โลกใหม่และตัวตนใหม่

"นี่มัน...อะไรกัน..." ชายตัวสูงที่สวมเสื้อกั๊กดีดตัวขึ้นมาจากเตียง ใบหน้าของเขามีเหงื่อไหลออกมามากมายพร้อมกับการหายใจที่ดูหอบเหมือนกับคนที่พึ่งวิ่งมาเป็นเวลานาน ภายในดวงตาของเขาเต็มไ ปด้วยความสับสนงุนงง


ฉันเป็นใคร?


ที่นี่ที่ไหน?


นี่มันคือตัวของฉันจริงๆงั้นหรอ?


คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาในใจของเขาอยู่ตลอดเวลา


"ฉันชื่อหลี่อัน ฉันควรจะถูกฟ้าผ่าตายในขณะที่กำลังปีนหน้าผาไม่ใช่หรอ... แต่ทำไมตอนนี้ฉันถึงยังมีชีวิตอยู่ได้ล่ะ และคนที่ชื่อหยางยี่ที่อยู่ในหัวของฉันนี่มันอะไรกัน" ดวงตาของเขาค่อยๆกลับมาคมชัดอีกครั้ง


ทันใดนั้น ความทรงจำมากมายก็ได้พุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณของหลี่อัน!


ซึ่งในช่วงเวลาแห่งการหลอมรวมจิตวิญญาณอันน่าสยดสยองนี้ หลี่อันก็ค่อยๆเริ่มเข้าใจเรื่องราวต่างๆ


ใช่แล้ว ตอนที่เขาถูกฟ้าผ่า วิญญาณของเขาก็ได้ลอยเข้าสู่มิติแปลกๆ และเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองลอยอยู่ในมิตินั้นมานานแค่ไหนแล้ว ซึ่งต่อมา จิตวิญญาณของเขาก็ได้หลอมรวมเข้ากับร่างของชายคนนี้





การหลอมรวมในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณของร่างต้นนั้นสลายหายไป แต่มันได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของหลี่อันอย่างสมบูรณ์ นี่จึงทำให้หลี่อันสับสนเป็นอย่างมากว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาคือใคร หลังจากที่วิญญาณของทั้งสองได้เข้าชนกัน ซึ่งจิตวิญญาณของหลี่อันนั้นแข็งแกร่งกว่า เลยทำให้จิตวิญญาณของร่างต้นนั้นสลายและได้รวมเข้ากับจิตวิญญาณของหลี่อัน


แน่นอน หลี่อันรู้แล้วว่าเขาไม่ได้มาเกิดใหม่ เนื่องจากโลกนี้ไม่เหมือนกับโลกที่หลี่อันเคยอยู่!


หลังจากที่ได้รับความทรงจำของหยางยี่มาแล้ว หลี่อันได้พบกับสิ่งที่แตกต่างจากโลกเก่ามากมาย


เช่น ในที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าดาวเคราะห์สีฟ้าแทนที่จะเป็นโลก และประวัติศาสตร์ของจีนอย่าง ถัง ซ่ง หยวน หมิงและชิง ประวัติศาสตร์ของราชวงศ์เหล่านั้นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน


ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ และเรื่องอื่นๆที่คุ้นเคยหลายๆอย่างก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ถึงวิถีการดำเนินชีวิตและการพัฒนาทางประวัติศาสตร์จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่ แต่โดยรวมก็มีความแตกต่างกันพอสมควร


"นี่อาจจะเหมือนโลกที่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว! น่าสนใจ น่าสนใจมาก!" หลี่อันเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆอย่างรวดเร็ว


และหลังจากที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงมาเป็นเวลานาน หลี่อันก็เริ่มยอมรับความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขายืนขึ้นอย่างช้าๆและเดินเข้าไปในห้องน้ำที่คับแคบ


ซึ่งกระจกที่อยู่ในห้องน้ำสะท้อนร่างกายของเขาออกมาให้เห็น


มองดีๆก็หล่อใช้ได้เลย!


ถึงมันจะไม่ใช่เวอร์ชั่นหนุ่มจีนอย่างหลิวเต๋อหัวและเซียะถิงฟงที่สามารถทำให้สาวๆกรี๊ดได้ในพริบตาก็ตาม แต่ร่างนี้ก็มีความคล้ายกับจางเจิ้นอย่างมาก มีโครงหน้าที่เฉียบคม และมีผิวคล้ำนิดหน่อย คิ้วเรียวราวกับดาบ จมูกโด่ง สีหน้าเคร่งขรึม และร่างกายที่ดูแข็งแรง!


เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับชีวิตก่อนหน้านี้ของหลี่อันในฐานะของนักฆ่าหรือเปล่า? ไม่ มันไม่เกี่ยว! รู้ไหม หลี่อันเคยทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้ามาก่อน เขาสามารถยับยั้งออร่าสังหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังเคยปลอมเป็นหนุ่มใหญ่มาดเข้มหรือหนุ่มน้อยขี้อายมาก่อน




หน้าตาแบบนี้ ถ้าย้อนกลับไปช่วงปี 1960 หรือ 1970 ก็คงจะนิยมในหมู่สาวๆอย่างมาก แต่ในสมัยใหม่นี้ ที่สาวๆหันไปชอบหนุ่มสไตล์เกาหลีโอปป้ากันหมด ใบหน้าของหลี่อันในตอนนี้คงจะทำให้สาวๆที่เห็นไม่กล้าเข้ามาใกล้เขาในระยะสามฟุตแน่นอน….


หลังจากเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ หลี่อันก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง


ในฐานะนักฆ่าเลือดเย็นในชีวิตก่อนหน้านี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เขาหัวเราะออกมาแบบนี้!


แต่ในตอนนี้ หลี่อันรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เขาเอามือลูบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างช้าๆ


หล่อหรือไม่หล่อมันก็ไม่สำคัญอะไรทั้งนั้นแหละ เพราะที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเขาได้มีใบหน้าที่เขาใฝ่ฝันมาโดยตลอด เขาไม่ใช่คนที่มีแผลเป็นบนใบหน้าอีกแล้ว และเขาก็ไม่ต้องรู้สึกกังวลเวลาที่จะออกไปข้างนอกอีกต่อไป!


อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านอย่างมาก หลังจากผ่านไปสักพัก หลี่อันก็ค่อยๆควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ทีละนิด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่ารอยยิ้มที่ปรากฏออกมาจะดูเย็นชาอย่างอธิบายไม่ถูกก็ตาม แต่ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดีอยู่จริงๆ


หลังจากที่เขาได้ความทรงจำของหยางยี่มาแล้ว หลี่อันก็ได้รู้ว่าชีวิตของชายผู้นี้ไม่ได้สวยงามมากนัก เขารู้สึกหงุดหงิดกับชีวิตแบบนี้นิดหน่อย


หยางยี่เป็นทหารที่เกษียณแล้วจากพื้นที่ในชนบท ดูเหมือนว่าเขาจะมีพื้นฐานศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็กด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ร่างกายนี้ถึงได้แข็งแรงอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกพอใจนิดหน่อย เพราะถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับความแข็งแกร่งในชาติที่แล้วของเขาก็ตาม แต่ด้วยร่างกายแบบนี้ การฝึกฝนก็คงไม่ได้ยากจนเกินไป!


และนอกจากนี้ หลี่อันยังแอบรู้สึกได้ว่าร่างกายนี้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ซ่อนอยู่ และด้วยเทคนิคการฝึกฝนในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาแล้ว ไม่แน่ว่าร่างกายนี้อาจจะแข็งแกร่งได้มากกว่าเขาในชีวิตที่แล้วซะอีก


แต่ในโลกที่ค่อนข้างสงบแบบนี้ หลี่อันคงไม่จำเป็นที่จะต้องต่อสู้และฆ่าคนอื่นเหมือนในชีวิตของเขาก่อนหน้านี้อีกแล้ว ศิลปะการต่อสู้ของเขาคงจะมีบทบาทในการป้องกันตัวเท่านั้น


ย้อนไปยังอดีตของหยางยี่...


เขาเริ่มเป็นทหารตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งหลังจากที่เขาทำงานรับใช้ชาติมานานกว่าสิบปี หยางยี่ก็พอจะมีหน้ามีตาในกองทัพอยู่นิดหน่อย อย่างไรก็ตาม ก็ได้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น หยางยี่ได้เข้าปะทะกับบุตรชายของนายพลอาวุโส และเขาก็ทำการจู่โจมฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง


เขาไม่มีความเมตตาอะไรทั้งนั้น ซึ่งด้วยทักษะที่มีของหยางยี่ ฝ่ายตรงข้ามจึงไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย กระดูกซี่โครงของฝ่ายตรงข้ามหักไปหลายซี่ ก่อนที่จะถูกนำร่างกายที่เปื้อนเลือดส่งไปยังโรงพยาบาล


เรื่องนี้ทำให้เกิดปัญหามากมายขึ้นภายในกองกำลังต่างๆ หยางยี่จึงถูกกดดันจนต้องเกษียณออกมาจากกองทัพ ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง เกษียณก็เป็นแค่ข้ออ้างที่พวกคนใหญ่คนโตใช้เพื่อไล่หยางยี่ออกจากกองทัพ เพื่อรักษาหน้าของพวกตัวเองไว้ !


แต่ยังมีเรื่องที่ทำให้หยางยี่เก็บไว้อยู่ในใจ ในเวลานั้น ยังมีผู้บังคับบัญชาบางคนให้ความสำคัญกับเขาอยู่และพยายามจะยื่นมือมาช่วยเขาในการหางานใหม่ หยางยี่สามารถมาเป็นดำรงตำแหน่งเสนาธิการได้ที่บ้านเกิด หรือไม่ก็เป็นตำแหน่งที่สูงกว่านั้นได้

แต่หยางยี่กลับไม่ได้สนใจข้อเสนอเหล่านั้น หลังจากถูกบังคับให้ออกจากกองทัพ เขาก็ไม่สนใจอะไรอีก เขาขนของแล้วเดินออกมาจากค่ายทหารโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย


ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้น หยางยี่ก็ตั้งใจทำงานอย่างมาก เขาไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่คุ้มกัน แต่เนื่องจากบุคลิกของเขาซื่อตรงจนเกินไป จึงทำให้เพื่อนร่วมงานหลายๆคนไม่ชอบเขา


เขาจึงถูกลดให้มารักษาความปลอดภัยในโรงแรมธรรมดาๆแทน เขาใช้ชีวิตทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนมาโดยตลอด


"น่าสังเวชจังเลย..." หลี่อันแตะคางแล้วส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ


เขารู้สึกว่าหยางยี่เป็นคนดีจริงๆ แต่ใช้ชีวิตไม่เป็น...


แต่ตั้งแต่นี้ไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว...


มุมปากของหลี่อันขยับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นชาของเขา


"เอาล่ะ คืนนี้ฉันจะฆ่าใครดี ไม่ใช่สิ!" หลี่อันรีบดึงสติกลับมา เขาตบหัวและเตือนตัวเองว่าตอนนี้ชีวิตและตัวตนของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว


หลี่อันไม่ต้องการที่จะใช้ชีวิตแบบสิ้นหวังเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป


มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว


"ฉันคือหลี่อัน...ไม่สิ ฉันคือหยางยี่" เขาค่อยๆเปิดใจยอมรับตัวตนใหม่ของเขามากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นเขาก็กำมือและมองตัวเองในกระจกแล้วพูดในใจว่า "ฉันขอโทษนะ แต่ก็ขอบคุณเช่นกัน ฉันจะเป็นคนเติมเต็มความปรารถนาที่ไม่สำเร็จของนายให้เอง!”


……


"ปัง ปัง ปัง! ปัง ปัง ปัง!" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเหมือนกับเสียงตีกลอง ซึ่งหยางยี่ที่กำลังปรับตัวให้เข้ากับตัวตนนี้อยู่ก็ได้เปลี่ยนไปทันที ด้วยเสียงที่ดังขึ้นอย่างกระทันหัน เลยทำให้จิตวิญญาณการเป็นนักฆ่าของเขานั้นกลับมา


ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นแหลมคมขึ้นทันที ริมฝีปากของเขาเม้มแน่น มือซ้ายของเขาเกร็งเหมือนกับกรงเล็บของนกอินทรี และมือขวาก็คลำไปที่หลังของเขาเพื่อหามีด


ซึ่งตอนนี้ จิตสังหารก็ได้แผ่ไปทั่วทั้งห้อง


แต่มันก็แค่แปบเดียว...


"พ่อ เปิดประตูให้หนูหน่อย!" เสียงอันนุ่มนวลและมีความสุขดังขึ้นมาจากหลังประตู "ซีซีกลับมาแล้ว!"


ด้วยเสียงที่สดใสของเด็กคนนี้ มันทำให้จิตสังหารของหยางยี่หายไปในทันที และจากนั้น ความอ่อนโยนก็ค่อยๆซึมเข้ามาในจิตใจของเขา เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความเป็นมนุษย์

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

ตอนก่อน

จบบทที่ โลกใหม่และตัวตนใหม่

ตอนถัดไป