บทที่ 293 ยังคงเป็นหมี่เจี้ยน [ฟรี]

บทที่ 293 ยังคงเป็นหมี่เจี้ยน [ฟรี]
เมื่อได้ยินจางเซวียนยอมรับอย่างไม่ปิดบังแบบนี้ หลิวอี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ตอนนี้เธอสามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าจางเซวียนกำลังตามจีบ 'เจี้ยนเป่า' ของบ้านเธออยู่
และสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกคับข้องใจที่สุดก็คือ เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเจี้ยนเป่าเพิ่งบอกว่ามีธุระขอออกไปข้างนอก บอกว่าจะไปเจอเพื่อนนักเรียน
ไปเจอเพื่อน ไปเจอเพื่อน ที่แท้ลูกสาวของเธอก็ออกไปเจอจางเซวียนคนนี้นี่เอง ให้ตายสิ
หลิวอี๋รู้สึกสับสนเล็กน้อยขณะถือสายโทรศัพท์ ลูกสาวของตัวเองย่อมรู้จักดีที่สุด ตามหลักเหตุผลแล้วลูกไม่ใช่คนที่จะแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ออก
หลายปีมานี้ เพื่อนนักเรียนชายที่ถูกปฏิเสธไปถ้าไม่ถึงร้อยคน ก็น่าจะมีหลายสิบ ไม่เคยมีสักคนที่ลูกจะยอมยืดเยื้อด้วย
ทำไมต้องเป็นจางเซวียนคนนี้ด้วย...
ประเด็นคือ จางเซวียนคนนี้มีแฟนอยู่แล้ว
พอนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เห็นในสวนจื่อเวยตอนที่ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกไปเดินเล่นเมื่อปีก่อน นึกถึงฉากที่จางเซวียนจูบกับตู้ซวงหลิง คนที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอย่างเจี้ยนเป่า ทำไมถึงยังยอมตกลงไปเจอจางเซวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า?
หลิวอี๋เริ่มจะเก็บอาการไม่อยู่
ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หลิวอี๋อยากจะถามจางเซวียนเหลือเกินว่า "ความสัมพันธ์ของเธอกับตู้ซวงหลิงเป็นยังไงบ้าง?" แต่คำพูดมาจ่ออยู่ที่ปากแล้ว เธอก็ยังไม่สามารถเอ่ยปากถามออกไปได้
หลิวอี๋ผ่อนลมหายใจช้าๆ แล้วพูดว่า "ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงใช่ไหม ในเมื่อมาเมืองซ่าวแล้ว จะมานั่งเล่นที่บ้านน้าหน่อยไหมจ๊ะ?"
จางเซวียน "..."
ผมมาหาแค่หมี่เจี้ยน คุณน้าเล่นเชิญผมไปนั่งที่บ้าน คงไม่ได้เป็น 'งานเลี้ยงหงเหมิน' หรอกนะ
ดังนั้นเขาจึงตอบเลี่ยงๆ ไปว่า "คุณน้าครับ พอดีผมรีบ ผมมีธุระจะคุยกับหมี่เจี้ยนนิดหน่อยครับ"
หลิวอี๋มองดูสภาพอากาศข้างนอก แล้วบอกเขาว่า "เจี้ยนเป่าออกไปข้างนอก ไม่อยู่บ้านจ้ะ"
จางเซวียนตะลึง กำลังจะถามต่อว่า "หมี่เจี้ยนออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่" แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังมองเขาอยู่จากด้านข้าง
เขาหันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเป็นหมี่เจี้ยน
ยังคงเป็นชุดสีขาวเรียบง่ายในความทรงจำ ผมดำขลับสลวย คิ้วตาคมสวยดั่งภาพวาด กลิ่นอายสูงส่งหลุดพ้นจากโลกีย์ เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มแนบไปกับสัดส่วนที่อวบอิ่ม ท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย เธอดูราวกับเทพเซียนที่ลงมาจุติ
เมื่อเห็นจางเซวียนยืนตะลึงมองตัวเอง หมี่เจี้ยนก้าวเข้ามาใกล้ แววตาเจือรอยยิ้มจางๆ ขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงว่า "ยังไม่วางสายอีกเหรอ?"
พอได้ยินดังนั้น จางเซวียนก็พูดจาตามมารยาทกับปลายสายอีกสองสามประโยค แล้ววางหูไป
เขาถามด้วยความดีใจ "เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
หมี่เจี้ยนมองเขาเงียบๆ ยิ้มแต่ไม่ตอบ
จางเซวียนถามอีก "เธอมารอฉันล่วงหน้า?"
หมี่เจี้ยนไม่ปฏิเสธ พูดว่า "ฉันแค่อยากเห็นว่าปกติเวลานายคุยโทรศัพท์กับแม่ฉัน นายคุยยังไง"
จางเซวียนชะโงกหน้าเข้าไป "เมื่อกี้ได้ยินหมดเลยเหรอ?"
หมี่เจี้ยนยิ้มหวาน "ได้ยินครบทุกคำเลย"
จางเซวียนสงสัย "รู้สึกยังไงบ้าง?"
หมี่เจี้ยนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเม้มปากยิ้ม "ฉันคิดว่าตอนนี้แม่ฉันน่าจะ 'กาหัว' นายไว้แล้วล่ะ"
จางเซวียนพูดอย่างหน้าหนาว่า "ฉันว่าแม่เธอน่าจะกาหัวฉันไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันปรากฏตัวในสายตาท่านแล้วล่ะ ก็แหม คนที่เพียรพยายามตามจีบลูกสาวชาวบ้านอย่างไม่ลดละแบบฉันในใต้หล้านี้หาได้ยากนะ"
เมื่อได้ยินแบบนี้ หมี่เจี้ยนค่อยๆ หุบยิ้ม มองสบตาเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
วินาทีนี้ รัศมีของเธอทรงพลังเหมือนเช่นเคย แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน
ตาสบตา จ้องตากันโดยไม่กระพริบอยู่นานถึงสองนาทีเต็ม...
หมี่เจี้ยนละสายตาออกไปอย่างแนบเนียน แล้วยื่นน้ำผลไม้ให้เขาขวดหนึ่งตามความเคยชิน "วันนี้ดูเหมือนนายจะไม่เมารถนะ"
จางเซวียนเปิดฝาขวด รับน้ำผลไม้มาดื่มแล้วอธิบายว่า "วันนี้บนรถมีคนสูบบุหรี่เยอะมาก"
หมี่เจี้ยนพยักหน้าเบาๆ ถามเขาว่า "ตอนนี้หิวไหม?"
จางเซวียนตอบ "นิดหน่อย แต่ตัวเหม็นกลิ่นน้ำมันรถ อยากอาบน้ำก่อนมากกว่า"
หมี่เจี้ยนเอ่ยปากชวน "งั้นไปบ้านฉันสิ"
จางเซวียนพูดเสียงอ่อย "อย่าเลย ฉันว่าวันนี้อย่าเพิ่งไปดีกว่า ให้เวลาคุณน้าได้ทำใจหน่อย ไว้คราวหน้าค่อยไป"
ได้ยินดังนั้น หมี่เจี้ยนกวาดสายตามองสำรวจตัวเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ามองไปทางแม่น้ำ
วินาทีนี้ ใบหน้าของหมี่เจี้ยนดูราวกับดอกจำปีขาวที่ผลิบาน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
หาโรงแรมคุ้นเคย เปิดห้องแอร์ จางเซวียนสระผม อาบน้ำ บ้วนปากเสร็จเรียบร้อย แถมยังซักเสื้อผ้าให้ตัวเองด้วย
ช่วยไม่ได้ ตอนนี้เป็นช่วงซานฝู (ช่วงที่ร้อนที่สุดของฤดูร้อน) บนรถบัสก็ไม่มีแอร์ นั่งรถมาหลายชั่วโมงเสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
หมี่เจี้ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตลอดเวลา มองดูเขาอย่างเงียบสงบ รอคอยเขาอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองพูดคุยกันเบาๆ ไม่มีวี่แววของความรำคาญใจแม้แต่น้อย
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป จางเซวียนตากเสื้อตัวสุดท้ายเสร็จ แล้วบอกเธอว่า "เราลงไปกันเถอะ ไปกินข้าว"
หมี่เจี้ยนบอกว่าตกลง ลุกขึ้นเดินพลางถามว่า "นายมีร้านไหนที่อยากไปเป็นพิเศษไหม?"
"เธอเลี้ยง?"
"อืม ฉันยังติดข้าวนายอยู่มื้อหนึ่ง"
"ช่างเถอะ วันนี้เธอรอฉันมาตั้งนานแล้ว มื้อนี้ฉันเลี้ยงเธอดีกว่า ของเธอเก็บไว้คราวหน้า"
หมี่เจี้ยนยิ้มแล้วเปิดประตูเดินออกไป ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของเขา
เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่า ผลลัพธ์จะต้องออกมาเป็นแบบนี้แน่นอน
ลงมาถึงข้างล่าง มายืนอยู่ริมถนน หมี่เจี้ยนมองซ้ายมองขวา "เราจะไปกินที่ไหนดี?"
จางเซวียนพูดตรงๆ ว่า "ร้านเหล่าลิ่วเป็นไง ไม่ได้ไปนานแล้ว คิดถึงรสชาตินิดหน่อย"
"ได้สิ"

ร้านเหล่าลิ่วยังคงเหมือนเดิม หน้าร้านไม่ใหญ่ มีโต๊ะหกตัว
เพียงแต่ไม่เจอกันครึ่งปี พุงของเถ้าแก่ดูจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมรอบหนึ่ง
อาจจะเป็นเพราะช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ในร้านจึงดูเงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเลยสักคน
เหล่าลิ่วกำลังดูทีวี ในทีวีกำลังถ่ายทอดสดฟุตบอล เมียของเขานั่งโยกพัดใบกะพ้อสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ
พอเห็นทั้งสองเดินเข้ามา เหล่าลิ่วรีบลุกขึ้นเดินมาต้อนรับ หัวเราะร่า "พวกเธอปิดเทอมกันแล้วสินะ"
คนกันเองทั้งนั้น จางเซวียนนั่งลงก็บ่นทันที "นี่เถ้าแก่ลิ่ว โต๊ะนี่ไม่ได้เช็ดมาไม่รู้กี่ร้อยปีแล้วมั้ง คราบน้ำมันหนาเป็นคืบแล้ว ผมไม่กล้าวางมือเลยเนี่ย"
เหล่าลิ่วหยิบผ้าขี้ริ้วสะอาดมาเช็ดๆ ถูๆ พูดอย่างเขินๆ ว่า "โต๊ะเคลือบน้ำมันถงโหยวใช้ไปนานๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ"
จางเซวียนแซว "เปลี่ยนใหม่สิครับ"
เหล่าลิ่วแบมือ "ทำมาหากินเล็กๆ น้อยๆ ไม่ค่อยได้กำไรหรอก"
เอาเถอะ ไม่ค่อยซื่อสัตย์เลยนะ จางเซวียนขี้เกียจพูดต่อ
จะบอกว่าร้านอาหารหน้าโรงเรียนแบบนี้ไม่ทำเงิน เป็นไปได้ยังไง?
แต่จะว่าไป ถึงเหล่าลิ่วคนนี้จะขี้งกไปหน่อย แต่ฝีมือทำอาหารหายห่วง ไม่อย่างนั้นด้วยสภาพสุขอนามัยของร้านแบบนี้ เขาคงเปลี่ยนไปกินร้านอื่นนานแล้ว
ตอนสั่งอาหาร เหล่าลิ่วยิ้มหน้าบานเหมือนพระสังกัจจายน์ถามหมี่เจี้ยนว่า "แม่หนู เอาเป็ดหม้อไฟแห้งเหมือนเดิมไหม?"
หมี่เจี้ยนหันไปยิ้มให้จางเซวียน บอกว่าเอา จากนั้นก็สั่งหน่อไม้รมควันผัดหมูสามชั้นตากแห้งของโปรดจางเซวียนอีกจาน
จากนั้นก็ยื่นเมนูให้จางเซวียน "ตานายแล้ว"
รู้อยู่แล้วว่าหมี่เจี้ยนชอบอะไร จางเซวียนขี้เกียจดูเมนู สั่งปากเปล่าเลยว่า "เอามันฝรั่งเส้นผัดไข่เค็ม แล้วก็เนื้อกระทะร้อน จานนี้ขอเนื้อเยอะๆ หน่อยนะเหล่าลิ่ว"
"ได้เลย เดี๋ยวคอยดู ถ้าปริมาณไม่จุใจไม่คิดเงิน"
เหล่าลิ่วตะโกนรับคำ จดรายการอาหารสี่อย่างเสร็จ ก็แนะนำทั้งสองคนว่า "อากาศร้อนขนาดนี้ รับเบียร์หน่อยไหม มีแช่เย็นเจี๊ยบเลยนะ"
จางเซวียนถามหมี่เจี้ยน "เอาสักสองขวดไหม?"
หมี่เจี้ยนบอกว่าไม่ "เดี๋ยวมีธุระ เที่ยงนี้เราไม่ดื่ม ไว้วันหลังค่อยมาดื่มกัน"
ได้ยินว่าวันหลังยังจะมาอีก เหล่าลิ่วฉีกยิ้มกว้าง เดินจากไปอย่างมีความสุข

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 293 ยังคงเป็นหมี่เจี้ยน [ฟรี]

ตอนถัดไป