกแขนงออกมาจากการประยุกต์ใช้โมดูลส่วนต่างๆ ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั้งตัวในเชิงพาณิชย์
เพียงแค่หยิบเทคโนโลยีที่แตกแขนงออกมาจากโมดูลส่วนต่างๆ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์แขนกลเทียมชีวภาพ ก็เพียงพอที่จะทำให้บริษัทกลายเป็นบริษัทยูนิคอร์นระดับสุดยอดได้แล้ว
ในช่วงวันต่อๆ มา หลังจากสิ้นสุดวันหยุดเทศกาลตรุษจีน เข้าสู่ช่วงกลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลก็ได้ปิดดีลอีกหลายรายการ
ประกอบด้วยสัญญากระจายสินค้าในประเทศ 3 ฉบับ และสัญญาตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ 2 ฉบับ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 11,800 ล้านหยวน และยอดสั่งจองล่วงหน้าก็สะสมถึง 150,000 ชิ้นแล้ว
เมื่อรวมกับสัญญาก่อนหน้านี้ที่เซ็นกับบริษัทโกลบอล ยอดรวมก็สูงถึง 22,300 ล้านหยวน
***
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ วันศุกร์ ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรล
ในขณะนี้ที่ห้องทำงานของลู่อัน เมิ่งชิวเหยียนกำลังพูดคุยกับเขาอยู่
"สัญญาใหม่ 5 ฉบับ ได้รับเงินมัดจำล่วงหน้ารวม 2,000 ล้านหยวน วันนี้เข้าบัญชีหมดแล้ว" เมิ่งชิวเหยียนเหลือบมองลู่อัน แล้วเสริมว่า "ตอนนี้บริษัทเรามีเงินสดหมุนเวียนอยู่ 3,182 ล้านหยวนแล้ว"
ปัญหาขาดสภาพคล่องได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อมีเงินเหล่านี้ ก็สามารถขยายกำลังการผลิตตามแผนได้อย่างเป็นระบบ
เมิ่งชิวเหยียนยิ้มแล้วพูดว่า "ถ้าได้เซ็นอีกสักสองสามดีล เงินทุนที่ต้องใช้ในการผลิตแขนกลล้านชิ้นภายในปีนี้น่าจะเพียงพอแล้ว ยังมีบริษัททั้งในและต่างประเทศอีกหลายแห่งที่อยากจะได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้"
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตนี้ ต้องใช้เงินลงทุนเกือบ 8,000 ล้านหยวน
ลู่อันพูดขึ้นทันที "หยุดไว้ก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่"
เมิ่งชิวเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ถามอย่างไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะ?"
ลู่อันพูดว่า "มีตัวแทนจำหน่ายและผู้จัดจำหน่ายไม่กี่รายนี้ก็พอแล้ว เรายังต้องสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายของตัวเองอยู่ดี ถึงตอนนั้นถ้าผู้จัดจำหน่ายเหล่านั้นเติบโตขึ้นมา แล้วเราไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายของตัวเอง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะถูกพวกเขาควบคุมกลับ"
"ตอนนี้ก็เป็นเพราะเราไม่มีช่องทางการจัดจำหน่ายของตัวเองไม่ใช่เหรอ ถึงได้ต้องยอมมอบอำนาจการกำหนดราคาให้คนอื่นไป?"
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งชิวเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเห็นด้วย "อืม ก็มีเหตุผล"
ลู่อันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พอถึงช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หรือเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่สาม พอเงินจากสัญญา 22,300 ล้านทยอยเข้ามา เราก็จะเริ่มสร้างร้านค้าปลีกโดยตรงของเราเอง สร้างช่องทางการจัดจำหน่ายของตัวเอง"
***
ในขณะเดียวกัน เหล่านักลงทุนก็เริ่มร้อนใจ
เมื่อเห็นว่าเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรล กำลังจะทะยานขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นทุนในประเทศหรือต่างประเทศ ก็ยังไม่มีใครได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ ยังไม่มีใครได้ถือหุ้นของเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรลเลย ก็ร้อนใจกันจริงๆ
อนาคตของบริษัทนี้ช่างยิ่งใหญ่ นักลงทุนทุกแขนงต่างก็ยิ่งมองยิ่งเห็นว่าอนาคตไกล
ด้วยแนวโน้มในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่บริษัทยูนิคอร์นระดับสุดยอดเท่านั้น ในอนาคตการประเมินมูลค่าบริษัทถึงระดับแสนล้านก็มีความเป็นไปได้สูง
แต่ปัญหาก็คือ ผู้ก่อตั้งปฏิเสธการระดมทุนจากภายนอกทั้งหมด
ในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีบริษัทร่วมลงทุน (VC) หลายแห่งเดินทางมาที่สำนักงานใหญ่ของเมต้าเวิร์ส อินเทลลิเจนท์ คอนโทรล รวมถึงบริษัทชื่อดังในวงการอย่าง Sequoia Capital, IDG Capital ก็เคยมาเยี่ยมเยือนแล้ว เงื่อนไขให้เปิดได้ตามใจชอบ ขอแค่ได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ก็พอ
แต่ทั้งหมดก็ล้วนกลับไปอย่างผิดหวัง ไม่แม้แต่จะได้พบกับผู้ก่อตั้งอย่างลู่อัน เพราะคนที่ต้อนรับพวกเขาคือผู้บริหารคนอื่นๆ ในบริษัท
สถาบันการลงทุนต่างๆ ก็รู้สึกโกรธลู่อันเป็นอย่างมากเช่นกัน
ในเมื่อวิธีการปกติไม่สามารถขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้ ก็เริ่มมีคนคิดนอกลู่นอกทาง ตัดสินใจที่จะใช้วิธีการที่ไม่ปกติ
ทุนไม่เคยหลับใหล หากไม่บรรลุเป้าหมายก็จะไม่ยอมเลิกรา