บทที่ 215 ร้ายกาจกันจริงๆ แต่ละคน
บทที่ 215 ร้ายกาจกันจริงๆ แต่ละคน
จางเซวียนโทรศัพท์สายแรกไปที่บ้านตระกูลตู้
เสียงโทรศัพท์ดังสองครั้งก็มีคนรับ อ้ายชิงเป็นคนรับสาย
จางเซวียนจำเสียงได้ ก็พูดว่า “คุณน้าครับ สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้มีแต่เรื่องมงคลครับ”
อ้ายชิงในตอนนี้มีท่าทีต่อเขาดีมาก ยิ้มตอบกลับมาว่า “สุขสันต์วันปีใหม่ ทำอะไรก็ขอให้ราบรื่น ชื่อเสียงโด่งดังเสียดฟ้าจ้ะ”
เอาสิ เธอก็พูดตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ หวังแค่ให้หนังสือเล่มใหม่ขายดี ชื่อเสียงโด่งดัง
แบบนั้นเธอก็จะได้มีหน้ามีตาไปด้วย
อ้ายชิงถาม “กินข้าวส่งท้ายปีเก่าหรือยัง?”
จางเซวียนตอบ “กินแล้วครับ เพิ่งกินเสร็จ คุณน้าล่ะครับ กินหรือยัง”
อ้ายชิงตอบ “กำลังจะกิน”
อ้ายชิงรู้จุดประสงค์ที่เขาโทรมา จึงพูดคุยสั้นๆ แล้วส่งหูโทรศัพท์ให้ตู้เค่อต้งที่อยู่ข้างๆ คุยกันไม่กี่ประโยค หูโทรศัพท์ก็วนไปที่ตู้จิ้งหลิง อู่กั๋วรุ่ย และปู่นายกเทศมนตรีจนครบรอบ
สุดท้ายถึงค่อยตกมาถึงมือตู้ซวงหลิง
จางเซวียนชำเลืองมองหยางม่านจิง แล้วพูดใส่โทรศัพท์ว่า “ที่รัก สุขสันต์วันปีใหม่”
หยางม่านจิงร้อง “ยี้!” เบาๆ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว นึกในใจว่าพี่ชายคนนี้ช่างหน้าด้านจริงๆ
ตู้ซวงหลิงมองไปรอบๆ ไม่มีใคร ทุกคนต่างรู้สถานการณ์รีบหลบฉากให้พื้นที่
เธอก็ยิ้มตาหยีตอบกลับมาว่า “สุขสันต์วันปีใหม่”
จางเซวียนถาม “ปีนี้ที่บ้านทำกับข้าวกี่อย่าง?”
ตู้ซวงหลิงตอบ “16 อย่าง”
จากนั้นเธอก็ถาม “พวกเธอดูงานกาล่าตรุษจีน หรือเปล่า?”
จางเซวียนตอบ “แม่กับพวกลุงๆ ดูอยู่ข้างล่าง”
ทั้งสองคุยกันพักใหญ่ พอดูเวลาว่าสมควรแก่เวลาแล้ว จางเซวียนก็พูดว่า “พวกเธอคงจะรีบกินข้าวกันแล้วใช่ไหม ฉันได้ยินเสียงพี่สาวเธอเรียกพี่เขยให้ไปจุดประทัดแล้ว”
ตู้ซวงหลิงมองไปที่ประตูใหญ่ ส่งเสียง “อื้ม” แล้วยิ้มหวานพูดว่า “งั้นฉันวางสายนะ พวกเขารอให้ฉันคุยโทรศัพท์เสร็จอยู่ กลัวว่าจุดประทัดจะรบกวนเราคุยโทรศัพท์กัน”
จางเซวียนหัวเราะ “เดี๋ยวนี้คู่เราสถานะสูงส่งจริงแฮะ”
ตู้ซวงหลิงยิ้มอย่างมีความสุข กดเสียงต่ำ ล้อเล่นอย่างที่นานทีปีหนจะทำสักครั้ง “หาแฟนได้ดี สถานะฉันก็พลอยสูงขึ้นตามน้ำไปด้วยไง”
จางเซวียนพอใจกับคำพูดนี้มาก เร่งเธอว่า “งั้นวางสายนะ อย่าให้พวกเขารอนาน กินข้าวเย็นเยอะๆ นะ กินเผื่อฉันด้วย”
แล้วก็เสริมอีกประโยค “เช้าวันที่สองฉันจะไปสวัสดีปีใหม่นะ”
“อือ”
ออดอ้อนกันอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็วางสาย
หยางม่านจิงในฐานะก้างขวางคอ แถมยังเป็นคนโสด ฟังแล้วรู้สึกแย่ไปทั้งตัว
สายที่สอง จางเซวียนโทรหาคุณอาและคุณลุงเขย
จากนั้นก็โทรหาเหล่าเติ้ง, หยวนหลาน, หลี่เหมย และคนอื่นๆ
พอกดโทรหาเว่ยเวย สายนี้จำเป็นต้องโทร เพราะเธอมีบุญคุณเรื่องการเรียนกับเขา ถ้าตอนนั้นเธอไม่รับเขาเข้าเรียน ป่านนี้คงไม่ได้เรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งเมืองซ่าวแล้ว
เสียงโทรศัพท์ดังปุ๊บก็มีคนรับปั๊บ
จางเซวียนพูด “ครูครับ สุขสันต์วันปีใหม่”
เว่ยเวยหัวเราะ “สุขสันต์วันปีใหม่ นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะโทรหาครู”
จางเซวียนถามอย่างอารมณ์ดี “เซอร์ไพรส์ไหมครับ?”
เว่ยเวยตอบ “เซอร์ไพรส์จริงๆ ครูท่านอื่นๆ ต่างบอกว่า หลังจบการศึกษา คนที่ผลการเรียนยิ่งดี ปกติยิ่งไม่ค่อยติดต่อกลับมาหาครูอย่างพวกเราหรอก กลับกลายเป็นเด็กเกเรซะอีกที่แวะเวียนมาหาครูอยู่บ่อยๆ”
จางเซวียนยิ้ม “งั้นเหรอครับ นึกไม่ถึงเลยว่าในสายตาครู ในที่สุดผมก็กลายเป็นเด็กดีกับเขาบ้างแล้ว นึกถึงตอนนั้นครูชอบเอาหมี่เจี้ยน ซีเจี๋ย แล้วก็เว่ยเหรินเจี๋ยมากระตุ้นผมตลอด”
เว่ยเวยหัวเราะร่า “มิน่าล่ะครูเฉินเหลยถึงบอกว่าเธอเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ ไม่ผิดเลยสักนิด”
พูดถึงตรงนี้ เธอชะงักไปนิดหนึ่ง เปลี่ยนเรื่องถาม “เธอกับตู้ซวงหลิงยังคบกันอยู่ใช่ไหม ความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้าง?”
จางเซวียนฟังแล้วงงๆ แต่ก็ตอบไปว่า “ขอบคุณครับครูที่เป็นห่วง ยังคบกันอยู่ครับ ความสัมพันธ์ดีมาก”
เว่ยเวยคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “วันนั้นที่เธอกับหมี่เจี้ยนมาโรงเรียน ครูเห็นนะ”
“ห๊ะ?”
จางเซวียนพูดไม่ออก “ตอนนั้นยังคิดจะไปเยี่ยมครูอยู่เลยครับ แต่วันนั้นมีธุระนิดหน่อย แถมไม่ได้ซื้อของติดมือไปด้วย เลยตกลงกันว่าหลังปีใหม่ค่อยไปเยี่ยมครู”
เว่ยเวยข้ามประเด็นนั้นไป ยิ้มแล้วพูดว่า “เธอกำลังตามจีบหมี่เจี้ยนอยู่ใช่ไหม ก็เลยไม่สะดวก”
จางเซวียนตะลึงไปครู่หนึ่ง รีบแก้ข่าวทันควัน “ครูครับ อย่าปล่อยข่าวลือสิครับ ปีใหม่อยู่นะเนี่ย”
เว่ยเวยพูดทีเล่นทีจริง “งั้นเหรอ สงสัยครูคงคิดมากไปเอง ครูยังนึกว่าเธอเปลี่ยนจากเด็กดีกลายเป็นเสือผู้หญิงไปซะแล้ว ถ้าเป็นงั้นก็น่าเสียดายนิดหน่อย”
เด็กดี เสือผู้หญิง...
จางเซวียนฟังแล้วตาลาย
แต่เธอก็ไม่เซ้าซี้เรื่องนี้ พูดหยอกเย้าต่อว่า “เธอยังติดเลี้ยงข้าวครูมื้อหนึ่ง จำได้ใช่ไหม? หลังปีใหม่รีบมาเลี้ยงเลย แล้วตอนนั้นก็มาตีแบดมินตันเป็นเพื่อนครูด้วย ครึ่งปีมานี้ฝีมือครูพัฒนาขึ้นเยอะ กำลังอยากหาคู่ซ้อมมือพอดี”
ได้ยินคำว่าตีแบดมินตัน จางเซวียนก็นึกถึงภาพสั่นไหวเด้งดึ๋งขึ้นมาทันที
เฮ้อ! จิตใจคนเรานี่มันชั่วร้ายจริงๆ
จิตใจชั่วร้ายไปหมดแล้ว
เขารับปาก แล้วก็วางสายไป
ดำเนินมาถึงตรงนี้ จางเซวียนกำลังครุ่นคิดว่าจะโทรหาหมี่เจี้ยน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มีคนโทรเข้ามา
ลี่ลี่ซือนั่นเอง
ลี่ลี่ซือพูด “จางเซวียน สุขสันต์วันปีใหม่”
จางเซวียนตอบ “สุขสันต์วันปีใหม่”
ลี่ลี่ซือพูด “เมื่อกี้ฉันงีบหลับบนโซฟา ฝันถึงนายด้วย นายหน้าด้านมาก ฉันเสนอตัวให้นายจูบ นายไม่จูบ แต่ในฝันกลับทำฉัน...
เฮ้อ นายคงเข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดของการถูกทรมานใช่ไหม?”
จางเซวียน “......”
ปีใหม่แท้ๆ ได้ยินประโยคนี้หัวจะระเบิด
รู้แล้วล่ะ คืนนั้นที่ยัยเสือสาวคนนี้ไม่เคาะประตูที่บ้านตระกูลตู้ ไม่ใช่เพราะกลัว ไม่ใช่เพราะถอดใจ
แต่เป็นเพราะอยู่ที่บ้านตระกูลตู้ เพราะตู้ซวงหลิงกับหมี่เจี้ยนอยู่ด้วย เพราะเวลา สถานที่ และสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย ไม่อย่างนั้นมีหรือจะปล่อยเขาไปง่ายๆ?
เห็นเขาสำลักความเงียบ ลี่ลี่ซือก็ชมเชยอย่างหน้าไม่อาย “ครึ่งปีมานี้นายมีพัฒนาการนะ ฝีมือที่ใช้กับตู้ซวงหลิงไม่เสียเปล่า เทอมหน้าพยายามต่อไปนะ ปิดเทอมหน้าร้อนฉันจะกลับมาตรวจรับงานแน่นอน”
ปล่อยให้ยัยนี่รุกรานต่อไปไม่ได้แล้ว จางเซวียนรีบถาม “เธอจะไปต่างประเทศเมื่อไหร่?”
ลี่ลี่ซือตอบ “หลังวันที่ห้า เช้าวันที่หกเดินทาง”
จากนั้นเธอก็พูดจายั่วยวน “ฉันนัดกับหมี่เจี้ยนไว้แล้ว วันที่ห้ามีปาร์ตี้ นายจะมาไหม? ถ้านายมา คืนนั้นมอมเหล้าฉันได้เลย พาฉันไปโรงแรมได้เลย”
จางเซวียนแกล้งทำเป็นเสียดาย “โรงแรมเหรอ งั้นช่างมันเถอะ ฉันกลัวว่าพาเธอไปโรงแรม พ่อแม่เธอจะมาดักรอหน้าห้อง”
ลี่ลี่ซือป้องปากหัวเราะ “ถ้านายทำเร็วพอ พวกเขาก็จับไม่ได้หรอก”
“อย่าเพ้อเจ้อน่า”
จางเซวียนยอมใจ คิดๆ ดูแล้วบอกว่า “วันที่ห้าฉันขอดูก่อนว่าว่างไหม ถ้าว่าง ถึงตอนนั้นเราไปโรงเรียนมัธยมหนึ่งไปเยี่ยมครูเว่ยเวยด้วยกัน ฉันยังติดเลี้ยงข้าวเธออยู่มื้อหนึ่ง”
พอคุยเรื่องเป็นการเป็นงาน ลี่ลี่ซือก็เลิกเล่น ตอบว่า “ได้ งั้นฉันลงไปกินข้าวแล้ว ถึงตอนนั้นไม่เจอไม่กลับ”
จางเซวียนบอก “ไปกินข้าวเถอะ วางนะ”
ได้ยินบทสนทนานี้ หยางม่านจิงคิดในใจ: ผู้หญิงเมื่อกี้เป็นใคร? แถมยังจะไปเปิดห้องที่โรงแรม?
พี่ชายคนนี้รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เจ้าชู้สุดๆ! ไม่รู้ว่าเสี่ยวสืออีรู้เข้าจะรับไหวหรือเปล่า!
ขณะที่จางเซวียนเพิ่งวางสาย จิบชาไปได้แค่สองคำ โทรศัพท์ก็ดังอีกแล้ว
เฉินรื่อเซิงเปิดปากก็พูดเลย “จางเซวียน สุขสันต์วันปีใหม่”
จางเซวียนตอบ “สุขสันต์วันปีใหม่”
แล้วถามต่อ “นายไปเอาเบอร์ฉันมาจากใคร?”
เฉินรื่อเซิงตอบ “เมื่อกี้ฉันโทรหาลี่ลี่ซือ สายเธอไม่ว่าง
เลยโทรหาหมี่เจี้ยน หมี่เจี้ยนกินข้าวส่งท้ายปีเก่าอยู่ เธอเป็นคนบอกเบอร์บ้านนายมา”
แล้วเฉินรื่อเซิงก็รีบถาม “เมื่อกี้ลี่ลี่ซือคุยโทรศัพท์กับนายอยู่ใช่ไหม?”
“เฮ้อ...”
จางเซวียนถอนหายใจ ตอบตามความจริง “ใช่ ลี่ลี่ซือโทรหาฉันนี่แหละ เธอยุให้ฉันไปเปิดห้องด้วย ฉันล่ะกลุ้มใจจะตายอยู่แล้วเนี่ย”
เฉินรื่อเซิงระเบิดลงทันที “จางเซวียน! ไอ้...”
รู้ว่าเขากำลังจะพ่นคำหยาบ จางเซวียนขัดจังหวะ ขู่ว่า
“วันนี้วันปีใหม่ ถ้านายกล้าพูดคำต่อไปออกมา ฉันจะบุกไปที่บ้านแล้วอัดนายให้น่วม”
“ฉัน! ...”
เฉินรื่อเซิงโกรธจนแทบเป็นลม อัดอั้นตันใจ สูดหายใจเข้า สูดหายใจเข้า สุดท้ายกัดฟันพูดว่า
“จางเซวียน ถ้านายกล้าไปโรงแรมกับลี่ลี่ซือ ฉันจะเอาเรื่องนายกับหมี่เจี้ยนไปฟ้องตู้ซวงหลิง
ฉันบอกนายไว้เลย คนเท้าเปล่าไม่กลัวคนใส่รองเท้าหรอกโว้ย”
รู้นิสัยหมอนี่ดี จางเซวียนไม่กลัวสักนิด “จะฟ้องก็ไปฟ้อง รีบๆ เลย
นายคิดว่าฟ้องแล้วจะมาอยู่ในระดับเดียวกับฉันได้เหรอ? ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว เท้าที่เคยใส่รองเท้ากับเท้าที่ไม่เคยใส่รองเท้า มันต่างกันเยอะอยู่นะ”
ทนไม่ได้ที่โดนเหน็บแนมว่าเป็นคนโสด เฉินรื่อเซิงตะโกนด้วยความโกรธแค้น “จางเซวียน! ฉันขอให้นายสุขภาพแข็งแรง! สมความปรารถนาทุกประการ! บุญหนักศักดิ์ใหญ่ดั่งทะเลตะวันออก! อายุยืนยาวดั่งภูเขาใต้! หน้าที่การงานก้าวหน้า! ความรักชื่นมื่น! เปิดห้องทุกวัน! เปิดห้องทุกวัน!! เปิดห้องทุกวัน!!!
ลาก่อน!!!”
ปัง!
เฉินรื่อเซิงกระแทกหูโทรศัพท์อย่างแรง
ครูเฉินเหลยมองลูกชายเหมือนมองคนปัญญาอ่อน “ปีใหม่แท้ๆ แกตะโกนหาอะไร?”
เฉินรื่อเซิงกำลังเดือดดาล พูดสวนทันควัน “ผู้หญิงที่ผมรักชวนคนอื่นไปเปิดห้อง พ่อว่าน่าโมโหไหมล่ะ!”
เฉินเหลยเป็นคนใจกว้าง แต่ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ เดินมาตบกะโหลกไปทีหนึ่ง “ไป คืนนี้มาดื่มเป็นเพื่อนพ่อหน่อย อกหักเหมาะกับการดื่มเหล้า”
เฉินรื่อเซิงหดหู่ ลูบหัวตัวเอง “ผมยังไม่ได้มีความรักเลย จะอกหักได้ไง?”
เฉินเหลยยิ้มแล้วตบเขาอีกที “ในเมื่อแกยังไม่ได้คบกัน ลี่ลี่ซือจะชวนจางเซวียนไปเปิดห้องก็เป็นสิทธิของเธอ เกี่ยวอะไรกับแก?”
เฉินรื่อเซิงตาถลน “ตกลงพ่อเป็นพ่อผม หรือเป็นพ่อจางเซวียนกันแน่?”
เฉินเหลยหัวเราะ “ฉันเป็นพ่อแก หรือไม่ก็เป็นปู่ของลูกแก”
...
ถุย ไอ้ลามก! หยางม่านจิงฟังจางเซวียนคุยโทรศัพท์กับเฉินรื่อเซิงจบ ก็แอบถ่มน้ำลายในใจ
คิดว่าเสี่ยวสืออีหนอเสี่ยวสืออี ตาเธอสูงเสียดฟ้า คนนี้ก็ไม่เอา คนนั้นก็ไม่สน เลือกมา 20 ปี เลือกไปเลือกมา ท้ายที่สุดเลือกได้ไอ้คนลามก
อืม! มีละครสนุกให้ดูแล้ว
...
ถือหูโทรศัพท์ค้างไว้ ได้ยินเสียง “ตู้ด ตู้ด ตู้ด” ดังมาจากปลายสาย จางเซวียนนวดขมับ
เฉินรื่อเซิงเอ๊ย นายมันไร้ประโยชน์จริงๆ ชาติที่แล้วทำอะไรลี่ลี่ซือไม่ได้ ชาตินี้ก็สภาพเดิม ดูท่าคงหวังพึ่งให้นายช่วยเบี่ยงเบนความสนใจลี่ลี่ซือไม่ได้แล้ว
นึกได้ว่าหมี่เจี้ยนกำลังกินข้าวส่งท้ายปีเก่า จางเซวียนเลยล้มเลิกความคิดที่จะโทรหา
จางเซวียนลุกขึ้น ชำเลืองมองหยางม่านจิงแวบหนึ่งแล้วเดินลงชั้นล่าง
...
จุดพลุ พลุ 100 นัดต่อเนื่อง 12 กล่อง
ยุคสมัยนี้ในหมู่บ้านซ่างอย่าว่าแต่เป็นครั้งแรกเลย ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หาดูยากทีเดียว
เมื่อเสียง ปัง ปัง ดังสนั่น พลุพุ่งขึ้นฟ้า ส่องสว่างพื้นที่ส่วนหนึ่งของหมู่บ้านซ่าง เด็กๆ ที่สี่แยกต่างวิ่งกันมาดู
ผู้ใหญ่แต่ละบ้านก็ตามมาด้วย
พวกเขาล้อมวงหน้าบ้านตระกูลจาง สายตาจับจ้องพลุที่พุ่งทะยาน สายตาจับจ้องการแตกกระจายของดอกไม้ไฟ ปากส่งเสียงร้องฮือฮาด้วยความตื่นเต้น...
ชั่วขณะหนึ่ง หน้าวิลล่าตระกูลจางคึกคักเป็นที่สุด