บทที่ 26 เหมิงเหมิงอยู่ที่โรงเรียนน่าจะเชื่อฟังใช่ไหม?
บทที่ 26 เหมิงเหมิงอยู่ที่โรงเรียนน่าจะเชื่อฟังใช่ไหม?
พอเริ่มยุ่งก็หยุดไม่ได้เลย ลากยาวมาจนถึงเกือบหกโมงเย็น กว่าจะจัดการธุระเสร็จแล้วกลับมาถึงบ้าน
เหมิงเหมิง ได้ยินเสียงรถก็รีบวิ่งออกมาทันที พอเห็นเฉาซูเจี๋ย ก้าวลงจากรถ เธอก็อ้าแขนทั้งสองข้างวิ่งเข้าไปหา "พ่อ กอดหน่อย"
"โอ๋ เหมิงเหมิง คิดถึงพ่อไหม?" เฉาซูเจี๋ย รีบปิดประตูรถ แล้วอุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
เดิมทีเขารู้สึกเหนื่อยมากแต่พอได้กอดลูกสาวเขาก็พลันรู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั่วร่างกลับคืนมา
เหมิงเหมิง ใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบคอพ่อ พยักหน้าจนน้ำลายแทบยืด "คิดถึง"
"พ่อไปทำไรมาคะ?" เหมิงเหมิงเอ่ยถาม
พอเธอตื่นขึ้นมาก็อยากหาพ่อ เล่นด้วย แต่หากลับไม่เจอ แม่บอกว่าพ่อออกไปทำธุระข้างนอกเธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าพ่อไปทำธุระอะไร
เฉาซูเจี๋ย ได้ยินก็ยิ้มพลางทำท่าทางประกอบ "พ่อ ไปทำสัญญาเช่าภูเขาลูกนั้นไว้ไม่ใช่เหรอ วันนี้ไปเดินเรื่องเอกสารมา ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วต่อไปพ่อก็จะเป็นราชาแห่งขุนเขา ส่วนลูกก็เป็นองค์หญิงน้อยบนภูเขา พ่อมอบหน้าที่ลาดตระเวนภูเขาให้ลูกนะ ดีไหม?"
"ดีค่ะ หนูเก่งมากๆ" เหมิงเหมิง กำหมัดเล็กๆ ทำท่าสู้ แล้วเธอก็ตะโกนเรียก "ต้าฮา เอ๋อฮา มานี่"
"โอ้ว!"
"โอ้... โฮ่ง!"
เจ้าหมาโง่สองตัววิ่งมาหา เฉาซูเจี๋ย รู้สึกประหลาดใจพวกมันสองตัวเข้าใจจริงๆ งั้นเหรอ?
แต่นี่ยังไม่จบ
วินาทีต่อมา เขาก็ได้ยินลูกสาว ทำปากจู๋ร้อง 'เหมียว เหมียว' อยู่ครู่หนึ่ง ลูกแมวจร ก็ปรากฏตัวบนหลังคาบ้าน ร้องตอบรับหนึ่งเสียง "เมี้ยว!"
"ฮวาฮวา " เหมิงเหมิง เห็นลูกแมวจร ปรากฏตัว เธอก็ยิ่งดีใจ
จากนั้นก็หันไปมองพ่อ อย่างกระปรี้กระเปร่า ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "พ่อ ดูสิ เก่งไหมคะ!"
"เก่งมากลูก เหมิงเหมิง เก่งที่สุดเลย!" เฉาซูเจี๋ย คิดยังไงก็คิดไม่ออก เขาเดาว่าลูกสาว คงเล่นกับลูกหมาลูกแมวทุกวัน เลยสนิทกันมากสินะ?
ตอนเย็น ขณะที่ครอบครัวห้าคนกำลังกินข้าวพ่อก็เอ่ยถามขึ้นมา "ซูเจี๋ย แกไปจัดการเอกสารเรียบร้อยหมดแล้วเหรอ?"
"เสร็จหมดแล้วครับ ไปลงทะเบียนที่อำเภอมาแล้วด้วย พ่อครับ ต่อไปผมน่าจะยุ่งมากเลย" เฉาซูเจี๋ย กล่าวอย่างกระตือรือร้น
เฉาเจี้ยนกั๋ว 'อืม' รับคำหนึ่งที แล้วถามเขา "เดี๋ยวพ่อ ไปกับแก ช่วยกันถางหญ้าวัชพืชบนเขา แล้วก็ปรับที่นาบนภูเขา ให้เรียบ"
พอได้ยินพ่อ พูดแบบนั้น เฉาซูเจี๋ยก็ปวดหัวขึ้นมาทันที "พ่อครับ นั่นมันที่นาบนภูเขา เกือบ 80 ไร่เลยนะครับ แค่เราสองคนพ่อลูกไปทำ นี่มันล้อกันเล่นหรือเปล่า?"
เขาจึงอธิบายแผนของตัวเอง "ผมกะว่าจะไปซื้อรั้วตาข่ายลวดเหล็กมาก่อน แล้วจ้างคนไปล้อมรั้วบริเวณนั้นไว้ จากนั้นค่อยจ้างคนมาช่วยกันปรับพื้นที่ ถางหญ้า ขุดร่องน้ำ แล้วก็ทำการขุดเจาะบ่อน้ำครับ"
เมื่อได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ เฉาเจี้ยนกั๋ว ก็ถามเขา "พื้นที่ตรงนั้นมันไม่เล็กเลยนะ แค่ค่ารั้วตาข่ายลวดเหล็ก ก็ต้องใช้เงินไม่น้อยแล้ว ไหนจะค่าจ้างคนงานทีหลังอีก เงินในมือแกยังพอเหรอ?"
"พ่อครับ เรื่องเงินไม่ต้องห่วง" เฉาซูเจี๋ยบอก "อีกอย่างผม ก็ไม่ได้กะจะใช้เงินตัวเองทั้งหมดอยู่แล้ว"
พูดถึงตรงนี้ เฉาซูเจี๋ยก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา "วันนี้ตอนไปทำเอกสารที่อำเภอ บังเอิญเจอเพื่อนสมัยมัธยมต้นของผมคนหนึ่ง ชื่อเส้ากั๋วปัง เขาบอกผมว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังสนับสนุนการพัฒนาปัญหา 3 ด้านของชนบทกับการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรแบบมีเอกลักษณ์ โดยมีนโยบายสนับสนุนและเงินอุดหนุนในด้านที่เกี่ยวข้อง สามารถยื่นเรื่องเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยได้ เงินนี้มีให้ใช้ก็ต้องใช้สิครับ"
เฉาเจี้ยนกั๋ว ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนจึงรู้สึกสงสัย "เพื่อนมัธยมต้นของแก ไม่ได้ติดต่อกันมากี่ปีแล้ว เรื่องนี้มันจะจริงหรือเปล่า?"
เฉาซูเจี๋ย รู้ว่าพ่อ กังวลอะไรจึงโบกมือ "พ่อ ครับ พ่อวางใจเถอะ เพื่อนผมคนนั้นเขาสอบได้เป็นพนักงานในสังกัดหน่วยงานของรัฐ ตอนนี้ก็รับผิดชอบดูแลพื้นที่หลายหมู่บ้านอยู่ เขาไม่น่าจะหลอกผมหรอก"
"ถ้างั้นแกก็ไปลองดูถ้ามันไม่จริงเดี๋ยวพ่อจะให้แม่แกเอาเงินเก็บของที่บ้านมาให้" ในเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว ในช่วงเวลาสำคัญเฉาเจี้ยนกั๋วย่อมไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
ตอนกลางคืน หลังจากกล่อมเหมิงเหมิงจนหลับไปแล้ว เฉิงเสี่ยวหลินกับสามีของเธอก็ออกมาคุยกันที่ลานหน้าบ้านอยู่ครู่หนึ่ง เรื่องที่คุยก็คือเรื่องที่สามีของเธอไปทำสัญญาเช่าที่นาบนภูเขา
ก่อนที่จะกลับมาจากปักกิ่ง ตอนนั้นพวกเขายังคิดว่าเงินเก็บในมือ 1,660,000 หยวน ที่มีอยู่นั้นค่อนข้างเยอะแล้ว
แต่ใครจะไปรู้ว่าเงินนี่มันก็ใช้แป๊บเดียวหมดเหมือนกัน
ตามที่สามีของเธอบอก ค่าสร้างบ้านบวกกับค่าตกแต่งภายหลังก็ต้องจ่ายไป 200,000 กว่าหยวน ค่าทำสัญญาเช่าที่นาบนภูเขางวดแรกก็อีก 100,000 หยวน
แวบเดียวเงิน 300,000 กว่าหยวนก็หายไปแล้วยังเหลืออีก 1,300,000 หยวน จะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน?
"ที่รัก เงินบ้านเราจะยังไหวอีกนานแค่ไหน?" เฉิงเสี่ยวหลินกัดฟันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "พรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงเรียนอนุบาล ไปหาพี่ชิวหลิง ลองไปสัมภาษณ์งานดู"
เฉาซูเจี๋ยพอได้ยินภรรยาพูดแบบนี้ก็ทำหน้าไม่ถูก "ที่รักเธอคิดอะไรอยู่ บ้านเราไม่ถึงกับขาดเงินไม่กี่ร้อยหยวน นั่นหรอก"
"ที่รัก คุณฟังฉันก่อนนี่มันไม่ใช่เรื่องเงินไม่กี่ร้อยหยวน ตอนนี้คุณก็กำลังยุ่ง ฉันก็ต้องหาอะไรทำบ้าง ไม่อย่างนั้นเอาแต่นั่งว่างๆ เดี๋ยวร่างกายจะแย่เอา" เฉิงเสี่ยวหลิน พูดแบบนี้
"อีกอย่างโรงเรียนอนุบาลในหมู่บ้านเรา ก็ไม่ได้มีภาระงานสารพัดเหมือนที่ปักกิ่ง ทำงานก็ไม่เหนื่อยด้วย ฉันจะได้พาเหมิงเหมิงไปด้วยให้เธอได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวดีจะตายไป" เฉิงเสี่ยวหลิน บอกความคิดของเธอ
พูดถึงตรงนี้เฉิงเสี่ยวหลินก็ยื่นมือไปกุมมือใหญ่ทั้งสองข้างของเฉาซูเจี๋ยไว้ "ที่รัก คุณก็อย่าคิดมากเลยในเมื่อตัดสินใจทำสัญญาเช่าภูเขานั่นแล้วเราก็มาตั้งใจทำกันเถอะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันเชื่อว่าคุณทำได้แน่นอนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"
"แค่ไม่อดหลับอดนอนโต้รุ่งเหมือนตอนอยู่ที่ปักกิ่ง ก็พอแล้ว"
เฉาซูเจี๋ย ยิ้ม เขาพลิกมือข้างหนึ่งกุมมือภรรยา กลับ "ไม่แน่นอน ถ้าต้องเป็นแบบนั้นอีก ผมจะมาทำสัญญาเช่านี่ให้เหนื่อยทำไมสู้ใช้ชีวิตแบบเสเพลไปวันๆ รอหมดลมไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ"
"อย่าพูดจาเหลวไหลน่า คุณ ไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้นอยู่แล้ว ประเภทที่กินๆ นอนๆ รอวันตายน่ะ" เฉิงเสี่ยวหลิน รู้จักนิสัยสามีของเธอดี
ขนาดตอนที่เขาตกลงยอมทิ้งงานเงินเดือนสูงกับชีวิตที่เร่งรีบในปักกิ่ง กลับมาบ้านเกิด ได้เกือบเดือนแล้ว เฉิงเสี่ยวหลิน ก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันไปอยู่เลย
***
เช้าวันใหม่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง เฉิงเสี่ยวหลิน ก็ตื่นแต่เช้า เธอมองออกไปข้างนอกเห็นฟ้าสว่างแล้ว ส่วนที่นอนของสามีเธอก็ว่างเปล่าไปนานแล้ว
ตรงฝั่งที่ติดกำแพง เหมิงเหมิง กำลังนอนคว่ำโก่งก้นหลับปุ๋ย ตรงมุมปากของเธอมีคราบน้ำลายไหลเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง
เฉิงเสี่ยวหลิน บ่นพึมพำ "ต้องซักผ้าปูที่นอนอีกแล้ว!"
หลังจากลุกขึ้นมา เฉิงเสี่ยวหลิน ก็นึกถึงว่าวันนี้ต้องไปลองสมัครงานที่โรงเรียนอนุบาลดู เธอเลยตั้งใจเลือกชุดที่ดูเหมาะสมกับตัวเองเป็นพิเศษ ส่องกระจกดูแล้วดูอีก จนรู้สึกว่าแบบนี้โอเคแล้ว ไม่มีปัญหา
เหมิงเหมิง ราวกับสัมผัสได้ว่าแม่กำลังจะไปวันนี้เธอเลยไม่นอนตื่นสาย ตื่นเช้ากว่าปกติมาก
"แม่ ไป!" พอใส่เสื้อผ้าเสร็จ ทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าว เหมิงเหมิงก็ดึงมือแม่จะลากออกไปข้างนอก
เธออยากออกไปเล่นข้างนอกแล้ว
หวังเย่หลันจึงบอกเธอว่า "เหมิงเหมิงต้องกินข้าวเช้าให้เสร็จก่อนถึงจะออกไปได้นะ ไม่อย่างนั้นห้ามไปไหนทั้งนั้น"
"ไม่เอา!" เหมิงเหมิง ไม่ยอมเธอมองหน้าคุณย่า "จาเล่น"
เฉิงเสี่ยวหลิน มองลูกสาว ที่ดื้อดึงก็นึกกังวลว่าเดี๋ยวพอพาไปโรงเรียนอนุบาล แล้วเธอจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่ได้หรือเปล่า
‘น่าจะได้มั้ง?’ เฉิงเสี่ยวหลินคิดในใจ ‘ตอนอยู่ที่ปักกิ่ง เหมิงเหมิง ก็เชื่อฟังดีออก’
กว่าเหมิงเหมิง จะกินข้าวเสร็จ เวลาก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง เฉิงเสี่ยวหลินกับแม่สามี ต้องทั้งปลอบทั้งหลอก กว่าจะป้อนไข่ตุ๋นให้เธอจนหมดถ้วยได้
"แม่ รีบไปเร็ว!" เธอเริ่มเร่งเร้าอีกครั้ง
เฉิงเสี่ยวหลิน ยอมแพ้ลูกสาวจริงๆ เธอจัดกระเป๋าสะพายขึ้นบ่า "ไปเดี๋ยวนี้แหละ"
สองแม่ลูกกำลังจะออกจากบ้าน สุดท้ายก็เป็นหวังเย่หลัน ผู้เป็นแม่สามีที่ขี่รถสามล้อไฟฟ้าไปส่งพวกเธอ
โรงเรียนอนุบาล ของหมู่บ้านเฉาเจียจวง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้าน พื้นที่โรงเรียนก็ไม่ถือว่าเล็ก เด็กๆ วัยอนุบาลจากสามหมู่บ้านใกล้เคียงต่างก็มาเรียนกันที่นี่
หวังเย่หลันยังพูดอีกว่า "ถ้าบ้านใหม่ของพวกแกสร้างเสร็จ แล้วย้ายมาอยู่กันที่นี่ ก็จะอยู่ใกล้โรงเรียนอนุบาล เลย"
เฉิงเสี่ยวหลิน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ก็มองเห็นบ้านสองชั้นหลังเล็กของพวกเธอที่โดดเด่นสูงกว่าบ้านคนอื่นในระแวกนั้นพอดี
แม้แต่เหมิงเหมิง ก็ยังชี้ไปทางนั้นแล้วตะโกนเสียงดัง "แม่ ดูนั่นบ้าน"
"ใช่ ต่อไปก็จะดีแล้ว" เฉิงเสี่ยวหลินพูดพลางยิ้ม
ผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อ ติงเต๋อจง เขาเป็นครูอาวุโสที่อายุเกิน 50 ปีแล้ว
นอกจากเขาแล้ว ในโรงเรียนยังมีครูอีก 3 คน ครูแต่ละคนรับผิดชอบคนละหนึ่งห้องเรียน ภาระงานก็ไม่ใช่น้อยๆ
ตามแผนที่ติงเต๋อจงวางไว้เขาอยากจะจัดครูสองคนต่อหนึ่งห้องเรียน แบบนี้น่าจะเหมาะสมกว่า
แต่พอเปิดรับสมัครจริงๆ ถึงได้รู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด
คนหนุ่มสาวที่ยังหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้าน ก็น้อยอยู่แล้ว ประกอบกับเงินเดือนครูโรงเรียนอนุบาล ก็ไม่ได้สูง เดือนหนึ่งได้แค่ห้าถึงหกร้อยหยวน เท่านั้น คนหนุ่มสาวที่เหลือเลยยอมไปเปิดร้านในเมือง หรือไปทำงานในโรงงานในเมืองเสียดีกว่า ไม่มีใครมีความอดทนพอที่จะมาเจอกับฝูงเด็กที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวพวกนี้หรอก
เฉิงเสี่ยวหลิน จูงมือเหมิงเหมิงเข้าไปในโรงเรียนอนุบาล พอเจอตัวหลี่ชิวหลิง อีกฝ่ายก็ทักขึ้นทันที "หลินหลิน ในที่สุดเธอก็มาซะที รีบตามฉันมาไปพบผู้อำนวยการกัน"
"..." เฉิงเสี่ยวหลิน กระพริบตาปริบๆ ดูเหมือนว่าเรื่องราวมันจะไม่ค่อยเหมือนกับที่เธอคิดไว้เท่าไหร่