บทที่ 1 ชาตินี้ไม่ขอแก่งแย่งกับใครอีกแล้ว

บทที่ 1 ชาตินี้ไม่ขอแก่งแย่งกับใครอีกแล้ว
วันที่ 12 มีนาคม 2011 วันเสาร์
ปักกิ่ง เขตเฉาหยาง ชุมชนที่อยู่อาศัยซิงเหอเยวี่ยน อาคาร 16 ยูนิต 3 ห้อง 703 นี่คือบ้านขนาดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น พื้นที่ใช้สอยไม่ถึง 90 ตารางเมตร
เป็นเวลาตีสองกว่าแล้ว แต่ไฟในห้องนอนรองยังคงสว่างอยู่
เฉาซูเจี๋ยทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกจนได้ เขาฟุบหลับอยู่บนโต๊ะหนังสือ
หน้าผากของเขากดทับอยู่บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานจนเกิดรอยแดงเป็นรูปสี่เหลี่ยมหลายรอย
หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังคงสว่างวาบ บนไฟล์ Word ที่เปิดอยู่เต็มไปด้วยตัวอักษร N
สภาพที่ต้องโต้รุ่งแบบนี้ดำเนินมาเป็นเวลานานแล้ว ในแต่ละวันเขาได้พักผ่อนเพียงสี่ถึงห้าชั่วโมงเท่านั้น เขาเหนื่อยเกินไป เสียงกรนดังสนั่น
เฉิงเสี่ยวหลินตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เหมิงเหมิงลูกสาวของเธอ เมื่อได้ยินเสียงกรนจากห้องข้างๆ เธอก็อดที่จะรู้สึกปวดใจไม่ได้
เธอลุกจากเตียง เปิดประตูอย่างแผ่วเบา แล้วปิดประตูห้องนอนใหญ่
เมื่อเข้ามาในห้องนอนรอง เฉิงเสี่ยวหลินไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้ายาวๆ เธอเดินไปข้างๆ สามี ยื่นมือออกไปเขย่าตัวเขาเบาๆ พร้อมกับเรียก “ที่รัก ที่รัก…”
“อืม?” เฉาซูเจี๋ยที่กำลังหลับใหลส่งเสียงครางออกมาสองครั้ง เมื่อครู่นอนทับแขนตัวเองนานเกินไปจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนเข็มทิ่มที่แขนทำให้เขาเจ็บจนตื่นขึ้นมา
เขาเงยหน้าขึ้น เอามือทั้งสองข้างนวดคลึงหลังมือที่แดงก่ำ สายตาจับจ้องไปที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปี 2011 ตอนแรกเขายังรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง แต่ครู่ต่อมาก็ตื่นเต็มตา
เฉิงเสี่ยวหลินกำลังบ่นพึมพำกับเขา “ที่รัก บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำงานดึกขนาดนี้ นอนให้มากขึ้นหน่อย ไม่เห็นข่าวหรือไงว่ามีคนทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเสียชีวิตกะทันหันเยอะแยะไปหมด ถ้าคุณเป็นแบบนั้นขึ้นมา พวกเราแม่ลูกจะทำยังไง”
เฉาซูเจี๋ยอยากจะบอกภรรยาของเขาเหลือเกินว่า อีก 12 ปีข้างหน้าเขาก็เสียชีวิตเฉียบพลันเพราะทำงานโต้รุ่งนี่แหละ ตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 40 ปีด้วยซ้ำ
แต่เหตุผลบอกเขาว่าควรเก็บความลับนี้ไว้ในใจจะดีกว่า
“ที่รัก หรือว่าเรากลับบ้านเกิดกันเถอะ ไม่อยู่ที่ปักกิ่งแล้ว คุณทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้ทุกวัน ฉันกลัวจริงๆ ว่าสักวันคุณจะทนไม่ไหว” เฉิงเสี่ยวหลินพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เธอเคยพูดเรื่องนี้มาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง
หากเป็นเมื่อก่อน เฉาซูเจี๋ยคงจะพูดเล่นๆ กลบเกลื่อนไป
แต่ครั้งนี้ไม่เป็นเช่นนั้น เฉาซูเจี๋ยพยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้ภรรยา “ได้เลย!”
คำว่า ‘ได้เลย’ ที่ดังเข้าหูเฉิงเสี่ยวหลิน ทำให้เธอตะลึงไปนาน ก่อนจะโอบไหล่เฉาซูเจี๋ยแล้วถามเขา “ที่รัก คุณตกลงแล้วเหรอ?”
“ที่รัก คุณพูดถูกแล้ว ถ้ายังโหมงานหนักต่อไปก็มีแต่ทางตาย กลับบ้านกันเถอะ ผมอยากใช้เวลากับพวกคุณให้มากขึ้น” ครั้งนี้เฉาซูเจี๋ยตอบตกลงอย่างง่ายดาย
“อื้มๆ งั้นพอฟ้าสว่างคุณก็ไปจัดการเรื่องลาออกเลยนะ ฉันก็จะไปลาออกจากโรงเรียนอนุบาลเหมือนกัน ส่วนบ้าน…” เฉิงเสี่ยวหลินมองไปรอบๆ บ้านที่เพิ่งอยู่มาได้เพียงสองปี ก่อนจะกัดฟันพูดว่า “ก็ขายไปด้วยเลย กลับบ้านไปจะได้มีเงินใช้”
“ตกลง!” เฉาซูเจี๋ยยิ้ม “ฟังคุณทุกอย่างเลย”

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เฉาซูเจี๋ยขับรถยนต์ Buick LaCrosse 2.4L รุ่นปี 2010 ออกจากปักกิ่ง มุ่งหน้าสู่ทางด่วน
เขาลาออกจากงานแล้ว บ้านขนาด 86.9 ตารางเมตรถูกขายไปในราคาตารางเมตรละ 30,100 หยวน ได้เงินมา 2,615,600 หยวน เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ไม่ได้เอามาด้วย
หลังจากขายบ้านและชำระคืนเงินกู้แล้ว ยังเหลือเงินอีก 1,667,200 หยวน ถึงแม้จะไม่มีรายรับเข้ามาในระยะสั้นๆ ก็ยังสามารถรับประกันได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบ
“คุณพ่อ น้องหมาอยู่ไหนคะ?” รถเพิ่งจะขึ้นทางด่วน เหมิงเหมิงที่นั่งอยู่บนคาร์ซีทก็เริ่มอยู่ไม่สุข
เธอหันใบหน้ากลมน่ารักไปมา มองหาน้องหมาไปทั่ว
เฉิงเสี่ยวหลินปลอบเธอ “เหมิงเหมิง เดี๋ยวตอนบ่ายพอถึงบ้านคุณย่าแล้ว หนูก็จะได้เจอน้องหมานะ น่ารักมากเลยล่ะ”
“จริงเหรอคะ?” ดวงตาของเหมิงเหมิงเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เธอชอบลูกหมาลูกแมวเป็นพิเศษมาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะเวลาที่เธอร้องไห้งอแง ไม่ว่าจะปลอบยังไงก็ไม่หยุด แต่ขอแค่บอกว่าจะพาไปดูลูกหมาลูกแมว รับรองว่าหยุดร้องไห้ทันที
“เหมิงเหมิง พ่อกับแม่พาหนูกลับไปบ้านคุณย่าดีไหม?” เฉาซูเจี๋ยพูดต่อ “พอกลับไปถึงแล้ว เราจะสร้างบ้านสวยๆ ของเราเอง ถึงตอนนั้นพ่อจะพาหนูไปเที่ยวบนภูเขาทุกวันเลย”
“เที่ยวเหรอคะ?” เหมิงเหมิงรีบหันตัวมองออกไปนอกรถ แต่เธอถูกคาร์ซีทรัดไว้เลยขยับตัวไม่ได้ “คุณแม่ สวนหนุก”
เธอหมายถึงสวนสนุก แต่เพราะรีบเลยพูดไม่ชัด
เฉิงเสี่ยวหลินรีบปลอบเธอ “เหมิงเหมิง ตอนนี้เราอยู่บนรถนะ เดี๋ยวพอกลับถึงบ้านคุณย่าก็จะมีสวนผลไม้ใหญ่ๆ เลย ตอนนี้ดอกไม้กำลังบาน สวยมากเลยล่ะ”
“จริงเหรอคะ?” เหมิงเหมิงกะพริบตาปริบๆ มองแม่ของเธออย่างคาดหวัง
เฉิงเสี่ยวหลินรีบพยักหน้า “จริงจ้ะ แม่รับรองเลย”
เฉาซูเจี๋ยขับรถไปตลอดทาง ฟังสองแม่ลูกคุยเล่นกันอยู่ที่เบาะหลัง เขาก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
ระหว่างทางได้แวะทานข้าวที่จุดพักรถบนทางด่วน พักผ่อนหนึ่งชั่วโมงแล้วจึงเดินทางต่อ
จนกระทั่งบ่ายสี่โมงกว่า ถึงได้ลงจากทางด่วน
เหมิงเหมิงที่เพิ่งตื่นนอนก็เริ่มซุกซนอีกครั้ง เธอบอกว่าไม่อยากนั่งในคาร์ซีทแล้ว ยังไงก็ต้องให้แม่ของเธออุ้มให้ได้
แต่ไม่นานก็รู้สึกว่าอ้อมแขนของแม่ก็ไม่สบาย เธอจึงอยากจะนั่งบนเบาะข้างๆ แม่แทน
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงเสี่ยวหลินห้ามไว้ เธอคงอยากจะยืนบนเบาะแล้ว ตอนนี้เฉิงเสี่ยวหลินรู้สึกเหนื่อยใจจริงๆ
“คุณพ่อ คุณย่าอยู่ไหนคะ?” เหมิงเหมิงนั่งไม่ติดอีกแล้ว เธออยากจะลงจากรถ โดยไม่สนใจว่ารถยังวิ่งอยู่ เธอเอื้อมมือไปจะดึงที่จับประตู
ทำเอาเฉิงเสี่ยวหลินตกใจอย่างแรง รีบกอดเธอไว้ แล้วยกมือขึ้นมาหยิกก้นเธอแรงๆ สองที แต่เหมิงเหมิงไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด แถมยังยิ้มอย่างได้ใจอีกต่างหาก
“เหมิงเหมิง ถ้าหนูยังดื้ออีก แม่จะตีอีกนะ” เฉิงเสี่ยวหลินโกรธจนแทบคลั่ง
เหมิงเหมิงดีทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องไม่เชื่อฟัง
พอถูกแม่ขู่ เหมิงเหมิงก็เริ่มอาละวาด เธอโถมตัวเข้าไปนอนบนขาของแม่ ไม่สนใจเลยว่ายังอยู่บนรถ เธอใช้แรงกอดแขนแม่แล้วเขย่าไปมา
ไม่นาน เธอก็พลิกตัวนอนหงายบนขาของแม่ ชูศีรษะเล็กๆ ขึ้น ยกแขนน้อยๆ ขึ้นมาตีแม่
ขณะที่ลงมือก็ยังร้องเรียก “คุณแม่ คุณแม่…”
ราวกับว่าเธอเป็นฝ่ายถูกรังแกอย่างนั้นแหละ
เฉิงเสี่ยวหลินโกรธจนปวดท้อง เธอพูดกับเฉาซูเจี๋ยที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้า “ที่รัก ดูลูกสาวคุณสิ ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
“ตอนนั้นไม่น่ามีลูกเลยจริงๆ ให้มาคอยกวนประสาทอยู่ได้” เฉิงเสี่ยวหลินพูดแบบนั้น
เฉาซูเจี๋ยเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
โชคดีที่รถของเขามีความยาวถึง 5 เมตร ระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร พื้นที่เบาะหลังจึงกว้างขวางพอให้สองแม่ลูกได้เล่นซนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่พอให้ลูกสาวเขาได้นอนกลิ้งไปมาหรอก
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง รถก็ขับเข้ามาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขา
ที่นี่คือบ้านเกิดของเฉาซูเจี๋ย หมู่บ้านเฉาเจียจวง เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสารทิศในเรื่องการปลูกกีวีและแอปเปิล
รถยังไม่ทันจอดสนิท เหมิงเหมิงก็คุกเข่าอยู่บนขาของแม่ เกาะกระจกหน้าต่างมองออกไปข้างนอก ทันใดนั้นเธอก็เห็นลูกสุนัขขนสีขาวตัวหนึ่งวิ่งผ่านไป เธอก็ร้องตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “คุณแม่ดูสิคะ น้องหมา”
“โอ๊ย เหมิงเหมิง หนูน่ารำคาญจริงๆ เลย” เฉิงเสี่ยวหลินแทบจะคลั่ง
เฉาซูเจี๋ยที่กำลังขับรถอยู่หัวเราะเสียงดังลั่น
เมื่อเห็นเงาของหวังเย่หลันผู้เป็นแม่ ใบหน้าที่แก่ชราก็ปรากฏขึ้นในความทรงจำของเฉาซูเจี๋ยทันที
ทุกครั้งที่กลับมาบ้านในช่วงเทศกาลและกำลังจะเดินทางกลับ เขาจะมองเห็นแม่ยืนอยู่ที่ประตูบ้านมองตามมาไกลๆ ไม่ขยับไปไหนเลย…
ครั้งนี้เขากลับมาอีกครั้ง และจะไม่ไปไหนอีกแล้ว!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 1 ชาตินี้ไม่ขอแก่งแย่งกับใครอีกแล้ว

ตอนถัดไป