บทที่ 29: บังเอิญเจอเจียงหว่าน
บทที่ 29: บังเอิญเจอเจียงหว่าน
หลินเซินหยิบ【โลชั่นเพิ่มขนาด】ออกมาด้วยความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม นั่งอยู่บนเตียงลองพ่นดูสองสามครั้ง ก็ไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไร
มีเพียงแค่ความรู้สึกอุ่นๆ ที่เหมือนถูกโอบอุ้มไว้แน่นๆ แถมยังมีความรู้สึกชาๆ ซ่าๆ เจืออยู่ด้วย
คล้ายๆ กับตอนที่ทำเรื่องบางอย่างนั่นแหละ แต่จะเบาบางกว่า
“ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงนี่นา”
หลินเซินนึกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบทันตาเห็นเสียอีก ผลลัพธ์คือพอดูคู่มือการใช้งานแล้ว ต้องใช้เวลาพ่นต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์ถึงจะเห็นผลชัดเจน
เห็นผลช้าจัง
หลินเซินคิดในใจว่าคงจะต้องค่อยเป็นค่อยไปแล้วล่ะ ยังไงซะตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ใช้มันอยู่ดี
พอเขาหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง ก็สังเกตเห็นว่าตรงมุมขวาบนของ【แอปโกยทรัพย์】มีแจ้งเตือนข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน “สีแดงเลข 1” ขึ้นมา
พอเปิดเข้าไปดู หน้าต่างคุณสมบัติส่วนตัวก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
【ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของร่างกายโฮสต์ ขณะนี้ได้ทำการอัปเดตข้อมูลส่วนตัวแล้ว】
【ร่างกาย: 70/70 (สุขภาพดี+) 】
【จิตใจ: 68/70 (สงบ+) 】
【พลังไต: 70/70 (แข็งแรง-) 】
【ส่วนสูง: 180cm; น้ำหนัก: 78kg】
“รับได้สบายมากเลยนี่หว่า!”
หลินเซินตื่นเต้นจนนอนไม่หลับแล้ว ในใจก็รู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก
เนื่องจากอารมณ์ที่ตื่นเต้นมากเกินไป หลินเซินจึงรีบหาหูฟังมาใส่ พร้อมกับแปะ【แผ่นแปะตาฟื้นฟูสายตา】ไปด้วย
นี่คือกิจวัตรก่อนนอนประจำวันของเขา
ตอนนี้ค่าสายตาของหลินเซินลดลงมาเหลือประมาณสองร้อยแล้ว แผ่นแปะที่เหลืออีกสองแผ่นก็น่าจะช่วยให้เขากลับมามีสายตาปกติได้พอดี
เสียงดนตรีเบาๆ ที่มีท่วงทำนองก้องกังวานดังมาจากในหูฟัง ความรู้สึกเย็นสบายรอบดวงตาทำให้ใจของหลินเซินค่อยๆ สงบลง
ณ จุดนี้ เป้าหมายระยะแรก “ปรับปรุงร่างกาย” ก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว
หลินเซินเริ่มจะคิดถึงเรื่องในระยะที่สอง หรือก็คือการหาเงินนั่นเอง
รายรับวันละสี่พันหยวนมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้เขาไม่พอใจแค่นั้นแล้ว
‘ต้องเอาเงินทุนสำหรับธุรกิจที่ได้มาจากโลว์เต๋อมาใช้ประโยชน์ให้ได้’
หลินเซินครุ่นคิดในใจเงียบๆ
วันที่ 4 สิงหาคม ปี 2025, วันจันทร์
อุณหภูมิ 23℃~30℃, มีเมฆเป็นส่วนใหญ่
「ธนาคารเจี้ยนเซ่อ: บัญชี XXXX7946 ของท่านมีเงินเข้า ณ วันที่ 04 ส.ค. เวลา 00:01 จำนวน 4000.00 หยวน ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 167,000.00 หยวน」
เจ็ดโมงครึ่งเช้า หลินเซินก็ตื่นนอนตรงเวลา
การนอนหลับแปดชั่วโมงเต็มทำให้เขารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ
หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าแล้ว หลินเซินก็ลงไปวิ่งจ็อกกิงรอบๆ ชุมชน ความเร็วต่ำกว่าหกนาทีต่อกิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด: 29 นาที 30 วินาที
ตั้งแต่ทำลายกำแพงสามสิบนาทีลงได้ หลินเซินก็รู้สึกว่าการจะพัฒนาให้ดีขึ้นมันยากขึ้นเรื่อยๆ
เขาลองพยายามเพิ่มความเร็วในการวิ่งระหว่างทางดูแล้ว แต่ยังไม่ทันจะถึงหนึ่งกิโลเมตร จังหวะการหายใจก็เริ่มจะรวนเสียแล้ว
คิดไปคิดมา หลินเซินก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพราะท่าทางการวิ่งของเขามีปัญหา
“ต้องหาวิดีโอมาปรับปรุงหน่อยแล้ว”
หลังจากหลินเซินกลับมาถึงข้างล่างตึกแล้ว กำลังจะนั่งพัก จู่ๆ ก็สังเกตเห็นเงาที่คุ้นเคยยืนอยู่ไม่ไกล
“พี่เขยคะ!”
กู้หว่านฉิงในชุดอยู่บ้านเรียบๆ ยิ้มพลางโบกมือให้หลินเซิน แล้วก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาทันที
ในมือของเธอยังมีน้ำเกลือแร่ที่เตรียมไว้ให้ กับผ้าขนหนูอีกด้วย
“เช็ดเหงื่อหน่อยนะคะ”
กู้หว่านฉิงยื่นผ้าขนหนูให้หลินเซิน พร้อมกับเปิดฝาขวดน้ำให้เขาด้วย
การดูแลเอาใจใส่ที่แสนจะทั่วถึงนี้ ทำให้หลินเซินรู้สึกเกรงใจมาก
“เธอลงมาทำไมเหรอ?”
“หนูตื่นมาแล้วไม่เห็นพี่ ก็เลยเดาว่าพี่คงจะมาวิ่งตอนเช้าน่ะค่ะ”
กู้หว่านฉิงฉลาดมาก จากการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของหลินเซินก็สามารถเดาได้เลยว่า ปกติเขาต้องออกกำลังกายอย่างแน่นอน
“พี่เขยมีวินัยในตัวเองมากเลยนะคะ!”
“ทำจนเป็นนิสัยก็ชินไปเองแหละ”
หลังจากหลินเซินดื่มน้ำเกลือแร่ไปสองสามอึกแล้ว เขาก็พูดคุยหัวเราะกับกู้หว่านฉิงพลางเดินขึ้นตึกไปด้วยกัน
พอเขาอาบน้ำเสร็จ ทั้งสองคนก็ไปซื้อซาลาเปาเป็นอาหารเช้าจากร้านแผงลอยตรงปากทางเข้ารถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปยังมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเซี่ยงไฮ้
เป็นที่รู้กันดีว่า ย่านมหาวิทยาลัยตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้ของเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งของวิทยาเขตหลักของมหาวิทยาลัยเจ็ดแห่ง
มหาวิทยาลัยการเมืองและกฎหมายหัวตง, มหาวิทยาลัยการบัญชีลี่ซิ่น, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมเซี่ยงไฮ้, สถาบันทัศนศิลป์เซี่ยงไฮ้, มหาวิทยาลัยตงหัว, มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเซี่ยงไฮ้ และมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
นอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแล้ว โรงเรียนอื่นๆ ล้วนแต่มีนักศึกษาหญิงมากกว่านักศึกษาชาย
นี่จึงทำให้ทั้งย่านมหาวิทยาลัยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสดใสและความเป็นวัยรุ่น
พอถึงฤดูร้อนทีไร ก็จะเห็นแต่ขาขาวๆ เต็มไปหมด ทำเอาตาลายไปเลยทีเดียว
อย่างน้อยหลินเซินก็เคยเห็นมาแล้วตอนไปเดินป่าที่ภูเขาเสอซานกับฉินเยว่นานครั้งก่อน
ตอนนี้พอมาถึงย่านมหาวิทยาลัยแล้วยิ่งหนักกว่าเดิมอีก
พอเดินเข้ามาในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเซี่ยงไฮ้ ความรู้สึกแรกที่หลินเซินสัมผัสได้ก็คือความผ่อนคลาย
ความผ่อนคลายไปทั้งตัวและหัวใจ
พื้นที่สีเขียวครอบคลุมไปทั่ว ทำให้อุณหภูมิในมหาวิทยาลัยต่ำกว่าข้างนอกเล็กน้อย
สถาปัตยกรรมที่เน้นสไตล์ยุโรปกับโรมันโบราณ กลุ่มนักศึกษาสองสามคนที่เดินอยู่ตามถนนใหญ่ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นวิชาการ
“สวยจังเลยค่ะ!”
กู้หว่านฉิงที่เพิ่งเคยเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกก็เหมือนกับเด็กน้อยที่ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง มองทุกอย่างด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“รู้สึกเหมือนมหาวิทยาลัยมันอิสระมากเลยนะคะ”
กู้หว่านฉิงกำสายกระเป๋าสะพายข้างที่หน้าอกแน่น สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็มองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ต่อไปนี้ถ้าได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ คงจะมีความสุขมากเลยค่ะ”
“ไปกันเถอะ ไปเดินเล่นแถวสนามกีฬากัน”
พอเห็นว่ามีสนามกีฬาอยู่ไม่ไกล หลินเซินก็ตั้งใจจะพากู้หว่านฉิงไปดู
ใครจะไปรู้ว่าพอเพิ่งจะเดินไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็มีผู้หญิงสวยคนหนึ่งสวมกระโปรงรัดรูปสีน้ำตาลอ่อนเดินออกมาจากตึกเรียนฝั่งตรงข้าม
ผมยาวสลวย แต่งหน้าอ่อนๆ ดูประณีต ใบหน้าอ่อนหวาน ท่าทางการเดินดูสง่างามราวกับเป็นแม่ของแผ่นดิน
รูปร่างอวบอิ่มแต่ก็ไม่ได้อ้วน ตรงกันข้ามกลับดูมีน้ำมีนวล สัดส่วนเอวสะโพกโค้งเว้าสวยงาม ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นคนที่หุ่นดีโดยธรรมชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าอกที่อวบอิ่มของเธอนั้นทำเอาหลินเซินถึงกับตะลึงไปเลย แถมยังทำให้เขานึกออกทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
รุ่นพี่เจียงหว่าน?
ขณะที่หลินเซินสังเกตเห็นผู้หญิงคนนั้น เธอก็มองมาทางนี้ด้วยความสงสัยเช่นกัน ก่อนจะค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง สีหน้าดูตกใจ
“หลินเซิน? คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“เป็นคุณจริงๆ ด้วย!”
เซี่ยงไฮ้มันใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเจอกันครั้งแรกถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ครั้งที่สองก็ต้องเป็นพรหมลิขิตแล้วล่ะ
หลินเซินเดินเข้าไปทักทาย
“รุ่นพี่เจียงหว่านครับ ผมนึกว่าพี่จะทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดิมเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะมาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเซี่ยงไฮ้”
“ที่นี่เงินเดือนสูงกว่าหน่อยน่ะค่ะ”
เจียงหว่านยิ้มอย่างอ่อนโยน สายตาเหลือบมองไปยังกู้หว่านฉิงที่อยู่ข้างๆ หลินเซิน ก่อนจะพูดแซว
“รุ่นน้องหลินเซิน คบกับเด็กผู้หญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมันไม่ดีนะจ๊ะ”
“หนูบรรลุนิติภาวะแล้วนะคะ!”
กู้หว่านฉิงชูกำปั้นเล็กๆ ขึ้นมาประท้วง ทำเอาเจียงหว่านอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“น้องสาวคนเล็กจ๊ะ หนูชื่ออะไรเหรอ?”
“กู้หว่านฉิงค่ะ”
กู้หว่านฉิงกอดแขนหลินเซินแน่น พึมพำเบาๆ
“แล้วหลินเซินก็เป็นพี่ชายของหนู ไม่ใช่แฟนสักหน่อย”
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะมีน้องสาวด้วยนะเนี่ย”
เจียงหว่านมองไปทางหลินเซิน
“น่ารักจังเลย”
“ใช่ครับ”
ในเมื่อถูกมอบบทบาท “พี่ชาย” ให้แล้ว หลินเซินก็ต้องแสร้งทำตัวให้เหมือนหน่อยสิ
เขายื่นมือไปหยิกแก้มกู้หว่านฉิงเบาๆ แล้วก็หัวเราะ
“นังหนูนี่สอบติดมหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศเซี่ยงไฮ้ ก็เลยพามาดูวิทยาเขตล่วงหน้าหน่อยน่ะครับ”
“จริงๆ เหรอคะ? พอดีปีนี้ฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของปีหนึ่งพอดีเลยค่ะ”
เจียงหว่านโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือทัดปอยผมข้างแก้มไปไว้หลังหูอย่างสง่างาม แล้วก็ยิ้มมองกู้หว่านฉิง
“หนูเรียนเอกอะไรเหรอ?”
“ภาษาอังกฤษค่ะ”
“บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
เจียงหว่านทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
“พอดีฉันเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเอกภาษาอังกฤษพอดีเลยค่ะ”