บทที่ 13: อิสรภาพหลังลาออก

บทที่ 13: อิสรภาพหลังลาออก


หกโมงยี่สิบนาที (เย็น)

แสงสุดท้ายของวันที่ขอบฟ้าค่อยๆ ไล่ระดับสีเป็นชั้นๆ เหมือนคลื่นในทะเล จากสีส้มเข้มค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน มอบผ้าคลุมบางเบาที่ดูพร่ามัวให้กับทั้งเมือง

แชะ—!

พอเดินออกจากประตูบริษัท หลินเซินก็กดชัตเตอร์อย่างเด็ดเดี่ยว ใช้มือถือบันทึกภาพทิวทัศน์ที่สวยงามตรงหน้าไว้

ที่แท้พระอาทิตย์ตกดินมันสวยขนาดนี้เลยเหรอ?

ในใจหลินเซินเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

หลังจากลาออก เขาก็ไม่ได้ดีใจสุดขีดอย่างที่คิดไว้ เพียงแต่รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ผ่อนคลายจนเขารู้สึกสับสนเล็กน้อยด้วยซ้ำ

ต่อไปนี้ฉันควรจะทำอะไรดี?

ออกจากเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงอย่างเซี่ยงไฮ้ กลับไปนอนตีพุงอยู่บ้านเกิด?

หรือว่าจะไปเที่ยวรอบโลกดี?

ระหว่างทางกลับบ้าน หลินเซินเอาแต่คิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับแวะผ่านจุดสีแดงที่แสดงอยู่บนแอป【โลว์เต๋อ】ไปด้วย

【ได้รับเงินทุนสำหรับธุรกิจ 10,000 หยวน!】

【ได้รับเงินทุนสำหรับธุรกิจ 10,000 หยวน!】

ในที่สุด หลินเซินก็มาถึงข้างสนามบาสเกตบอลในชุมชนใกล้ๆ ที่พักของเขา

คนที่เล่นบาสเกตบอลในสนามส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยมปลาย นานๆ ครั้งก็จะมีคุณลุงสองสามคนที่โชว์ทักษะการชู้ตลูกฮุกสามแต้มให้ดูบ้าง

ส่วนคนที่ยืนอยู่นอกสนาม ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่

บางคนก็เป็นพ่อแม่ที่พาลูกมาเล่น บางคนก็เป็นมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเลิกงาน

พวกเขาสวมชุดทำงานเต็มยศ แขนพาดเสื้อสูทไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและอิจฉา แต่พอรับโทรศัพท์แล้วก็รีบหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ในสนามคือความฝัน นอกสนามคือชีวิต

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยหลินเซินก็เคยเข้าร่วมทีมบาสเกตบอลของคณะเหมือนกัน แต่พอออกมาทำงานแล้วก็ไม่เคยได้แตะบาสเกตบอลอีกเลย

ตอนนี้ เขากลับรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาซะงั้น

“น้องชาย เพิ่งเลิกงานเหรอ?”

ทันใดนั้น คุณลุงวัยกลางคนในชุดสูทเต็มยศคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาหลินเซิน ยื่นบุหรี่ให้แล้วก็ชวนคุย

“สนใจจะลงไปเล่นด้วยกันไหม? ฉันว่าในสนามนั้นยังขาดคนอีกสองคนนะ”

“ได้ครับ ผมไม่สูบบุหรี่ ขอบคุณครับ”

หลินเซินโบกมือปฏิเสธบุหรี่ของคุณลุงวัยกลางคน จากนั้นก็เดินไปกับเขา แสร้งทำเป็นคนเดินผ่านทางมาที่ข้างสนาม หยิบลูกบาสเกตบอลที่กระดอนออกมา แล้วก็เนียนๆ เข้าร่วมวงชู้ตลูกไปกับคนอื่นๆ ด้วย

ผู้ชายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกแบบนี้แหละ

คุณไม่พูด ฉันไม่พูด หรือแม้แต่ทุกคนจะไม่รู้จักชื่อกันและกันเลยด้วยซ้ำ

แต่พอคนครบแล้ว แค่มีใครสักคนตะโกนขึ้นมาว่า “เล่นกันไหม” ทุกคนก็พร้อมใจกันตอบรับทันที

“ได้”

“งั้นก็ เคอร์รี ลุงอ้วน ลุงผอม แล้วก็ฉันอยู่ทีมเดียวกัน ส่วนคุณลุง หนุ่มหล่อ แล้วก็นักเรียนสองคนนี้อยู่อีกทีม โอเคไหม?”

“อืม ฉันเล่นไม่ค่อยเป็นนะ ออมมือให้หน่อยแล้วกัน”

“ไม่เป็นไรๆ ทุกคนก็เล่นไม่ค่อยเป็นเหมือนกันแหละ เล่นสนุกๆ”

เล่นสนุกๆ?

หลินเซินนึกว่าจะเจอเกมแบบเล่นกันขำๆ ผลลัพธ์คือแต่ละคนมีทีเด็ดกันทั้งนั้น

ไม่ชู้ตสามแต้มแม่นเหมือนจับวาง ก็เลี้ยงลูกบุกทะลวงเร็วเหมือนสายฟ้าฟาด ทำเอาเขาอึดอัดไปเลย

ตอนแรกหลินเซินยังรู้สึกเกร็งๆ อยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะรับผิดชอบการส่งต่อลูกกับการเคลื่อนที่บริเวณนอกเส้นสามแต้ม คอยสกรีนให้คนอื่นทำคะแนน

ตรงกันข้าม คุณลุงวัยกลางคนที่เข้ามาทักเขาตอนแรกกลับดูกระตือรือร้นมาก ถึงแม้ชุดสูทจะทำให้ขยับตัวไม่ค่อยสะดวก แต่จากท่าทางการเลี้ยงลูกลอดขาก็พอจะดูออกว่า เมื่อก่อนเขาต้องเคยเป็นนักบาสเกตบอลฝีมือดีคนหนึ่งแน่ๆ

เพียงแต่ถูกชีวิตและกาลเวลาขัดเกลาจนความเก่งกาจนั้นเลือนหายไป

“น้องชาย ลองดูสักลูกสิ”

คุณลุงวัยกลางคนส่งลูกบาสให้หลินเซิน แล้วก็ส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ถอยออกไปให้เขาเล่นเดี่ยว

“อย่าเอาแต่ส่งลูกสิ ลองดูบ้าง”

“...”

หลินเซินลังเลเล็กน้อย ก็แหม... เขาไม่ได้จับลูกบาสมานานแล้ว ฝีมือต้องตกไปเยอะแน่ๆ

แต่ท่าทางที่มันฝังลึกอยู่ในความทรงจำก็ยังคงแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว

หลินเซินจับลูกบาส ย่อตัวลงต่ำ ก้าวไปทางซ้ายหนึ่งก้าวเพื่อหลอกตัวประกบ จากนั้นก็เลี้ยงลูกไขว้หลังไปทางขวาแล้วก็บุกทะลวงเข้าใต้แป้น

พอตัวประกบฝั่งตรงข้ามตามมาทัน เขาก็เลี้ยงลูกลอดขาอีกครั้ง แล้วก็หยุดกะทันหันกระโดดชู้ต

ลูกบาสลอยเข้าห่วงอย่างแม่นยำ

“สวยงาม!”

คุณลุงวัยกลางคนอดที่จะปรบมือให้ไม่ได้

“ไม่เลวเลยนะไอ้หนุ่ม ซ่อนรูปจริงๆ!”

“ขอบคุณครับ”

หลินเซินยิ้มอย่างถ่อมตัว กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าผลลัพธ์จากการออกกำลังกายหนึ่งสัปดาห์มันจะดีขนาดนี้!

หลินเซินรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่ไร้กังวลสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง อาศัยสมรรถภาพทางร่างกายสู้กับเด็กมัธยมปลายกลุ่มนี้ได้อย่างสูสี

แถมตอนท้ายยังเกิดคึกขึ้นมา ลองดั๊งก์ดูด้วย!

โครม—!

น่าเสียดายที่ลูกบาสกระแทกขอบห่วงแล้วก็กระดอนออกมา

“เชี่ย!”

พอเห็นหลินเซินที่สวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็คสามารถกระโดดแตะขอบห่วงได้ ทุกคนก็อดที่จะทำหน้าประหลาดใจไม่ได้

ไอ้หมอนี่มันแกล้งทำเป็นอ่อนหรือเปล่าวะ?

เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แบบนั้น

แม้แต่หลินเซินเองก็ยังไม่คิดเลยว่า พลังกระโดดของเขาจะสูงกว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเสียอีก!

นี่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก

ประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น 50% ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสมรรถภาพทางร่างกายโดยรวมอีกด้วย!

ไอ้【แอปสุขภาพและการออกกำลังกาย】นี่มันของดีจริงๆ นะเนี่ย!

“น้องชาย! เก่งมากเลยนะ!”

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน คนที่เล่นบาสเกตบอลก็ค่อยๆ ทยอยกันกลับ คุณลุงวัยกลางคนก็เดินมาหาหลินเซินแล้วก็ยื่นขวดน้ำให้ พลางยิ้มแนะนำตัวเอง

“ฉันชื่อจางกั๋วต้ง แล้วนายล่ะชื่ออะไร?”

“หลินเซินครับ”

“คราวหน้าถ้าว่างก็มาเล่นด้วยกันอีกนะ”

จางกั๋วต้งโบกมือให้หลินเซิน

“ฉันมีธุระต้องไปก่อนแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะถ้ามีโอกาส!”

“ได้เลยครับ”

หลินเซินมองตามจางกั๋วต้งที่รับโทรศัพท์แล้วก็เดินจากไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

ไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากลาออกจะเป็นการเล่นบาสเกตบอล!

แต่มันสะใจจริงๆ นะ!

พอไม่มีแรงกดดันเรื่องเงินแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำได้เลย!

“เย้ส!”

หลินเซินกางแขนออกตะโกนออกมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะระบายออกมายังไงก็ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกอิสระที่แสนจะสะใจในตอนนี้ได้เลย

นี่สิถึงจะเรียกว่าชีวิต!

หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินเซินก็อาบน้ำก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นก็ต้มข้าวโพดสองฝักเป็นอาหารเย็น

เขากินไปพลางนั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ไปพลาง ย้ายไฟล์งานทั้งหมดไปไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันเพื่อสำรองข้อมูล

สุดท้าย หลินเซินก็ออกจากกลุ่มแชทที่ไร้สาระทั้งหมดในวีแชท เป็นการบอกลาชีวิตการเป็นลูกจ้างอย่างเป็นทางการ

“จบแล้ว!”

หลินเซินบิดขี้เกียจ ทันใดนั้นสวีเหล่ยก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนเข้ามาพอดี

หลังจากเขากดรับแล้ว ก็ลองเปิดเข้าไปดูโมเมนต์ของสาวแว่นคนนี้ดูเล่นๆ ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

ในนั้นมีแต่รูปถ่ายชีวิตประจำวันที่ดูดีมีสไตล์ การแต่งตัวที่สวยหรูดูแพงของเธอแตกต่างจากตอนทำงานราวกับเป็นคนละคน

ขาเรียวยาวในถุงน่องสีดำ + รูปถ่ายมุมข้างสุดเก๋ + อาหารเย็นสุดหรู

ดูแล้วมีกลิ่นอายความเป็นคุณหนูไฮโซมาก

ดูท่าจะเป็นคนที่มีด้านตรงข้ามจริงๆ ด้วยสินะ

หลินเซินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย กำลังจะออกจากวีแชท สวีเหล่ยก็ส่งข้อความมาทันที

[สวีเหล่ย: พี่เซิน! พอจะแชร์เคล็ดลับลดน้ำหนักให้หนูได้ไหมคะ? หนูเห็นพี่ผอมลงไปเยอะมากเลย หนูอิจฉามากเลยค่ะ!]

[หลินเซิน: คุณก็ไม่ได้อ้วนนี่]

[สวีเหล่ย: หนูไม่อ้วนตรงไหนกันคะ? ดูสิ!]

[สวีเหล่ย: รูปภาพ.jpg]

หลินเซินชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะรูปที่สวีเหล่ยส่งมา คือรูปที่เธอกำลังหยิกขาเรียวสวยในถุงน่องสีดำของตัวเอง

ต้นขาอวบอิ่มที่ถูกถุงน่องสีดำโอบรัดไว้ดูเซ็กซี่มาก

นี่มันเหนือความคาดหมายของหลินเซินจริงๆ

เพิ่งจะแอดเพื่อนกันก็ส่งรูปแบบนี้มาเลยเหรอ?

สวีเหล่ยนีมันไม่ธรรมดาจริงๆ นะเนี่ย...

หลินเซินพิมพ์ตอบกลับไป

[หลินเซิน: กินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือต้องสม่ำเสมอ]

[สวีเหล่ย: ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะพี่เซิน! หนูเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจน่ะค่ะ ต้องมีคนคอยกระตุ้นถึงจะทำได้ คราวหน้าตอนออกกำลังกาย ไปด้วยกันไหมคะ?]

[หลินเซิน: ได้สิ]

หลินเซินตอบส่งๆ ไป ดูเหมือนจะตอบตกลงไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วอำนาจในการตัดสินใจก็ยังคงอยู่ที่เขาอยู่ดี

คิดจะหลอกล่อฉันง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ?

หึ!

หลังจากโดนแฟนหักหลังแล้ว หลินเซินก็ไม่เชื่อในรักแท้อีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้เขาแค่อยากจะเป็นแบดบอยที่ไม่ต้องเริ่มก่อน ไม่ต้องปฏิเสธใคร!




ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 13: อิสรภาพหลังลาออก

ตอนถัดไป