บทที่ 23 หมี่เจี้ยน
บทที่ 23 หมี่เจี้ยน
วันต่อมาเป็นวันเปิดเทอม
เช้าตรู่อากาศค่อนข้างหนาว ทั้งสามคนไปกินเส้นหมี่น้ำชามหนึ่งนอกโรงเรียน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นก็เลยอุตส่าห์เติมพริกเข้าไป พอกินเสร็จร่างกายสบายขึ้นแล้วถึงเริ่มแยกย้ายกัน
หยางหย่งเจี้ยน ไม่เหมือนกับคนทั้งสอง เธอเป็นนักเรียนสายวิทย์ ส่วนจางเซวียน กับตู้ซวงหลิง เรียนสายศิลป์
อีกอย่าง เพราะหยางหย่งเจี้ยน สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียนทุกครั้งตลอดสามปีมานี้ แถมยังเป็นครอบครัวที่ยากจนเป็นพิเศษ โรงเรียนเลยดูแลเป็นกรณีพิเศษ ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ไม่ต้องจ่ายค่าครองชีพด้วย
ทุกเทอมเธอแค่ต้องไปหาหัวหน้าฝ่ายวิชาการเพื่อเอาใบรับรอง แล้วก็วิ่งไปที่แผนกจ่ายเงินรอบหนึ่งก็เป็นอันเสร็จเรื่อง ง่ายโคตรๆ
พูดถึงเรื่องนี้ ยังมีเรื่องแทรกอยู่เรื่องหนึ่ง
สามปีก่อนตอนประกาศผลสอบเข้า ม.ปลาย หยางหย่งเจี้ยน ได้ที่ 1 ของอำเภอเล็กๆ แห่งนั้น ตู้ซวงหลิง ได้ที่ 19 ของอำเภอ ส่วนจางเซวียน อยู่ไกลถึงอันดับ 50 กว่าของอำเภอโน่น
ตอนนั้นเพราะฐานะทางบ้านของตู้ซวงหลิง ดี ที่บ้านก็เลยเกิดความคิดอยากให้เธอมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองซ่าว
แต่ก็รู้สึกว่าไกลเกินไป กลัวลูกสาวจะเหงาอยู่คนเดียว สองสามีภรรยาตู้เค่อต้ง ก็เลยยุให้ตู้ซวงหลิง ชวนเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ผลการเรียนดีมาสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองซ่าว รอบพิเศษสำหรับนักเรียนนอกพื้นที่ด้วยกัน
ทั้งกลุ่ม 5 คน มีแค่พวกเขาสามคนที่สอบติด
การสอบคัดเลือกรอบพิเศษ หยางหย่งเจี้ยน ก็ยังได้ที่ 1 คะแนนทิ้งห่างคนอื่นลิ่ว
ตู้ซวงหลิง ก็สอบได้ไม่เลว
มีแค่ผลสอบของจางเซวียน ที่แทบจะเหยียบเส้นยาแดงผ่าแปด ไม่มีสิทธิ์เข้าห้องเรียนทดลอง (ห้องคิง) เลยแม้แต่น้อย
ตอนแบ่งห้อง หยางหย่งเจี้ยน ที่โรงเรียนให้ความสำคัญอย่างสูง ลองเสนอว่าขอดึงจางเซวียน เข้ามาอยู่ห้องทดลองด้วยได้ไหม แต่พออาจารย์เฉินเหลย ครูประจำชั้นของเธอดูคะแนนของจางเซวียน ก็ส่ายหัวทันที
พอถูกปฏิเสธ ตู้ซวงหลิง เห็นจางเซวียน กำลังเสี่ยงที่จะถูกแบ่งไปอยู่ห้องธรรมดา เห็นจางเซวียน ตั้งท่าจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของอำเภอ เธอก็เลยลากพ่อแม่ ไปหาอาจารย์เว่ยเวย ครูประจำชั้นของตัวเอง
เว่ยเวยเป็นครูสาว สอนภาษาอังกฤษ พอเห็นสองสามีภรรยาตู้เค่อต้ง ขับรถซานตาน่า มา ก็ไม่ได้ปฏิเสธทันที แต่ให้โอกาส แล้วก็ขอดูคะแนนของจางเซวียน เช่นกัน
ที่ต่างกันคือ มุมมองในการดูคะแนนของอาจารย์เว่ย
แม้ว่าคะแนนรวมของจางเซวียน จะไม่ดี แต่คะแนนสามวิชาหลักอย่าง ภาษาจีน คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ กลับอยู่ในอันดับ 3 ของการสอบคัดเลือกรอบพิเศษ ตาเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที เชื่อว่านี่คือเพชรที่รอการเจียระไน
แต่เว่ยเวยก็ไม่ได้รีบตัดสินใจ เธอกลับพาจางเซวียน ไปที่ห้องพักครู แล้วเอาข้อสอบภาษาอังกฤษชุดหนึ่งมาให้เขาทำ บอกว่าถ้าสอบผ่านก็จะรับไว้
ปิดเทอมหน้าร้อนปีนั้น จางเซวียน ใช้วิธีการเรียนของหยางหย่งเจี้ยน เตรียมตัวอ่านเนื้อหาล่วงหน้าของ ม.4 ในวิชาภาษาจีน คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษมาแล้วระดับหนึ่ง เขาทำได้ดีมาก ภาษาอังกฤษได้ 81 คะแนน เกินเกณฑ์ผ่านไปไกล
ด้วยเหตุนี้ จางเซวียน ก็เลยได้เข้าห้องทดลองอีกห้องในฐานะตัวแถมของตู้ซวงหลิง
เรื่องราวหลังจากนั้น ก็ไม่ได้มีพล็อตน้ำเน่าที่เรียนตามห้องทดลองไม่ทันแล้วถูกเยาะเย้ย และก็ไม่ได้มีฉากตบหน้าสะใจที่พลิกมาเป็นที่ 1 ของโรงเรียน
ด้วยความคับข้องใจที่ถูกคนดูแคลน ไม่อยากเป็นบ๊วยของห้องทดลอง จางเซวียน เลยตั้งใจเรียนมาก ผลการเรียนตอน ม.4 ของเขาเกาะกลุ่ม 30 อันดับแรกของโรงเรียนมาตลอด ช่วงที่พีคสุดก็คือทำได้เกินคาด ติดท็อปเท็น ได้อันดับที่ 8
พอแบ่งสายแล้ว จางเซวียน ก็อยู่ใน 10 อันดับแรกของสายศิลป์มาตลอด ถึงแม้จะไม่เคยติดท็อปไฟว์ แต่ก็ไม่เคยหลุดจากท็อปเท็น
ให้ตายสิ ยิ่งกว่าเห็บหมาซะอีก นิ่งจนน่าตับสั่น
ออกจากร้านเส้นหมี่น้ำ ข้ามถนนเข้าโรงเรียน
จางเซวียน ก็พูดกับหยางหย่งเจี้ยน ว่า "งั้นเดี๋ยวเธอไปหาหัวหน้าที่ฝ่ายวิชาการก่อนนะ ฉันกับซวงหลิง ถึงจะยุ่งยากหน่อย แต่อย่างน้อยก็มีเพื่อน"
หยางหย่งเจี้ยน มองทั้งคู่แวบหนึ่ง พยักหน้า "ได้ ตอนนี้เพิ่งแปดโมง ยังเช้าอยู่ พวกเธอก็รีบไปจ่ายค่าเทอม รับหนังสือซะตอนที่คนยังน้อยๆ นะ"
ตู้ซวงหลิง รับคำ "โอเค งั้นเราสองคนไปก่อนนะ"
สามคนแยกกัน จางเซวียน กับตู้ซวงหลิง ไปที่ห้องเรียนของตัวเองบนชั้นสามก่อน เพื่อไปรายงานตัวกับอาจารย์เว่ยเวย ครูประจำชั้น และเอาใบรายงานตัว
ครูประจำชั้นในชุดแจ็กเก็ตหนังสีแดงกำลังนั่งอยู่ที่ประตูห้องเรียน ถือชามกระเบื้องสีขาวกินข้าวเช้าอยู่ กับข้าวน่ากินมาก มีเนื้อ มีปลาไหล แล้วก็ผักกาดขาว
พอเห็นทั้งสองคนมา เว่ยเวยก็ใช้ตะเกียบชี้ไปที่สมุดลงทะเบียน "เซ็นชื่อซะ"
ตู้ซวงหลิง กวาดตาดูลายชื่อในสมุด แล้วก็ถามอย่างประหลาดใจ: "อาจารย์คะ หมี่เจี้ยน กับลี่ลี่ซือมาแล้วเหรอคะ?"
เว่ยเวยขยับแว่น "พวกเธอเพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง พวกเธอมาต่อพอดี ตอนนี้ถ้าไปจ่ายเงินที่ห้องการเงิน ไม่แน่อาจจะได้เจอสองคนนั้น"
พอได้ยินแบบนั้น ตู้ซวงหลิง ก็รีบเซ็นชื่อตัวเอง แล้วก็เหลือบตามองจางเซวียน ยื่นปากกาไปให้ครึ่งทางแล้วก็ชักกลับกะทันหัน ไม่ให้เขาซะงั้น ลงมือเซ็นแทนเขาอย่างไม่ลังเล
ภาพนี้ทำเอาเว่ยเวยอดขำไม่ได้ สายตาก็จับจ้องไปที่คนทั้งสองอยู่หลายรอบ
จางเซวียน ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม "อาจารย์ครับ ต้องจำหน้าผมไว้นะครับ ผมมารายงานตัวแล้วจริงๆ"
เว่ยเวยโบกตะเกียบไล่ พูดหยอก "ไปได้แล้วๆ เห็นพวกเธอสองคนแล้วมันขวางหูขวางตา"
พอได้ใบรายงานตัวก็รีบไปที่ห้องการเงิน ช่องจ่ายเงินสามช่องมีคนต่อแถวอยู่สิบกว่าคน กวาดตามองแล้ว ไม่เห็นหมี่เจี้ยน กับลี่ลี่ซือ
ทั้งสองคนต่อแถวรอ ตู้ซวงหลิง ที่อยู่ข้างหน้าจู่ๆ ก็หันกลับมาถาม "ไม่ได้เจอหมี่เจี้ยน นานเลย ฉันชักจะคิดถึงเธอแล้วสิ เธอคิดถึงเธอบ้างไหม?"
"ตู้ซวงหลิงขอร้องล่ะ ทำตัวเป็นคนดีหน่อยเถอะ ช่วยอย่าขุดหลุมดักฉันเลย แล้วก็เลิกเอาเรื่องที่ฉันเคยหน้าแดงในอดีตมาล้อเล่นได้แล้ว"
จางเซวียน บิดขี้เกียจ พูดอย่างไม่ใส่ใจ "อีกอย่าง ฉันจะเสียเวลาไปคิดถึงเธอทำไม เธอก็ไม่ใช่แฟนฉันซะหน่อย"
พอได้ยินคำนี้ ตู้ซวงหลิง ก็มองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน "ยังจะเป็นหย่งเจี้ยนพูดถูก ตอนนี้นายชักจะดูกะล่อนๆ แล้วนะ"
จางเซวียน หมดคำจะพูด อ้ำอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วกระซิบข้างหู "อย่าไปฟังเธอเลยน่า เธอแค่รู้สึกว่าตัวเองบ้านนอกเกินไป อิจฉาความสง่างามของฉันน่ะ"
เมื่อมองผู้ชายที่อยู่ใกล้แค่คืบ สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ข้างหู รอยยิ้มของตู้ซวงหลิง ยังคงเดิม เพียงแต่เธอก้มหน้าลง เม้มปากแน่นไม่พูดอะไร ใบหน้าร้อนผ่าวจนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน
คนไม่เยอะ ไม่ถึงสิบนาที ทั้งสองคนก็จ่ายเงินเสร็จ
จางเซวียน ถือใบเสร็จรับเงินมายืนตากแดด พลางรำพึง "เรียนหนังสือมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจ่ายค่าเทอมเร็วขนาดนี้ การมาโรงเรียนล่วงหน้ามันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ สบายใจจริงๆ! ไม่แน่ว่าหยางหย่งเจี้ยน อาจจะยังไม่เร็วเท่าเราก็ได้"
ตู้ซวงหลิง ยิ้มหวานเห็นด้วย ดึงแขนเขา "ตอนนี้คนน้อย เรารีบไปรับหนังสือกันเถอะ"
"ไปกันเลย"
ว่าแล้วก็ไป
แต่ที่น่าแปลกใจคือ คราวนี้ทั้งสองคนกลับไปเจอหมี่เจี้ยน กับลี่ลี่ซือที่จุดแจกหนังสือ พ่อแม่ของหมี่เจี้ยน ก็ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย
สตรีผู้มีท่วงทีสูงสง่าดุจกล้วยไม้ หมี่เจี้ยน ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ยืนรออย่างเงียบสงบ พอเห็นทั้งสองคนเดินมา ใบหน้าที่เรียบเฉยก็ปรากฏรอยยิ้มงดงาม
จางเซวียน ยืนชื่นชมผู้หญิงคนนี้อย่างเงียบๆ รู้สึกว่าการที่ในชีวิตได้มาพบเธอโดยบังเอิญสักครั้ง ก็เหมือนการได้พบกับปีที่อุดมสมบูรณ์ในดินแดนแห้งแล้ง ได้เจอกับโอเอซิสกลางทะเลทราย ราวกับเป็นของขวัญจากสวรรค์
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอน ม.4 ไอ้หนุ่มบ้านนอกอย่างเขาถึงได้หน้าแดงเวลาแอบคุยกับเธอ ตอนนี้พอย้อนกลับไปคิดดูก็พอเข้าใจได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเกิดใหม่ ตอนนี้ถ้าต้องคุยกับหมี่เจี้ยน ตามลำพัง จางเซวียน ก็คงยังประหม่าในหลายๆ เรื่องอยู่ดี