บทที่ 14 ผู้ล่าและเหยื่อ
บทที่ 14 ผู้ล่าและเหยื่อ
"ร่วมมือกับเจิ้งต้าออกชั่น พอขายของได้ ก็เป็นเศรษฐีเงินแสน" จ้าวเหว่ยเห็นชัดเจนว่า เด็กหนุ่มชาวนาโดนเงินที่แขวนอยู่บนเบ็ดล่อจนสติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หลี่ตงพยักหน้ารัวๆ "ดี! ดีครับ!"
หวงชุ่ยชุ่ยเอากล้องโพลารอยด์มาถ่ายรูปของบนโต๊ะทีละชิ้น
"เราต้องเก็บหลักฐานไว้" จ้าวเหว่ยอธิบาย "ของจะได้ไม่ผิดฝาผิดตัว ใช่ไหม"
มาถึงขั้นนี้ พวกเขาก็ยังแสดงออกได้เป็นมืออาชีพมาก
หลี่ตงยอมรับ "มีความรับผิดชอบ!"
ใบหน้าจ้าวเหว่ยเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส มองมุมไหน ตาข่ายนี้ก็ครอบไว้อย่างแน่นหนา อีกฝ่ายอย่าว่าแต่ดิ้นหลุด แม้แต่ความคิดจะดิ้นรนก็คงไม่มี
รูปแบบเกมกลนี้ พลังทำลายล้างน่ากลัวจริงๆ! สายตาจ้าวเหว่ยตกไปที่หลี่ตงอีกครั้ง: ไอ้เด็กโง่มี 5,000 หยวน!
ลูกค้าเกรดเอ พกเงินสดก้อนโตมาถึงบริษัท จะให้หนีไปไม่ได้!
หวงชุ่ยชุ่ยถ่ายรูปเสร็จ หลี่ตงเอาผ้าห่อของห่อม้วนภาพก่อน ผูกไว้กับตัว แล้วเปิดกระเป๋านักเรียน ล้วงเอาเศษผ้ากับนุ่นเก่าออกมา เตรียมจะห่อของ ห่อผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ใส่ "เงิน" ถูกหยิบออกมาวางบนโต๊ะอีกครั้ง
สายตาของจ้าวเหว่ยและหวงชุ่ยชุ่ย กวาดมองผ่านห่อผ้านั้น
แม้จะมีผ้ากั้น แต่รูปร่างชัดเจนมาก เงิน 5,000 หยวน!
รายได้ทั้งปีของใครหลายคน!
หลี่ตงตั้งอกตั้งใจห่อชามข้าว ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
จ้าวเหว่ยกับหวงชุ่ยชุ่ยโยนเหยื่อล่อ 50,000 + 140,000 ลงไป เขาไม่ได้เทพขนาดนั้น ทำได้แค่ตอบแทนด้วยเหยื่อล่อที่จับต้องได้อย่างเงิน 5,000
เหยื่อนี้แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับเบ็ด เบ็ดที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อวาน
หลี่ตงหยุดมือ ถามจ้าวเหว่ย "วันนี้จะขายชิ้นไหนบ้าง? ผมจะได้แยกออกมา ไม่เก็บเข้ากระเป๋า"
จ้าวเหว่ยแปลกใจ "ขายวันนี้?"
หลี่ตงแปลกใจยิ่งกว่า "เมื่อวานผมถามคุณ คุณบอกว่าจะขายออกได้เร็ว ได้เงินไว?"
จ้าวเหว่ยคิดว่าหลี่ตงเข้าใจผิด อธิบายว่า "ตงจื่อ ที่ฉันบอกว่าเร็วคือรอบประมูลฤดูใบไม้ร่วง! ก็คือฤดูใบไม้ร่วง!"
"เมื่อวานคุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่!" หลี่ตงเริ่มร้อนรน "คุณบอกว่าวันนี้มีกิจกรรม ให้ผมเอาของมาเยอะๆ จะขายได้ไวแล้วได้เงิน!"
ฉันพูดเหรอ? จ้าวเหว่ยย้อนนึก ดูเหมือน... จะเคยพูดจริงๆ
แต่เขาหมายถึงอีกความหมายนึง
หลี่ตงยิ่งร้อนใจ "เมื่อวานพอกลับไป ผมคุยกับที่บ้าน ที่บ้านไม่ยอม ผมรับปากที่บ้านว่า วันนี้อย่างน้อยต้องขายของได้สักชิ้น ได้เงินกลับไป ที่บ้านถึงให้ของพวกนี้มา ถึงให้เงิน 5,000 หยวนมา นี่... กลับไปผมจะบอกที่บ้านยังไง..."
จ้าวเหว่ยพูดไม่ออก ไอ้เด็กบื้อเอ๊ย เข้าใจความหมายผิดซะงั้น!
"ตงจื่อ กิจกรรมที่ฉันบอกคือการตรวจสอบโดยศาสตราจารย์เหลียง" จ้าวเหว่ยได้แต่อธิบาย "ไม่ใช่ประมูลรอบฤดูใบไม้ร่วง! เร็วๆ นี้หมายถึงอีกสองสามเดือน"
หลี่ตงทำท่าเหมือนจะร้องไห้ "คุณทำไมพูดแบบนี้ อีกตั้งหลายเดือนเรียกว่าเร็ว? ผมกลับไปจะพูดยังไง"
จ้าวเหว่ยเหลือบมองเงิน 5,000 หยวน "ตงจื่อ เราได้ของเก่าของนายมา ก็ต้องทำประชาสัมพันธ์ ต้องหาคนซื้อ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลา"
หลี่ตงกลุ้มใจ กลุ้มจนไม่รู้จะทำยังไง "ผมขนของมาตั้งขนาดนี้ เอาเงินมาตั้งขนาดนี้ ไม่ได้อะไรกลับไปสักอย่าง บอกใครไม่ได้แน่"
"วางใจเถอะ" จ้าวเหว่ยปลอบ "เราจะเซ็นสัญญากับนาย"
หลี่ตงยิ่งกลุ้ม "ขายก่อนสักชิ้นไม่ได้เหรอ?"
จ้าวเหว่ยพูดว่า "ตงจื่อ มันต้องใช้เวลา เราก็จนปัญญาเหมือนกัน"
หลี่ตงร้อนใจจนเกาหัวแกรกๆ "แล้วทำไงดี? ทำไงดี? พวกคุณเป็นบริษัทใหญ่ แถมมีเงิน งั้นซื้อของผมไปสักชิ้น แล้วค่อยไปขายต่อลูกค้าไหม? ศาสตราจารย์เหลียงบอกว่าราคาตลาดตั้ง 50,000 ผมไม่โลภ เอาหมื่นเดียวก็ได้ ผมกลับไปจะได้มีคำตอบให้ที่บ้าน"
สถานการณ์แบบนี้บางทีก็เจอ จ้าวเหว่ยไม่แปลกใจ "ตงจื่อ ฉันอยากช่วยนายนะ แต่มันผิดกฎบริษัท นายวางใจเถอะ แค่ร่วมมือกับเรา จบงานประมูลและงานแสดงสินค้าฤดูใบไม้ร่วง นายก็ได้เงินแล้ว"
หลี่ตงเก็บของที่เหลือ ยัดกลับเข้ากระเป๋าทีละชิ้น "งั้นผมไม่มีหน้ากลับไปบอกที่บ้าน จะให้ผมกับที่บ้านแตกหักกันเหรอ? ช่างเถอะ ผมทิ้งจานไว้ใบเดียว ขายแค่อันนี้ก่อน"
ความผิดหวังและหดหู่ของเขา เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า "ค่าใช้จ่ายล่วงหน้านั่นจ่ายให้ใคร? จ่ายให้คุณเลยไหม?"
ได้ยินแบบนี้ จ้าวเหว่ยรู้สึกว่าความไว้วางใจระหว่างกันไม่มีปัญหา จึงพูดว่า "ตงจื่อ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ"
ตรงนี้มีตั้ง 5,000 หยวน ทิ้งไว้แค่ของเมื่อวาน ได้แค่ 2,000 หยวน!
เงินที่เหลือจะปล่อยให้ไอ้เด็กโง่ขนกลับไป? มาถึงปากแล้วแท้ๆ
หลี่ตงจงใจแยกจานกระเบื้องขาวออกมา ดันไปให้จ้าวเหว่ย
มาถึงตอนนี้ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว
เหยื่อมีแค่ห้าพัน อีกฝ่ายไม่ยอมจ่ายหนึ่งหมื่น อาจจะไม่จ่ายสักแดงเดียว
ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่าง จ่ายเงินนิดหน่อยเพื่อให้เขาตายใจชั่วคราว
หลี่ตงกำลังเดิมพัน ถ้าแพ้ ก็ขนของกลับ ไม่มีอะไรเสียหาย
ดังนั้น เขาคว้าห่อผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ใส่เงิน "จานนี่ทิ้งไว้ อย่างอื่นผมขอกลับไปปรึกษาที่บ้านก่อน"
นี่ไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดล้ำลึกอะไร หลี่ตงเดิมพันว่าจ้าวเหว่ยจะนึกไม่ถึงว่าเขามองแผนต้มตุ๋นออก และยังเชื่อว่าเขาคือเนื้อบนเขียง ไม่มีการระวังตัวเลยสักนิด
เหมือนคนหาปลาที่ไม่ระแวงปลาในอวน
แน่นอน เป็นการเดิมพันกับความโลภและแรงกระแทกของเงินที่มีต่อคนคนหนึ่ง
นี่คือการวัดใจสันดานมนุษย์
หลี่ตงกำห่อผ้า เห็นจ้าวเหว่ยยังไม่มีทีท่าอะไร ก็เตรียมจะเลิก ยัดใส่กระเป๋า แล้วหยิบจานกระเบื้องขาวเดินออกไป
พอมองห่อผ้า นึกถึงเงินข้างใน จ้าวเหว่ยรู้สึกแย่เหมือนทำเงินก้อนโตหล่นหาย
"เดี๋ยวก่อน ตงจื่อ" จ้าวเหว่ยไม่ยอมปล่อยเนื้อที่ปากหลุดไป "ใจเย็นๆ นั่งรอตรงนี้แป๊บ ฉันจะช่วยคิดหาทาง"
หลี่ตงทำท่าหมดอาลัยตายอยาก "มีทางเหรอ?"
"นายรอเดี๋ยว" จ้าวเหว่ยส่งสายตาให้หวงชุ่ยชุ่ย แล้วเดินออกไป
หวงชุ่ยชุ่ยรีบชวนคุย ใช้ความได้เปรียบของผู้หญิง ปลอบใจยกใหญ่
มาถึงหน้าห้องทำงานที่ประตูปิดสนิท จ้าวเหว่ยเคาะเบาๆ พอได้รับอนุญาตก็เปิดประตูเข้าไป
ข้างในมีคนสองคน ชายไว้ผมแสกกลางอายุประมาณสามสิบ กับผู้หญิงผมยาวอายุยี่สิบต้นๆ
"บอส..." จ้าวเหว่ยไม่รู้จักผู้หญิง
หนุ่มผมแสกพูดว่า "ว่ามาเลย ไม่ต้องเกรงใจ"
จ้าวเหว่ยเล่าสถานการณ์ของหลี่ตงอย่างรวดเร็ว
"นายคิดยังไง?" หนุ่มผมแสกถาม
จ้าวเหว่ยคิดมาแล้วระหว่างเดินมา "เหมือนเคสคล้ายๆ กันเมื่อก่อน ทำสัญญาซื้อขายกับเขา ซื้อจานกระเบื้องก้นตื้นใบนั้น หนึ่งหมื่นเป็นไปไม่ได้ ผมจะให้มัดจำเขาสิบเปอร์เซ็นต์ เงินวางอยู่ตรงหน้า ผมรับรองว่าเขาจะเชื่อฟังหัวปักหัวปำ"
หญิงผมยาวแทรกขึ้น "ใน 5,000 ให้เขาเหลือไว้ 1,000 ไม่ได้เหรอ?"
จ้าวเหว่ยศึกษามาแล้ว "เราให้เขา 1,000 ก่อน กับให้เขาเหลือเงินตัวเอง 1,000 ความรู้สึกและผลลัพธ์ต่างกันคนละโลก"
ผู้หญิงคิดตาม "ก็จริง"
หนุ่มผมแสกคุมภาพรวม ไม่ลงไปดูรายละเอียดงานของทุกคนหรอก ยิ่งจ้าวเหว่ยเป็นมือโปรที่ปิดจ็อบได้สามรายติดเมื่อเดือนที่แล้ว
เขาแค่ยืนยัน "ชัวร์นะว่าไม่มีปัญหา?"
ภาพเงิน 5,000 หยวนลอยอยู่ตรงหน้าจ้าวเหว่ย "ไอ้เด็กนั่นไม่รู้ประสีประสา ที่บ้านมีของเก่าราคาถูกๆ เยอะแยะ ให้มัน 1,000 วันนี้ผมมั่นใจว่าจะตกเงินกลับมาได้ 5,000 อีกไม่กี่วันผมจะทำให้มันคาย 1,000 นี้ออกมาด้วย ตัวมันอยู่ในถิ่นเรา จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด"
ไอ้เด็กโง่นั่นเป็นยังไง เขาจะไม่รู้เชียวหรือ?
ที่สำคัญที่สุดคือเงิน 5,000 ในกระเป๋านั่น!
ว่ากันตามจริง เกมกลทั้งหมดลงแรงไปที่จุดเดียว นั่นคือทำยังไงให้คนเกิดความโลภ
ความโลภเหมือนยาเสน่ห์ มันทำลายสติสัมปชัญญะของคนได้
พอได้รับอนุญาตจากหัวหน้า จ้าวเหว่ยไปเบิกแบงก์ร้อยสิบใบจากฝ่ายการเงิน พอกลับมาที่ห้องกั้น ก็เห็นหลี่ตงกำลังถูกหวงชุ่ยชุ่ยหลอกล่อจนหัวเราะไม่หยุด หน้าแดงไปหมด
นอกจากไม่เคยเห็นโลก ยังไม่เคยเจอผู้หญิง
จ้าวเหว่ยคิดถึงเงิน 5,000 แล้วยิ้มพูดว่า "ตงจื่อ ฉันแจ้งสถานการณ์จริงของนายกับหัวหน้าแล้ว พยายามขอให้เต็มที่ หัวหน้ายอมอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ ซื้อจานก้นตื้นใบนั้นได้ แต่ต้องแบ่งจ่าย วันนี้ให้ได้แค่ 1,000 ส่วนที่เหลือรอขายของได้ค่อยจ่ายรวดเดียว"
ล้วงเงินออกจากกระเป๋า จ้าวเหว่ยวางแบงก์ร้อยสิบใบตรงหน้าหลี่ตง
หลี่ตงจ้องเงิน 1,000 หยวน "นี่มัน... แค่ 1,000?"
จ้าวเหว่ยตบปึกเงิน จงใจดันไปตรงหน้าหลี่ตง "นี่กรณีพิเศษแล้ว 10,000 ฉันไม่มีปัญญาจริงๆ ตงจื่อ ฉันพยายามเต็มที่แล้ว"
มือของหลี่ตงวางทาบลงบนเงิน 1,000 หยวนเหมือนควบคุมไม่ได้ ใบหน้าฉายแววเกรงใจ "จ้าวเหว่ย ทำให้คุณลำบากแล้ว"
จ้าวเหว่ยย้ำ "ตงจื่อ ไม่จำเป็นต้องรีบจริงๆ ทิ้งของไว้ทั้งหมดเถอะ กลับไปคุยกับที่บ้านดีๆ แค่รอไม่กี่สิบวัน ก็จะมีรายได้มากกว่านี้ ของเก่าพวกนี้ทิ้งไว้ที่เจิ้งต้า อย่างต่ำๆ ก็ได้แสนกว่า"
หลี่ตงซาบซึ้งใจ "จ้าวเหว่ย คุณเป็นคนดี! เมื่อก่อนไม่เคยมีใครช่วยผมขนาดนี้" เขาทำท่าเหมือนตัดสินใจเด็ดขาด "ตกลง! ทิ้งไว้หมดเลย! ผมจะกลับไปคุยกับที่บ้านให้รู้เรื่อง! คุณออกใบรับรองการซื้อขายหรือสัญญาให้ผมหน่อย ระบุสิ่งที่คุณพูดเมื่อกี้ ผมจะได้เอาไปคุยได้"
"เรื่องเล็ก" จ้าวเหว่ยส่งสัญญาณให้หวงชุ่ยชุ่ยไปทำสัญญา "เอาสัญญามอบอำนาจอีกสี่ชุดมาด้วย"
ทั้งสองรออยู่ในห้องกั้น คุยสัพเพเหระ จ้าวเหว่ยพูดเหมือนไม่ตั้งใจ "ถ้ามีของจะปล่อยอีก รีบมาเลยนะ"
หลี่ตงพูดว่า "ถ้าจะขายอีก มาหาพวกคุณแน่นอน" เขาตบกระเป๋า "ของพวกนี้ กินไม่ได้ดื่มไม่ได้ นอกจากแลกเงินแล้วจะมีประโยชน์อะไร?"
จ้าวเหว่ยเห็นกระเป๋า ก็คิดถึงเงินห้าพันก้อนนั้น
หวงชุ่ยชุ่ยกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมสัญญาที่พิมพ์มาสิบชุด
สัญญาทุกฉบับมีคู่ฉบับ ด้านหลังแนบรูปถ่ายสิ่งของ
หลี่ตงกวาดตาดูอย่างรวดเร็ว จานกระเบื้องขาวใบเล็กเป็นสัญญาซื้อขาย เงินงวดแรก 1,000 หยวน ส่วนที่เหลือจ่ายเมื่อขายของออก
ความไม่ชอบมาพากลของเจิ้งต้าเริ่มเผยออกมา สัญญาไม่รัดกุม เป็นแค่รูปแบบพิธีการ
นึกถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของบริษัทนี้ หลี่ตงพอจะเดาได้: สัญญาที่รัดกุมเป๊ะๆ คือการหาเรื่องใส่ตัว
จริงๆ แล้วคนที่มาถึงจุดนี้ ยอมเซ็นสัญญาแล้วจ่ายเงิน ล้วนแต่โดนกล่อมจนเป๋ไปหมดแล้ว ต่อให้มีทนายมาบอกว่าสัญญาไม่ถูกต้อง ก็ไม่มีประโยชน์
คนที่ระมัดระวังตัวคงถอนตัวไปก่อนจะถึงขั้นตอนนี้
จ้าวเหว่ยเอาสัญญามา เซ็นชื่อหวัดๆ อย่างรวดเร็ว เซ็นเสร็จก็เอานิ้วโป้งปั๊มหมึกแดงประทับตรา
หลี่ตงก็เซ็นชื่อ หวงชุ่ยชุ่ยเตือนให้ปั๊มนิ้วมือด้วย
ตอนจิ้มหมึกแดง หลี่ตงไม่ระวังทำเลอะมือขวาเยอะมาก
จากนั้น ทั้งสองคนสลับกันทำต่อ
หลี่ตงเจอพิรุธอีกเพียบ เช่นชื่อที่เขาเซ็นคือ หลี่ตง สองคนนั้นไม่ถามสักคำ ดูเหมือนพวกเขาไม่เคยถามชื่อจริงเขาด้วยซ้ำ กระทั่งสำเนาบัตรประชาชนก็ไม่ขอ
เขาเดาว่า ชื่อจ้าวเหว่ยนี่ แปดเก้าส่วนก็คงปลอม
สัญญานี่ก็แค่กระดาษเปื้อนหมึก ไม่มีประโยชน์ห่าอะไร
เซ็นสัญญาเสร็จ หลี่ตงจงใจหยิบฉบับสัญญาซื้อขาย พับแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงส่งๆ ส่วนสัญญาฉบับอื่นๆ รวมทั้งเงินหนึ่งพันหยวนนั้น ยัดใส่กระเป๋านักเรียนต่อหน้าต่อตาจ้าวเหว่ย
จ้าวเหว่ยยิ้มกำชับ "กลับบ้านเก็บสัญญาให้ดี อย่าทำหายล่ะ"
"คร้าบ" หลี่ตงยิ้มร่า
จ้าวเหว่ยหันไปส่งสัญญาให้หวงชุ่ยชุ่ย ให้เธอเอาไปเก็บห้องเอกสาร และให้ฝ่ายการเงินเตรียมทำเรื่องรับเงิน
อาศัยจังหวะนี้ หลี่ตงยื่นมือซ้ายที่กำแน่นไปเกาหลัง แล้วยังทำตัวซกมกล้วงกางเกงขาสั้นไปเกาก้น
รูดซิปปิดกระเป๋า เขามองรอยหมึกแดงที่เลอะมือขวา
"เป็นไร?" จ้าวเหว่ยเดินเข้ามาถาม
หลี่ตงกางมือให้ดู "เผลอทำเลอะเยอะไปหน่อย" เขาหยิบกระเป๋านักเรียน ยัดใส่มือจ้าวเหว่ย "ผมไปเข้าห้องน้ำหน่อย ไปล้างมือ เดี๋ยวหยิบเงินแล้วจะเลอะเงิน คุณช่วยถือกระเป๋าให้หน่อย"
จ้าวเหว่ยยิ้ม "เชื่อใจฉันขนาดนั้นเลย"
หลี่ตงพูดจริงจัง "จ้าวเหว่ย ขนาดคุณยังเชื่อไม่ได้ แล้วคนเราจะยังมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันได้อีกเหรอ?"
"ไอ้น้องชาย" จ้าวเหว่ยรับกระเป๋า ชกหลี่ตงเบาๆ "รีบไปเถอะ ฉันรออยู่นี่"
เงินและของอยู่ในกระเป๋าหมด ไอ้เด็กโง่ที่มีแต่เงินเต็มหัวจะไปไหนได้?
หลี่ตงเดินออกจากห้องกั้นไม่ช้าไม่เร็ว เดินด้วยความเร็วปกติมาถึงเคาน์เตอร์ต้อนรับ พนักงานสาวส่งยิ้มให้ เขาปั้นยิ้มตอบกลับอย่างเป็นมิตร
ออกจากตึกทรงโบราณ หลี่ตงเดินไปทางห้องน้ำสาธารณะ พอใกล้ถึงหน้าห้องน้ำ ก็หันกลับมามองแวบหนึ่ง แล้วเลี้ยวไปอีกทาง วิ่งเหยาะๆ เข้าสู่ตลาดหนังสือเก่า
กระเป๋านักเรียนกับของข้างในไม่เอาแล้ว ก็แค่ชามข้าวสองใบ ถ้วยน้ำจิ้มหนึ่ง จานกับข้าวหนึ่ง แล้วก็กระดาษเปื้อนหมึกปึกนึง
ม้วนภาพของปู่ทิ้งไม่ได้ เลยผูกติดตัวไว้แต่เช้า
ถ้าไม่ทิ้งกระเป๋าไว้ จ้าวเหว่ยคงไม่ปล่อยให้เขาไปห้องน้ำคนเดียวแน่
หลี่ตงไม่ได้กลับทางเดิม เดินเร็วไปทางตะวันตก ทะลุออกจากโซนตลาด แล้วเดินลงใต้ ระหว่างนั้นก็ล้วงเงินที่ยัดไว้ตรงขอบกางเกงด้านหลัง ยัดใส่กระเป๋ากางเกง
มาถึงป้ายรถเมล์ถนนหลักทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ รถเมล์มาพอดี เขาขึ้นรถหยอดเหรียญ ไปตลาดตะวันตก
หลี่ตงนั่งบนรถ พิจารณาเรื่องที่จะทำต่อไป
ในฐานะเยาวชนน้ำดี บุกถ้ำเสือพิสูจน์ว่าเป็นบริษัทต้มตุ๋น แถมเก็บหลักฐานสำเร็จ แน่นอนว่าต้องรีบแจ้งจับ
แต่วิธีการแจ้งจับสำคัญมาก
เงิน 1,000 หยวนนั่น แน่นอนว่าเขาต้องเก็บไว้ ยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ถือเป็นค่าตอบแทนจากการลงแรง