บทที่ 162 ไม้เซียมซี บน กลาง ล่าง เลือกเอาเองไม้หนึ่ง
บทที่ 162 ไม้เซียมซี บน กลาง ล่าง เลือกเอาเองไม้หนึ่ง
หลังจากรีบเปลี่ยนรองเท้า จางเซวียนก็กระโจนเข้าไปตะครุบตัวหญิงสาวที่กำลังจะปิดประตูห้องนอน แล้วพูดอย่างดุเดือดว่า
"อย่ามาทำแบบนี้นะ นี่คิดจะเสร็จนาฆ่าโคถึกหรือไง! หือ? เสร็จนาฆ่าโคถึกเหรอ?"
ตู้ซวงหลิงถูกกอดแน่นอยู่ในอ้อมอก ขยับตัวไม่ได้ ดิ้นรนไปก็ไร้ผล
สุดท้ายท้ายสุด เธอทำได้แค่หมุนตัวกลับมากอดตอบซุกอกชายหนุ่ม สองแขนโอบเอวเขาไว้ หน้าผากแนบกับอกของเขา นิ่งสนิท
บ้าเอ๊ย...
ท่ากอดสวนกลับในตำนานแบบนี้ ทำเอาลวนลามไม่ได้ทั้งบนทั้งล่างเลย!
จางเซวียนรู้สึกหงุดหงิด จึงผลักไหล่เธอทีหนึ่งแล้วถาม "เธอเห็นกางเกงในพวกนั้นของฉันหรือเปล่า?"
พอนึกถึงกางเกงขาสั้นที่ถูกตัวเองโยนทิ้งไปตัวแล้วตัวเล่า ตู้ซวงหลิงก็เอาหน้าถูไถหน้าอกเขาอย่างร่าเริง
"เห็นไหม?"
"เห็น"
"มีความคิดเห็นยังไงบ้าง?"
"ไม่มี"
จางเซวียนผลักไหล่เธออีกที บ่นอุบว่า "ฉันรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป"
ตู้ซวงหลิงไม่ส่งเสียง
ผลักเธออีกๆๆ "เธอคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปไหม?"
ตู้ซวงหลิงเซเล็กน้อยในอ้อมกอด ตัดพ้อว่า "ฉันเปลี่ยนไปตรงไหนกัน"
จางเซวียนกระซิบข้างหู "ยังจะบอกว่าไม่เปลี่ยน ตั้งแต่เธอกับแม่เธอปิดประตูคุยกัน ฉันก็ทำตามใจชอบไม่ได้อีกเลย"
ตู้ซวงหลิงได้ยินก็หัวเราะคิกคัก
จางเซวียนกอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น ขู่ว่า "กางเกงในพวกนั้นเธอก็เห็นแล้วนี่ ฉันกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ปริมาณเยอะแถมถี่ด้วย ถ้าเธอไม่ยอมให้ฉันแต๊ะอั๋งระบายออกบ้าง ฉันกลัวว่าออกไปข้างนอกแล้วฉันจะทนสิ่งยั่วยวนไม่ไหวนะ"
คราวนี้ตู้ซวงหลิงมีปฏิกิริยาแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจ้องมองเขา นิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะยิ้มอย่างผู้ชนะ
จางเซวียนแทบจะเป็นลมเพราะความโกรธ
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลากเธอไปที่ห้องหนังสือ ฉีกกระดาษขาวเป็นสามชิ้น แล้วใช้ปากกาเขียนแยกกันว่า บน กลาง ล่าง
เสร็จแล้วก็โยนปากกาทิ้ง วางกระดาษสามแผ่นไว้ตรงหน้าเธอแล้วพูดว่า "วันนี้ฉันเปิดไพ่กับเธอแล้ว วันนี้เธอต้องทำหน้าที่ของแฟน ตรงนี้มีไม้เซียมซี บน กลาง ล่าง สามใบ เธอเลือกเอาเองอย่างหนึ่ง"
พูดจบ เห็นเธอทำท่าไม่สะทกสะท้าน เขาก็หยิบใบ ‘ล่าง’ ตบลงบนโต๊ะดังปัง แล้วเสริมว่า
"เวลาสองนาที ฉันให้เวลาเธอแค่สองนาที เธอเลือกเอง ไม่งั้นฉันจะเลือกให้"
ตู้ซวงหลิงมองแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา ก็รีบจูบเขาหนึ่งทีทันที
จางเซวียนมองนาฬิกา "ไม่มีประโยชน์ เหลืออีกหนึ่งนาทีห้าสิบวินาที"
ตู้ซวงหลิงเขย่งเท้า จูบเขาอีกสองทีพร้อมรอยยิ้ม
จางเซวียนตีหน้าตาย พูดอย่างไม่แยแส "เหลืออีกหนึ่งนาทีสี่สิบวินาที"
ตู้ซวงหลิงเลียนแบบท่าทางปกติของเขา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กระพริบตาปริบๆ แกล้งทำเป็นน่าสงสาร
จางเซวียนกลอกตาใส่อย่างผู้เหนือกว่า "เธอกำลังเสียเวลานะ เหลืออีกหนึ่งนาทียี่สิบวินาที"
ตู้ซวงหลิงเปลี่ยนวิธี ซุกหน้าเข้าไปที่ซอกคอเขา จูบเบาๆ จูบเสร็จก็จ้องตาเขาเขม็ง
ฮึฮึ... จางเซวียนเตือน "เหลืออีกหนึ่งนาที"
พอได้ยินเวลานี้ ตู้ซวงหลิงก็ใช้น้ำเสียงออดอ้อนต่อรองว่า "ที่รัก วันหลังได้ไหมคะ?"
จางเซวียนก้มหน้าลง ขยิบหูขยิบตาพลางว่า "อย่าถามฉัน..."
แล้วพูดต่อ "เหลืออีก 50 วินาที"
ตู้ซวงหลิงหมดแรงแล้ว สายตากวาดมองกระดาษสามแผ่นไปมา ถามเสียงเบาว่า "บน นี่หมายถึงปากของฉันเหรอคะ?"
จางเซวียนจ้องเธอด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน "เธอเห็นฉันโง่เหรอ ของที่ฉันใช้ได้ทุกวันจะเอามาต่อรองกับเธอทำไม?"
ตู้ซวงหลิงกัดปากถาม "งั้นบนนี่หมายถึงตรงไหน?"
จางเซวียนไม่ตอบ แต่สายตาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าอกของใครบางคน
ตู้ซวงหลิงชะงัก แล้วถามอีก "กลางล่ะอยู่ตรงไหน?"
จางเซวียนตอบ "เอว"
ตู้ซวงหลิงไม่พูดแล้ว
เห็นดังนั้น ชายวัยกลางคนในร่างเด็กหนุ่มก็เอียงคอยิ้มล้อเลียน "ทำไมไม่ถามเรื่อง 'ล่าง' บ้างล่ะ?"
"ทะลึ่ง!"
ตู้ซวงหลิงค้อนขวับใส่เขา สุดท้ายก็ยังไม่ตัดใจ "ที่รัก ไม่เลือกได้ไหมคะ?"
จางเซวียนยักคิ้ว เบียดตัวเข้าแนบชิดกับเธอจนไม่เหลือช่องว่าง "เธอว่าไงล่ะ"
ตู้ซวงหลิงหมดความเยือกเย็นทันที หน้าแดงจนแทบจะหยดเป็นน้ำ
พยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล รอจนได้ยินเสียงเย็นชาว่า "เหลืออีก 30 วินาที"
มาถึงตรงนี้ เธอบิดเอวไปมา ตัดใจอย่างสิ้นเชิงแล้ว รู้ว่าวันนี้คงจบแบบสวยๆ ไม่ได้แน่ จึงอิดออด อิดออด แล้วเลือก "กลาง"
เห็นเธอเลือกแล้ว จางเซวียนก็สบายใจ ในใจนี่กระหยิ่มยิ้มย่องสุดขีด
บ้าเอ๊ย คิดจะสู้กับเขาเหรอ ฮึฮึ...
จางเซวียนจับเธอหันหลังกลับ แล้วสั่งว่า "หลับตา"
"ทะลึ่ง" ตู้ซวงหลิงค้อนขวับ หน้าแดงระเรื่อขณะหลับตาลง
ผ่านไปไม่ถึงสามสิบวินาที เธอก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ถามอย่างร้อนรน "ไม่ใช่ว่าทำผ่านเสื้อผ้าเหรอ..."
จางเซวียนกลอกตาไปมา
ตู้ซวงหลิงแก้มป่องด้วยความโมโห
จางเซวียนสั่งอีก "หลับตา"
"ไอ้คนทะลึ่ง..." ตู้ซวงหลิงสูดหายใจลึก ยอมหลับตาลงอย่างว่าง่ายอีกครั้ง
ไม่กี่นาทีต่อมา...
ตู้ซวงหลิงร้องโวยวายด้วยความอับอายระคนโกรธ "คุณทำแบบนี้ได้ยังไง!"
จางเซวียนไม่สนใจเธอ
***
วันอาทิตย์
ช่วงเช้า จางเซวียนรีบเร่งอ่านหนังสือพิมพ์และหนังสือ
ตอนเที่ยงฝึกมวยครึ่งชั่วโมง เหงื่อท่วมตัว เลยไปอาบน้ำ
ระหว่างนั้นเหล่าเติ้งมาตะโกนเรียกที่หน้าประตู ชวนไปดื่มเหล้า จางเซวียนชะโงกหน้าออกไปดู เห็นหลู่หนีกับหวังลี่กำลังนั่งจ้องตาเขม็งดื่มเหล้ากันอยู่ ก็ตกใจแทบแย่ อ้างว่าไม่สบายแล้วชิ่งหนีทันที
ตอนบ่ายไม่ต้องพูดถึง เวลาเดิม เขียนเรื่อง เฉียนฟู ต่อ
ใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง เขียนรวดเดียวได้ 1,200 คำ จางเซวียนวางปากกาทันที
จากนั้นก็เริ่มพิจารณา แก้ไข และคัดลอกใหม่อย่างจริงจัง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ปาเข้าไป 17:27 น.
"จางเซวียน! จางเซวียน!"
ขณะที่จางเซวียนกำลังคัดลอกฉบับสุดท้ายเสร็จ จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากชั้นล่าง เสียงของเว่ยจื่อเซิน
เป็นเว่ยจื่อเซินเหรอเนี่ย?
จางเซวียนรู้สึกงุนงง หมอนั่นรู้ได้ไงว่าเขาอยู่ที่นี่?
ด้วยความสงสัย จางเซวียนจึงผลักประตูห้องออกไปถาม "จื่อเซิน มาหาฉันมีธุระอะไร?"
เว่ยจื่อเซินเห็นเขาโผล่มาที่ระเบียงชั้นสอง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง วิ่งรวดเดียวขึ้นมาเลย "คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่ ทุกคนในห้องต้องไป อาจารย์ที่ปรึกษาจะเช็คชื่อ"
เอาล่ะสิ จางเซวียนตบหน้าผากตัวเอง ยุ่งจนลืมเรื่องนี้ไปสนิท
จึงถามกลับไปว่า "เริ่มเมื่อไหร่?"
เว่ยจื่อเซินบอก "เขาเข้างานกันหมดแล้ว ฉันตั้งใจมาตามนายโดยเฉพาะเลยนะ"
จางเซวียนนึกถึงหลู่หนีที่เมื่อตอนเที่ยงยังนั่งดื่มเหล้าประชดชีวิตอยู่ "อาจารย์ที่ปรึกษาอยู่เหรอ?"
"อยู่ อยู่!" พูดจบ เว่ยจื่อเซินก็จะมุดเข้าไปในห้อง
จางเซวียนตาโต "เฮ้ย นายจะทำอะไร?"
แม่งเอ๊ย ดึงไว้ก็ไม่อยู่ เว่ยจื่อเซินวิ่งเข้าไปข้างในแล้ว
"แม่เจ้าโว้ย! จางเซวียนนายนี่รู้จักหาความสุขจริงๆ มีแอร์ มีที่นอนสปริง มีโซฟา มีห้องน้ำในตัว มีห้องครัว..."
ปากของเว่ยจื่อเซินส่งเสียง "จุ๊ๆๆ" มองไปทั่วเหมือนยายเฒ่าหลิวเข้าเมือง
สุดท้ายก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ไอ้บ้าเอ๊ย! จางเซวียน ที่ซุกแฟนของนายนี่เจ๋งเป้งจริงๆ ว่ะ! มีห้องหนังสือด้วย..."
ดูท่าทางบ้านนอกเข้ากรุงของเจ้างั่งนี่สิ จางเซวียนผลักเขาออกไป รีบล็อคประตูห้องหนังสือ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "ว่ามา นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"
เว่ยจื่อเซินชะเง้อคอ "ในห้องหนังสือมีอะไร? ให้ฉันดูหน่อยสิ?"