บทที่ 214 โป๊ะ โป๊ะ
บทที่ 214 โป๊ะ โป๊ะ
หลังสี่โมงเย็น ทุกบ้านเริ่มเตรียมอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่า
หร่วนซิ่วฉินกำลังห่อเกี๊ยวไข่อยู่ในครัว
สิ่งที่เรียกว่าเกี๊ยวไข่ ก็คือใช้ไข่เจียวบางๆ เป็นแป้งห่อ ไส้ข้างในเป็นเนื้อสับละเอียด
อาหารจานนี้คนต่างถิ่นไม่ค่อยชอบกิน แต่คนท้องถิ่นกลับโปรดปรานที่สุด ขาดไม่ได้เลยในทุกๆ ปี
ปีก่อนๆ จางเซวียนจะช่วยทำกับข้าว แต่ปีนี้มีหร่วนเต๋อจื้อและหยางอิ๋งม่านอยู่ เขาเลยสอดมือเข้าไปช่วยไม่ได้
จางเซวียนถามตู้ซวงหลิง “นี่ก็บ้านเธอเหมือนกัน หรือจะฉลองปีใหม่ที่บ้านฉันเลยไหม?”
ตู้ซวงหลิงไม่ได้รับปาก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยืนยิ้มหวานจ้องมองเขาอยู่ตรงนั้น
เฮ้อ
ถอนหายใจหนึ่งที เรียกโอวหยางหย่ง แล้วซ้อนท้ายกันสองคนไปบ้านตระกูลตู้
มอเตอร์ไซค์ของเขายังอยู่ที่บ้านตระกูลตู้ หิมะตกหนักแล้ว ต้องรีบขี่กลับมาก่อนที่ถนนจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
ห้าโมงเย็นกว่าๆ จางเซวียนที่ไม่มีอะไรทำก็เริ่มอ่านหนังสือ อ่านไปอ่านมา กำลังอ่านจนเพลิน จู่ๆ ก็ถูกนกกระจอกตัวหนึ่งที่หน้าต่างรบกวน
จางเซวียนเงยหน้ามอง พบว่าขาซ้ายของนกกระจอกมีเลือดออก ลุกขึ้นตั้งใจจะช่วยทายาน้ำมันดอกคำฝอย พันผ้าพันแผลให้สักหน่อย แต่มันดันไม่รับน้ำใจ
“พึ่บ” บินหนีไปซะงั้น
มองดูนกกระจอกไปเกาะบนต้นร่มจีนนอกบ้าน แล้วหายลับไปในขอบฟ้า จางเซวียนพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
นึกถึงคนลึกลับที่ส่งเงินมาให้
เกิดสังหรณ์ใจ จางเซวียนรีบไปหาหนังสือเล่มที่สาม ผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซาน
เปิดออก พลิกไปที่หน้า 480
เนื้อหาท่อนแรก: ไฮ้ จางเซวียน! ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง
เนื้อหาท่อนที่สอง: ต้องขอโทษด้วยที่ต้องบอกแบบนี้ วันนี้ฉันมาเพื่อบอกลา เงินเก็บส่วนตัวของฉันร่อยหรอจนเห็นก้นถุงแล้ว แถมฉันยังต้องเดินทางไกล ถ้าฉันเก็บเงินได้ครบเมื่อไหร่ งั้นพวกเราค่อยเจอกันตอนสิ้นปีนะ
อ่านเนื้อหาท่อนที่สองซ้ำสามรอบ จางเซวียนไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ ในใจก็โหวงเหวงปวดหนึบ
ไม่รู้ว่าปวดใจเพราะเงิน 1,000 หยวนนั่น หรือว่าเป็นอะไรไป
เอาเป็นว่าวินาทีนี้เขาแค่อึดอัดใจนิดหน่อย เหงาหงอยนิดหน่อย ถึงขั้นเกิดความรู้สึกวังเวงสายหนึ่งผุดขึ้นมา
ไหนบอกว่าสิ้นปีเจอกันไง?
วันนี้คือวันสุดท้ายของปี 1993 แล้วนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะปี 1994 แล้ว
คนลึกลับคนนี้ลืมไปแล้วเหรอ?
หรือว่าเก็บเงิน 1,000 หยวนไม่ครบ?
เดาสุ่มไปเรื่อย จางเซวียนจมดิ่งสู่ความกลัดกลุ้ม
ตอนนี้เขามีความคิดหนึ่ง ถ้าวันไหนรู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร ต้องจับมาตีสักยก โทษฐานทำให้ฉันเสียใจ โทษฐานที่เอาความคาดหวังของฉันไป
พับผ่าสิ คนลึกลับคนนี้ช่างรู้วิธีปั่นหัวคนจริงๆ ทำให้เขาเผลอใจจดจ่อกับเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว
นั่งเงียบจ้องมองหนังสือผู้กล้าหาญแห่งเขาเหลียงซานอยู่ยี่สิบนาที
ในขณะที่จิตใจจางเซวียนกำลังล่องลอย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“จางเซวียน ป้าสะใภ้เรียกพี่ลงไปข้างล่าง จะกินข้าวเย็นวันสิ้นปีแล้ว”
จางเซวียนไม่ขยับ ไม่ส่งเสียง
“จางเซวียน ได้ยินไหม?”
จางเซวียนไม่ขยับ ยังคงไร้เสียง
ผ่านไปไม่กี่วินาที
“พี่ กินข้าวปีใหม่ได้แล้ว”
จางเซวียนปรับอารมณ์ ขยับตัว เปิดประตู แล้วเดินออกไปอย่างวางมาด
วันนี้ไม่เหมือนปีก่อนๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของตระกูลจางตอนนี้ถือว่าสุขสบาย
บนโต๊ะอาหารวางเต็มไปหมด ไก่ ปลา เนื้อสัตว์ครบครัน ลูกชิ้นเลือดหมู เกี๊ยวไข่ หัวไชเท้า เนื้อสับวุ้นเส้นมันเทศ หม้อไฟเนื้อแพะหน่อไม้ กระต่ายผัดเผ็ด ทุกอย่างครบเครื่อง กับข้าว 12 อย่างไม่ซ้ำกัน
หร่วนซิ่วฉินจุดธูปอธิษฐาน
หน้าประตูใหญ่ หร่วนเต๋อจื้อจุดประทัด ครั้งแรกจุดไม่ติด ครั้งที่สองก็ยังไม่ติด
เห็นท่าทางขี้ขลาดตาขาวของเขา เจ้าของร้านโชห่วยตะโกนลั่น “หร่วนเต๋อจื้อเอ๊ย นายเป็นถึงคนกินข้าวหลวงนะ จะมาทำให้มาตุภูมิขายหน้าไม่ได้นะ!”
ทนฟังคำนี้ไม่ได้
หร่วนเต๋อจื้อรวบรวมความกล้าจุดชนวนจนได้ ผลคือโยนบุหรี่ทิ้ง ประทัดยังคาอยู่ในมือ
โอ้โฮ! กรรมตามทันตาเห็นจริงๆ หยางอิ๋งม่านที่อยู่ข้างๆ แอบด่าในใจ แต่มือไม้ไว รีบแย่งประทัดขว้างออกไปทัน
จางเซวียนกลั้นขำแทบแย่
หยางม่านจิงตบแก้มตัวเองเบาๆ ไม่รู้ควรจะขำ หรือควรจะเศร้าใจดี
กลับกัน ร้านโชห่วยฝั่งตรงข้ามหัวเราะกันเสียงดังเหมือนหมูคัดหลั่ง
มื้อค่ำวันสิ้นปี หรือเรียกว่าอาหารรวมญาติ หร่วนซิ่วฉินและหร่วนเต๋อจื้อดื่มเหล้ากันอย่างคึกคัก
จางเซวียนดื่มตามไปนิดหน่อย แต่คิดว่าเดี๋ยวต้องโทรศัพท์ เลยไม่กล้าดื่มเยอะ
กินข้าวเสร็จ หร่วนซิ่วฉินแจกซองแดง ให้เงินแต๊ะเอีย สุขสันต์วันปีใหม่ มีเงินมีทองเหลือใช้ทุกปี นี่คือคำอวยพรของเธอ
แจกซองแดงให้หร่วนเต๋อจื้อและหยางอิ๋งม่านคนละ 220 หยวน
จางเซวียนคิดในใจ นี่พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง แม่บังเกิดเกล้าใจป้ำเป็นครั้งแรก
ใจป้ำจนน่าประหลาด!
ซองแดงที่หร่วนซิ่วฉินให้หยางม่านจิง จำนวนเงินยิ่งเยอะกว่า 420 หยวน
420 เท่ากับค่าแรง 35 วันเต็มๆ
เงินก้อนโตเลยนะนั่น!
เหอะ! จางเซวียนรู้สึกเปรี้ยวปาก อิจฉาซะแล้วสิ
ถึงตาจางเซวียน หร่วนซิ่วฉินแจก 420 เหมือนกัน
ครั้งนี้เธอบอกว่า “ลูก เงินนี้ลูกเก็บไว้ซื้อของกินเอง ไม่ต้องเอามาให้แม่แล้ว”
ประโยคนี้ทำเอาจางเซวียนเกือบน้ำตาไหล 20 ปีแล้ว! เกือบ 20 ปีแล้ว! ในที่สุดก็สามารถใช้เงินแต๊ะเอียได้อย่างอิสระเสียที
ต่อหน้าต่อตาแม่บังเกิดเกล้า เขาจุ๊บซองแดงไปหนึ่งที ทำเอาหร่วนซิ่วฉินทั้งขำทั้งอยากจะตี
จางเซวียนล้างหน้าล้างตา ขึ้นไปห้องนั่งเล่นชั้นสอง เตรียมจะโทรศัพท์
หยางม่านจิงแอบย่องตามขึ้นมาเงียบๆ
เห็นเธอเดินมาตรงหน้าแล้วแบมือตะโกนว่า “พี่คะ สุขสันต์วันปีใหม่”
จางเซวียน “......”
ค้นซองอั่งเปาจากลิ้นชักใต้ตู้วางทีวี แล้ววิ่งไปหยิบเงินที่ห้องหนังสือ
ใส่ซองให้เธอไป 220
หยางม่านจิงไม่ไว้หน้ากันสักนิด แกะออกตรงนั้น คลี่เงิน 220 หยวนดูซ้ายทีขวาที สุดท้ายเก็บเงินเข้ากระเป๋า
จากนั้นดวงตาของเธอก็วิบวับเป็นประกาย เริ่มอวยพรต่อ
“พี่ชายที่เคารพ สุขสันต์วันปีใหม่ ขอให้ปีหน้าหนังสือเล่มใหม่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ชื่อเสียงโด่งดังเสียดฟ้า ดังทะลุเมืองจีน ทะลุเอเชีย ทะลุโลก ทะลุจักรวาล ทะลุระบบสุริยะ ทะลุ...”
“หยุดๆๆ!...”
ชุดใหญ่ไฟกระพริบ ทะลุโน่นทะลุนี่ จางเซวียนฟังจนหัวจะปวด รีบสั่งเบรก
เฮอะ! ยัยเด็กนี่รังเกียจว่าซองแดงน้อยไปล่ะสิ
มารีดไถกันชัดๆ
ถ้าไม่ใช่คืนข้ามปี จางเซวียนคงไม่ยอมตามใจแน่ เผลอๆ จะใช้นิ้วเดียวจิ้มให้ลงไปกองกับพื้น ให้คุกเข่าร้องเพลงยอมจำนนซะเลย
แต่ตอนนี้มันคือวันส่งท้ายปีเก่านี่หว่า จางเซวียนวิ่งกลับไปที่ห้องหนังสืออย่างกระฟัดกระเฟียด ใส่ซองไป 1,000 ถือซะว่าให้เพิ่มแทนน้าของตัวเองก็แล้วกัน
พอนึกถึงหร่วนเต๋อจื้อที่ดูแลเขาเหมือนลูกชายคนหนึ่ง จางเซวียนก็รู้สึกดีขึ้นทันตา สบายใจขึ้นมาทันที
แกะดูต่อหน้าอีกแล้ว ว้าว 1,000! หยางม่านจิงยิ้มจนหน้าบานสวยเหมือนดอกไม้ เก็บซองแดงเข้ากระเป๋า แล้วรินชาให้เขาอย่างพินอบพิเทาเหมือนลูกน้องประจบเจ้านาย
ตบท้ายด้วยท่าทางจริงใจสุดซึ้งว่า “พี่คะ พี่หล่อกว่าโจวซิงฉืออีกนะเนี่ย?”
จางเซวียนฟังแล้วขมวดคิ้ว “เธอเอาโจวซิงฉือมาเทียบความหล่อกับฉันเนี่ยนะ?”
หยางม่านจิงแลบลิ้น “พี่ดูดีกว่าจุนโลน อีกเอ้า”
อืม คราวนี้จางเซวียนพอใจแล้ว รับชามา นั่งลงวางมาดป๋า
ก่อนจะโทรศัพท์ จางเซวียนเริ่มไล่คน “ฉันจะโทรศัพท์แล้ว เธอไม่ไปเหรอ?”
หยางม่านจิงนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว พองแก้มป่อง ใช้นิ้วชี้จิ้มหนึ่งที โป๊ะ
พองลม จิ้มหนึ่งที โป๊ะ...
พองลมอีก จิ้มอีกที โป๊ะ...
...
ทำตาสองข้างให้ดูน่าสงสารเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยง แต่มองจางเซวียนด้วยสายตาได้ใจและยียวน ความหมายชัดเจนมาก คือยังไงก็ไม่ไป
จางเซวียนเข้าใจแผนการเล็กๆ ของเธอทันที นี่กำลังทำตัวเป็นลูกสมุนให้เสี่ยวสืออีอยู่สินะ กะจะใช้การโทรศัพท์คืนข้ามปีสืบความเคลื่อนไหวของเขา
ได้ ใจกล้าดีนี่ เดี๋ยวเธอก็อย่าตกใจจนหัวใจวายตายก็แล้วกัน!
จางเซวียนลองไล่เจ้าหมาขี้เรื้อนตัวนี้อีกครั้ง เห็นว่าไล่ไม่ไป ก็ขี้เกียจจะสนใจแล้ว