บทที่ 210 นี่ก็จอมดราม่าเหมือนกัน
บทที่ 210 นี่ก็จอมดราม่าเหมือนกัน
ขามาจางเซวียนนั่งซานตาน่า ขากลับนั่งมอเตอร์ไซค์ คุณภาพชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว ลมหนาวบาดผิว ทรมานสุดๆ
06:37 น.
รถมาถึงสี่แยก
หร่วนซิ่วฉินที่รออยู่หน้าประตู พอเห็นครอบครัวหร่วนเต๋อจื้อสามคน ก็รีบออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ
เห็นหร่วนซิ่วฉิน หร่วนเต๋อจื้อก็สาวเท้าก้าวยาวๆ เข้ามา ตะโกนเรียก "พี่" อย่างซาบซึ้ง แล้วสวมกอดเธอ ใบหน้าที่กร้านโลกเต็มไปด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา
หร่วนซิ่วฉินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เอื้อมมือตบแขนน้องชายเบาๆ แล้วหันไปมองหยางอิ๋งม่านที่ไม่เจอกันมาเป็นสิบปี
หยางอิ๋งม่านเห็นดังนั้น ก็ฉีกยิ้ม ฉลาดพอที่จะทักก่อนว่า "พี่คะ ฉันกลับมาแล้ว"
ได้ยินคำว่า "พี่" ได้ยินคำว่า "ฉันกลับมาแล้ว" หร่วนซิ่วฉินที่เมื่อกี้ยังยิ้มแย้ม น้ำตาเอ่อล้นออกมาทันที
ยิ้มอ่อนโยนพูดว่า "กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว"
เฮ้อ!
จางเซวียนมองอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
แม่ของเขานี่นะ ใจดีเกินไป ใจอ่อนเกินไป
โดนดูถูกมาตั้งกี่ปี แค่ประโยค "ฉันกลับมาแล้ว" ประโยคเดียวก็ลบล้างความขุ่นเคืองไปจนหมด
แต่คิดไปคิดมา จางเซวียนก็พอเข้าใจได้
แม่มีน้องชายแค่คนเดียว ไม่เห็นแก่พระสงฆ์ก็ต้องเห็นแก่พระพุทธรูป เห็นแก่หน้าหร่วนเต๋อจื้อ ก็ต้องไว้หน้าหยางอิ๋งม่านบ้าง
อีกอย่างเขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาไกล จะให้ปั้นหน้ายักษ์ไล่เขากลับไปก็คงไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น บางทีในใจหร่วนซิ่วฉิน อาจจะไม่เคยโกรธแค้นหยางอิ๋งม่านจริงๆ ก็ได้
เพราะแม่เป็นคนที่คิดถึงคนอื่นเสมอ สิบปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของตระกูลจางไม่ค่อยดีจริงๆ นอกจากบ้านจะจนแล้ว ยังกันดารล้าหลังอีกต่างหาก
พูดกันตามตรง คนเมืองแต่กำเนิดจะอยู่ไม่ไหวในที่นกไม่วางไข่แบบนี้ ในระดับหนึ่งก็พอเข้าใจได้
แต่พูดไปก็เท่านั้น ในใจจางเซวียน หยางอิ๋งม่านก็คือคนผิด ไม่ต้องมีเหตุผล ใครใช้ให้เธอทำแม่เราเสียใจ
หยางอิ๋งม่านเรียกพี่
หยางม่านจิงก็ไม่โง่ รีบตามน้ำ เรียกเสียงหวานเจี๊ยบว่า "คุณป้า"
ถุย ยัยหยางม่านจิงนี่ก็จอมดราม่าเหมือนกัน!
เมื่อก่อนเขาประเมินเธอต่ำไปจริงๆ
เชิญครอบครัวสามคนและตู้เค่อต้งเข้าบ้าน รินน้ำชาร้อนๆ
พอได้ฟังเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สถานีรถไฟซินฮว่า หร่วนซิ่วฉินน้ำตานองหน้า สะอึกสะอื้นจนเกือบร้องไห้ออกมา
ทนเห็นพี่สาวเป็นแบบนี้ไม่ได้ หร่วนเต๋อจื้อโอบไหล่หร่วนซิ่วฉินด้วยความสงสาร ยื่นหน้าเข้าไปปลอบเสียงเบา
"พี่ ไม่เป็นไรนะ เรื่องแบบนี้ข้างนอกมีเยอะแยะ อย่าเสียใจไปเลย พวกเราก็กลับมาครบ 32 แล้วนี่นา..."
เห็นภาพพี่น้องรักกัน ตู้เค่อต้งมองจนตาผ่าว จิบชาแล้วตบไหล่จางเซวียนยิ้มๆ
รู้อยู่แล้วว่าน้องชายจะกลับมาเช้านี้ หร่วนซิ่วฉินตื่นมาเตรียมตัวตั้งแต่ดึกดื่น
ไม่เพียงเตรียมกับข้าวร้อนๆ แม้แต่น้ำร้อน ที่นอน รองเท้าแตะนุ่มๆ ก็เตรียมไว้พร้อมสรรพ
หร่วนซิ่วฉินถามหยางอิ๋งม่าน "น้องสะใภ้ จะอาบน้ำก่อน หรือกินข้าวก่อน?"
หยางอิ๋งม่านเป็นคนรักความสะอาด ตระเวนบนรถไฟมาวันกับอีกคืน ตัวเหนียวเหนอะหนะ ผมมันเยิ้ม รู้สึกไม่สบายตัวไปหมด
เลยไม่เกรงใจ "พี่คะ ฉันขออาบน้ำก่อนดีกว่า แป๊บเดียวค่ะ"
"เอาสิ" หร่วนซิ่วฉินรับคำ พาแม่ลูกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวชั้นบน
ตอนนั้นเอง จางเซวียนถามตู้เค่อต้ง "ลุงครับ ผมอยากติดอ่างอาบน้ำที่บ้าน ก่อนปีใหม่จะทันไหมครับ?"
ตู้เค่อต้งยิ้มตอบ "ทันสิ ของแค่นี้ไม่ยาก โทรศัพท์กริ๊งเดียว วันสองวันก็เสร็จ"
ได้ยินแบบนั้น จางเซวียนก็ฉวยโอกาสรุกคืบ "งั้นรบกวนลุงด้วยนะครับ"
ตู้เค่อต้งรับปาก "ได้ เรื่องเล็กแค่นี้ฉันจัดการให้เอง เดี๋ยวโทรเรียกช่างให้เลย"
คำพูดผู้หญิง เชื่อถือไม่ได้!
หยางอิ๋งม่านบอกว่าอาบแป๊บเดียว แต่ปาเข้าไป 17 นาทีถึงลงมา
ยังดีที่กับข้าวอุ่นอยู่ในซึ้ง ยกมาเสิร์ฟยังร้อนกรุ่น
จางเซวียนหยิบเรมี่ มาร์ติน ออกมา รินให้หร่วนเต๋อจื้อกับตู้เค่อต้งก่อน แล้วรินให้หร่วนซิ่วฉิน หยางอิ๋งม่าน และโอวหยางหย่งจนเต็มแก้ว
สุดท้ายรินให้หยางม่านจิงแก้วเล็กๆ
จางเซวียนลุกขึ้นพูดกับหร่วนเต๋อจื้อและหยางอิ๋งม่าน "น้า ป้าสะใภ้ เมื่อเช้าผมไปช้า ทำให้พวกคุณต้องลำบาก ผมผิดเองครับ ขอดื่มแก้วนี้เป็นการขอโทษ และสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ"
หร่วนเต๋อจื้อรักจางเซวียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้ยินแบบนี้รอยยิ้มก็บานแฉ่งไปถึงขมับ
หลังจากรู้ถึงความสามารถอันล้นเหลือของจางเซวียน หยางอิ๋งม่านตอนนี้ไม่กล้าวางมาดอีกแล้ว ลุกขึ้นยิ้มแย้มรับ
ทั้งสามชนแก้ว ดื่ม!
รินเหล้าต่อ จางเซวียนพูดกับตู้เค่อต้ง "ลุงครับ ความสัมพันธ์ของเราคงไม่ต้องพูดมาก แก้วนี้ผมดื่มให้คุณลุงครับ"
ตู้เค่อต้งชอบท่าทีไม่ถือตัวเป็นคนอื่นคนไกลของจางเซวียนมาก ดื่มหมดแก้วอย่างมีความสุข
จางเซวียนรินเหล้าอีก พูดอย่างหน้าไม่อายกับสหายหร่วนซิ่วฉินว่า "โอ้โห คุณแม่ของผม ให้กำเนิดและเลี้ยงดูผมมาอย่างยากลำบาก แก้วนี้ผมดื่มให้แม่ ขอให้แม่ยังสาวตลอดกาล และภูมิใจในตัวผมตลอดไป"
"ฮ่า!..."
ได้ยินคำพูดไร้ยางอาย ไร้ความละอายนี้ ทุกคนก็หัวเราะลั่น
บรรยากาศครึกครื้นขึ้นทันตา
เห็นสองสามีภรรยาคุยกับตู้เค่อต้งและแม่อย่างออกรส จางเซวียนหมุนแก้วเหล้าเล่น ถามหยางม่านจิงที่อยู่ทางซ้ายมือ
"วันนี้เธอเรียกพี่หรือยัง?"
หยางม่านจิงกำลังก้มหน้าก้มตากินน่องไก่ที่หร่วนซิ่วฉินคีบให้ แก้มตุ่ยเคี้ยวหยุบหยับ
ได้ยินดังนั้น หยางม่านจิงขยับปากที่มีแต่เนื้อไก่ ตะโกนอู้อี้ "พี่จ๋า"
แหม นี่ก็เป็นพวกลู่ตามลม รู้ทิศทางลม ยิ่งโตยิ่งว่านอนสอนง่ายนะเนี่ย
จางเซวียนมองเธอ "ชนแก้วหน่อย"
หยางม่านจิงรีบยกแก้วชนกับเขา
จางเซวียนพูดต่อ "กินข้าวเสร็จ ฉันจะพาไปเที่ยว พาไปดูสาวสวย"
หยางม่านจิงเหลือบตามองเขา บอกว่า "กินข้าวเสร็จ หนูอยากนอน"
จางเซวียน "......"
เหตุผลนี้ฟังขึ้น ไร้ข้อโต้แย้ง เขาหาช่องว่างแทรกไม่ได้เลย
เดิมทีตั้งใจจะพาหยางม่านจิงไปดูตัวจริงของหมี่เจี้ยน ให้เธอไปบอกเสี่ยวสืออีว่า มีคนน่ารักอย่างหมี่เจี้ยนอยู่ เสี่ยวสืออีตัดใจซะเถอะ
น่าเสียดาย น้องสาวคนนี้ไม่หลงกล
จิบเหล้า จางเซวียนถามโอวหยางหย่งที่แวะกลับบ้านไปรอบหนึ่ง "พี่สาวผมล่ะ ไม่ใช่บอกให้พี่เรียกมาด้วยเหรอ ทำไมไม่พามา?"
โอวหยางหย่งอธิบาย "เมื่อกี้ตอนฉันกลับไป จางผิงกำลังนอนพักผ่อน เมื่อคืนต้องลุกมาห่มผ้าให้ลูกบ่อยๆ เลยนอนไม่พอ"
เข้าใจได้ คนท้องต้องเลี้ยงลูกด้วย ง่วงง่ายเป็นธรรมดา จางเซวียนเลยไม่ถามต่อ
กินข้าวเสร็จ จางเซวียนรีบไปอาบน้ำ พอเจอน้ำร้อนราดตัว รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
กินข้าวเสร็จ หยางม่านจิงก็นอนจริงๆ
แผนการล้มเหลว จางเซวียนขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถซานตาน่ากลับไปบ้านตู้เค่อต้ง
หมี่เจี้ยนกับลี่ลี่ซือจะกลับแล้ว มาส่งพวกเธอ
เห็นตู้ซวงหลิงร่ำลาหมี่เจี้ยนเสร็จ แล้วหันไปคุยกับลี่ลี่ซือ จางเซวียนพูดกับหมี่เจี้ยนว่า
"ดูแลตัวเองดีๆ นะ มีเวลาเขียนจดหมายหาฉันด้วย"
หมี่เจี้ยนมองตาเขาแล้วพูดว่า "อื้ม"