ความรู้สึกประหลาดใจของโม่เฟย

เจียงเฉิงเป็นเมืองใหญ่ที่แบ่งการปกครองออกเป็น 5 อำเภอและ 8 มณฑล ซึ่งในจำนวนนั้น เขตหวู่หูที่หยางยี่อาศัยอยู่ก็คือเขต LC ที่ผู้คนค่อนข้างจะต่อต้านการก่อสร้างใหม่ ซึ่งทำให้หมู่บ้านนี้ไม่ต่างอะไรไปจาก "สลัม" ดีๆนี้เอง


ต่างจากเขตปินไห่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งมีเงื่อนไขที่ดีและติดกับเมืองหลวง รวมถึงการสนับสนุนของเจียงเฉิงในเรื่องอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความบันเทิงจึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว แต่ราคาที่อยู่อาศัยก็สูงเกือบสองเท่าของหวู่หูเช่นกัน และมันก็ได้กลายเป็นย่านแห่งความมั่งคั่งอย่างแท้จริงสำหรับอำเภอในเจียงเฉิง!


โม่เฟยนั้นอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งของทะเล ซึ่งในช่วงเวลานี้เธอค่อนข้างจะยุ่งมากเพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสตูดิโอบันทึกเสียงของค่ายเพลง และวันนี้เพลงของเธอก็เพิ่งจะอัดเสร็จ ซึ่งเธอก็กำลังเก็บข้าวของเพื่อที่จะเดินทางกลับไปยังบ้าน


“พี่สาว จิบน้ำอุ่นนี่หน่อยไหม ฉันใส่ยาที่ช่วยรักษาคอเอาไว้ด้วย” โม่เสี่ยวจวนยื่นขวดน้ำให้อย่างช้าๆ


ถึงแม้ว่าใบหน้าของโม่เฟยจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าก็ตาม แต่เธอก็ปฏิเสธและพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งเล็กน้อย "เสี่ยวจวน หยิบโทรศัพท์มาให้ฉันหน่อยสิ ฉันอยากโทรหาซีซี"


เมื่อโม่เสี่ยวจวนได้ยินเช่นนั้น เธอก็ล้วงกระเป๋าของเธออย่างไม่เต็มใจในพร้อมกับบ่นพึมพำ "ปล่อยให้ซีซีอยู่ที่นู้นกับพ่อเฮ็งซวยนั่นไปเถอะ จะโทรไปหาทำไมกันคะ?"


เมื่อโม่เฟยได้ยินคำพูดเหล่านี้ เธอก็รู้สึกอยากจะเขกหัวของเสี่ยวจวนจริงๆ แต่เนื่องจากโม่เฟยเหนื่อยเกินไปจึงไม่สามารถทำได้


“ตื้ด...ตื้ด…” ในขณะนี้ โม่เฟยกำลังโทรหาหยางยี่ ซึ่งโทรศัพท์ที่หยางยี่ใช้อยู่ก็เป็นของที่โม่เฟยได้ซือไห้ และเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เธอก็โกรธทันที เพราะผู้ชายที่ดื้อเหมือนลาคนนั้นไม่ค่อยจะใช้มันสักเท่าไหร่!


โม่เสี่ยวจวนหงุดหงิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะโม่เฟยตั้งใจซื้อมันให้หยางยี่ ซึ่งกล้องของโทรศัพท์ตัวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นกล้องโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในตลาดด้วย มันดีขนาดที่ตัวของเธอเองก็ทนไม่ได้ที่จะซื้อ! แต่หยางยี่กับไม่ค่อยใช้มันเลย และก็แทบจะไม่มีแอปอะไรอยู่ในโทรศัพท์ด้วย


หลังจากที่ต่อสายไปสักพัก เสียงพูดแสนร่าเริงของซีซีก็ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ "มาม๊า!"


ซึ่งเมื่อโม่เฟยได้ยิน เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และใบหน้าของเธอก็มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนปรากฏขึ้นมาให้เห็น ซึ่งถือว่าหายากมาก เพราะว่าปกติแล้วเธอไม่ค่อยจะยิ้มสักเท่าไหร่ โม่เฟยถึงได้ถูกเรียกว่า "ราชินีน้ำแข็ง" เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาที่เย็นชาของเธอบวกกับที่เธอเป็นพวกที่ชอบเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ในใจนั่นเอง


“ซีซี ยังไม่นอนอีกหรอลูก” โม่เฟยถามอย่างแผ่วเบา


“หนูกับปาป๊าเพิ่งจะกลับมาจากสวนสนุกเอง และซีซีก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จเมื่อกี้ ส่วนตอนนี้ปาป๊าก็กำลังอาบน้ำอยู่” ซีซีรายงานทุกอย่างเหมือนสายลับตัวน้อย


“สวนสนุก?” โม่เฟยตกตะลึง เธอถึงกับต้องขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “วันนี้คุณพ่อพาหนูไปเล่นที่สวนสนุกมาจริงหรอ?”


“จริงสิ สนุกมากด้วย!” ซีซีรายงานอย่างมีความสุข “ตอนที่หนูนั่งชิงช้าสวรรค์กับปาป๊า หนูเห็นเครื่องบินลำใหญ่ด้วยนะมาม๊า…”


โม่เฟยไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดช่วงหลังของซีซีมากนัก เพราะเธอกำลังรู้สึกสงสัยอยู่


เธอไม่มีความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับการที่หยางยี่นั้นพาซีซีไปเล่นที่สวนสนุก แต่เธอสงสัยว่า: หยางยี่ไปเอาเงินมาจากไหน


เพราะตั๋วเข้าสวนสนุกมีราคาอยู่ที่สองร้อยหยวนและซีซีที่เป็นเด็กถึงจะโดนแค่ครึ่งราคา แต่ทั้งหมดก็เป็นราคา 300 หยวน! ถึงสำหรับโม่เฟยมันจะเป็นเงินเพียงเล็กน้อย แต่เธอไม่คิดว่าหยางยี่จะหาเงินมากมายขนาดนี้มาได้!


หยางยี่ที่แทบจะกินแค่น้ำซุปตลอดทุกวัน และชีวิตของเขาก็อับจนถึงขั้นไม่มีแม้แต่ชุดดีๆใส่ด้วยซ้ำ!


ที่น่าหมันใส้กว่านั้นคือหยางยี่หัวดื้ออย่างมาก เลยทำให้โม่เฟยไม่อยากจะช่วยเขาสักเท่าไหร่


“ปาป๊าบอกว่าจะสร้างสวนสนุกขนาดใหญ่ให้หนูเล่นด้วยนะ!” ซีซีแทบรอไม่ไหวที่จะบอกให้แม่ของเธอฟัง “ปาป๊าบอกว่าจะสร้างสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก!”


ซึ่งเมื่อโม่เสี่ยวจวนที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินประโยคนี้ เธอก็ยิ้มอย่างดูถูกและพูดพึมพำอย่างเหยียดหยาม "พูดเรื่องเผ้อฝันออกมาเพื่อที่จะเกลี้ยกล่อมเด็ก สมแล้วที่เป็นหยางยี่!"


แต่ความคิดของโม่เฟยนั้นแตกต่างจากความคิดของโม่เสี่ยวจวน เพราะเธอรู้จักกับหยางยี่เป็นอย่างดี ถึงเธอจะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เธอคิดว่าหยางยี่ดูแตกต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อย! แต่โม่เฟยก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม


โม่เฟยแอบถอนหายใจอย่างเงียบๆ ซึ่งอารมณ์ของเธอตอนนี้ก็สับสนวุ่นวายไปหมด จากนั้นเธอก็ส่ายหัวแล้วตั้งสติก่อนจะพูดกับซีซีว่า “ซีซีสนุกและมีความสุขที่ได้อยู่กับปาป๊าไหม?”


“หนูมีความสุข!” แต่หลังจากพูดจบ ซีซีก็นึกถึงเรื่องบางเรื่องขึ้นมาได้ ซึ่งมันก็ทำให้เธอถึงกับต้องทำหน้าบึ้งแล้วพูดอย่างเศร้าสร้อย “แต่วันนี้ซีซีตื่นสาย หนูเลยได้เล่นแค่นิดเดียว!”


โม่เฟยแสร้งทำเป็นผิดหวังและถามว่า "ซีซีไม่อยากอยู่กับมาม๊าหรอ หรืออยู่กับมาม๊าแล้วไม่มีความสุข!"


ซีซีหัวเราะคิกคักและพูดออกมาอย่างฉลาด "หนูต้องการมาม๊าด้วย แต่มันคงสนุกมากกว่านี้แน่เลยถ้ามาม๊ามาอยู่ด้วยกัน!"


คำพูดนี้ทำให้หัวใจของโม่เฟยอบอุ่นขึ้นทันที


ซึ่งในขณะนี้ หยางยี่ก็กำลังเดินออกมาจากห้องอาบน้ำพร้อมกับเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูและถามจากระยะไกล "ซีซี หนูคุยกับใครอยู่?"


“หนูกำลังคุยโทรศัพท์กับมาม๊าอยู่!” ซีซียืนบนเตียงด้วยเท้าอันนุ่มนิ่มของเธอและยกโทรศัพท์มือถือขึ้นด้วยมือเล็กๆทั้งสองข้างพร้อมกับตอบเสียงดังว่า “ปาป๊าอยากคุยกับมาม๊าไหม?”


หยางยี่ขมวดคิ้วและรู้สึกสับสน เขาไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับโม่เฟยยังไงดี ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นที่ทำให้เขารู้สึกกังวลอีกด้วย นั่นคงเป็นผลจากอิทธิพลจากวิญญาณของหยางยี่ร่างต้น!


ในความทรงจำของหยางยี่ร่างต้น ความรู้สึกของเขาที่มีต่อโม่เฟยนั้นซับซ้อนอย่างมาก ด้านหนึ่งเขาก็รู้สึกดีกับโม่เฟย เพราะโม่เฟยเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยนอนด้วย และโม่เฟยก็เป็นแม่ของลูกเขา!


แต่อีกด้านหนึ่งหยางยี่ก็ปฏิเสธโม่เฟยเช่นกัน เพราะเขาคิดว่าพวกเขาทั้งสองนั้นมีสถานะที่ต่างกันและไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ นอกจากนี้หยางยี่ก็คิดว่าโม่เฟยนั้นชอบดูถูกเขาอีกด้วย!


อารมณ์ที่ซับซ้อนเหล่านี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของหยางยี่พอสมควร ถึงเขาจะไม่เคยรู้จักกับโม่เฟยมาก่อนก็เถอะ แต่ความแค้นดั้งเดิมของร่างต้นที่แผ่อยู่ในใจนั้นยากที่จะสู้ไหว


“ไม่ดีกว่า พ่อต้องซักเสื้อผ้าอีก หนูคุยกันไปเถอะ!” หยางยี่พูดกับซีซี


ซึ่งเนื่องจากบ้านค่อนข้างแคบ เสียงของหยางยี่จึงส่งไปถึงหูของโม่เฟยผ่านโทรศัพท์


ส่วนโม่เฟยเองก็ไม่อยากคุยกับหยางยี่เช่นกัน! เธอยังคิดหนักเลยว่าจะทำตามที่ซีซีบอกให้คุยกับพ่อดีหรือไม่ ถึงเธอเลือกที่คุยตามคำขอ เธอก็คงจะพูดอะไรออกไปแค่สองสามคำ!


ดีแล้วที่หยางยี่ปฏิเสธก่อน!


แต่อีกใจหนึ่งเธอก็แอบเคืองหยางยี่อยู่เหมือนกัน


ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะไม่คุยเลย ทำไมเขาต้องปฏิเสธออกมาก่อน? โม่เฟยแอบเกือบโกรธหยางยี่ในเรื่องนี้อยู่นิดหน่อย!



“ปาป๊ากำลังยุ่งอยู่ มาม๊าอย่าโกรธเลยนะ!” เสียงนุ่มๆของซีซีดังขึ้น ทำให้ความโกรธของโม่เฟยนั้นค่อยๆหายไปทีละนิด


เธอส่ายหัวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวและพูดคุยกับลูกสาวของเธอต่อไป


ซีซีได้บอกเล่าประสบการณ์ในวันนี้และบอกให้แม่ของเธอฟังว่าพ่อของเธอมักจะเล่านิทานดีๆมากมายให้ฟัง


ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็ทำให้โม่เฟยรู้สึกแปลกใจมากขึ้น


นี่ใช่หยางยี่ผู้น่าเบื่อและเงอะงะคนก่อนงั้นหรอ?


ระหว่างเดินทางกลับในรถของลูกพี่ลูกน้อง


“พี่สาว พี่สาว!” โม่เสี่ยวจวนเรียกหลายครั้งกว่าโม่เฟยจะได้สติ


“ว่าไง?” โม่เฟยหันหน้ามองออกไปทางหน้าต่าง


“พี่สาวกำลังคิดอะไรอยู่หรอ?” โม่เสี่ยวจวนบ่น “ฉันกำลังพูดถึงแผนการเดินทางของวันพรุ่งนี้กับพี่อยู่นะ สนใจหน่อยสิ!”


แต่ดูเหมือนว่าโม่เฟยจะไม่ได้ยินคำบ่นของโม่เสี่ยวจวนเลย และทันใดนั้น เธอก็ได้ตัดสินใจ "เสี่ยวจวน เรื่องที่จะพบกับอาจารย์หลิวในช่วงบ่ายของพรุ่งนี้ ช่วยเลื่อนไปก่อนได้มั้ย"


โมเสี่ยวจวนเป็นคนขี้สงสัยเลยถามออกไป "ทำไมล่ะ การนัดหมายกับอาจารย์หลิวมันไม่ง่ายเลยนะ!"


โม่เฟยพูดอย่างหนักแน่น “ชั่งมัน ฉันจะไปรับซีซี!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ความรู้สึกประหลาดใจของโม่เฟย

ตอนถัดไป