บทที่ 32 เด็กสาวแห่งโชคชะตา

บทที่ 32 เด็กสาวแห่งโชคชะตา

หอเมฆควัน

สถานเริงรมย์ที่หรูหราที่สุดในอำเภอหลินอัน

ยามนี้ตรงกับเวลาตะวันลับขอบฟ้า ราตรีค่อยๆคลืบคลานเข้ามา

โคมไฟสีแดงสดเต็มปากทางเข้าหอเมฆควันถูกแขวนขึ้นสูงจนหมดแล้ว

เจียงหยวนเพิ่งจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป

"โอ้ มิใช่นายน้อยเจียงหรอกหรือ วันนี้ไฉนท่านจึงมีเวลาว่างมาเยี่ยมเยือนหอเมฆควันได้เล่า!"

หญิงชรานางหนึ่งพลันเดินเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เจียงหยวนโบกมือและกล่าวอย่างคุ้นเคย "จัดห้องส่วนตัวสำหรับแขกพิเศษให้ข้าห้องหนึ่ง!"

"ได้เลยเจ้าค่ะ นายน้อยเจียง!" นางกล่าวพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า

จากนั้นนางก็กวักมือเรียก เด็กสาวตัวน้อยผู้หนึ่งในชุดสีเขียวมรกตจึงรีบวิ่งเข้ามา

"พานายน้อยเจียงไปห้องส่วนตัวชั้นสองหมายเลขเทียนหนึ่ง!"

"แต่ว่าห้องหมายเลขหนึ่งมิได้ถูกจองไปแล้วหรือเจ้าคะ?" เด็กสาวชุดเขียวเอ่ยเสียงแผ่วเบา

"ให้เจ้าไปก็ไป! อย่าได้พูดมาก"

เด็กสาวชุดเขียวหดคอเล็กลงในทันที พร้อมพยักหน้าหงึกหงักด้วยความหวาดกลัว

จากนั้นนางก็มาอยู่ตรงหน้าเจียงหยวน "นายน้อยเจียง ข้าชื่อเสี่ยวเสี่ยว ห้องของท่านอยู่ชั้นสองเจ้าค่ะ"

"เช่นนั้นเจ้าก็นำทางไปเถิด!"

"เจ้าค่ะ นายน้อยเจียง"

ยามนี้ลุงหม่ากำลังมองไปรอบๆพร้อมดวงตาเปล่งประกาย

"ลุงหม่า ไปกันเถิด!"

"อ๊ะ? โอ้!"

เจียงหยวนกล่าวพลางเดินขึ้นบันได "ลุงหม่า ท่านเป็นชายชราไร้คู่ครองแล้ว อย่าได้เก็บกดตัวเองไว้เลย ต่อไปสามารถมาที่นี่ได้บ่อยๆ แต่ระวังจะทำให้ร่างกายแย่เอาได้"

"ท่านพูดเหลวไหลแล้ว ข้าก็มีคนรู้ใจนะ!"

เจียงหยวนเผยรอยยิ้มขี้เล่น "ลุงหม่า ข้าไม่เห็นรู้ว่าท่านมีคนรู้ใจตั้งแต่เมื่อใด? นางแซ่อะไร ชื่ออะไร สู้ให้ข้าไปสู่ขอให้ท่านดีกว่า! อายุมากเพียงนี้แล้วหากไม่มีผู้ใดดูแลข้าย่อมไม่วางใจ"

"ท่าน ท่านอย่ามาล้อเล่นกับข้า! ท่านเองก็อายุมากแล้ว ควรแก่การแต่งภรรยามีบุตรเพื่อปลอบดวงวิญญาณบิดาของท่านบนสรวงสวรรค์"

"แต่งภรรยามีบุตรหรือ?" เจียงหยวนส่ายหน้า "นี่เป็นเครื่องผูกมัดชีวิต การแสวงหาของข้าเหนือกว่าทุกสิ่งในโลกนี้!"

จากนั้นเจียงหยวนก็เสริมในใจอีกประโยคว่า สิ่งที่ข้าปรารถนาคือความเป็นอมตะอันยาวนาน คือความสุขสบายไร้พันธนาการ

หลังการเปลี่ยนแปลงของโลก หญิงงามก็เป็นเพียงกองกระดูกผุพัง จะมีความหมายอันใดเล่า?

เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวชั้นหนึ่งแล้ว

เจียงหยวนผลักหน้าต่างออกแล้วกวาดตามองลงไป ทัศนียภาพทั้งหมดของหอเมฆควันปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจน

สตรีผู้มีรูปร่างงดงามหลายนาง สวมใส่เสื้อผ้าบางเบา ต่างก็เข้ามาอยู่ในสายตา

เจียงหยวนพลันเกิดความคิดชั่ววูบ จึงเปิดแผงสถานะของทุกคนดูครู่หนึ่ง

จากนั้นก็รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย

พวกนางล้วนเป็นคนธรรมดาสามัญอย่างยิ่ง มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโชคติดตัวแต่กำเนิดสีขาว

ในจำนวนนั้นยังมีโชคติดตัวแต่กำเนิดสีขาวอย่าง 'เชี่ยวชาญดนตรี' และ 'เสียงสวรรค์' อีกด้วย

แทบจะไม่มีใครที่เรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรเลย

ยามนี้ลุงหม่ามองลงไปเบื้องล่างพร้อมกล่าวชื่นชม "ไม่ผิดจากห้องหมายเลขเทียนหนึ่งจริงๆ ทัศนียภาพนี้ยอดเยี่ยมมาก!"

"นับว่าดีทีเดียว" เจียงหยวนพยักหน้า

"นายน้อยเจียง มีสิ่งใดสั่งการอีกหรือไม่เจ้าคะ?"

เด็กสาวชุดเขียวที่อยู่ด้านหลังเอ่ยขึ้น

เจียงหยวนโบกมือ "ไม่มีแล้ว เจ้าลงไปเถิด!"

"เจ้าค่ะ!"

นางพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วค่อยๆถอยออกจากห้องไป

ขณะที่นางกำลังจะปิดประตูห้อง

เสียงของเจียงหยวนก็พลันดังขึ้นข้างหูของนาง

"เดี๋ยวก่อน เจ้ากลับมานี่!"

ยามนี้แผงสถานะของเด็กสาวชุดเขียวปรากฏขึ้นตรงหน้าเจียงหยวน

【ชื่อ】 : ซูเสี่ยวเสี่ยว

【ขอบเขต】 : ยังไม่เข้าระดับ

【โชคติดตัวแต่กำเนิด】 : กำลังก่อกำเนิด (เหนือสีม่วง) โชคอำนวยหนุนส่ง (น้ำเงิน) จิตบริสุทธิ์ดุจทารก (น้ำเงิน) พรสวรรค์โดดเด่น (น้ำเงิน) ความเข้าใจเป็นเลิศ (เขียว) กายธาตุไม้้ (เขียว)

【กำลังก่อกำเนิด】: โชคติดตัวแต่กำเนิดที่ยังไม่ถือกำเนิด ระดับต่ำสุดคือสีม่วง

【โชคอำนวยหนุนส่ง】 : โชคชะตายอดเยี่ยม มักจะมีโชคลาภที่ไม่คาดคิดมาเยือนอยู่เสมอ มักได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีบุญคุณ ภัยพิบัติทั้งหลายมักอยู่ห่างไกล

【จิตบริสุทธิ์ดุจทารก】 : จิตใจบริสุทธิ์ดุจทารก จิตวิญญาณแจ่มกระจ่าง จิตใจมีสิ่งรบกวนน้อยนิด เมื่ออายุเพิ่มขึ้น จิตวิญญาณจะเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ

【พรสวรรค์โดดเด่น】 : พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง คอขวดจะอ่อนแอลงอย่างมาก ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

【ความเข้าใจเป็นเลิศ】 : ความเข้าใจเหนือกว่าคนทั่วไปโดยกำเนิด เคล็ดวิชาใดๆก็ตามล้วนง่ายดายยิ่งขึ้นในการทำความเข้าใจความลึกซึ้งในนั้น

【กายธาตุไม้้】 : บำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาธาตุไม้จะได้ผลเป็นสองเท่า ความก้าวหน้ารวดเร็วยิ่ง แต่หากบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาธาตุทองจะมีโอกาสวิปลาสได้ง่าย

ให้ตายเถอะ!

หลังจากอ่านแผงสถานะของนางแล้ว เจียงหยวนก็ได้แต่กล่าวคำว่า 'ให้ตายเถอะ'

แผงสถานะนี้หรูหราอย่างยิ่ง ยามนี้เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมยิ่งกว่าของเขาเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้นนางยังมีโชคชะนาที่มิอาจทราบอีกหนึ่งประการ ซึ่งยังไม่ถือกำเนิด

อย่างน้อยที่สุดก็คือระดับเหนือสีม่วงและอาจจะสูงกว่านั้นอีก!

การให้นางอยู่ที่นี่ช่างเป็นการฝังกลบผู้มีความสามารถโดยแท้

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้ตนเองเป็นผู้มีบุญคุณของนางเถิด

เจียงหยวนเห็นโชคอำนวยหนุนส่งของนางก็แย้มยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ซูเสี่ยวเสี่ยวเดินมาหาเจียงหยวนด้วยความกระวนกระวายใจเล็กน้อย

สองมือยังคงบิดชายเสื้อของตนไม่หยุด

"เจ้าอายุเท่าใดแล้ว?"

“ข้าใกล้จะอายุครบสิบห้าแล้วเจ้าค่ะ!” นางพึมพำเสียงแผ่ว

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นรวบรวมความกล้าเอ่ย “ข้ายังเด็กอยู่ เรียกพี่สาวคนอื่นมาอยู่เป็นเพื่อนท่านดีกว่าไหมเจ้าคะ!”

ขณะที่พูดดวงตาของนางก็เริ่มมีน้ำตาคลอ

“หัวน้อยๆของเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่กัน?” เจียงหยวนใช้นิ้วดีดหน้าผากนางเบาๆ หัวเราะอย่างเอ็นดู

“อึ่ก! ขออภัยเจ้าค่ะ!”

เจียงหยวนยกมือลูบผมของนาง “นั่งก่อนเถอะ!”

“อ๊ะ! เจ้าค่ะ!”

ซูเสี่ยวเสี่ยวก้มหน้า นั่งลงข้างๆอย่างว่าง่าย

“รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงเรียกเจ้ามาอย่างกะทันหัน?”

“ไม่ทราบเจ้าค่ะ!”

นางยังคงก้มหน้าตอบ

“เงยหน้าขึ้นมาเสียก่อน! ข้าดูน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเจียงหยวนที่แฝงความเคร่งขรึมเล็กน้อย ซูเสี่ยวเสี่ยวจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของนางก็ปรากฏรอยแดงระเรื่อ

“ท่านไม่น่ากลัวเลยเจ้าค่ะ!”

“หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะก้มหน้าอยู่ทำไม? นิสัยของเจ้าเช่นนี้เพิ่งจะมาอยู่หอเมฆควันหรือ?”

ซูเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้า ตอบอย่างว่าง่าย “เจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่ขายข้าให้หอเมฆควันเพื่อนำเงินไปรักษาอาการป่วยของน้องชาย”

“แล้วเจ้าเกลียดพวกเขาไหม?”

ซูเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้า “เล็กน้อยเจ้าค่ะ แต่ข้าก็เข้าใจ! ก่อนหน้านี้พวกเขาดีกับข้ามาก! แต่เพื่อช่วยชีวิตน้องชายก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว!”

เจียงหยวนยิ้มเล็กน้อย ลูบผมของนาง

แต่จู่ๆก็กล่าว “ช้าก่อน อย่าเพิ่งขยับ!”

ซูเสี่ยวเสี่ยวได้ยินดังนั้นจึงหยุดนิ่งทันที แม้แต่ดวงตาก็ไม่กล้ากะพริบ

เจียงหยวนชี้ไปที่รอยแผลตื้นๆตรงคอเสื้อของนาง

“เจ้าเคยถูกตีหรือ?”

“สองสามวันก่อนที่เพิ่งมา ข้าอยากจะหนีเลยถูกตีเจ้าค่ะ!”

“เช่นนั้นแล้วเจ้าอยากฝึกฝนวรยุทธ์ไหม?”

“การฝึกฝนวรยุทธ์คืออะไรหรือเจ้าคะ?” ซูเสี่ยวเสี่ยวถามอย่างสงสัย

“ก็เหมือนเช่นข้าผู้นี้! ไม่มีผู้ใดกล้ารังแก ไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่อง ปรารถนาสิ่งใดก็ทำได้ตามใจ!”

ซูเสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าอย่างแรง “อยากเจ้าค่ะ!”

เจียงหยวนพลันเผยรอยยิ้ม “เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง!”

ในเวลานั้นลุงหม่าที่อยู่ข้างๆกระซิบข้างหูกู่โม่ “ไม่จริง! ไม่จริงน่า! นายน้อย…เขาเป็นสัตว์ป่าชัดๆ! แม้แต่เด็กสาวตัวเล็กๆก็ยังไม่เว้น!”

ระหว่างคิ้วของเจียงหยวนปรากฏรอยเส้นสีดำขึ้นทันที รู้สึกจนปัญญาในใจ

ในขณะนั้นเอง

ด้านนอกจู่ๆก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นเป็นระลอกๆ

และเสียงอึกทึกนั้นก็ดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊ะ! นายน้อยหลิว ท่านเข้าไปไม่ได้ คนข้างในท่านหาเรื่องไม่ได้หรอกนะ”

“หาเรื่องไม่ได้? ข้าจะดูสิว่าในอำเภอหลินอันมีใครที่ข้าหาเรื่องไม่ได้! ห้องส่วนตัวที่ข้าจองไว้ เขากล้าดียังไงถึงมาครอบครอง!”

ขณะที่พูด เสียงก็ดังเข้ามาใกล้มากแล้ว

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 32 เด็กสาวแห่งโชคชะตา

ตอนถัดไป