บทที่ 2 อาหารค่ำที่น่าจดจำ

บทที่ 2 อาหารค่ำที่น่าจดจำ
[การงีบหลับอย่างสบายช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
ทันใดนั้นโรนันก็เรียกหน้าต่างกึ่งโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนขึ้นมา
[การก่อสร้าง เลเวล 1: 0/100]
[การเพาะปลูก เลเวล 1: 0/100]
[การเก็บเกี่ยว เลเวล 1: 0/100]
[ค่าประสบการณ์ที่ใช้ได้: 13]
ในเดือนที่ผ่านมา หนทางเดียวที่เขาจะได้รับ แต้มความสุข คือการนอนหลับ
แต่การจะได้มา 1 แต้มนั้นต้องนอนหลับให้ได้นานกว่า 8 ชั่วโมง แต่นี่แค่งีบหลับไม่กี่นาทีก็ได้มา 1 แต้มแล้วเหรอ?
ถ้างั้นถ้าได้นอนบนเตียงสบายๆ สัก 8 ชั่วโมง จะได้ แต้มความสุข เท่าไหร่กันนะ?
ความคิดนี้ทำให้โรนันตื่นเต้นราวกับได้ค้นพบขุมทรัพย์โดยไม่คาดฝัน
แต่ความสุขนี้ก็หายไปทันทีหลังจากที่เขาเข้าไปสำรวจภายในบ้านไร่
หยากไย่ที่หนาเตอะ ฝุ่นและขยะที่เห็นได้ทุกที่ เฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ครบครัน
โรนันถึงกับเริ่มสงสัยว่าการนอนที่นี่จะรักษา แต้มความสุข แม้เพียง 1 แต้มที่น่าสงสารนั้นไว้ได้หรือไม่
“อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยเลยสินะ”
ภายในบ้านไร่
ชั้นหนึ่งประกอบด้วยห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง ห้องอาหารที่สามารถรองรับคนได้สิบกว่าคนพร้อมกันหนึ่งห้อง ครัวแบบเปิดหนึ่งห้อง ห้องน้ำหนึ่งห้อง และห้องนอนอีกหนึ่งห้อง
แม้จะเรียกว่าห้องนอน แต่จริงๆ แล้วมันคือห้องเก็บของ ข้างในเต็มไปด้วยของเก่าขึ้นรา โรนันมองเพียงแวบเดียวก็ปิดประตูลง เวลาของวันนี้มีจำกัด ชั้นหนึ่งจึงไม่อยู่ในแผนการทำความสะอาดของเขา
ชั้นสองประกอบด้วยห้องนอนสามห้องและห้องน้ำสองห้อง
โรนันทำความสะอาดห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวอย่างง่ายๆ แล้วรีบร้อนออกจากบ้านเพื่อไปบ้านของหลุยส์
หลุยส์บอกว่าหมู่บ้านลูร์มาแรงจะค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเหมือนเปลือกหอยทากโดยมีโบสถ์เก่าเป็นศูนย์กลาง เมื่อได้เหยียบย่างเข้ามาในหมู่บ้านจริงๆ โรนันถึงได้รู้ว่าบ้านของเขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ ‘เปลือกหอยทาก’
ยิ่งเข้าใกล้บ้านของหลุยส์ บ้านเรือนก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น บ้านหลายแถวที่อยู่หลังบ้านของหลุยส์บางหลังก็สร้างติดกันเป็นแถวแล้ว ซึ่งแตกต่างจาก ‘ที่กว้างคนน้อย’ ของบ้านเขาโดยสิ้นเชิง
คนที่มาเปิดประตูให้โรนันคือลีอา ภรรยาของหลุยส์ เธอเป็นผู้หญิงสวยผิวสีข้าวสาลี รูปร่างเล็กแต่ดูแข็งแรงมาก
หลังจากโรนันแนะนำตัวเองและมอบไวน์แดงที่หอบหิ้วมาจากปารีสเป็นของฝากให้เธอ ลีอาก็ต้อนรับเขาเข้ามาอย่างอบอุ่น
“เข้ามาสิ พวกเขารอเธออยู่”
พวกเขา?
ปฏิกิริยาแรกของโรนันคือนึกถึงลูกชายลูกสาวของหลุยส์ แต่เมื่อเห็นมีดส้อมสิบกว่าชุดถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าปูโต๊ะสวยงาม เขาก็ตระหนักได้ว่าเรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นแน่
หลุยส์ที่ถือแก้วไวน์อยู่โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้
“ดูสิว่าใครมา เพื่อนบ้านใหม่ของเรานี่เอง!”
ในชั่วพริบตา โรนันก็ถูกผู้คนรุมล้อม
คนแปลกหน้าสิบกว่าคนแสดงความยินดีกับเขาอย่างออกรสออกชาติ
ทำไมถึงบอกว่าออกรสออกชาติน่ะเหรอ?
ก็เพราะคนพวกนี้ลงไม้ลงมือจริงๆ บางคนตบหลังโรนัน บางคนต่อแถวทักทายเขาด้วยการเอาแก้มชนกัน และยังมีชายผมขาวคนหนึ่งที่โผเข้ากอดเขาโดยตรง
ครั้งสุดท้ายที่โรนันได้สัมผัสร่างกายกับคนจำนวนมากขนาดนี้พร้อมกันคือตอนเดินขบวนประท้วงที่ปารีส แต่ตอนนั้นเป้าหมายของคนพวกนั้นไม่ใช่เขา แต่เป็นรัฐบาล
สถานการณ์แบบนี้สำหรับโรนันที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันออกตั้งแต่เด็ก ถือว่าร้อนแรงเกินไปหน่อย
มีคนฝรั่งเศสที่ชอบการสัมผัสร่างกายขนาดนี้ด้วยเหรอ?
หญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ สวมเสื้อสเวตเตอร์สีขาว กางเกงผ้าทวีดสีน้ำตาล ผมยาวสีทอง ยื่นแก้วที่บรรจุของเหลวไม่มีสีให้โรนัน
“หวังว่าคุณจะชอบที่นี่นะคะ”
ผู้หญิงคนนี้มีดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ใครได้เห็นครั้งเดียวก็ไม่อาจลืมเลือน โรนันสาบานเลยว่าถ้าเธอมาสัมผัสร่างกายเขา เขาจะไม่บ่นเลยสักคำ แต่น่าเสียดายที่นี่เป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากเข้ามาในบ้าน
เมื่อเห็นโรนันไม่รับแก้ว เด็กสาวคนนั้นก็กะพริบตาแล้วพูดติดตลกว่า
“หรือว่าผู้ชายปารีสไม่ดื่มเหล้าโป๊ยกั้ก จะแย่งไวน์หวานกับพวกผู้หญิงเหรอคะ”
“ขอบคุณครับ” โรนันรับแก้วมาแล้วแนะนำตัวเอง “โรนันครับ”
“โซอีค่ะ” โซอีใช้คางชี้ไปที่หลุยส์ “พ่อฉันบอกว่าคุณมาจากปารีส คุณดื่มเหล้าของที่นี่ได้ไหมคะ? เมื่อกี้แค่ล้อเล่นนะคะ ถ้าไม่ชินฉันไปเอาไวน์โรเซ่ให้ได้นะ มันดื่มง่ายกว่า”
ในปี 1986 ชาวจีนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่อาศัยอยู่รวมกันในไม่กี่เขตของปารีส
โรนันเดาว่าเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ที่มาในวันนี้คงถูกดึงดูดมาเพราะสีผิวของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น คนโพรวองซ์ยังมี ‘อคติ’ ที่เห็นได้ชัดต่อคนปารีส ถึงแม้จะเป็นคนฝรั่งเศสเหมือนกัน แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนเป็นคนต่างชาติ
ในเรื่องนี้ปารีสไม่ใช่เหยื่อเพียงรายเดียว ชาวประมงในรัฐเมนของอเมริกาก็ปฏิบัติต่อชาวนิวยอร์กเช่นนี้ เกษตรกรในยอร์กเชียร์ของอังกฤษก็ปฏิบัติต่อชาวลอนดอนเช่นนี้เหมือนกัน
ตอนนี้บัฟสองชั้นทั้งผิวเหลืองและคนปารีสซ้อนทับกัน ก็พอจะจินตนาการได้ว่าภาพลักษณ์ของโรนันในใจของคนเหล่านี้เป็นอย่างไร
แม้ว่าพวกเขาจะพยายามเก็บอาการอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังคงมีแวว ‘สงสัย’ หลุดออกมาเป็นครั้งคราว
แต่โรนันเริ่มแอบดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ตอนนี้ก็มีอายุการดื่มมาถึงปีที่สิบสองแล้ว
แต่เหล้าโป๊ยกั้กนี่สิ…
เหล้าโป๊ยกั้กเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำจากน้ำมันโป๊ยกั้กและเหล้ากลั่นเป็นส่วนประกอบหลัก เวลาดื่มจะใส่น้ำแข็งก่อนแล้วค่อยผสมน้ำในอัตราส่วนห้าเท่า ปกติจะเป็นสีใส แต่ก็มีเหล้าโป๊ยกั้กสีเหลืองอ่อน สีเหลือง และสีเขียวด้วย เป็นที่นิยมมากในแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
โรนันเคยดื่มที่ปารีสสองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้ชอบนัก รสชาติมันค่อนข้างฝาด
แต่เพื่อที่จะลบล้างป้ายที่ติดอยู่บนตัวเขาให้เร็วที่สุด เขาจึงดื่มเข้าไปอึกใหญ่
“ผมชอบเหล้าโป๊ยกั้กมาก”
รสชาติที่สัมผัสได้ทำเอาโรนันประหลาดใจอย่างยิ่ง มันแตกต่างจากรสชาติที่เคยดื่มในปารีสมาก กลับอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว
[การได้ลิ้มรสเหล้าโป๊ยกั้กขนานแท้ช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
โรนันตกใจจนพูดไม่ออก… แบบนี้ก็ได้เหรอ?
โซอีที่อยู่ตรงข้ามเขายิ้มแล้วพูดว่า
“ชอบก็ดีแล้วค่ะ หวังว่าต่อไปคุณจะชอบอาหารบ้านๆ ขนานแท้ด้วยนะคะ”
ในไม่ช้า คนโพรวองซ์ก็ได้สอนบทเรียนให้โรนันอีกครั้ง
นี่เป็นมื้ออาหารที่โรนันจะไม่มีวันลืมเลือน
ไม่สิ ต้องบอกว่าหลายมื้อต่างหาก
ก่อนที่ทุกคนจะนั่งลง ลีอาผู้เป็นแม่บ้านแม่เรือนก็แทบจะจัดโต๊ะจนเต็มแล้ว
โรนันนับดูแล้ว มีอาหารเรียกน้ำย่อยเย็นทั้งหมดสิบอย่าง
มะกอกดำ ปลาซาร์ดีนทอด ปลาค็อดดองในครีม เห็ดหมักชีส ปลาหมึกตัวเล็ก หัวหอมกับซอสมะเขือเทศสด ไส้กรอก พริกหยวกดองน้ำมันมะกอก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคลุกถั่วโหระพา และผลไม้เคลือบน้ำตาล
กลางโต๊ะอาหาร ขนมปังถูกอบจนหอมกรอบ แค่เห็นสีก็อยากจะกินให้หมดทั้งแท่งแล้ว
อาหารจานแรกคือซี่โครงแกะ พอโรนันใช้ขนมปังเช็ดจานจนสะอาด อาหารจานที่สองก็มาถึง นั่นคือพิซซ่าหน้าคาเวียร์และชีสขนาดใหญ่
จากนั้นก็มีพายไส้กระต่ายป่า หม้อตุ๋นรวมมิตร เนื้อตุ๋นไวน์แดง และซุปปลา…
[การได้ลิ้มรสปลาค็อดในครีมช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
[การได้ลิ้มรสเนื้อกระต่ายป่าแสนอร่อยช่วยเพิ่มแต้มความสุข 2 แต้ม]
[การได้ลิ้มรสผักสดตามฤดูกาลช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
[การได้ลิ้มรสพิซซ่าอบสดใหม่ช่วยเพิ่มแต้มความสุข 1 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นข้างหูโรนันไม่ขาดสาย
คืนนี้เป็นคืนที่เก็บเกี่ยวได้เต็มที่จริงๆ ในทุกๆ ด้าน!
“ฤดูหนาววัตถุดิบค่อนข้างขาดแคลน ยังพอกินได้ไหม” ลีอาถามถึงประสบการณ์การทานอาหารของโรนันเป็นครั้งที่ไม่รู้เท่าไหร่
“ยอดเยี่ยมมากครับ!” โรนันกลืนเนื้อตุ๋นคำสุดท้ายลงไปอย่างยากลำบากแล้วยกแก้วขึ้น “ขอบคุณสำหรับการต้อนรับครับ คุณนายลีอา”
ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าการกินและการดื่มก็เป็น ‘เรื่องที่มีความสุข’ ได้เหมือนกัน ผมกินดื่มอยู่ที่ปารีสมาเป็นเดือน ไม่เคยได้ยินเสียงแจ้งเตือนเลยสักครั้ง
โรนันเริ่มวาดฝันถึงอนาคตอันแสนสุขที่เขาสามารถสร้างอาณาจักรแห่งการกินได้แล้ว
พวกผู้ชายบนโต๊ะเริ่มสูบบุหรี่ พวกผู้หญิงก็คุยกันเรื่องตลาดนัดที่หมู่บ้านข้างๆ โรนันเดาว่าอาหารค่ำคงจะจบลงแล้ว และกระเพาะของเขาก็ไม่สามารถแบกรับ ‘ความสุข’ ที่มากกว่านี้ได้อีกแล้วจริงๆ
ขณะที่เขากำลังจะตรวจสอบว่าคืนนี้กินความสุขไปได้เท่าไหร่ ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลีอาเก็บจานจนสะอาดอีกครั้ง แล้วยกถาดอบขนาดใหญ่ยักษ์ที่น่าเหลือเชื่อออกมาจากครัวหลังบ้านที่เหมือนกับหีบสมบัติ
นั่นคือหมูป่าอบหัวหอมไวน์แดงทั้งตัว!
หลุยส์ไม่สนใจแววตาตื่นตระหนกของโรนัน เขาเฉือนขาหมูป่ามาวางบนจานของโรนันแล้วยิ้มกว้าง
“พ่อหนุ่ม ยินดีต้อนรับสู่โพรวองซ์”

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 2 อาหารค่ำที่น่าจดจำ

ตอนถัดไป