บทที่ 228 รักปักใจแลกรักลึกซึ้ง

บทที่ 228 รักปักใจแลกรักลึกซึ้ง
จัดการเรื่องเพชรสีเหลืองเรียบร้อย กินข้าวเที่ยงเสร็จ
จางเซวียนกับตู้ซวงหลิงก็ขอตัวลา
เดิมทีหยางอิ๋งม่านอยากจะรั้งพวกเขาให้อยู่ต่อจนถึงวันเปิดเทอม แต่คราวนี้จางเซวียนกับตู้ซวงหลิงตัดสินใจแน่วแน่แล้ว
ช่วยไม่ได้ หร่วนเต๋อจื้อจึงจำต้องขับรถตู้ไปส่งทั้งสองคนที่จงต้า
บ่ายสี่โมงกว่า ทั้งสามคนหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังเดินผ่านบันไดหิน และบังเอิญเจอเหล่าเติ้งกับหลู่หนีที่ใต้ต้นอู๋ถง
หลู่หนีกำลังล้างโคลนออกจากรากผักชี เด็ดใบเหลืองทิ้ง และล้างรากอยู่ที่ก๊อกน้ำประปา
ส่วนเหล่าเติ้งกำลังเผาหนังหมูรมควันบนเตาถ่าน หนังหมูสีดำมะเมื่อมมีฟองน้ำมันเล็กๆ ผุดขึ้นมา ส่งเสียงฉ่าๆ พร้อมกลิ่นหอมไหม้โชยเตะจมูก
เมื่อเห็นทั้งสามคน เหล่าเติ้งก็ลุกขึ้นทักทายก่อนใครเพื่อน "เหล่าหร่วน จางเซวียน เสี่ยวตู้ สวัสดีปีใหม่ครับ!"
"เหล่าเติ้ง สวัสดีปีใหม่!"
เหล่าเติ้งยื่นบุหรี่ให้หร่วนเต๋อจื้อ พร้อมพูดอย่างกระตือรือร้น "นานๆ นายจะมาสักที วันนี้กินข้าวเสร็จค่อยกลับสิ มาดื่มกันสักแก้วให้หายอยาก"
พอได้ยินคำว่า ดื่มสักแก้ว ที่คุ้นเคย จางเซวียนก็รู้สึกปวดตับขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าถ้าไม่เจอกันตอนกำลังดื่ม ก็ต้องเจอกันระหว่างทางไปดื่มสักอย่างนั้นแหละ
ชีวิตขาดเหล้าไม่ได้ ดื่มมันสามวันเว้นสองวัน เหล่าเติ้งนี่มันขี้เมาตัวจริงเสียงจริง
จางเซวียนรีบขัดจังหวะ โกหกหน้าตายว่า "เหล่าเติ้ง คุณอย่าลำบากคุณน้าผมเลย วันนี้เขาต้องรีบกลับ คืนนี้มีประชุม"
หร่วนเต๋อจื้อแปลกใจนิดหน่อยที่จางเซวียนพูดแบบนั้น เดิมทีเขาแพ้ความกระตือรือร้น เกือบจะอยู่ดื่มด้วยสักแก้วแล้วเชียว แต่แบบนี้คงอดดื่มแล้ว
เขาเลยเออออห่อหมกตามน้ำไป "วันนี้ไม่มีเวลาแล้วจริงๆ เอาไว้ครั้งหน้านะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"
"ได้เลย งานต้องมาก่อน ครั้งหน้าไม่เมาไม่เลิกนะ" เหล่าเติ้งนึกว่าเขามีธุระจริง จึงไม่เซ้าซี้อีก
พอปล่อยหร่วนเต๋อจื้อกลับไปแล้ว เหล่าเติ้งก็หันมามองจางเซวียนกับตู้ซวงหลิง "แล้วพวกเธอล่ะ ไม่มีธุระอะไรใช่ไหม คืนนี้ลงมากินข้าวด้วยกันสิ"
จางเซวียนกับตู้ซวงหลิงมองหน้ากัน แล้วตอบว่า
"เหล่าเติ้ง ขอบคุณในความหวังดีนะครับ แต่วันนี้เราสองคนต้องกินเจ คงไม่รบกวนคุณกับอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วล่ะ"
เหล่าเติ้งยังไม่ทันพูดอะไร หลู่หนีก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย "นี่ไม่ใช่วันพระจีน แล้วก็ไม่ใช่วันเพ็ญ ทำไมพวกเธอต้องกินเจล่ะ?"
เฮ้อ คงต้องแถต่อสินะ
จางเซวียนหันไปถามทั้งสองคน "พวกคุณรู้จักภูเขาเหิงซานแห่งหนานยวี่ใช่ไหมครับ?"
หลู่หนีตอบ "รู้จักสิ"
จางเซวียนถามต่อ "งั้นเคยได้ยินประโยคที่ว่า 'มหาเทพหนานยวี่ซือเทียนเจาเซิ่ง ผู้พิทักษ์แผ่นดินและปกป้องอาณาจักร' ไหมครับ?"
เติ้งต๋าชิงกับหลู่หนีทำหน้างง ส่ายหัวพร้อมกัน
"เฮ้อ..."
จางเซวียนแกล้งถอนหายใจ "พวกคุณไม่เคยได้ยินชื่อพระโพธิสัตว์หนานยวี่ได้ยังไง วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน ทางบ้านผมนับถือท่านมาก ต้องจุดธูป ต้องกินเจ"
เอาล่ะสิ พอโยงเข้าเรื่องความเชื่อและประเพณี เติ้งต๋าชิงกับหลู่หนีก็ไปไม่เป็นทันที ได้แต่หุบปากเงียบกริบ
ขึ้นไปชั้นสอง เปิดประตูห้อง
พอเข้าไปข้างใน ตู้ซวงหลิงที่กลั้นขำมานานก็หลุดหัวเราะคิกคัก แซวว่า
"นายเอาพระโพธิสัตว์หนานยวี่มาโกหก ระวังคืนนี้ท่านจะมาเข้าฝันตำหนิเอานะ"
จางเซวียนทำท่าหวาดๆ "ไม่หรอกมั้ง ฉันเป็นลูกศิษย์ท่านนะ ปิดเทอมหน้าร้อนปีนี้ฉันยังกะว่าจะไปไหว้พระที่เขาเหิงซานอยู่เลย"
พอพูดถึงเรื่องไปเขาเหิงซาน ตู้ซวงหลิงก็ตาเป็นประกาย ชะโงกหน้ามาพูดเสียงเบา "ฉันไปด้วยนะ"
จางเซวียนหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง "ต้องถามด้วยเหรอ ฉันไป เธอก็ต้องไปอยู่แล้ว"
ตู้ซวงหลิงฟังแล้วอิ่มเอิบใจ เริ่มจัดข้าวของ จัดกระเป๋าเดินทางของทั้งคู่ให้เข้าที่เข้าทาง
จางเซวียนเองก็ไม่ปล่อยเวลาให้ว่างเปล่า ผูกผ้ากันเปื้อน สวมปลอกแขน เริ่มทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ทั้งในและนอก
ห้องเช่าไม่มีคนอยู่เป็นเดือน ฝุ่นจับหนาเตอะ สกปรกจนทนดูไม่ได้
10 กว่านาทีต่อมา ตู้ซวงหลิงที่จัดเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็ลงมาช่วย
ทั้งสองคนช่วยกันทำความสะอาดห้องรับแขก เช็ดหน้าต่าง และเข้าไปทำความสะอาดในห้องครัวด้วยกัน
ราวกับคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาหลายปี ทุกอิริยาบถของทั้งคู่สอดประสานเป็นธรรมชาติ เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดก็ทำความสะอาดเสร็จ ทั้งคู่ต่างมีเหงื่อซึมกาย
รองน้ำร้อนมาล้างมือ ตู้ซวงหลิงส่งผ้าขนหนูแห้งให้เขาเช็ดมือ แล้วถามอย่างคาดหวังว่า "ที่รัก คืนนี้เรากินอะไรกันดี?"
ได้ยินคำว่า 'ที่รัก' หัวใจจางเซวียนก็กระตุกวูบ "เธออยากกินอะไร ฉันทำให้"
ตู้ซวงหลิงเงยหน้านิดๆ เหมือนเตรียมคำตอบไว้แล้ว "งั้นคืนนี้ทำกับข้าวหกอย่างนะ ไก่ ปลา เนื้อสัตว์สามอย่างนี้ต้องมี หัวไชเท้าตุ๋น กุ้ง แล้วก็ลูกชิ้นเลือดหมู โอเคไหม?"
จางเซวียนบอกว่าตกลง แล้วเสริมว่า "เราดื่มไวน์แดงกันหน่อยดีไหม?"
"แล้วแต่นาย" ตู้ซวงหลิงตอบรับพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสองก็เปลี่ยนรองเท้า แล้วรีบออกจากบ้านไปจ่ายตลาด
ลูกชิ้นเลือดหมูกับเนื้อรมควันเอามาจากบ้านแล้ว ไม่ต้องซื้อ
อีก 4 เมนูที่เหลือก็เป็นอาหารบ้านๆ หาได้ทั่วไป เดินวนในตลาดไม่ถึง 20 นาทีก็ได้ครบ
ซื้อกับข้าวเสร็จ ก็รีบไปซื้อไวน์แดงมาอีกขวด ตอนกำลังจะข้ามถนนกลับบ้าน จู่ๆ ตู้ซวงหลิงก็ดึงเขาไว้
บอกว่า "เดี๋ยวก่อน"
จางเซวียนหันกลับไปมอง นึกว่าเธออยากกินอะไรเพิ่มกะทันหัน
เจอกับสายตาสงสัยของเขา ตู้ซวงหลิงยิ้มหวาน ไม่ได้อธิบายอะไร แต่เดินนำไปข้างหน้าประมาณ 30 เมตร เข้าไปในร้านขายของชำแห่งหนึ่ง
กวาดสายตาไปรอบร้าน ตู้ซวงหลิงก็บอกเจ้าของร้านว่า "เทียนแดงให้ฉันสองคู่ค่ะ"
เจ้าของร้านกำลังอ่านนิยายอยู่ เงยหน้าขึ้นถาม "เอาอันใหญ่ หรืออันเล็ก?"
ตู้ซวงหลิงเทียบขนาดเทียนแล้วบอก "เอาอันใหญ่ค่ะ"
จ่ายเงิน เอาเทียนแดงใส่ถุง ออกจากร้านแล้วตู้ซวงหลิงก็ก้มหน้าเดินแก้มแดงระเรื่อ ไม่กล้ามองหน้าใครบางคน
จางเซวียนเดินตามหลังมองดูแผ่นหลังของเธอ อดใจไม่ไหวที่จะเยินยอว่า "แฟนของฉันคนนี้ นอกจากจะความคิดความอ่านสูงส่งแล้ว ยังโรแมนติกอีกต่างหาก เก็บได้ของดีเข้าแล้วสิเรา"
โดนเปิดโปงความเขินอายอย่างโหดร้าย ตู้ซวงหลิงหันกลับมาเหยียบเท้าเขาเบาๆ ทีหนึ่ง อมยิ้มแล้วอมยิ้มอีก กลับกลายเป็นไม่เขินอายเท่าไหร่แล้ว
ทั้งสองเดินเบียดไหล่กัน กระซิบกระซาบตลอดทาง พอเข้าประตูทิศใต้ ผ่านชั้นล่างของหอพักอาจารย์ โชคไม่ค่อยดี ดันไปจ๊ะเอ๋กับเหล่าเติ้งที่ออกมาเทเศษอาหารพอดี
เหล่าเติ้งมองถุงกับข้าวถุงใหญ่ถุงเล็กของทั้งคู่ แล้วทำหน้าเหมือนเห็นผี ถามว่า "ไหนบอกว่ากินเจไง ทำไมซื้อทั้งไก่ทั้งปลามาล่ะ?"
จางเซวียนเขย่าถุงหน้าด้านๆ ย้อนถามด้วยสีหน้าจริงจัง "เวลามีเทศกาลพวกคุณไหว้เจ้า ไม่ทำกับข้าวดีๆ เต็มโต๊ะเหรอครับ?"
เหล่าเติ้งขยับแว่นตากรอบทอง ยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม "ทำสิ ต้องทำอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือพอเจ้ากินเสร็จ พวกเราก็ตามไปกินต่อน่ะสิ"
จางเซวียนยังคงหน้าด้านต่อไป "หา? งั้นเหรอ? สงสัยประเพณีจะไม่เหมือนกัน ของพวกผมต้องวางของไหว้ไว้สามวันครับ"
เหล่าเติ้งหมดคำจะพูด กวาดสายตามองทั้งสองคนรอบหนึ่ง แล้วก็กลับเข้าห้องไป
หลู่หนีแอบด่าเติ้งต๋าชิงขำๆ "คุณนี่ซื่อบื้อหรือเปล่าเนี่ย?"
เหล่าเติ้งเดาะลิ้น "ฉันมันก็แค่ชายโสดแก่ๆ คนหนึ่ง จะไปเข้าใจเรื่องกุ๊กกิ๊กพวกนั้นได้ยังไง"
หลู่หนีปรายตามองเขา "ให้ฉันสอนไหมล่ะ"
ได้ยินแบบนั้น เหล่าเติ้งถอยกรูดไปสามช่วงตัวทันที ทำหน้ามุ่ยบอกว่า "หลู่หนีเอ๊ย จะสอนอะไรกัน ฉันไม่ใช่เนื้อถังซัมจั๋งนะ"
เหล่าเติ้งจะเป็นเนื้อถังซัมจั๋งหรือเปล่า ไม่มีใครรู้
แต่วันนี้ซวงหลิงในสายตาของจางเซวียนนั้นคือเนื้อถังซัมจั๋งแน่นอน แถมยังเป็นระดับพรีเมียมของพรีเมียมอีกต่างหาก
กลับถึงชั้นสอง ปิดประตูลงกลอน ทั้งสองเข้าครัวเริ่มทำอาหาร
ฝ่ายหญิงล้างผัก ฝ่ายชายหั่นผัก...
ตอนจางเซวียนผัดกับข้าว ตู้ซวงหลิงก็ยืนดูอยู่ข้างๆ คอยชวนคุย พร้อมกับหยิบเครื่องปรุง ส่งน้ำให้เป็นระยะ
จานแรกคือเนื้อไก่ จางเซวียนคีบชิ้นหนึ่งไปจ่อปากเธอ "มา ลองชิมซิ ดูว่าต้องเติมเกลือไหม"
"อื้อ~" ตู้ซวงหลิงยิ้มตาหยี อ้าปากรับป้อน
เนื้อเข้าปาก เธอเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างละเอียดแล้วชมเปาะ "อร่อย"
"เค็มพอดีไหม?"
"อื้ม พอดีเลย"
ตู้ซวงหลิงกินหมดชิ้นหนึ่ง ก็อดใจไม่ไหวคีบเข้าปากอีกชิ้น แล้วก็ไม่ลืมป้อนจางเซวียนคืนชิ้นหนึ่งด้วย
ชายวัยกลางคนในร่างเด็กหนุ่มอ้าปากรับกิน จู่ๆ ก็รู้สึกวูบไหว คล้ายกับว่าทั้งสองได้ย้อนกลับไปในชาติก่อน
ชาติที่แล้วทั้งสองก็ทำกับข้าวด้วยกันแบบนี้ กินข้าวด้วยกัน เดินเล่นด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน เลี้ยงลูกด้วยกัน ทำทุกอย่างด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นจนแก่เฒ่า
พอนึกถึงชาติที่แล้ว จางเซวียนรู้สึกว่าตัวเองมีความสุข แต่ก็มีความเสียใจ
ความสุขคือมีคนสองคนคอยอยู่เคียงข้างยาวนาน
ความเสียใจคือหมี่เจี้ยน เขาที่แสนธรรมดาในตอนนั้นขาดความกล้าหาญ ทำให้ทั้งสองพลาดช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของวัยหนุ่มสาวไป
โดยเฉพาะฉากที่หมี่เจี้ยนเสียใจที่ไม่มีลูก ฉากนั้นจางเซวียนไม่เคยให้อภัยตัวเองจนวันตาย
ชาตินี้ เขาข้ามผ่านรอยแยกของกาลเวลามา นอกจากความครอบครองที่มั่นคงยาวนานแล้ว อะไรที่เคยเห็น เคยสัมผัส เคยจับจูง เขาไม่อยากปล่อยมือไปสักอย่างเดียว
ตั้งแต่วันแรกที่เกิดใหม่ ในส่วนลึกของหัวใจจางเซวียนมีความเชื่อมั่นมาตลอดว่าจะต้องเปลี่ยนชะตากรรม ซวงหลิงเขาจะเอา หมี่เจี้ยนเขาก็จะเอาเช่นกัน เขาต้องพยายามประคองถ้วยน้ำให้เท่ากัน จะมัวพะว้าพะวงเหมือนชาติก่อนไม่ได้อีกแล้ว
ได้เกิดใหม่เป็นคนอีกครั้ง ใครจะว่าเขาดัดจริตแล้วไง? ว่าเขาโลภมากแล้วไง?
ใครสน?
...
ข้างนอกลมเริ่มพัด ฟ้ามืดครึ้ม ฝนปรอยๆ เต็มท้องฟ้า
ทั้งสองพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไม่จบไม่สิ้น บ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้กันไปเรื่อย เผลอแป๊บเดียวกับข้าว 6 อย่างก็เสร็จเรียบร้อย
เห็นจางเซวียนกำลังจะยกจานออกจากซึ้งนึ่งมาวางบนโต๊ะ ตู้ซวงหลิงก็ยื่นมือมาขวางเขาไว้ "ไม่รีบ ตัวเราเหม็นกลิ่นควันน้ำมันไปหมด อาบน้ำก่อนเถอะ"
จางเซวียนกระพริบตาปริบๆ "อาบด้วยกันไหม?"
ตู้ซวงหลิงยิ้มตาหยีปฏิเสธ เม้มปากมองตาเขาแล้วพูดว่า "ตอนนี้ไม่ได้ คืนนี้ค่อยตามใจนาย"
โฮ่!
ตอนนี้ไม่ได้...
คืนนี้ค่อยตามใจ...
ตอนนี้จะอาบน้ำ คืนนี้ยังจะอาบอีก...
จางเซวียนแทบจะบ้าตายด้วยความดีใจ พยายามข่มความปรารถนาที่พุ่งพล่าน "โอเค งั้นแยกกันอาบ เธอไปอาบในห้องนอน ฉันอาบข้างนอก"
การอาบน้ำหน้าหนาวเป็นเรื่องทรมาน แต่จางเซวียนในตอนนี้กลับสุขใจเหลือแสน พอน้ำร้อนรดตัว ความสุขก็ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
จางเซวียนอาบเร็ว แถมสระผมไปด้วยเลย
เป่าผมแห้งเสร็จ เขาก็มานั่งรอที่โซฟา
5 นาทีผ่านไป เขามองไปที่ประตูห้องนอน แล้วเปิดทีวี
10 นาทีผ่านไป เขามองประตูอีกที ดูทีวีต่อ
15 นาทีผ่านไป จางเซวียนเดินไปหน้าประตู ถามด้วยความเป็นห่วง "ซวงหลิง อาบเสร็จหรือยัง?"
ข้างในตอบมาว่า "รอแป๊บนึง"
"???"
ได้ยินเสียงตอบ เขาก็เบาใจ แต่ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม อาบน้ำนานขนาดนี้เชียว?
รวมๆ แล้วเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ
แต่วันนี้เป็นวันดี เป็นวันที่ควรจดจำไปชั่วชีวิต เขาจึงเก็บความสงสัยไว้ แล้วกลับไปนั่งดูทีวีที่โซฟาต่อ
20 นาทีผ่านไป ประตูก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว...
จางเซวียนคิดแล้วก็เงียบ ไม่ได้เข้าไปรบกวน
แต่ในใจอดเดาไม่ได้ หรือว่ายัยหนูนี่จะกลัว?
แต่ไม่น่าใช่นะ เท่าที่เขารู้จักเธอ ซวงหลิงเทใจให้เขาหมดหน้าตักมาตลอด ไม่น่าจะหลบหน้ากันสิ
แน่นอน เทอมที่แล้วเป็นอุบัติเหตุ นั่นเป็นเพราะอ้ายชิงเข้ามาแทรกแซง ไม่อย่างนั้นป่านนี้ข้าวสารคงกลายเป็นข้าวสุกไปนานแล้ว
คิดไปเรื่อยเปื่อย ผ่านไปอีก 10 นาทีอย่างช้าๆ
จางเซวียนดูเวลา กลั้นใจรอ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ลุกไปที่หน้าประตูอีกครั้ง ถามว่า "ซวงหลิง เสร็จหรือยัง?"
ข้างในตอบ "จะเสร็จแล้ว"
จะเสร็จแล้ว จะเสร็จแล้ว คำว่า 'จะ' นี้กินเวลาไปอีกสิบกว่านาที
ในขณะที่จางเซวียนกำลังยืนพิงวงกบประตูดูทีวีอย่างเบื่อหน่าย...
ทันใดนั้น กลอนประตูส่งเสียง "กริ๊ก" แล้วก็เปิดออก
ประตูเปิดจากด้านใน
จางเซวียนหันขวับไปมอง วินาทีนั้น ชั่วขณะนั้น ตาเขาเบิกโพลง ตัวแข็งทื่อไปเลย! ตะลึงไปแล้ว!

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 228 รักปักใจแลกรักลึกซึ้ง

ตอนถัดไป