ชิงช้าสวรรค์ที่น่ากลัว
สวนสนุกของเจียงเฉิงตั้งอยู่ในเขตตงเฉิงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่อยู่อาศัยของหยางยี่ ไม่นานหลังจากนั้น แท็กซี่ก็ได้มาส่งหยางยี่กับซีซีที่สวนสนุก
ทันทีที่เขามาถึงยังหน้าประตูทางเข้า หยางยี่ก็ไปซื้อตั๋วก่อน และในขณะนั้น เจ้าตัวเล็กก็มองดูชิงช้าสวรรค์แล้วพูดอย่างตื่นเต้น "ปาป๊าจ๋า หนูอยากนั่งชิงช้าสวรรค์ ปาป๊าพาหนูไปเล่นชิงช้าสวรรค์หน่อย!"
บางทีอาจเป็นเพราะการอยู่กับเจ้าตัวเล็กมาสักพัก สภาพจิตใจที่มืดมนของหยางยี่ก็เลยค่อยๆมีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาถึง
ซึ่งในขณะที่ซีซีกำลังตื่นเต้น เขาก็อุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาวางไว้บนคอของเขาอย่างอ่อนโยน
และนี่ก็เป็นครั้งแรก!
ที่ซีซีรู้สึกถึงความอ่อนโยน มันทำให้เธอหัวเราะคิกคักได้อย่างมีความสุข!
ซึ่งในตอนนี้ ข้างในสวนสนุกก็มีเด็กๆอยู่จำนวนมาก คงเป็นเพราะนอกเหนือจากสวนสัตว์ในเจียงเฉิงแล้ว สวนสนุกแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเด็กนั่นเอง
และซีซีที่กำลังขี่คอของหยางยี่อยู่นั้นก็ยิ้มหวานออกมาอยู่ตลอดเวลา รอยยิ้มที่ปรากฏออกมาของเธอนั้นโดดเด่นจนดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่รอบๆ
และแน่นอนว่าเมื่อเด็กๆจ้องมองไปยังซีซีที่กำลังขี่คอของพ่ออยู่ ความอิจฉาก็แสดงออกมาผ่านทางสายตาของพวกเด็กๆอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังของพวกเขาได้ดึงมือพ่อของตัวเองและตะโกนว่า “ขอขี่คอหน่อยพ่อ”
แต่ดูเหมือนว่าคนที่เป็นพ่อจะไม่เล่นด้วย เด็กน้อยจึงเริ่มร้องไห้ออกมา
และเสียงร้องไห้ของเด็กน้อยคนนั้นก็ดังมาก ดังจนหยางยี่ต้องหันศีรษะไปมอง ซึ่งเมื่อมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หยางยี่ที่เย็นชาก็ถึงกับยกมุมปากขึ้นจนเกือบจะหัวเราะออกมา
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่อของเด็กคนนั้นถึงไม่ยอมให้ลูกขี่คอ!
ก็ดูตัวของเด็กชายที่มีหน้าตาเหมือนกับแม่ที่อยู่ข้างๆนั่นสิ เขาน่าจะมีอายุประมาณ6 หรือ 7 ขวบเท่านั้น แต่แขนและขาของเขาดูใหญ่กว่าเด็กทั่วไปอย่างมาก และเขายังมีพุงอ้วนๆอีก!
แถมพ่อของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆนั้นก็ดูเก้งก้าง ตัวบางราวกับไม้เท้า ถ้ายอมให้ลูกขึ้นไปขี่คอของเขาละก็ เข่าของเขาคงจะต้องทรุดอย่างแน่นอน!
และหลังจากยืนมองเหตุการณ์ของเด็กที่ร้องไห้มาสักพัก หยางยี่ก็รีบพาซีซีเข้าไปข้างในสวนสนุก
ในขณะเดียวกัน ซีซีก็มองย้อนกลับไปด้วยสายตาที่สงสัย และเธอก็ถามด้วยความสงสัยว่า "ปาป๊า ทำไมพ่อของพี่ชายคนนั้นถึงไม่ยอมให้เขาขี่คอล่ะ"
หยางยี่รู้สึกได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเจ้าตัวเล็ก เขาเลยอธิบายให้เธอฟัง…
…………..
ในตอนนี้ หยางยี่ได้เดินมาถึงสถานที่ที่เจ้าตัวแล็กอยากเล่นและรอคอยมาอย่างยาวนานแล้ว มันคือชิงช้าสวรรค์นั่นเอง
แต่อย่างไรก็ตาม หยางยี่ก็รู้สึกผิดหวังพอสมควรเมื่อมาถึงยังด้านหน้าของชิงช้าสวรรค์ เพราะมันไม่ได้สวยงามและน่าเล่นขนาดนั้น แถมยังสูงเพียงแค่ห้าสิบเมตรเอง
ดูไม่น่าจะสนุกเลย!
แต่แน่นอนว่าหยางยี่ยังไม่ลืมว่าเขาจะต้องตามใจซีซีในวันนี้ เขาจึงเดินไปเข้าแถวกับซีซีและก็ได้นั่งลงในกระเช้าเล็กๆของชิงช้าสวรรค์
"พึบ" ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น ประตูก็ถูกปิดลง
ชิงช้าสวรรค์ค่อยๆเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ และในกระเช้าเล็กๆก็มีเสียงเอี๊ยดดังขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา
ซึ่งในตอนแรกนั้น ซีซีก็ยังคงมองไปที่หน้าต่างด้วยความกระตือรือร้น แต่เมื่อความสูงของกระเช้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอก็เริ่มตื่นตระหนกทันที
เจ้าตัวเล็กมีความรู้สึกกลัวที่กำลังรอยอยู่บนท้องฟ้า!
และเมื่อรวมกับพื้นที่เล็กๆในกระเช้าที่ส่ายไปส่ายมา มันก็ทำให้ความกลัวรุนแรงขึ้นไปอีก
“ปาป๊าคะ หนูกลัวจังเลย” หัวเล็กๆของซีซีค่อยๆหดลงและหันไปมองที่พ่อของเธอ
ซึ่งเมื่อหยางยี่ที่กำลังมองออกไปข้างนอกได้ยินเสียงเรียกของลูกสาว เขาก็ก้มตัวลงไปกอดซีซีอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวนะลูก พ่ออยู่นี่แล้ว!” หยางยี่ลูบหัวของซีซีอย่างช้าๆ
สิ่งที่หยางยี่ทำ ทำให้อาการกลัวความสูงของซีซีลดลงอย่างมาก และธรรมชาติที่อยากรู้อยากเห็นของเด็กก็ทำให้เธอมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง
“ทุกอย่างดูเล็กลงไปหมดเลย!” ซีซีพูด
“ปาป๊า ดูสิ ดูนั่นสิ นั่นพี่ชายคนนั้นไง!”
"ปาป๊า ดูสิ นั่นรถ! มันเล็กเหมือนมดเลย~"
เจ้าตัวเล็กพูดทุกสิ่งที่เธอเห็นให้พ่อของเธอฟัง และหยางยี่ก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพยักหน้า
ซึ่งหลังจากที่ลงมาจากชิงช้าสวรรค์แล้ว ซีซีก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เธอเลยบอกพ่อของเธอว่าให้นั่งกันอีกครั้ง
และตอนที่ชิงช้าสวรรค์มาถึงจุดสูงสุด ก็มีเครื่องบินสีขาวปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าพอดี สิ่งนี้ทำให้ซีซีตื่นเต้นและมีความสุขอย่างมาก
“เครื่องบิน ปาป๊า นั่นเครื่องบิน!” ซีซีกระโดดขึ้นอย่างตื่นเต้น
โชคดีที่เจ้าตัวเล็กมีน้ำหนักนิดเดียว เลยไม่ได้ทำให้ชิงช้าสวรรค์ส่ายมากนัก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็ยหยางยี่กระโดดแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะต้องมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
และเนื่องจากหยางยี่ในตอนนี้มีหัวใจที่เหมือนกับเด็ก เขาจึงกอดลูกสาวและมองดูเครื่องบินกับเจ้าตัวเล็กด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
......
ในสายตาของหยางยี่ สวนสนุกในเจียงเฉิงแห่งนี้เรียบง่ายจริงๆ
แม้ว่าจะมีเครื่องเล่นที่เหมือนจะใหญ่ อย่าง ชิงช้าสวรรค์ รถไฟเหาะ และเรือโจรสลัด แต่ขนาดจริงๆแล้วก็ค่อนข้างเล็กพอสมควร
และยิ่งเป็นเครื่องเล่นพวก รถบั๊มพ์ ม้าหมุน กระท่อมเขาวงกต ฯลฯ ก็ยิ่งไม่น่าพอใจ
แต่ไม่ใช่สำหรับซีซี เธอสนุกอย่างมาก ถึงเธอจะมีอายุไม่มากพอที่จะนั่งรถไฟเหาะ แต่เธอก็ได้เล่นรถบั๊มและม้าหมุนกับเด็กคนอื่นๆ
ซึ่งผลที่ตามมาก็ร้ายแรงมากเช่นกัน เพราะเมื่อสวนสนุกกำลังจะปิด ซีซีก็เริ่มงอแงทันที
“ไม่กลับได้ไหม” เจ้าตัวเล็กกอดขาของพ่อและอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากให้หนูเล่นนะ แต่มันใกล้จะปิดแล้ว หนูเห็นไหมว่าชิงช้าสวรรค์ที่เรานั่งด้วยกันก็หยุดหมุนแล้ว” หยางยี่อธิบายด้วยอาการปวดหัว
“ไม่ ไม่ ซีซี ไม่อยากกลับ” ซีซีส่ายหัวด้วยความงอแง
อันที่จริง เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่หยางยี่และซีซีเท่านั้น เพราะที่หน้าประตูสวนสนุกก็มีเด็กๆที่ไม่เต็มใจจะกลับบ้านด้วยเช่นกัน…
แถมยังร้องไห้หนักมากอีกด้วย!
ตัวอย่างเช่น เด็กอ้วนที่หยางยี่เคยเห็นก่อนหน้านี้ เขาร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร ซึ่งเด็กๆที่อยู่แถวนั้นก็ต่างพากันยืนดูเขาทั้งน้ำตา
และเสียงร้องไห้ก็เริ่มดังขึ้นทีละคน ซีซีก็ตอบสนองด้วยเช่นกัน ทำให้ในตอนนี้มีแต่เสียงร้องไห้โหยหวนกระจายไปทั่วทั้งสวนสนุก
หยางยี่คว้ากระเป๋าของซีซีแล้วกำไว้ในมือด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
“โอ้ย! ทำไมการเลี้ยงเด็กมันถึงยากลำบากอย่างนี้?” หยางยี่รู้สึกว่าหัวของเขากำลังจะระเบิด เขารู้สึกว่าการเลี้ยงเด็กนั้นยากลำบากกว่าการที่เขาจะทำลายระบบรักษาความปลอดภัยอันแน่นหนาเพื่อไล่ล่านักการเมืองอีก!
ไร้เหตุผลมาก!
สวนสนุกมันปิดของมันเองแล้วจะมาร้องไห้ทำไม? การร้องไห้มันทำให้สวนสนุกกลับมาเปิดได้งั้นหรอ?
ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเขาเมื่อก่อนละก็ เขาก็คงจะหนีปัญหานี้ไปไกลแล้ว!
แต่ตอนนี้เขากำลังเก็บอารมณ์ของเขาเอาไว้ เพราะเจ้าตัวเล็กกำลังจับขากางเกงด้วยมือเล็กๆนั่นอยู่ และเมื่อมองรูปลักษณ์ที่น่าสงสารของเจ้าตัวเล็ก มันก็ทำให้หยางยี่เก็บอารมณ์เอาไว้ได้
“เกรงว่าฉันจะต้องอยู่กับเจ้าตัวเล็กและปัญหาแบบนี้ไปตลอดชีวิต!” หยางยี่ยิ้มอย่างขมขื่นในใจและนั่งลง