บทที่ 6: 【การ์ดเปลี่ยนภาพลักษณ์】
บทที่ 6: 【การ์ดเปลี่ยนภาพลักษณ์】
วันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2025, วันอาทิตย์, ฟ้าครึ้ม
อุณหภูมิ 23℃~29℃, ลมตะวันออกเฉียงใต้, ความเร็วลมน้อยกว่า 3 ระดับ, เหมาะแก่การออกไปข้างนอก
แปดโมงครึ่งเช้า หลังจากหลินเซินตื่นนอน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือควานหามือถือข้างหมอน
「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 27 ก.ค. เวลา 00:01 จำนวน 1700.00หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 66,000.00 หยวน」
“ยังขาดอีกสามหมื่นสี่”
หลังจากยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว หลินเซินก็เก็บที่นอน แล้วเริ่มเพลิดเพลินกับช่วงเวลาสุดสัปดาห์ที่หาได้ยาก
อย่างแรกเลยก็คือการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง
78 กิโลกรัม!
พอหลินเซินที่ยืนอยู่บนเครื่องชั่งไขมันก้มลงมองเห็นตัวเลขนี้ ในใจก็รู้สึกประหลาดใจและดีใจเป็นอย่างมาก
แค่สัปดาห์เดียวลดไปตั้งสี่กิโลกรัม (*แปดชั่งจีน = สี่กิโลกรัม) ผลลัพธ์ชัดเจนจริงๆ!
แน่นอนว่านอกจากการออกกำลังกายอย่างหนักในทุกๆ วันแล้ว ประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น 50% ก็ช่วยหลินเซินได้มากเลยทีเดียว
“ดูท่าอีกไม่นานก็คงจะทำภารกิจลดน้ำหนักสำเร็จแล้ว”
หลินเซินเดินไปที่กำแพง ยืนตัวตรงพิงกำแพง แล้วใช้วิธีวัดส่วนสูงแบบตอนเด็กๆ ขีดรอยตื้นๆ ไว้บนหัว
มันสูงกว่ารอยที่ขีดไว้เมื่อสี่วันก่อนประมาณ 1 เซนติเมตร
ได้ผลขนาดนี้เลยเหรอ!?
หลินเซินตกใจมาก
ช่วงนี้ ก่อนนอนทุกคืนเขาจะเคี้ยว【แคลเซียมเพิ่มความสูง】สองเม็ด ตอนแรกนึกว่าจะไม่เห็นผลเร็วขนาดนี้
ผลลัพธ์คือสี่วันก็สูงขึ้น 1 เซนติเมตรเลยเหรอ?!
นี่สำหรับผู้ใหญ่ที่ร่างกายหยุดการเจริญเติบโตแล้ว เรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยทีเดียว!
หลินเซินอารมณ์ดีสุดๆ ฮัมเพลงเบาๆ พลางล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้ว ก็มายืนเก๊กท่าหลงตัวเองหน้ากระจกอยู่พักหนึ่ง
ผลลัพธ์ของ【เจลขัดหน้าลดไขมัน】ทำให้รูปหน้าของเขาเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด บวกกับพุงที่ไม่ป่องเหมือนเมื่อก่อนแล้ว รูปร่างก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากอ้วนเป็นสมส่วน ดูดีขึ้นมาก
อย่างน้อยก็ดูมีชีวิตชีวากว่าเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเยอะเลย
“บางทีอาจจะถึงเวลาใช้การ์ดเปลี่ยนภาพลักษณ์แล้วล่ะมั้ง”
หลินเซินคิดอยู่นาน สุดท้ายก็หยิบมือถือขึ้นมา กดที่【การ์ดเปลี่ยนภาพลักษณ์】
【ยินดีด้วย! คุณได้เปิดใช้งาน “การ์ดเปลี่ยนภาพลักษณ์” ! โปรดทำการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายใน24 ชั่วโมง วงเงินห้าหมื่นหยวน หลังจากหมดเวลาแล้ว ระบบจะทำการประเมินและคิดคะแนนตามภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดของคุณ】
“ภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดงั้นเหรอ”
หลินเซินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าจะทำภารกิจออกกำลังกายของวันนี้ให้เสร็จก่อน
อย่างแรกเลยก็คือการวิ่งจ็อกกิงห้ากิโลเมตรเป็นประจำทุกวัน
จากตอนแรกที่วิ่งด้วยความเร็ว 7 นาทีต่อกิโลเมตร จนตอนนี้เหลือหกนาทีกว่าๆ ความเหนื่อยยากลำบากนั้นมีเพียงหลินเซินเท่านั้นที่รู้ดี
หลังจากวิ่งเสร็จแล้วพักสักครู่ ก็ต่อด้วยเบอร์พี ปีนบันได และยืนม้า (ท่าบริหารแบบจีน)
สองอย่างแรกทำเพื่อลดความอ้วน ส่วนอย่างหลังทำเพื่อบำรุงไต
ช่วยไม่ได้จริงๆ ถึงแม้หลินเซินจะแอบเคืองนิสัยขี้งอนของกู้ว่านถิงอยู่บ้าง แต่บนเตียงเธอก็เร่าร้อนไม่ใช่เล่น!
ลีลาแพรวพราวสารพัด แถมยังพยายามตอบสนองทุกความต้องการของเขาอีกด้วย
นี่จึงทำให้หลินเซินกลางวันก็ทำงาน กลางคืนก็ยังต้อง “ทำงาน” อีก!
พลังไตพร่องไปเยอะเลย
เพื่อฟื้นฟูความเป็นชายชาตรี หลินเซินจึงทั้งลดความอ้วนและไม่ลืมที่จะบำรุงร่างกายด้วยวิธีต่างๆ เช่น ปาต้วนจิ่น (ท่าบริหารร่างกายแบบจีน) ก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยชราก่อนวัยอันควรไปซะแล้ว
“ฟู่—!”
พอทำตามแผนการออกกำลังกายเสร็จ เวลาช่วงเช้าก็ผ่านไปแล้ว
หลินเซินทำอาหารคลีนมื้อกลางวันให้ตัวเอง ตั้งใจว่าจะงีบหลับสักพัก แล้วตอนบ่ายค่อยทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่
แต่ทันใดนั้น มือถือก็มีข้อความวีแชทส่งเข้ามา
[ฉินเยว่นาน: คืนนี้ฉันเลี้ยงข้าวคุณนะ]
หา?
หลินเซินอึ้งไปในทันที
ตั้งแต่แอดวีแชทของฉินเยว่นานเป็นเพื่อน ทั้งสองคนก็คุยกันค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงาน
หลินเซินก็ไม่ได้ปิดบังอะไร แถมยังกระตือรือร้นเสนอความคิดเห็นของตัวเองอีกด้วย
บวกกับที่เจอกันบ่อยๆที่ฟิตเนส ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากเจ้านายลูกน้องมาเป็นเพื่อนกัน
อย่างน้อยหลินเซินก็คิดแบบนั้นนะ
แต่เขาก็ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉินเยว่นานจะดีถึงขนาดที่เธอจะเอ่ยปากชวนกินข้าวเป็นการส่วนตัว
หรือว่าความคิดเห็นของเขาจะช่วยเธอได้จริงๆ?
เหตุผลเดียวที่หลินเซินนึกออกก็คืออันนี้แหละ ทันใดนั้น ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย
ฉินเยว่นาน นักศึกษาระดับหัวกะทิ ปริญญาโทด้านการจัดการจากมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น อายุ 28 ปี
เรียนจบมาสามปีก็ขึ้นมานั่งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโฉ่งโย่วเจียได้ โดยไม่ได้อาศัยเส้นสายใดๆ ทั้งสิ้น
บวกกับใบหน้าที่สวยประณีตออกแนวเยือกเย็น และรูปร่างที่โค้งเว้าเย้ายวน
ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าที่ดูเย็นชาของเธอ คงจะมีคนมาชอบเธอเยอะแยะมากมาย
ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เป็นจุดสนใจเสมอ
การที่จะได้ไปกินข้าวกับสาวสวยรวยเก่งแบบนี้ ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงจะโกหกแล้วล่ะ
แต่หลินเซินก็ยังโอเคอยู่ อย่างมากก็แค่คิดว่าจะใส่ชุดอะไรไปดีคืนนี้ เพราะต้องพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ได้มากที่สุด
หลังจากเปิดตู้เสื้อผ้าค้นหาอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายเขาก็เลือกเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงคาร์โก้ขาสั้นสีเทา ซึ่งเป็นการแต่งตัวที่เรียบง่าย
จริงๆ แล้วก็ไม่มีตัวเลือกอื่นมากนัก เสื้อผ้าที่หลินเซินใส่หน้าร้อนก็มีอยู่ไม่กี่ชุด แค่จับคู่ให้ออกมาดูดีที่สุดก็พอแล้ว
“บางทีน่าจะไปตัดผมหน่อยนะ”
หลินเซินส่องกระจก รู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนทรงผมตัวเองแล้ว
ต้องรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า ทรงผมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของผู้ชายมากที่สุด ในโลกออนไลน์มักจะถูกแซวว่าเป็น “ทรัพย์สินส่วนกลางระหว่างคู่รัก” เลยทีเดียว
แต่เงื่อนไขคือ คุณต้องหาช่างตัดผมที่ถูกใจให้เจอเสียก่อน
เรื่องนี้ทำให้หลินเซินลำบากใจ
หลังจากเลือกแล้วเลือกอีก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทุ่มสุดตัว จองคิวช่างตัดผมคนหนึ่งจากในติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคน
ประวัติส่วนตัวกับฝีมือดูแล้วก็ไม่เลวเลยทีเดียว เพียงแต่ค่าบริการมันแพงไปหน่อย
998 หยวน แถมบำรุงผมฟรีสามครั้ง
นี่มันปล้นกันชัดๆ!
หลินเซินอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
ถึงแม้เขาจะเข้าใจว่าค่าครองชีพในเซี่ยงไฮ้มันแพง แต่แค่สระ ตัด ซอย ไม่ได้ดัดไม่ได้ย้อม ราคามันจะถึงพันหยวนเลยเหรอ?
“ถ้าตัดออกมาแล้วไม่หล่อ ฉันจะแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย”
หลินเซินลุกออกจากบ้าน เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินตามที่อยู่ที่ให้ไว้ในติ๊กต็อกไปยังย่านการค้าอู่เจี่ยวฉ่าง หลังจากเดินหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอร้านตัดผมที่ชื่อว่า “Jason Private Custom”
ร้านไม่ใหญ่มาก แต่การตกแต่งที่เรียบง่ายกลับแฝงไปด้วยรายละเอียดที่ประณีตทุกมุม
ลูกค้าค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่เป็นสาวเมืองที่มาดัดผมหรือทำสีผม
“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าต้องการทำอะไรคะ?”
“ผมจองคิวตัดผมไว้ตอนบ่ายสามโมงครับ”
หลินเซินแจ้งให้พนักงานต้อนรับทราบ
“ช่างทำผมเหมือนจะชื่อ... เจสัน?”
“คุณคือคุณหลินใช่ไหมคะ!”
พนักงานสาวสวยอายุน้อยเป็นคนต้อนรับหลินเซิน
เธอดูตื่นเต้นมาก ให้เพื่อนร่วมงานมารับช่วงต่อ แล้วก็เดินออกมาจากเคาน์เตอร์ต้อนรับ ยิ้มโค้งคำนับแล้วก็พาหลินเซินเดินเข้าไปในร้าน
“ฉันชื่อเสี่ยวลี่ค่ะ เชิญตามฉันมาเลยค่ะ! ผู้จัดการร้านรอคุณอยู่นานแล้ว”
คุณหลิน?
คำเรียกนี้ทำให้หลินเซินรู้สึกเห่อๆ ขึ้นมาเหมือนกัน แถมเขายังสังเกตเห็นอีกว่าการแต่งตัวของพนักงานในร้านนี้ดูมีสไตล์มาก
นอกจากช่างตัดผมที่มีทรงผมแปลกประหลาดสารพัดกับสีผมหลากสีสันแล้ว พนักงานหญิงก็ใส่ชุดยูนิฟอร์มคล้ายๆ กับแอร์โฮสเตส
กระโปรงรัดรูปกับถุงน่องซีทรู ดูเซ็กซี่ไม่เบาเลยทีเดียว
ส่วนพนักงานชายก็เป็นหนุ่มหล่อหุ่นนายแบบ สูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรทุกคน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่ปลดกระดุมออกสองสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกลางๆ
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
หลินเซินถึงกับตาโต
นี่ฉันไม่ได้ออกมาเดินเที่ยวมานานแล้วเหรอ ทำไมเดี๋ยวนี้ร้านตัดผมมันพัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้วล่ะ?
“Hello! คุณหลิน”
หลังจากที่เสี่ยวลี่พาหลินเซินไปนั่งบนเก้าอี้หมุนที่มุมร้านแล้ว ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูไม่แก่มากก็เดินเข้ามาหา
เขาไว้ผมมวยแบบญี่ปุ่น หนวดเคราก็ดูเหมือนจะได้รับการดูแลตัดแต่งมาอย่างดี แขนทั้งสองข้างมีรอยสักลายดอกไม้ขนาดใหญ่ ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก
“ผมคือช่างโทนี่ที่คุณจองคิวไว้ ผู้ก่อตั้งร้านนี้ เจสันครับ”
“สวัสดีครับ”
หลังจากจับมือกับเจสันแล้ว หลินเซินก็แอบบ่นในใจเงียบๆ
ทำไมช่างตัดผมพวกนี้ถึงชอบตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ตัวเองกันจังเลยนะ?