บทที่ 28 คัมภีร์เพลงดาบของสำนักดาบทองคำ
บทที่ 28 คัมภีร์เพลงดาบของสำนักดาบทองคำ
“ไปทำงานกันได้แล้ว!”
เย่หลิวอวิ๋นไม่ได้พูดอะไรมาก เป็นเพราะเกิดความรู้สึกขึ้นมา ถึงได้พูดประโยคเช่นนี้ออกไป
เขาโบกมือ เป็นสัญญาณให้ซือหนานและสือเซิ่งจากไปได้
สือเซิ่งที่เดินอยู่ข้างๆ คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกระซิบข้างหูของซือหนาน
“เมื่อครู่เจ้าเข้าใจอะไร?”
“รอให้เจ้าอายุเท่าข้าแล้วจะรู้เอง”
“...”
บ้าเอ๊ย อายุข้าดูเหมือนจะมากกว่าเจ้านะ ข้าจะยิ่งโตยิ่งเด็กลงได้หรืออย่างไร
“เงินสามร้อยตำลึงยังอยากได้อยู่หรือไม่”
“!”
เจ้าหนี้คือพระเจ้าสินะ
...
ครึ่งชั่วยามต่อมา ทรัพย์สินเงินทองของสำนักดาบทองคำ ก็ถูกหามออกมาทีละหีบ
ดูจากจำนวนนี้แล้ว ก็ไม่น้อยเลยจริงๆ
ตามกฎของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ของเหล่านี้ล้วนต้องยึดเป็นของหลวง แต่ก็มีไม่กี่คนที่จะทำตามกฎ เย่หลิวอวิ๋นก็เช่นกัน
“เหลือไว้หนึ่งหีบให้พี่น้องแบ่งกัน ที่เหลือพวกเจ้าคนละหนึ่งหีบ ที่เหลือให้คนส่งไปยังคฤหาสน์ของข้า”
เขาชี้ไปยังซือหนานและสือเซิ่งพลางกล่าว
เย่หลิวอวิ๋นทำงานก็เป็นเช่นนี้
ตนเองกินเนื้อ ก็ต้องแบ่งน้ำแกงให้ลูกน้องได้ซดบ้าง ไม่เหมือนบางคน อย่าว่าแต่น้ำแกงเลย แม้แต่หม้อก็ยกไปโดยตรง
“ขอรับ นายท่าน!”
เมื่อได้ยินเย่หลิวอวิ๋นกล่าวเช่นนั้น ทุกคนต่างก็มีสีหน้าปลาบปลื้มยินดี
เงินมากมายขนาดนี้ ต่อให้แค่แบ่งกัน ส่วนที่ได้ก็สามารถเทียบเท่ากับเงินเดือนครึ่งปีของพวกเขาแล้ว
“นี่...”
มีเพียงสือเซิ่งที่ลังเลอยู่บ้าง
สือเซิ่งเมื่อก่อนเจอเรื่องเช่นนี้ เงินที่ได้มาล้วนส่งเข้าคลังหลวงโดยตรง
ไม่ต้องรอให้เย่หลิวอวิ๋นพูดอะไรมาก ซือหนานที่อยู่ข้างๆ ก็กล่าวโดยตรง
“เจ้าคงไม่คิดจริงๆ ใช่ไหมว่า เงินที่เจ้าส่งขึ้นไปเมื่อก่อนนั้นถูกยึดเป็นของหลวงจริงๆ!”
“อะไรนะ?”
เขาเบิกตากลมโต เรื่องเช่นนี้ สือเซิ่งเมื่อก่อนไม่เคยสนใจจริงๆ
“เจ้าส่งขึ้นไปหนึ่งหมื่นตำลึง สุดท้ายที่ถูกยึดเป็นของหลวงจริงๆ เกรงว่าคงจะไม่มีถึงสิบตำลึงด้วยซ้ำ ถูกคนเบื้องบนแบ่งกันไปนานแล้ว”
ซือหนานสำหรับเรื่องเช่นนี้ รู้แจ้งแทงตลอดอยู่แล้ว
เมื่อเห็นสือเซิ่งมีท่าทียากที่จะยอมรับ อยากจะไปหาคนเหล่านั้นเพื่อต่อรอง ซือหนานก็กล่าวโดยตรง
“เอาล่ะ ไปก็ไม่มีประโยชน์ รับไปอย่างเชื่อฟังเถอะ เจ้าไม่รับอย่างไรเสียก็มีคนอื่นรับอยู่ดี หากเป็นนายท่านของพวกเราก็แล้วไป หากเปลี่ยนเป็นนายกองร้อยคนอื่น เกรงว่าแม้แต่สิบตำลึงก็คงไม่ได้แบ่ง!”
ก่อนที่จะมาอยู่กับเย่หลิวอวิ๋น
ซือหนานไม่ใช่ไม่เคยติดตามองครักษ์เสื้อแพรคนอื่น สำหรับความขี้เหนียวของคนกลุ่มนั้น รู้จักดีมานานแล้ว
“...”
เมื่อเห็นสือเซิ่งเงียบไม่พูดอะไร
เย่หลิวอวิ๋นก็กล่าวอย่างสงบ
“ในเมื่ออยากจะเปลี่ยนแปลง เช่นนั้นก็จงพยายามแข็งแกร่งขึ้นเถอะ รอให้เจ้าแข็งแกร่งจนทั้งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรไม่มีใครต่อต้านเจ้าได้ ถึงตอนนั้นย่อมเป็นเจ้าที่พูดแล้วเป็นคำขาด แต่ก่อนหน้านั้น จงใช้เงินเหล่านี้พัฒนาพลังฝีมือให้ดีเสียก่อน”
การฝึกยุทธ์ต้องใช้เงิน
ก็เพราะสือเซิ่งมีพรสวรรค์ไม่เลว แต่หากต้องการจะทะลวงผ่านขั้นปรับแต่งอีกครั้ง หากไม่ไปซื้อสมุนไพรล้ำค่าบางอย่างมา ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
“เข้าใจแล้วขอรับ ขอบพระคุณนายท่าน!”
สือเซิ่งไม่ใช่คนหัวโบราณ เมื่อถูกเย่หลิวอวิ๋นกล่าวเช่นนี้ ก็เข้าใจขึ้นมา
ถูกต้อง เงินก้อนนี้ตนเองไม่รับ ก็ย่อมมีคนอื่นไปรับอยู่ดี สู้ให้ตนเองนำไปซื้อของที่ช่วยเพิ่มพลังฝีมือไม่ดีกว่าหรือ
เหมือนที่เย่หลิวอวิ๋นพูด รอให้ตนเองแข็งแกร่งจนทำให้ทั้งหน่วยองครักษ์เสื้อแพรต้องฟังตนเอง ย่อมไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องการทุจริตแล้ว
เมื่อเห็นสือเซิ่งยอมรับแล้ว
ซือหนานก็ยิ้มร่าหยิบของที่มีมูลค่าราวสามร้อยตำลึงออกมาจากหีบของสือเซิ่ง
“เฮะๆ พวกเราหายกันแล้วนะ!”
“...”
สือเซิ่งแม้จะไม่ได้ขัดขวาง แต่ก็ยังคงเหลือบมองซือหนานอย่างไม่สบอารมณ์
ใจแคบจริงๆ
...
หลังจากเรื่องของสำนักดาบทองคำสิ้นสุดลง เย่หลิวอวิ๋นก็ให้ทุกคนกลับบ้านไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องกลับไปที่หน่วยองครักษ์เสื้อแพรอีก
พอดีได้เงินมา
บางคนที่มีความสัมพันธ์ดีกันก็เตรียมจะรวมกลุ่มกันไปใช้จ่ายแล้ว
ก็มีบางคนที่เตรียมจะเก็บเงินแต่งงานอย่างดี หรือไม่ก็เหมือนสือเซิ่ง นำเงินไปซื้อของที่ใช้ในการฝึกยุทธ์
“นายท่าน!”
ภายในคฤหาสน์
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นกลับมาแล้ว ซิ่งเอ๋อร์ก็เป็นคนแรกที่เข้ามาต้อนรับ
หลังจากรับเสื้อคลุมตัวนอกของเย่หลิวอวิ๋นมาแล้ว สีหน้าของซิ่งเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไป
“นายท่านบาดเจ็บหรือเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นรอยเลือดบางส่วนบนเสื้อคลุมตัวนอก หัวใจของซิ่งเอ๋อร์ก็พลันเต้นระรัว
“วันนี้ออกไปสืบคดีมา นี่ไม่ใช่เลือดของข้า เป็นเลือดของอีกฝ่าย”
พูดจบ เขาก็ยังถือโอกาสยืดเส้นยืดสาย แสดงว่าตนเองไม่เป็นอะไร
“นายท่านไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วเจ้า่ะ”
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บจริงๆ ซิ่งเอ๋อร์ถึงได้วางใจลง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไปให้คนต้มน้ำ ให้นายท่านได้ชำระล้างกลิ่นอายคาวเลือดบนตัว”
“ก็ได้!”
เย่หลิวอวิ๋นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แต่ทว่า เมื่อมองดูซิ่งเอ๋อร์ที่เชื่อฟังอยู่ข้างๆ เย่หลิวอวิ๋นก็ยังรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
“ช่วงนี้ฮูหยินไม่มีเรื่องอะไรให้เจ้าทำหรือ? เหตุใดรู้สึกว่าเวลาที่เจ้าอยู่ข้างกายข้านานขึ้นเรื่อยๆ”
ในฐานะสาวใช้คนสนิทของเซิ่งหลานจือ
เวลาส่วนใหญ่ของซิ่งเอ๋อร์ ควรจะปรนนิบัติอยู่ข้างกายเซิ่งหลานจือถึงจะถูก เหตุใดช่วงนี้ถึงได้มาปรนนิบัติอยู่ข้างกายตนเองบ่อยครั้ง
“ทางฝั่งของฮูหยินมีเรื่องน้อย มีสาวใช้คนอื่นอยู่ก็ไม่ต้องกังวล นายท่านรังเกียจว่าข้าทำงานไม่ดี รำคาญบ่าวแล้วหรือเจ้าคะ?”
นึกว่าเป็นเพราะรังเกียจตนเอง
พูดจบ ซิ่งเอ๋อร์ก็มองไปยังเย่หลิวอวิ๋นด้วยสายตาที่ทำท่าจะร้องไห้
“ข้าไม่มีความหมายเช่นนั้น”
เขาโบกมืออย่างจนใจ
“ข้าเพียงแค่กังวลว่าเจ้าอยู่ข้างกายข้านานไป ฮูหยินจะหาเรื่องเจ้า”
นี่เป็นความจริง
และซิ่งเอ๋อร์เด็กคนนี้ทำงานละเอียดรอบคอบเอาใจใส่ เย่หลิวอวิ๋นชอบยังไม่ทันเลย จะรังเกียจได้อย่างไร
เมื่อเห็นเย่หลิวอวิ๋นไม่ได้รำคาญตนเอง ซิ่งเอ๋อร์ถึงได้วางใจ
“นายท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ นี่ก็เป็นฮูหยินที่สั่งให้ข้า ให้ข้ามาปรนนิบัติอยู่ข้างกายนายท่าน”
“เช่นนั้นก็ดี!”
เมื่อเห็นว่าเป็นเซิ่งหลานจือที่สั่ง เย่หลิวอวิ๋นย่อมไม่มีความเห็นอะไรอยู่แล้ว
เขาพยักหน้า นำทางกลับไปยังเรือนข้าง
...
หลังจากอาบน้ำแล้ว เย่หลิวอวิ๋นไม่ได้รีบร้อนไปฝึกยุทธ์ หรือไปพักผ่อน
แต่กลับเปิดอ่านหนังสือในมือในห้องหนังสือ
ซิ่งเอ๋อร์เดิมทียังอยากจะถามว่า เงินที่หน่วยองครักษ์เสื้อแพรส่งกลับมาตอนบ่ายนั้นจะจัดการอย่างไร แต่เย่หลิวอวิ๋นก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพียงแค่บอกว่าให้ซิ่งเอ๋อร์จัดการเองก็พอแล้ว
อย่างไรเสียค่ากินค่าใช้ในคฤหาสน์ของตนเอง ก็เป็นซิ่งเอ๋อร์ที่จัดการอยู่แล้ว ไม่มีเงินก็ขอโดยตรงก็พอ
เขาโบกมือ แล้วก็ให้ซิ่งเอ๋อร์จากไป
ครั้งนี้ตอนที่ค้นสำนักดาบทองคำ นอกจากทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้นแล้ว ซือหนานยังค้นพบคัมภีร์วรยุทธ์มาอีกสองเล่ม แอบนำมามอบให้เย่หลิวอวิ๋นเป็นพิเศษ
ของอย่างคัมภีร์วรยุทธ์นั้น สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองเสียอีก
คัมภีร์วรยุทธ์บางเล่มมีราคาแต่ไม่มีตลาด เจ้ามีเงิน คนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องขายให้เจ้า
‘สิบสามดาบประตูทอง!’
เมื่อดูชื่อก็รู้แล้วว่า นี่น่าจะเป็นเพลงดาบของสำนักดาบทองคำเอง
เย่หลิวอวิ๋นเปิดอ่านคร่าวๆ ไม่นานก็เข้าใจความลึกล้ำในนั้นแล้ว
เพลงดาบแขนงนี้กับเพลงดาบสนเมฆาที่เย่หลิวอวิ๋นเรียนอยู่ในตอนนี้ นับว่าเป็นระดับเดียวกัน
เพียงแต่เพลงดาบสนเมฆาหนึ่งเน้นความมั่นคง ส่วนสิบสามดาบประตูทองนั้นมีจิตสังหารที่รุนแรงกว่า
เพลงดาบระดับเดียวกัน เรียนไปมากเท่าไหร่ก็เพียงแค่เพิ่มวิธีการต่อสู้ของเย่หลิวอวิ๋นเท่านั้น ไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังฝีมือได้มากนัก ดังนั้นเย่หลิวอวิ๋นจึงเพียงแค่อ่านผ่านๆ ไปหนึ่งรอบ ก็วางไว้ข้างๆ
ต่อให้ไม่เรียน แต่นำมาเก็บสะสมไว้ก็ไม่เลว
“พรสวรรค์คนกับดาบหลอมรวมเป็นหนึ่งคุณภาพสีม่วงนี้ ช่างเหนือจินตนาการของข้าจริงๆ!”
หากเป็นเมื่อก่อน เกรงว่าต้องฝึกฝนหลายรอบ ถึงจะสามารถสัมผัสถึงความลึกล้ำในเพลงดาบได้
แล้วตอนนี้เล่า
โดยพื้นฐานแล้วดูเพียงรอบเดียวก็สามารถเข้าใจได้แล้ว
...