บทที่ 229 ตู้ซวงหลิงมอบใจ

บทที่ 229 ตู้ซวงหลิงมอบใจ
ภาพที่เห็นคือตู้ซวงหลิงในชุดสีแดงทั้งตัวยืนอยู่ที่ประตู มองเขาด้วยความเขินอายและสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
แดงทั้งตัว แดงทั้งตัวจริงๆ
เสื้อโค้ทกันลมสีแดงสด คาดเอวด้วยเข็มขัดผ้าสีแดงผูกไว้อย่างหลวมๆ
กางเกงผ้าฝ้ายสีแดง สวมรองเท้าแตะใส่ในบ้านสีแดง
ผมเกล้าขึ้น ปักด้วยกิ๊บสีแดง
ริมฝีปากทาลิปสีแดงระเรื่อ ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา
จางเซวียนพุ่งตัวเข้าไปอุ้มเธอขึ้นทันที หมุนตัวไปรอบๆ หกเจ็ดรอบ ถามด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีดว่า "เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
ตู้ซวงหลิงตัวลอยจากพื้น สองแขนโอบรอบคอเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขานานหลายวินาที
ถามเสียงเบา "สวยไหม?"
จางเซวียนยื่นหน้าไปหอมแก้มอย่างมีความสุข ชมจากใจจริง "สวยมาก!"
สัมผัสได้ถึงความจริงใจของเขา ตู้ซวงหลิงยิ้มแก้มปริ และทำเรื่องที่น่าเหลือเชื่อด้วยการเป็นฝ่ายจุ๊บเขาคืนหนึ่งที
จากนั้นเธอก็ยื่นมือขวามาลูบไล้ใบหน้าของจางเซวียน พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"ที่รัก เทอมที่แล้วฉันคิดอะไรผิดไปบางอย่าง ช่วงปีใหม่ฉันคิดตกแล้ว ก็เลยเตรียมชุดเจ้าสาวชุดนี้มา วันนี้ฉันจะเป็นเจ้าสาวของคุณ ชาตินี้จะเป็นผู้หญิงของคุณ"
ไม่รู้ทำไม ขอบตาของจางเซวียนจู่ๆ ก็ร้อนผ่าว เขาเอาหน้าผากแนบหน้าผากเธอ "อื้ม"
สบตากัน ในระยะประชิด มองตากันเงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างก็เอ่อล้นออกมา
ช้าๆ จางเซวียนโน้มหน้าเข้าไป ตู้ซวงหลิงเผยอปากรับเล็กน้อย แล้วทั้งสองก็จูบกันอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง
ดั่งภูเขาเขียวโอบกอดสายน้ำใส แนบชิดสนิทใจ...
เนิ่นนานผ่านไป...
ตู้ซวงหลิงถามด้วยอารมณ์หวานซึ้ง "ชอบไหม?"
จางเซวียนตอบจากใจ "ชอบสิ"
ตู้ซวงหลิงพูดเสียงอ่อนระทวย "เราไปกินข้าวกันก่อน กินเสร็จแล้วทั้งตัวและหัวใจฉันจะเป็นของคุณทั้งหมด"
จางเซวียนยิ้มอย่างมีความสุข อุ้มผู้หญิงในอ้อมกอดออกจากห้องตรงไปที่ห้องรับแขก วางเธอลงบนเก้าอี้ "คุณนั่งรอนะ ผมไปยกกับข้าวเอง"
ตู้ซวงหลิงยิ้มหวานพลางส่ายหน้า ลุกขึ้นเดินตามมา บอกด้วยความรักใคร่ "เราจะทำด้วยกัน"
อาหารหกอย่างถูกวางเรียงราย
ตู้ซวงหลิงปิดไฟ นำเทียนแดงสองเล่มมาจุดตั้งไว้ที่มุมโต๊ะ
จางเซวียนรินไวน์แดงที่พักไว้จนได้ที่ลงในแก้วสองใบ ส่งให้ซวงหลิงแก้วหนึ่ง ตัวเองถือแก้วหนึ่ง
แสงเทียนสีแดงส่องกระทบใบหน้า ทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติ
จางเซวียนรู้งาน ขยับเข้าไปหาเธอ คล้องแขนกันแล้วพูดว่า "มา ซวงหลิง ดื่มเหล้ามงคลแก้วนี้หมด เราก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว"
ได้ยินดังนั้น ตู้ซวงหลิงก็มองค้อนเขาด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย ดื่มไวน์แดงเกือบครึ่งแก้วรวดเดียวหมด
ดื่มเสร็จ คุณมองผม ผมมองคุณ สบตากันยิ้มๆ บรรยากาศอบอุ่นละมุนละไม...
ทั้งสองนั่งเบียดกันกินข้าว ดื่มไวน์ กินกับแกล้ม
ตู้ซวงหลิงคอยคีบกับข้าวใส่จานให้เขาเป็นระยะ
มีรับก็ต้องมีให้ จางเซวียนเองก็รู้คุณคน คอยป้อนคืนให้ถึงปาก คืนนี้ตู้ซวงหลิงดูเหมือนจะปลดเปลื้องเกราะป้องกันทั้งหมดลง ดวงตาโค้งหยี อ้าปากรับอาหารอย่างมีความสุข
บางครั้งพอนึกสนุกขึ้นมา เธอก็ไม่ได้รับไปกินทั้งหมด แต่กัดกินคำเล็กๆ จากตะเกียบที่ริมฝีปากเขา ยั่วเย้าจนสัตว์ร้ายในตัวใครบางคนแทบจะกระโจนออกมา การป้อนอาหารดีๆ เลยกลายเป็นการคลอเคลียกันไป...
มื้อนี้ ทั้งสองคนที่ใจสื่อถึงกันเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนเทียนแดงเกือบหมดเล่ม กับข้าวเย็นชืดหมดแล้ว ถึงได้จบลง
กินคำสุดท้ายเสร็จ ไม่สนใจเศษอาหารบนโต๊ะ ตู้ซวงหลิงรีบดึงมือชายหนุ่มที่กำลังจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ไปที่ห้องน้ำ
แปรงฟัน ล้างหน้า ล้างมือ...
พอจบขั้นตอน ก็ถูกกอดหมับเข้าให้ ตู้ซวงหลิงแค่ปรายตามองใครบางคนแวบหนึ่ง แล้วก็เอนตัวซบลงในอ้อมกอดเขาอย่างว่าง่าย หลับตาลง แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วพัวพันไปกับจางเซวียน
ผ่านไปพักใหญ่ ตู้ซวงหลิงกดมือที่ซุกซนไปทั่วของเขาไว้ ดวงตาฉายแววประหลาด มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด พูดว่า "อุ้มฉันไปที่ห้อง"
ลมหายใจจางเซวียนเริ่มหนักหน่วง รอคำนี้อยู่แล้ว ก้มลงช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง แล้วพาเข้าห้องไป
วางหญิงสาวลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม จางเซวียนก็กระโจนเข้าใส่ทันที
หยอกล้อกันครู่หนึ่ง ตู้ซวงหลิงแกล้งขดตัว ยิ้มร่ามองเขา "ที่รัก ร้องเพลงหน่อย ฉันอยากฟังคุณร้องเพลง"
อะไรนะ?
เตรียมการมาพร้อมขนาดนี้ ลมบูรพาก็มาแล้ว คุณบอกให้ผมร้องเพลงเนี่ยนะ?
นี่มันจะเอาชีวิตกันชัดๆ!
จางเซวียนที่อารมณ์กำลังพุ่งพล่านขี้เกียจตามใจ เริ่มใช้ทั้งมือทั้งเท้าบุกทะลวง
แต่ตู้ซวงหลิงเหมือนจะรู้ทัน นอกจากจะไม่หลบแล้ว ยังกอดเขาแน่น กอดแน่นหนึบ ไม่ยอมให้ทำสำเร็จ
ไม่กี่นาทีต่อมา เห็นจางเซวียนยังคงมุมานะ ตู้ซวงหลิงจึงเป็นฝ่ายรุกจูบเขาอีกครั้ง
พูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า "ร้องเพลงสิ ร้องเพลงจบ คืนนี้ฉันจะเป็นเด็กดีของคุณ"
ได้ยินคำว่า "เด็กดี" จางเซวียนรีบผละหน้าออกมาถามทันที "ดีแค่ไหน?"
ตู้ซวงหลิงหน้าแดงระเรื่อ พูดเสียงอู้อี้ "ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ดีกว่าที่คุณจินตนาการไว้อีก"
จางเซวียนหลับตาจินตนาการภาพความว่านอนสอนง่ายของเธอ แล้วถามอย่างอดรนทนไม่ไหว "คุณอยากฟังเพลงอะไร?"
ตู้ซวงหลิงบอก "เพลงที่คุณร้องในงานรับน้องใหม่"
จางเซวียนถาม "เพลง 'รักปักใจแลกรักลึกซึ้ง' ของโจว ฮุ่ยหมิ่น น่ะเหรอ?"
"อื้ม"
ตู้ซวงหลิงตอบรับ มองเขาด้วยสายตาคาดหวัง "เพลงนั้นแหละ ฉันอยากฟัง"
ได้ยินชื่อเพลง สัมผัสได้ถึงสายตาจริงใจของเธอ หัวใจจางเซวียนกระตุกวูบ เข้าใจความหมายของเธอได้ในทันที
คืนนี้เธอจะมอบร่างกายที่ล้ำค่าที่สุดให้เขา หวังจะใช้ความรักที่ปักใจแลกมาซึ่งความรักที่ลึกซึ้ง...
เฮ้อ... ชายหนุ่มถอนหายใจในใจเงียบๆ รู้ดีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องหมี่เจี้ยน
เงียบไปไม่กี่วินาที
เรียบเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิง จางเซวียนรวบรวมอารมณ์ แล้วค่อยๆ เปล่งเสียงร้องออกมาภายใต้สายตาจ้องมองของเธอ
ร้องว่า
ในโลกนี้อาจมีคนอื่น
ที่ทำให้ฉันรักได้อย่างบ้าคลั่งชั่วคราว
ทำไมถึงจริงจังกับความรักที่ล่องลอยของเธอ
ความเร่าร้อนและความรักช่างข่มตานอนยาก
จะรู้ได้อย่างไรว่าการหลงรักเธอก็เหมือนเผาตัวเอง
แต่ฉันก็ยังเต็มใจจะแนบชิดสนิทกายเธอ
บางทีรักที่ปักใจอาจแลกมาซึ่งความรักที่ลึกซึ้ง
...
...
จะทำอย่างไรให้เหมือนบทพูดในละคร
ที่รักกันชั่วฟ้าดินสลาย
...
บอกว่าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ความคิดไม่อาจย้อนกลับคืนได้ตลอดกาล
รักแล้วเจ็บปวดไปชั่วชีวิต
เต็มไปด้วยรอยน้ำตาในหัวใจ
...
ร้องเพลงไป มองหน้าเธอไป ความทรงจำของทั้งสองชาติฉายวนในสมองเหมือนแผ่นสไลด์ ตัวเขาเองก็สะเทือนใจ ราวกับจิตวิญญาณได้รับการชำระล้าง
จางเซวียนสะเทือนใจ ตู้ซวงหลิงเองก็ถูกเสียงเพลงของเขาสั่นคลอนหัวใจเช่นกัน
เมื่อเพลงจบลง เสียงกังวานค่อยๆ จางหายไปในห้องนอน
ตู้ซวงหลิงตื่นจากภวังค์อันเคลิบเคลิ้ม จ้องมองเขาเขม็ง ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงใสราวน้ำพุก็ดังขึ้น
"จางเซวียน ฉันรักคุณ!"
ได้ยินเสียงที่สดใสที่สุดในโลกมนุษย์ ได้ยินคำว่า "ฉันรักคุณ" จางเซวียนตื้นตันใจจนหาที่สุดมิได้
เขารู้ดี ชาติที่แล้วซวงหลิงแม้จะไม่เคยปฏิเสธเขา แต่เธอน้อยครั้งนักที่จะพูดคำว่า "ฉันรักคุณ"
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รัก แต่เป็นเพราะนิสัยของเธอ เธอเต็มใจจะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิตโดยไม่บ่น แต่ไม่ค่อยพูดคำหวานเลี่ยน
จางเซวียนจูบเธอด้วยความรู้สึกที่บริสุทธิ์ที่สุด พึมพำตอบว่า "ผมก็เหมือนกัน ผมก็รักคุณ"
ได้ยินคำตอบรับที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของคนรัก ตู้ซวงหลิงโอบรอบคอเขา
ถามด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ "ชาตินี้คุณจะทิ้งฉันไหม?"
จางเซวียนมองเธออย่างแน่วแน่ "ผมยอมทรยศคนทั้งโลก แต่จะไม่มีวันทรยศคุณ"
ชอบคำนี้เหลือเกิน ตู้ซวงหลิงรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความสุขมหาศาล ยื่นหน้าเข้าไปแนบแก้มเขาแล้วกระซิบ
"ชาตินี้คุณไปไหน ฉันไปด้วย ขึ้นสวรรค์ลงนรกฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนคุณ ขอแค่ตอนบุกน้ำลุยไฟคุณพาฉันไปด้วย ตอนรุ่งโรจน์ก็อย่าลืมฉัน"
"ไม่มีวัน" จางเซวียนจ้องตาเธอแล้วพูดจริงจัง "ยัยโง่ ชาตินี้ผมไม่มีวันลืมคุณ ผมไปไหนก็จะพาคุณไปด้วย"
ตู้ซวงหลิงยิ้มหวานหยดย้อย
จูบจางเซวียนอีกครั้ง แล้วเหยียดตัวนอนราบ จ้องมองเขาอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหลับตาลงไม่พูดอะไรอีก
ขนตายาวสั่นไหวระริก รอคอยช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์มาเยือน
...
...
ข้างนอกฟ้ามืดแล้ว ลมสงบ ฝนหยุดตก
จางเซวียนลูบผมที่กึ่งแห้งกึ่งเปียกของตู้ซวงหลิงอย่างอ่อนโยน ถามว่า "เหนื่อยไหม?"
"อื้ม" จางเซวียนย่อมพอใจอยู่แล้ว ไม่งั้นจะทำให้ตัวเองเหนื่อยจนแทบขยับไม่ได้แบบนี้เหรอ?
ตู้ซวงหลิงงีบไปพักหนึ่ง แล้วถามคนที่นอนทับอยู่บนตัวว่า "ตอนเจอกันครั้งแรกสมัย ม.ต้น คุณเคยคิดไหมว่าเราจะมีวันนี้?"
จางเซวียนนึกย้อนอดีต ส่ายหน้าบอก "ตอนนั้นคุณเหมือนไข่มุกเม็ดงาม เปล่งประกายเจิดจ้า ผมไม่กล้าเพ้อฝันหรอก"
"จริงเหรอ?"
"จริง"
"ตอน ม.ปลาย คุณเคยคิดจะจีบฉันก่อนไหม?"
"เคยคิด"
"แล้วทำไมไม่จีบ?"
"เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่ต้องจีบก็ได้"
"คิดแบบนี้จริงเหรอ?"
"จริง"
ตู้ซวงหลิงซุกหน้าลงกับซอกคอเขา ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงถามอย่างเขินอาย "คุณชอบส่วนไหนของฉันที่สุด?"
จางเซวียนตอบแบบไม่ต้องคิด "ชอบทุกส่วน"
ตู้ซวงหลิงกอดเขาแน่น พูดอ้อมๆ ว่า "อีกครึ่งชั่วโมงเราไปอาบน้ำกันนะ"
จางเซวียนแกล้งถาม "ทำไมต้องอีกครึ่งชั่วโมง?"
ตู้ซวงหลิงไม่ตอบ เอียงหน้าไปอีกทาง ดวงตาคู่สวยปิดลงอีกครั้ง ผมเปียกชื้นแผ่สยายเหมือนกลีบดอกไม้ นอนนิ่งรอรับการมาเยือนของราชัน
โอ๊ยยย...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
จางเซวียนมองผู้หญิงที่เปลือกตาแทบจะลืมไม่ขึ้น ใช้นิ้ววนเวียนที่กระดูกสะบักของเธอ ถามด้วยความสงสาร "ทำไมถึงทุ่มเทขนาดนี้?"
ตู้ซวงหลิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายพลิกตัว เอาหัวถูไถในอ้อมอกเขา หาตำแหน่งที่สบายที่สุด ผ่านไปนานถึงตอบเสียงเบาหวิวว่า
"คุณรอวันนี้มานานแล้ว ฉันไม่อยากให้คุณผิดหวัง"
จางเซวียนก้มมองเธอ มองแล้วมองอีก จากนั้นก็กอดเธอแน่น ไม่พูดอะไรอีก
ส่วนเรื่องอาบน้ำ...
ช่างหัวมันเถอะ ไม่เห็นเหรอว่าแฟนหลับไปเพราะความเหนื่อยแล้วเนี่ย

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 229 ตู้ซวงหลิงมอบใจ

ตอนถัดไป