บทที่ 180 บริษัทการค้าต่างประเทศอิ๋งไท่
บทที่ 180 บริษัทการค้าต่างประเทศอิ๋งไท่
เห็นหลี่เหมยหน้าตาเบิกบาน จางเซวียนก็ยิ้มถาม "เจอเรื่องดีอะไรมาครับ? รีบเล่าให้ฟังหน่อย ให้ผมได้ดีใจด้วยคน"
หลี่เหมยยิ้มกว้าง ล้วงเอางบการเงินแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าส่งให้เขา
อธิบายว่า "วันนี้บริษัทได้รับเงินโอนก้อนแรกจากหยวนหลานแล้ว 2.7 ล้านหยวน"
2.7 ล้าน?
เยอะขนาดนี้เลย?
ได้ยินตัวเลขนี้ จางเซวียนแปลกใจนิดหน่อย รับงบการเงินมาดูอย่างละเอียดรอบหนึ่งแล้วก็ถอนหายใจด้วยความทึ่ง
"โห! นี่เพิ่งผ่านไปเท่าไหร่เอง ก็ขายมาร์แตล ไปได้ 8,700 ขวดแล้ว หยวนหลานคนนี้เป็นตัวแม่จริงๆ พวกเราประเมินเธอต่ำไปก่อนหน้านี้"
หลี่เหมยเห็นด้วยกับคำพูดนี้ "หัวเชื้อบรั่นดี 10 ตัน คาดว่าจะผสมเป็นมาร์แตล ได้ 28,800 ขวด เธอลงมือทีเดียวก็ขายไปได้หนึ่งในสามแล้ว ถ้ากำลังการผลิตผสมทัน อาจจะขายได้มากกว่านี้อีก
เธอทำธุรกิจเก่งจริงๆ การสร้างช่องทางการขายนี่ต้องยอมรับเลยว่ามีฝีมือ"
จางเซวียนสงสัยนิดหน่อย "คุณตามเรื่องนี้มาตลอด รู้ไหมว่าเหล้าล็อตนี้ขายไปที่ไหนบ้าง?"
หลี่เหมยพยักหน้า "เท่าที่ฉันรู้ เหล้าล็อตนี้ส่วนใหญ่ส่งไปทางเจียงซู เจ้อเจียง และเซี่ยงไฮ้ มีแค่ส่วนน้อยมากที่ยังอยู่ในเมืองกว่างโจว"
จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พูดอย่างดีใจ "ทำได้ดีมาก
แต่หลังจากนี้ก็ห้ามชะล่าใจ ต้องคอยจับตาดูให้ดี หยวนหลานจะทำอะไร จะดำเนินการยังไงเราไม่สน แต่ต้องรับประกันว่าผลประโยชน์ของพวกเราจะไม่เสียหาย"
หลี่เหมยรับคำ "ได้ เรื่องนี้ฉันรู้ดี"
พูดพลาง หลี่เหมยก็ล้วงเอาสัญญาและใบเสนอราคาเกี่ยวกับกระดาษพิมพ์ข่าวออกมาอีกชุด
"คุณดูสิ ถ้าโอเค งั้นต่อไปเราต้องเริ่มรับสมัครคนมาทำธุรกิจนี้ให้เป็นรูปเป็นร่างแล้วนะ"
จางเซวียนดูสัญญาเป็นอันดับแรก ต่อด้วยดูใบเสนอราคา
แต่อ่านไปอ่านมา รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไป
คว้าเครื่องคิดเลขมากดรัวๆ จากนั้นวางสัญญาและใบเสนอราคาลงบนโต๊ะรับแขก จางเซวียนพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า
"ตั้งแต่โบราณมา ออเดอร์การค้าต่างประเทศไม่เคยมีกำไรต่ำกว่า 5% ต่ำกว่า 5% ไม่มีใครเขาทำกันหรอก แต่ของคุณนี่แค่ 4.1% ควรจะมีคำอธิบายให้ผมหน่อยไหม"
หลี่เหมยตกใจมากกับความสามารถทางวิชาชีพของเขา ตกใจจนคิดไปว่าช่วงนี้เขาคงไปโหมอ่านหนังสือความรู้เรื่องการค้าระหว่างประเทศมา
แต่เธอไม่ลนลาน
หลี่เหมยพูดอย่างใจเย็น "ตอนนี้บริษัทการค้าอิ๋งไท่ของพวกเราไม่มีอะไรเลย จำเป็นต้องใช้ราคาต่ำเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด รอจนไล่คู่แข่งไปได้แล้ว ถึงตอนนั้นฉันมีวิธีอย่างน้อย 10 วิธีที่จะดึงราคากลับขึ้นมา"
จางเซวียนสวนกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เช่น ใช้ข้ออ้างเรื่องเงินเฟ้อในประเทศใช่ไหม?"
หลี่เหมยไม่ตอบ ถือว่ายอมรับโดยดุษณี
จางเซวียนรู้ว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น แต่ผู้หญิงคนนี้มั่นใจเกินไปแล้ว ต้องปรามกันบ้าง
จึงคิดแล้วพูดว่า "เรายังไม่พูดถึงเรื่องคุณภาพกระดาษพิมพ์ข่าว อันนี้คุณทำมาหลายปี ผมเชื่อคุณ
แต่คุณควรจะเข้าใจ และต้องเข้าใจด้วยว่า ถ้าสินค้าเกิดมีปัญหาตอนอยู่กลางทะเล หรือเจอพายุ หรือติดปัญหาด้านนโยบายจนล่าช้า ต่อให้ผมล้มละลายขายบ้านขายรถก็จ่ายไม่ไหว
คุณรู้ดีอยู่แก่ใจว่าความเสี่ยงที่พวกเราต้องแบกรับมันมหาศาลขนาดไหน กำไร 4.1% มันไม่คุ้มให้ผมตัดสินใจทำ ไม่คุ้มให้ผมเสี่ยง คุณว่าจริงไหม?"
หลี่เหมยยอมจำนนแล้ว ไม่กล้ามองนักเขียนตรงหน้าว่าเป็นไก่อ่อนอีกต่อไป
คิดได้ดังนั้น...
หลี่เหมยลุกขึ้นยืน ตบหน้าอกแบนราบของตัวเองประกาศคำมั่นสัญญา "ฉันจะเดินทางไปรัสเซียด้วยตัวเอง คุมสินค้ามาตลอดทางจนถึงเซี่ยงไฮ้เลย"
เฮ้ย! แม่นี่กำลังเล่นละครอยู่เรอะ? แสดงความมุ่งมั่น?
จะอยู่หรือตายพร้อมสินค้า?
เห็นหลี่เหมยแสดงท่าทีขนาดนี้ จางเซวียนก็หยุดแค่นั้น รู้จักผ่อนปรน เป็นไปไม่ได้ที่จะไล่เธอไปคุมสินค้าจริงๆ
จึงสั่งการว่า "คุมสินค้าตลอดทางคงไม่จำเป็น แต่ผมหวังว่าคุณยังควรจะไปรัสเซียสักรอบ คุมเข้มเรื่องคุณภาพให้ดี ตื่นตัวตลอดเวลา จับตาดูให้ผมหน่อย ออเดอร์นี้พวกเราแพ้ไม่ได้"
ได้ยินดังนั้น หลี่เหมยก็โล่งอก
แม้จะประกาศปาวๆ ว่าจะคุมสินค้าตลอดทาง แต่นั่นก็เป็นแค่วิธีแสดงความจงรักภักดีอย่างหนึ่ง จะให้ไปปฏิบัติจริงมันไม่สมเหตุสมผลหรอก ลำบากระหว่างทางไม่ว่า ยังเสียเวลาและเปลืองงบอีก
ดังนั้น เธอเลยกลัวจริงๆ ว่าจางเซวียนจะอ้าปากรับคำ สั่งให้ทำตามนั้นจริงๆ
ถึงตอนนั้นคงได้แต่น้ำตาตกใน
***
ทั้งสองคนคุยรายละเอียดกันต่ออีกพักหนึ่ง หลี่เหมยก็กลับไป
เดินลงมาส่งถึงข้างล่าง มองดูแผ่นหลังที่เดินจากไปของเธอ จางเซวียนก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเวทนา
นี่คือคนน่าสงสารคนหนึ่ง!
ผู้หญิงน่าสงสารที่มีความแค้นอัดแน่นอยู่เต็มอก
เขาเข้าใจดีว่า ที่กำไรกระดาษพิมพ์ข่าวมันต่ำขนาดนี้ ก็เพราะหลี่เหมยใจร้อนเกินไป อดรนทนไม่ไหวอยากจะแก้แค้นอดีตสามี
จางเซวียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างหลี่เหมยกับอดีตสามี?
แต่มีจุดหนึ่งที่ชัดเจน
ผู้หญิงที่ฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความแค้นไว้คนนี้บ้าคลั่งมาก ยอมทิ้งผลกำไรสูงสุด เพื่อใช้วิธีทำลายศัตรูหนึ่งพันแต่ตัวเองเจ็บแปดร้อยในการแก้แค้นอดีตสามีให้เร็วที่สุด
แต่พูดก็พูดเถอะ ก็เพราะจุดนี้นี่แหละ จางเซวียนถึงเลือกที่จะเชื่อใจเธอ
เขาเล็งเห็นแล้วว่า ก่อนที่อดีตสามีของหลี่เหมยจะถอนตัวออกจากตลาดในประเทศ หลี่เหมยก็คือมีดดาบที่คมกริบที่สุดและบุกตะลุยได้ดีที่สุดเล่มนั้น
ทั้งสองคนต่างรู้อยู่แก่ใจ ต่างคนต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ
นี่คือความเข้าใจที่รู้กันระหว่างคนฉลาด
เมื่อกี้ตอนอยู่ในห้อง ดูเหมือนจะคุยเรื่องความเสี่ยงทางทะเล แต่จริงๆ แล้วกำลังเดิมพันความจริงใจและความเชื่อใจระหว่างกัน
ส่วนเรื่องความเสี่ยงทางทะเล นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าจะทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ สิ่งที่เป็นปัจจัยภายนอกทำได้แค่แล้วแต่ฟ้าลิขิต ไม่คุ้มที่จะเอามาพูดพร่ำเพรื่อ
หลายวันต่อมา จางเซวียนตามหลี่เหมยวิ่งวุ่นไปทั่ว ยุ่งจนหัวหมุน
ดีที่ถึงจะยุ่งไปหน่อย เหนื่อยไปหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าไม่เลว
เช่าออฟฟิศได้แล้ว ซื้ออุปกรณ์สำนักงานแล้ว ติดตั้งโทรศัพท์แล้ว
ในขณะเดียวกัน ก็เช่าบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่ข้างๆ ออฟฟิศไว้ทำเป็นโกดังชั่วคราว
บริษัทการค้าต่างประเทศนี่นะ โกดังคือหัวใจสำคัญ เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้
ฮาร์ดแวร์จัดการเรียบร้อย ซอฟต์แวร์ก็ไม่ได้ทิ้งขว้าง
ไม่ว่าจะผ่านการแนะนำของเพื่อน ผ่านนายหน้า หรือรับสมัครเอง สุดท้ายบริษัทก็ได้สมาชิกใหม่เพิ่มมาสามคน หญิงสองชายหนึ่ง
ตำแหน่งของสองสาวคือ
เลขาควบตำแหน่งคนติดตามออเดอร์หนึ่งคน
พนักงานการค้าต่างประเทศควบตำแหน่งพนักงานดำเนินพิธีการศุลกากรหนึ่งคน
ส่วนผู้ชายคนนั้นเหรอ เป็นทั้งคนตรวจสอบคุณภาพ กรรมกร รปภ. และคนขับรถในคนเดียว เป็นมนุษย์เป็ดผู้มีความสามารถรอบด้าน
ส่วนเรื่องบัญชี ปกติจางเซวียนกับหลี่เหมยจะช่วยกันทำและดูแล แต่ถ้าต้องติดต่อกับกรมสรรพากร ก็จะจ้างบริษัทภายนอกเป็นครั้งคราว
ช่วยไม่ได้ บริษัทเพิ่งตั้ง งานไม่เยอะ รับคนมามากเกินไปก็เลี้ยงเสียข้าวสุก เปลือง
บ่ายวันที่ 13 มกราคม ท้องฟ้าโปร่งใส
ตอนที่จางเซวียนดึงผ้าแดงออก เผยให้เห็นป้ายชื่อสีทอง ‘บริษัทจำกัดการค้าต่างประเทศอิ๋งไท่’ คนทั้งห้าก็ยิ้มแก้มปริปรบมือพร้อมกัน
ไม่มีกระเช้าดอกไม้ ไม่มีประทัด ไม่มีนักข่าวสื่อมวลชน ไม่แม้แต่จะมีคนมุงดู บริษัทการค้าต่างประเทศอิ๋งไท่ก็ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในลักษณะนี้
เปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการแล้ว!
คืนนั้น ในฐานะเจ้านาย จางเซวียนใจป้ำเลี้ยงหม้อไฟพนักงานทุกคน
ระหว่างมื้ออาหาร จางเซวียนไม่ได้พูดคำคมสวยหรูอะไรมากมาย ไม่มีการเล่นใหญ่ไฟกระพริบ
แค่พูดอย่างถ่อมตัวและเน้นปฏิบัติจริงไปประโยคเดียว ภายใน 3 ปี จะทำยอดขายของบริษัทอิ๋งไท่ให้ถึง 500 ล้าน
โม้นี้ใหญ่โตจนหลี่เหมยหน้าเหลี่ยมยุยงให้ทุกคนมอมเหล้าเขาเดี๋ยวนั้นเลย
ดื่มเยอะก็ส่วนดื่มเยอะ
แต่เมาเหล้าใจยังสว่าง กลับมาถึงใต้หอพักอาจารย์ จางเซวียนโบกมือบอกหลี่เหมยที่ช่วยพยุงเขาว่า
"แค่นี้แหละ คุณก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ บริษัทตั้งขึ้นแล้ว ต่อไปก็ฝากคุณด้วยนะ"
หลี่เหมยปล่อยมือ พูดอย่างจริงจังว่า "วางใจเถอะ มีฉันอยู่ทั้งคน"
"ดี!"