สิ่งที่เธอต้องการคืออ้อมกอด
“เฮ้ เฮ้ หนูไม่ต้องการมัน หูนไม่เอา” เสียงสะอื้นไห้ของซีซีดังขึ้น
หยางยี่ยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมกับเกาหัวอย่างหมดหนทาง
เมื่อคืนนี้ เจ้าตัวเล็กไม่ได้งอแงร้องไห้ออกมาเลย เพราะเรื่อง "ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ" ที่เขาเล่านั้นจบอย่างมีความสุข !
และเนื้อเรื่องของมันก็ทำให้เจ้าตัวเล็กตื่นเต้นมากจนต้องบิดตัวไปมาบนเตียงตลอดทั้งคืน
เลยส่งผลให้เจ้าตัวเล็กไม่สามารถตื่นขึ้นได้ในตอนเช้านั่นเอง และหยางยี่ก็ไม่อยากจะปลุกเจ้าตัวเล็กด้วยเช่นกัน เขาจึงคิดที่จะปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนอนหลับต่ออย่างสบายใจ
ซีซีลืมตาขึ้นมา!
“ฮือ ฮือ หนูอยากไปเล่นสวนสนุกแล้ว!” ซีซีตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหมกมุ่นเรื่องสวนสนุกจนเธอร้องไห้ออกมา!
ตอนนั้น หยางยี่ตกตะลึงอย่างมาก ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงร้องไห้กันล่ะ?
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่แล้วหรือชีวิตในปัจจุบัน หยางยี่ก็เป็นคนเหล็กที่ไม่เคยมีน้ำตา เขาจึงไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมซีซีถึงร้องไห้ออกมา?
เป็นเพราะเจ้าตัวเล็กคิดว่าจะมีเวลานิดเดียวในการไปเล่นที่สวนสนุกงั้นหรอ?
เมื่อคิดเช่นนี้ หยางยี่จึงอธิบายให้ซีซีฟังว่าทำไมเขาถึงไม่ได้ปลุกเธอ แต่ซีซีก็ไม่ฟังอะไรเลย เธอเสียใจกับเรื่องนี้และร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
“ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ!” หยางยี่พึมพำในใจอย่างหดหู่ “ และยิ่งเป็นเด็กผู้หญิง ก็ยิ่งเข้าใจยากขึ้นไปอีก!”
ชีวิตที่แล้วของเขาไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงแบบนี้มาก่อน เพราะมันแก้ได้ด้วยเงิน!
หยางยี่ไม่เก่งในเรื่องเกลี้ยกล่อมเด็ก เขาก็เลยพยายามอย่างมากที่จะหาวิธีแก้ไขปัญหาจากความทรงจำของร่างต้น แต่น่าเสียดายที่หยางยี่ร่างต้นก็ไม่มีวิธีเช่นกัน หยางหยี่ร่างต้นได้แต่นั่งมองดูลูกสาวของเขาร้องไห้เหมือนกับหยางยี่ตอนนี้นี่แหละ เป็นเพราะเรื่องนี้เลยทำให้เขาโดนโม่เฟยด่าเป็นประจำ
ซึ่งตอนนี้ หยางยี่ก็พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเจ้าตัวเล็ก เขาค่อยๆนั่งลงข้างๆเตียงเนื่องจากเขาสูงเกินไป เข่าของเขาคุกอยู่กับพื้นเพื่อให้ขนานกับแนวสายตาของซีซี
“โอ๋ๆ หยุดร้องไห้นะลูก พ่อสัญญากับลูกเลยว่าวันนี้ถ้าลูกอยากเล่นอะไรพ่อจะตามใจ! เคมั้ย?” หยางยี่เกลี้ยกล่อม
คำปลอบที่พูดออกมานั้นยังช่วยอะไรได้ไม่มากนัก ซีซียังคงสะอื้นอยู่เช่นเคย แต่เธอก็ไม่ได้ร้องไห้หนักเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว!
เจ้าตัวเล็กขยี้ตาไปมาอย่างช้าๆ ตาโตทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและมองมาที่พ่อด้วยความเสียใจ จากนั้นเธอก็เหยียดแขนเล็กๆของเธอออกมา และพูดพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยว่า “กอดหนู...”
หยางยี่จะปฏิเสธได้อย่างไร? เขารีบคว้าเจ้าตัวเล็กมากอดและลุกขึ้นยืนช้าๆ
แม้ว่าเจ้าตัวเล็กยังคงทำหน้ามุ่ยอยู่ แต่ก็ดีกว่าตอนแรกมากแล้ว ซึ่งเมื่อหยางยี่ได้อุ้มซีซีขึ้นมา เธอก็กอดคอเขาเอาไว้อย่างแน่นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจอยู่ตรงหน้าอก
จากนั้นไม่นาน ซีซีก็หยุดร้องไห้ แต่เธอยังคงสะอื้นอยู่เบาๆ นั่งคงเป็นเพราะว่าเธอหมดพลังงานแล้ว
“ไม่เป็นไรนะลูก พ่อขอโทษนะ ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อเอง” เขาลูบหลังของซีซีเบาๆขณะพูด หัวใจที่แข็งเหมือนเหล็กของหยางยี่แทบจะสลายเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกสาว
ซึ่งเมื่อเสียงสะอื้นที่อยู่ตรงหน้าอกด้านซ้ายค่อยๆหยุดลง หยางยี่ก็รู้ทันทีว่าเขาเกลี้ยกล่อมสำเร็จแล้ว!
แต่มันไม่ง่ายเลย!
“หรือว่า!” หยางยี่เรียนรู้ได้ไวอยู่แล้ว เขาคิดบางอย่างได้ในหัว “เป็นไปได้ไหมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การพูดกล่อม แต่เป็นการกอด?”
หยางยี่เคยอ่านบทความหนึ่งจากหนังสือ แล้วมันก็บอกไว้ว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องให้คุณมาหาทางออกให้กับเธอ เธอแค่ต้องการอ้อมแขนที่พึ่งพาได้เพียงเท่านั้น!
ตอนนั้นนักฆ่าอย่างเขาที่ไม่รู้ว่ารักคืออะไรก็ถึงกับต้องหัวเราะออกมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจบทความนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว!
หยางยี่รู้สึกว่าประสบการณ์ความเป็นพ่อของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก
...
เจียงเฉิง เมืองโบราณทางตอนใต้ที่ตั้งอยู่ในเขตเจียงซูและเจ้อเจียง ครั้งหนึ่งเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกโดยสิ่งตีพิมพ์จากต่างประเทศ เกียรตินี้ไม่เพียงเพราะสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์อันยาวนานเท่านั้น แต่ยังมีการลงทุนด้านวิศวกรรมของเทศบาลอย่างมหาศาลอีก!
เกี่ยวกับการฟื้นฟูโบราณสถาน การบำรุงรักษาจุดชมวิวธรรมชาติ และการวางผังเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลงทุนของเจียงเฉิงอาจกล่าวได้ว่าไม่มีที่เปรียบในเมืองใหญ่ ๆของประเทศจีนได้เลย!
นอกหมู่บ้านที่อยู่ในเมือง ต้นไม้การบูรจะงอกงามตามถนนเจียงหนานเป่ยอยู่เต็มไปหมด คุณจะสามารถเห็นความเขียวขจีได้เพียงแค่มองผ่านๆ และทางเดินก็มีดอกไม้อย่างดอกโบตั๋น กล้วยไม้ดอกลิลลี่สีขาว และดอกไอริสสีม่วง ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิของเจียงเฉิง!
แต่แน่นอน ว่าสิ่งที่สวยงามที่สุดก็คือซีซีที่ร้องเพลงและเต้นรำอย่างช้าๆท่ามกลางดอกไม้ และเจ้าตัวเล็กก็สวมชุดรายดอกไม้ที่สวยงามราวกับนางฟ้าที่ลงมาวิ่งอยู่ข้างหน้า และเธอก็ร้องเพลงในเรื่องที่พ่อเอามาเล่าให้ฟังเมื่อวานนี้
"Let_it_go, let_it_go, can't_hold_it_back_ any_ more~" แม้เธอจะจำได้แค่ประโยคนี้ก็ตาม
แต่เมื่อเด็กตัวเล็กร้องเพลงด้วยเสียงที่ไพเราะ ควบคู่ไปกับเสียงหวานๆของนกขมิ้นสีเหลือง ก็ดึงดูดให้คนที่เดินอยู่แถวนั้นมองมาด้วยสายตาชื่นชม
โม่เฟยเคยอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศกับพ่อแม่ของเธอตอนที่เธอยังเป็นเด็ก และเพื่อหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของสื่อ เธอจึงกลับไปอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาเกือบสองปีและได้ให้กำเนิดซีซีที่สหรัฐอเมริกา แล้วเธอก็ได้สอนภาษาอังกฤษให้กับซีซีด้วย นี่คือเหตุผลที่ ซีซีสามารถเรียนรู้เนื้อเพลงได้อย่างรวดเร็ว
แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างโม่เฟยและหยางยี่!
ในอดีต หยางยี่เป็นคนที่รักชาติอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าวัฒนธรรมจีนนั้นกว้างขวางและลึกซึ้งอย่างมาก และการที่ซีซีไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน แถมยังพูดคำต่างประเทศที่เขาไม่เข้าใจออกมา สิ่งนี้เลยทำให้หยางยี่ไม่ค่อยพอใจ!
โม่เฟยต้องการที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้หยางยี่ฟัง แต่เธอก็พบว่าชายคนนี้ไม่ยอมเปิดใจรับฟังเลย และตั้งแต่ตอนนั้น รอยร้าวระหว่างพวกเขาทั้งสองคยก็ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้!
แต่แน่นอนว่าหยางยี่ในร่างปัจจุบันไม่มีทางดื้อรั้นแบบนั้น และในชีวิตก่อนหน้า เขาก็เชี่ยวชาญถึงแปดภาษา ทำให้เขาสอนซีซีร้องเพลงภาษาอังกฤษได้อย่างสบายๆ
“ซีซี ดื่มน้ำไหมลูก!” เขาหยิบขวดน้ำเด็กจากกระเป๋านักเรียนที่แขวนอยู่บนไหล่และเปิดฝายื่นไห้กับซีซี
ซีซีมีมีมารยาทที่ดีมาก เธอค่อยๆดื่มน้ำอย่างช้าๆ
จากนั้น หยางยี่ก็คุกเข่าลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของซีซี ซึ่งในดวงตาที่เย็นชาของเขา ก็เห็นท่าทางที่น่ารักของซีซีก็สะท้อนออกมา เจ้าตัวเล็กกำลังดื่มน้ำพร้อมกับกระพริบตาโตๆ และมองไปมาที่หยางยี่
อบอุ่นจังเลย!
“ซีซี เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่ไปกันนะ” หยางยี่พูดกับซีซีพลางแอบนับเงินในกระเป๋าของเขาอย่างเงียบๆ
วันนี้ เขาหยิบเงินที่หยางยี่ร่างต้นเคยประหยัดและเก็บไว้ในกล่องรองเท้ามาใช้ แม้ว่าหยางยี่ร่างต้นจะประหยัดและเก็บเงินแทบเป็นแทบตาย แต่หยางยี่ในตอนนี้ไม่ได้มีนิสัยอย่างนั้น
เงินมีก็ต้องใช้สิ ถ้าหมดก็แค่ "หา" เพิ่ม จริงมั้ย?